การก่อตั้งเขื่อนศรีนครินทร์
     ที่มา และการก่อตั้งเขื่อนศรีนครินทร์
โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์
     
โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควใหญ่ ที่บ้านเจ้าเณรตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้ศึกษา และสำรวจอย่างจริงจัง ตั้งแต่ พ.ศ. 2508 และเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2516 จนกระทั้งแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2523 และใช้ประโยชน์อยู่ใน ปัจจุบันนี้การก่อสร้างในระยะแรกนั้น ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพียง 3 เครื่องขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 120,000 กิโลวัตต์ การก่อสร้างระยะที่ 2 กฟผ.ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำ ระบบสูบน้ำกลับได้ขนาดกำลังผลิต
เครื่องละ 180,000 กิโลวัตต์ อีก 2 เครื่องเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยเครื่องที่ 4 ติดตั้งแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าได้ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2528 และเครื่องที่5 ติดตั้งแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าได้ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2534 ซึ่งทำให้เขื่อนศรีนครินทร์มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 320,000 กิโลวัตต์นับเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่มีกำลังผลิตสูงที่สุดในประเทศไทย
ประวัติความเป็นมา
     การศึกษาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแควใหญ่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448 แต่ยังไม่ละเอียดนัก ในปี พ.ศ. 2508 กฟผ. ได้ทำการศึกษารายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแควใหญ่ และได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจตามลำน้ำแควใหญ่ เพื่อหาข้อมูลมาประกอบการพิจารณาที่ตั้งเขื่อน ได้เห็นว่าบริเวณบ้านเจ้าเณร เป็นที่ที่เหมาะสมอีกแห่งหนึ่ง และในปี พ.ศ. 2509 นี้เอง กฟผ. ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินงานภาคสนาม ในปี พ.ศ. 2510 ได้สำรวจเพื่อหาข้อมูลในด้านต่างๆ เช่น การทำแผนที่ภูมิประเทศ งานสำรวจทางธรณีวิทยา เก็บข้อมูลทางอุทกวิทยา และสำรวจแหล่งวัสดุ ฯลฯ เป็นต้น การเลือกที่ตั้งเขื่อนบนลำน้ำแควใหญ่นั้น พิจารณาเห็นว่าที่บ้านเจ้าเณรเหมาะสมที่สุด
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้เลือกที่ตั้งเขื่อน ที่บ้านเจ้าเณร เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2513 ได้ทำการศึกษา และสำรวจรายละเอียดของโครงการ รวมทั้งการทดลอง การทดสอบในสนาม และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้ กฟผ. ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2516 กฟผ. ได้ดำเนินงานก่อสร้างเขื่อน (ศรชี้ในรูปคือจุดสร้างเขื่อน) และอาคารประกอบ พร้อมติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง มีกำลังผลิตเครื่องละ 120,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิตไฟฟ้า 360,000 กิโลวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 1,028 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2525 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 4 และ 5 ซึ่งมีกำลังผลิตเครื่องละ 180,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิตไฟฟ้า 360,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 222 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ได้เริ่มก่อสร้างและติดตั้งเพิ่มเข้าไป ทำให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งหมด 5 เครื่อง มีกำลังผลิตรวม 720,000 กิโลวัตต์
การก่อสร้างและติดตั้ง
     การก่อสร้างและติดตั้งระยะแรก (เครื่องที่ 1-2-3) สำหรับการเตรียมการก่อสร้างเขื่อนนั้น ได้เจาะอุโมงค์น้ำตามแนว อุโมงค์ผันน้ำ ที่ได้ออกแบบไว้เพื่อการศึกษาทางด้านธรณีวิทยาเพิ่มเติม และเพื่อทำการอัดฉีดน้ำปูนป้องกันการรั่วซึม ในเรื่องของการก่อสร้างตัวเขื่อนนั้น ได้เริ่มจากงานฐานราก ขุดลอกดิน และผิวหน้าออก อัดฉีดน้ำปูนเพื่อป้องกันการรั่วซึม จากนั้นก็ได้เริ่มงานถมดินและบดอัดดินเหนียว ในส่วนที่เป็นแกนเขื่อน ถมกรวดทรายที่เป็นผนังติดกับแกนเขื่อน และถมหิน การก่อสร้างได้เริ่มไปพร้อมๆกันจนตัวเขื่อนแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม
พ.ศ. 2521ต่อจากนั้นก็เริ่มดำเนินงานติดตั้งอุปกรณ์เครื่องกลไฟฟ้า ซึ่งได้แก่ปั้นจั่นประจำโรงไฟฟ้า เครื่องกังหันน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า อุปกรณ์ภายในโรงไฟฟ้าและลานไกไฟฟ้า ด้านอ่างเก็บน้ำ ได้เริ่มทำการกักเก็บน้ำเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา

     โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ในระยะแรก ได้เริ่มต้นจ่ายไฟเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของ กฟผ. อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 แม้จะได้เพียงครึ่งหนึ่งของกำลังผลิต แต่ในภาวะที่กำลังขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ก็นับว่าช่วยได้มากพอสมควร
     
การก่อสร้างและติดตั้งระยะที่สอง (เครื่องที่ 4-5)
สำหรับการก่อสร้างและติดตั้งหน่วยผลิตไฟฟ้าเครื่องที่ 4 และ 5 นั้น เนื่องจากมีสิ่งก่อสร้างอยู่แล้วตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อน และโรงไฟฟ้าระยะแรก ในการดำเนินการก่อสร้างนั้นได้แบ่งงานทางด้านวิศกรรมที่สำคัญๆ ออกดังนี้

     งานด้านโยธา ได้เริ่มงานก่อสร้างเพื่อเตรียมการในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2525 เพื่อใช้งานคอนกรีตของโรงไฟฟ้า รวมทั้งได้มีการทดสอบเพื่อประกันถึงประสิทธิภาพ ความแน่นอน กำลังผลิต ผลผลิต และอุปกรณ์เครื่องวัดต่างๆ
     อุปกรณ์ไฮโดรลิค ในกลางเดือนมีนาคม ถึงเมษายน พ.ศ. 2527 ได้ทำการติดตั้งปั้นจั่นเพื่อยกอุปกรณ์ไฮโดรลิค งานแล้วเสร็จเมื่อต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2528 ได้ทำการทดสอบเมื่อเดือนพฤษจิกายน พ.ศ. 2528
     เครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบบสูบน้ำกลับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ในโรงไฟฟ้า ในกลางเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ได้เริ่มงานติดตั้งเครื่องกังหันน้ำ และงานติดตั้งเครื่องกำเนิกไฟฟ้า โดยเริ่มจากการติดตั้งส่วนของสเตเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ใช้ระยะเวลาเพียง 5 เดือน จึงแล้วเสร็จ
    
การทดสอบการเดินเครื่องเพื่อการผลิตเพื่อการผลิตไฟฟ้า และการสูบน้ำกลับ ได้เริ่มเตรียมการสำหรับทดสอบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเครื่องที่ 4 ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 และเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบไฟฟ้าเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528