บทความทั่วไป มิถุนายน 55

 

สารบัญ

หน้า

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30

วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

"โสมขาว"จัดหนัก! เตรียมฉีด"สารลดความต้องการทางเพศ"ผู้ต้องหาคดีข่มขืน

เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ทางการจะฉีดสารเคมีลดความต้องการทางเพศให้แก่นักโทษชาย ซึ่งกระทำความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายครั้ง นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีใต้นำบทลงโทษนี้มาใช้

โดยนักโทษรายหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่านายปาร์ก วัย 45 ปี จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเดือนกรกฎาคมนี้ หลังรับโทษจำคุก 10 ปีฐานพยายามข่มขืนเด็กหญิง วัย 10 ปี

นายคิม ฮยุง ยูล เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นายปาร์ก จะได้รับการฉีดสารเคมีดังกล่าวทุก 3 เดือน ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี เพื่อลดแรงขับทางเพศโดยการปรับระดับฮอร์โมน "ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม" ก่อนหน้านี้ นายปาร์ก เคยถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้งฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 16 ปีเมื่อปี 1984 1991 และ 1998

นายคิม กล่าวว่า คณะกรรมการกระทรวงฯ ออกคำสั่งเมื่อวันจันทร์ อนุญาตให้ใช้สารเคมีในการควบคุมความต้องการทางเพศ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับแต่มีการออกกฎหมายอนุญาตให้ใช้วิธีการดังกล่าวได้เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี บทลงโทษนี้จะใช้สำหรับชายที่มีอายุเกินกว่า 19 ปี ซึ่งกระทำความผิดทางอาญาต่อเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่านายปาร์กยินยอมที่จะให้ใช้วิธีดังกล่าวหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาในคดีทางเพศที่มีความรุนแรงเช่นเขา ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องหา

นายคิมเสริมว่า นายปาร์กอาจต้องรับดทษจำคุกอีกครั้ง หากปฏิเสธการฉีดสารลดความต้องการทางเพศหรือยาประเภทอื่นที่มีผลเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น เขายังต้องเข้ารับการบำบัดทางจิต และสวมเครื่องติดตามตัวอิเล็คทรอนิกส์ รวมทั้งห้ามเข้าในสถานที่ที่จัดไว้ให้สำหรับเด็ก

เกาหลีใต้นับเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาตให้ใช้สารเคมีควบคุมความต้องการทางเพศของผู้กระทำผิดคดีล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงยุติธรรมเผยว่า วิธีการเช่นนี้ ได้มีการใช้บ้างแล้วในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ เยอรมนี สวีเดน และนอร์เวย์

หน้า 2

วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ยอดขุนศึกจอมทระนง

Pic_261668

เซี่ยงอวี๋ (จากภาพยนตร์ White Vengeance)

ในประวัติศาสตร์จีนที่ยาวนานนั้นมีเรื่องราวให้คนยุคนี้ได้เรียนรู้กันมากมาย อย่างเช่น ตำนานพิชัยยุทธของซุนหวู่ คำสอนอันทรงคุณค่าของขงจื๊อ การปกครองอย่างโหดเหี้ยมเพื่อให้การรวมประเทศบรรลุผลของจิ๋นซีฮ่องเต้ การศึกที่แพรวพราวไปด้วยกลยุทธ์ล้ำลึกในยุคสามก๊ก นอกจากนั้น ยังมีเรื่องราวของขุนศึกอีกคนหนึ่งที่มีชีวิตจริงอันน่าทึ่งราวกับตัวละครในนวนิยาย ชื่อเขาถูกจารึกไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ชนชาติจีน ถึงความห้าวหาญดุดันแบบยอดนักรบผู้ไม่กลัวตาย แต่ขณะเดียวกันก็มีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักต่อหญิงนางหนึ่ง ทั้งการรบและการรักของเขาถูกเล่าขานผ่านการเวลามาแสนนาน

ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ขอนำแฟนานุแฟนย้อนกลับไปในยุคสมัยที่แผ่นดินจีนแบ่งออกเป็น7 แคว้น จนกระทั่งฉินหวางแห่งแคว้นฉินได้รวบรวมแคว้นทั้ง 7 เข้าเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล และได้สถาปนาตนเองเป็น ฉินสื่อหวงตี้ หรือที่รู้จักในนาม จิ๋นซีฮ่องเต้

