ที่เชียงราย พบ "ค้างคาว" ประหลาด สีส้มแดงสลับดำ คาดใกล้สูญพันธุ์

11 มีนาคม 54



เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 93 หมู่ 19 ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบค้าวคาวประหลาด ลักษณะมีขนคลุมลำตัวหนาและปุย ด้านบนลำตัวมีสีส้มสด ตัวเล็กขนาด 2.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร กางปีกออกมีสีส้มแดง เป็นริ้วสลับกับสีดำ แปลกกว่าค้างคาวโดยทั่วไป ปรากฏว่าพบค้างคาวลักษณะดังกล่าวจริง โดยถูกเลี้ยงไว้จำนวน 2 ตัว
 

นายณรงค์ชัย มาลัย อายุ 47 ปี เจ้าของบ้านและเป็นผู้จับค้างคาวดังกล่าวได้ เปิดเผยว่า พบค้างคาวโดยบังเอิญขณะไปตัดหญ้าที่สวนยางในพื้นที่ดอยหัวง้ม หรือดอยงาม เขตอุทยานแห่งชาติแม่ปืม บ้านห้วยบงใต้ ต.เมืองพาน ทีแรกเห็นสิ่งแปลกๆ เกาะอยู่บริเวณต้นกล้วย  คิดว่าเป็นเขียดตะปาบ พอไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าเป็นค้างคาวมีลักษณะประหลาด พบอยู่ 5 ตัว ตนเก็บมาศึกษา 2 ตัว และคิดว่าจะนำไปปล่อยตามธรรมชาติ ไม่คิดจะเลี้ยงไว้เพราะไม่รู้ว่ามันกินอะไรเป็นอาหาร
 

ส่วนที่ จ.ราชบุรี พบค้างคาวยอดกล้วยสีส้มสลับดำ เกาะอาศัยอยู่ในสวนฝรั่งของนายเดชา เรียงทอง อายุ 52 ปี และนายบอย กลิ่นหอม อายุ 25 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นค้างคาวตัวเล็กลักษณะลำตัวมีสีส้มสด ขนละเอียดนุ่ม ปีกทั้งสองข้างสีดำ หูใหญ่ฟันละเอียดแหลมแตกต่างจากค้างคาวทั่วไป                 
 

นายสุพงษ์ชัย บุญมี  นักวิชาการป่าไม้สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ระบุว่าในพื้นที่เขาช่องพรานมีค้างคาวกว่า 10 ชนิด  แต่ไม่เคยพบค้างคาวดังกล่าว เท่าที่ทราบเรียกกันว่าค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ ค้างคาว    ชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ตามใบไม้แห้ง เพราะสีส้มแก่ของขนจะช่วยอำพรางตัวได้อย่างดี ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ กระจายพันธุ์ในอินเดีย  พม่า จีน เวียดนาม ไทย มาเลเชีย และอินโดนีเซีย พบไม่บ่อยนักและใกล้จะสูญพันธ์ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ชอบออกหากินในเวลาเย็น  จะบินต่ำในระดับยอดไม้การบิน คล้ายผีเสื้อกลางคืนที่มีขนาดใหญ่ บินเร็ว อาหารได้แก่แมลงต่างๆ โดยเฉพาะแมลงที่มีขนาดเล็ก