แช่แข็ง Acetone ด้วยไนโตรเจนเหลว

reezing Acetone with Liquid Nitrogen

 


 

     คลิกครับ 

หรือ คลิกดูได้ที่ http://youtu.be/RAkd75oXU3A

    สารอะซิโตน(Acetone) เป็นสารเคมีที่ใช้มากในห้องปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 กำหนดให้อะซิโตนเป็นสารเคมีอันตรายชนิดที่ 3 มีคุณสมบัติเป็นของเหลวไวไฟติดไฟได้ง่าย ไม่มีสี สามารถระเหยได้ในบรรยากาศ มีกลิ่น จุดวาบไฟอยู่ที่ -20OC จึงควรจัดเก็บสารให้ห่างจากความร้อน เปลวไฟ แหล่งที่จุดติดไฟทั้งหลาย รวมถึงส่วนผสมระหว่างกรดไนตริกเข้มข้นและกรดซัลฟูริก สารออกซิไดซ์ คลอโรฟอร์ม แอลคาไล สารประกอบคลอรีน กรด โพแทสเซียมทีบิวทอกไซด์
      ในการใช้งานส่วนมากใช้เป็นตัวทำละลาย ใช้ในอุตสาหกรรมเคมีหรืออุตสาหกรรมผลิตยา ใช้ผลิตน้ำมันหล่อลื่น ใช้ในการชะล้างหรือเป็นสารไล่น้ำ รวมถึงใช้ในการทำเครื่องสำอางเช่นน้ำยาล้างเล็บ


รูป Acetone   

ข้อมูลสาร
     ชื่อ  :   Acetone   
     สูตร :   C3H6O  
     CAS-No :   67-64-1
     ชื่ออื่น  :   Dimethyl ketone ; beta-ketopropane ; pyroacetic ether ;
                   2-propanone ; β-ketopropane ; Methyl ketone ; 
                   Ketone propane ; Dimethyl formaldehyde ; Beta-ketopropane ; 
                   Pyroacetic ether ; Propanone ; Dimethylketal ; 
                   Pyroacetic acid ; Chevron acetone

รูปโครงสร้าง ACETONE

ข้อควรระวัง
     อะซิโตนเป็นสารเคมีที่มีความไวไฟสูง มีกลิ่นและระเหยได้ง่าย จึงเป็นอันตรายมากหากสูดดมเป็นเวลานาน ไอระเหยของสารจะมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้เกิดการไอหรือเวียนศีรษะ หากสัมผัสถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นแดงและปวดแสบปวดร้อน หากไอระเหยสัมผัสถูกดวงตา จะมีผลทำให้ระคายเคือง แสบตา หรืออาจทำให้ตาแดงได้ สุดท้ายหากกลืน/กินเป็นปริมาณมาก จะมีอาการอาเจียน ปวดท้อง และคลื่นไส้
 ดังนั้น ในการใช้สารเคมีอันตรายควรมีอุปกรณ์ในการป้องกันเช่นถุงมือ แว่นตา และชุดป้องกันสารเคมี เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารหรือไม่ให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายสัมผัสกับสาร 

การกำจัด
     การกำจัดของเสียอะซิโตน ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่า 20 % v/v และไม่มีสารอื่นที่เป็นพิษสูงละลายอยู่ สามารถเทลงท่อ/อ่างน้ำทิ้งโดยตรง หากมีความเข้มข้น มากกว่า 90 % v/v ห้ามทิ้งลงท่อ/อ่างน้ำทิ้งเด็ดขาด เนื่องจากอะซิโตนจัดเป็นสารอันตราย ประเภทสารไวไฟสูง กรณีทิ้งลงท่อระบายน้ำทิ้งอาจเกิดปฏิกิริยากับสารบางชนิด จนอาจมีการลุกไหม้ติดไฟ หรือเกิดระเบิดภายในท่อได้ (คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช) ควรแยกสารใส่ขวดสีชาและเก็บให้ห่างจากความร้อน เพื่อเตรียมจัดส่งให้หน่วยงานพิเศษด้านการจัดการของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำไปกำจัดต่อไป โดยระบุชื่อเป็นของเสียอันตรายประเภทที่ 10 คือ Oxygenated (X : Oxygenated)