ฮั่นเกาจูฮ่องเต้ (หลิวปัง)

ฮั่นเกาจูฮ่องเต้ (หลิวปัง)


แต่ก็เป็นที่ทราบกัน ดีว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่โหดเหี้ยมไร้ความปรานีที่สุด มีความพยายามจะลอบปลงพระชนม์อยู่หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จสวรรคตในปีที่ 210 ก่อนคริสต์กาลพระโอรสองค์ที่ 2 โดยการชักใยอยู่เบื้องหลังของ เจ้าเกา ขันทีคนสนิทของอดีตฮ่องเต้ ก็วางแผนปลอมราชโองการสั่งให้พระราชโอรสองค์ใหญ่ผู้ควรจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ทำการฆ่าตัวตายซะ จากนั้นโอรสองค์รองก็ตั้งตนเป็นจักรพรรดิต่อจากจิ๋นซีฮ่องเต้

แต่ฮ่องเต้องค์ใหม่นี้เหมือนพระราชบิดาอยู่เพียงอย่างเดียวคือความโหดเหี้ยม ส่วนความสามารถในการบริหารประเทศนั้นไม่มีเลย ยุคนั้นจึงเป็นยุคที่เกิดความแตกแยกอีกครั้ง มีกบฏเกิดขึ้นหลายกลุ่ม ซึ่งกบฏ 2 กลุ่มที่ทำให้เกิดเรื่องราวมากมายตามมาคือ กลุ่มของ หลิวปัง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเหมือนผู้ปกครองตำบลหลิวซัน กลุ่มหนึ่ง กับกลุ่มของตระกูลเซี่ยง ซึ่งเป็นตระกูลขุนศึกของแคว้นฉู่ในอดีตที่ถูกรวมเข้าไปอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฉินอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนี้มี เซี่ยงเหลียง เป็นหัวหน้า และมีเซี่ยงอวี๋ เป็นแม่ทัพคนสำคัญ เซี่ยงเหลียงนั้นมีศักดิ์เป็นอาของ เซี่ยงอวี๋
จิ๋นซีฮ่องเต้

จิ๋นซีฮ่องเต้


พวกกบฏได้ไปเชิญเชื้อสายของกษัตริย์แคว้นฉู่ผู้กลายเป็นสามัญชนชื่อ หวังซุน มาเป็นหัวหน้าแล้วยกขึ้นเป็น ฉู่ไหวอ๋อง ในทำนองว่าเพื่อให้คนเห็นว่าการต่อต้านการปกครองของราช– วงศ์ฉินนั้นไม่ได้ทำเพื่ออยากเป็นใหญ่ แต่เพื่อฟื้นฟูแคว้นฉู่กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง ต่อมาหลิวปังถูกกองทหารของฉินไล่ฆ่า จึงนำครอบครัวและกองกำลังของตนเข้าไปหาเซี่ยงอวี๋ที่เมืองฉู่ และเมื่อมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ล้มล้างราชวงศ์ฉิน-ฟื้นฟูรัฐฉู่ ทั้งสองจึงจับมือสาบานเป็นพี่น้องกัน ต่อมาเซี่ยงเหลียงเสียชีวิตจากการถูกซู่มโจมตีโดยทหารฉินที่นำโดย หวางลี่ เซี่ยงอวี๋จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแทน

ฝ่ายกบฏมีเป้าหมายอยู่ที่การเข้ายึดเมืองหลวงคือเมืองเสียนหยางให้ได้ ตามแผนการหลิวปังและทัพของเขาจะเข้าตีทางทิศตะวันตก ส่วนทัพของเซี่ยงอวี๋นั้นจะโจมตีทางทิศตะวันออก ทั้งสองให้คำมั่นสัญญากันว่า หากใครสามารถเข้าเมืองเสียนหยางได้ก่อนก็จะได้เป็นเจ้าเมือง

ที่ปรึกษาคนสนิทของเซี่ยง-อวี๋คือ จื่อฉี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายของหยูจีภรรยาสุดที่รักของเซี่ยงอวี๋ด้วย จื่อฉีคอยเตือนให้ระวังหลิวปังให้ดี เพราะมีลักษณะมีคนหน้าเนื้อในเสือ ขณะที่มือซ้ายถือจอกเหล้าอวยพรเรานั้น มือขวาก็ถือดาบซ่อนไว้ข้างหลังด้วย แม้ว่าหลิวปังเคยกล่าวว่าจะไม่เข้าโจมตีเมืองเสียนหยางก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เซี่ยงอวี๋ได้เป็นเจ้าเมือง แต่จื่อฉีก็บอกว่า อย่าไปเชื่อ
การลอบสังหารหลิวปังในงานเลี้ยง.

