ครบรอบ 61 ปี ชุดว่ายน้ำ

พิษณุ นิลกลัด ผู้เขียน

             วันที่ 5 กรกฎาคม ปี  2550  นี้จะเป็นวันครบรอบ 61 ปีชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่

บิกินี่ (Bikini) เป็นชุดว่ายน้ำแบบ 2 ชิ้นตัวเล็กจิ๋วทั้งชิ้นข่างล่างและข้างบน คนออกแบบมีจุดประสงค์ให้สาว ๆ สวมอาบแดดแล้วเหลือรอยด่างตามตัวที่อยู่ใต้ร่มผ้าน้อยที่สุด ผิวจะได้เป็นสีน้ำผึ้งหรือสีแทนเท่ากันทั้งเรือนร่าง

                คนออกแบบชุดบิกินี่มีสองคน เป็นฝรั่งเศสทั้งคู่และออกแบบในเวลาใกล้เคียงกันในปี พ.ศ.2489   คนออกแบบก่อนเป็นวิศวกรชื่อ ชาคส์ ไอม์ (Jacaues Heim) ตั้งชื่อชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า อาโตม (Atome) ซึ่งก็คืออะตอม (Atom) ในภาษาอังกฤษที่แปลว่าเล็กมาก ตอนนั้นไอม์โฆษณาว่านี่คือชุดว่ายน้ำขนาดเล็กที่สุดในโลก

                อีก 4 เดือนต่อมา หลุยส์ รีร์ (Louis Reard) แฟชั่นดีไซเนอร์ออกแบบเหมือนกันเป๊ะ พอตัดเย็บเสร็จก็เปิดตัวชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 5 กรกรฏาคม 2489

                ตอนตัดเสร็จใหม่ ๆ ชุดว่ายน้ำของหลุยส์ยังไม่ได้ตั้งชื่อ พอใกล้จะถึงวันงานหลุยส์อ่านหนังสือพิมพ์เจอข่าวกำลังจะมีการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ที่เกาะเล็ก ๆ ทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแบซิฟิกเกาะนั้นชื่อบิกินี่ อะโทล (Bikini Atol)   เขาเลยเกาะกระแสนิวเคลียร์เอาชื่อหน้าของเกาะมาตั้งเป็นชื่อชุดว่ายน้ำน้ำเพื่อคนจะได้จำง่าย ซึ่งปรากฏว่าได้ผล คนจำติดปากมาจนบัดนี้

ชุดบิกินี่ชุดแรกของโลก

                วันแสดงแฟชั่นโชว์ไม่มีนางแบบอาชีพคนใดยอมสวมชุดบิกินี่เดินโชว์เพราะเห็นว่ามีฝ้าทั้งหมดอยู่แค่ 30 ตารางนิ้ว สวมแล้วโป๊สุดขีด หลุยส์จังต้องไปจ้างนักเต้นระบำเปลื้องผ้ามาสวมบิกินี่เดินแฟชั่นโชว์       ในวันเปิดตัวครั้งแรกของโลก บิกินี่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเพราะถือว่าเป็นชุดที่ล่อแหลมเกินเหตุ ขัดต่อศีลธรรม ต้องใช้เวลาเกือบ 20 ปีกว่าที่บิกินี่จะได้รับการยอมรับ ผู้ที่ทำให้บิกินี่ฮิตทั่วโลกคือ เออร์ซูล่า แอนเดรส “บอนด์ เกิร์ล” ที่ปรากฏตัวในหนังเจมส์ บอนด์ ตอน Dr.No. ในชุดบิกินี่ สีขาวเย้ายวนใจหนุ่ม ๆ เมื่อ 40 กว่าปีก่อนเป็นที่สุด

เออร์ซูล่า แอนเดรส

                ปัจจุบันบิกินี่ตัวจิ๋วทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านธุรกิจมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ผู้ผลิตบิกินี่ หมอทำศัลยกรรม ร้านบิกินี่ แวกซ์ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่าบราซิลเลียน แว็กซ์ ก็เป็นที่นิยมกันทั่วโลกรวมถึงเมืองไทยเพราะช่วยกำจัดขน “ส่วนเกิน” ทำให้สาว ๆ มั่นใจว่าเวลาสวมชุดบิกินี่แล้วขนจะไม่ แพลม โผล่ออกมาให้รกตารกใจ สาว ๆ หลายคนบอกว่าการทำบิกินีแว็กซ์ แม้จะทั้งเจ็บทั้งแพง และอายคนทำแว็กซ์ แต่ก็คุ้มค่ากับความมั่นใจเวลาสวมใส่บิกินี่

                ในเรื่องของธุรกิจท่องเที่ยว การห้ามนักท่องเที่ยวสวมชุดบิกินี่มีผลกระทบให้การท่องเที่ยวซบเซา อย่างเมื่อ 5 ปีก่อนตอนที่รัฐตรังกานูของมาเลเซียออกกฏหมายห้ามนักท่องเที่ยวสวมบิกินี่ตามชายหาด ปรากฏว่าภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง 30% เพราะทุกคนที่ไปอาบแดดล้วนอยากให้แดดไล้ผิวทั้งเรือนร่าง พอสวมบิกินี่ไม่ได้ก็ยกเลิกการเดินทางไปตรังกานู สุดท้ายต้องผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยว

                บิกินี่นับวันจะมีขนาดหดเล็กลงเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ หลุยส์ รีร์ ผู้คิดค้นบิกินี่ที่กล่าวตอนเปิดตัวบิกินี่เมื่อ 61 ปีก่อนว่า “บิกินี่จะไม่ถือว่าเป็นบิกินี่จนกว่าจะสามารถสอดลอดผ่านแหวนแต่งงานได้".