การลอบสังหารหลิวปังในงานเลี้ยง.


ในปีที่ 207 ก่อนคริสตกาล กองทัพของเซี่ยงอวี๋ที่มีกำลังราว 2 หมื่นนายเข้าโจมตีเมืองจี้ลู่ที่มีทหารรักษาอยู่ถึง 2 แสนนาย แม้ว่าจะมีทหารน้อยกว่าถึง 10 เท่า แต่ด้วยความอาจหาญการศึก เมืองจี้ลู่ก็ถูกตีจนแตก จากเมืองจี้ลู่ต้องผ่านเมืองจี้หยวนซึ่งมีกองทัพจำนวน 3 แสนนาย แต่ครั้งนี้กองทัพของเซี่ยงอวี๋ถูกตลบหลัง ฝ่ายฉินแอบส่งกองทัพน้อยไปลอบโจมตีเมืองฉู่ซึ่งเป็นฐานของพวกกบฏ เพื่อให้เซี่ยงอวี๋ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แบ่งทหารที่มีน้อยอยู่แล้วกลับไปป้องกันเมืองฉู่

ที่เมืองฉู่ เมื่อถูกกองทัพของฉินเข้าโจมตี กองกำลังที่มีไม่มากก็ไม่สามารถป้องกันเมืองได้ ฉู่ไหวอ๋องจึงทิ้งเมืองหนีไป หยูจีภรรยาของเซี่ยงอวี๋ต้องหนีตายไปหาหลิวปังพร้อมกับหลี่จื้อภรรยาของหลิวปังเอง แต่ทางด้านหลิวปังนั้นหลังจากวางแผนแบ่งงานกันกับเซี่ยงอวี๋แล้ว กลับไม่ยอมลงมือทำอะไรเพราะเชื่อคำแนะนำของที่ปรึกษาที่ให้อยู่เฉยไว้ก่อน แม้กระทั่งเมื่อกองทัพฉินเข้าตีเมืองฉู่ก็ไม่ได้กลับไปช่วย

เมื่อเห็นว่าจะ หวังพึ่งหลิวปังคงไม่ได้แล้ว หยูจีจึงขอแยกตัวไปหาเซี่ยงอวี๋โดยมีทหาร คนสนิทของหลิว–ปังคุ้มกัน แต่ระหว่างทางถูกทหารฉินซุ่มโจมตี เป็นเหตุให้นางถูกจับตัวส่งไปเมืองเสียนหยาง

ทางด้านเซี่ยงอวี๋ หลังจากพยายามโจมตีเมืองจี้หยวนอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ก็สามารถเอาชนะได้ในที่สุด แต่เมื่อทราบว่าทหารฉินจับตัวนางหยูจีภรรยาของตนไป เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งทหารไล่ตามฆ่า ทหารฉินที่ทัพแตกอย่างไม่ปรานี ว่ากันว่าทหารฉินถูกฆ่าโหดในครั้งนั้นไม่น้อยกว่า 2 แสนนาย ความแค้นของเซี่ยงอวี๋นั้นรุนแรงมากถึงขั้นให้ฆ่าแบบเผาหรือฝังทั้งเป็น ชื่อเสียงของเซี่ยงอวี๋ในเรื่องความโหดเหี้ยมกลายเป็นที่เล่าลือกันไปทั่วปฐพี
การต่อสู้บนหลังม้าของนักรบในยุคนั้น.

การต่อสู้บนหลังม้าของนักรบในยุคนั้น.


หลิวปังอาศัยจังหวะเวลานั้นเองรีบรุกเข้าโจมตีเมืองเสียนหยาง ที่ภายในกำลังระส่ำระสายหนักเพราะฮ่องเต้บริหารงานไม่เป็น แถมติดสุขอย่างโงหัวไม่ขึ้น ในช่วงคับขันฮ่องเต้หูไห่ก็ถูกลอบปลงพระชนม์โดยขันทีเจ้าเกา แล้วสถาปนา เจ้าชายจื่ออิง ขึ้นนั่งบัลลังก์แทน แต่เจ้าเกาก็ถูกเจ้าชายองค์เดียวกันนี้สังหารในที่สุดแล้วก็ยอมจำนนยกเมืองเสียนหยางให้หลิวปัง

หลังจากรวบรวมกำลังพลแล้วเซี่ยงอวี๋ก็ยกทัพไปตั้งค่ายอยู่นอกเมืองเสียนหยาง หลิวปังจึงออกไปพบกับเซี่ยงอวี๋พร้อมกับบอกว่าจะยกทรัพย์สมบัติในเมืองเสียนหยางให้ทั้งหมด เพื่อเป็นการขอโทษที่ตนยกทัพไปตีเมืองเสียนหยางก่อน ฝ่ายคนของเซี่ยงอวี๋ไม่พอใจหลิวปังอยู่แล้ว จึงวางแผนสังหารหลิวปัง โดยจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันที่ค่าย แผนการคือ ระหว่างงานเลี้ยงให้ยอดฝีมือออกมาร่ายรำโชว์ลีลาเพลงกระบี่ แล้วหาจังหวะสังหารหลิวปังเสียโดยทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ แต่หลิวปังก็รอดชีวิตไปด้วยการช่วยเหลือของทหารคนสนิทที่ติดตามไปด้วย

ถึงกระนั้นก็ตาม หลิวปังยังทำเป็นอ่อนน้อมต่อเซี่ยงอวี๋เช่นเดิม ในขณะที่เซี่ยงอวี๋ก็เหมือนถูกผีสิงอีกครั้ง เมื่อนางหลี่จื้อภรรยาของหลิวปังไปบอกว่าหยูจีที่ถูกจับมาเมืองเสียนหยางนั้นฆ่าตัวตายไปแล้ว เพราะถูกฮ่องเต้องค์ก่อนขืนใจ เซี่ยงอวี๋สั่งเผาพระราชวัง สั่งฆ่าทหารฉินที่ตกเป็นเชลยจนแทบหมดสิ้น แต่เมื่อได้ทราบจากขันทีว่านางหยูจียังมีชีวิตอยู่ในคุกใต้ดินในพระราชวัง เขาก็ฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยบรรดาผู้หญิงที่ถูกกักขังและนำภรรยาออกจากคุกได้สำเร็จ ความรักของเขาที่มีต่อนางกลายเป็นตำนานรักแท้ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจนถึงทุกวันนี้

ต่อมา หลิวปังตั้งตนขึ้นเป็น ฮั่นหวาง ปกครองอาณาจักรฉินเดิมทั้งหมด แต่ก็มีคนหนึ่งละที่ไม่ยอมศิโรราบให้แน่ๆ นั่นคือ เซี่ยงอวี๋ หรือซีฉู่ป้าหวาง (สำเนียงจีนแต้จิ๋วออกเสียง ว่า ไซฌอปาอ๋อง)
การสัประยุทธ์อันดุเดือดของเซี่ยงอวี๋

การสัประยุทธ์อันดุเดือดของเซี่ยงอวี๋


การสู้รบกันระหว่างกองทัพของเซี่ยงอวี๋ซึ่งต้องการสร้างรัฐฉู่ขึ้นใหม่ กับฝ่ายฮั่นของหลิวปังนั้นดำเนินมาเป็นเวลาถึง 4 ปี การศึกในช่วงนั้นเป็นที่รู้จักในชื่อว่า สงครามฉู่ฮั่น ผลัดกัน แพ้ผลัดกันชนะหลายต่อหลายครั้ง แต่ภายหลังฝ่ายฮั่นได้กุนซือและแม่ทัพฝีมือดีไปช่วยหลายคน จึงเป็นฝ่ายมีชัยในที่สุด ศึกครั้งสุดท้ายนั้น กองทัพจำนวนหลายแสนของฮั่นปิดล้อมทัพของฉู่ เซี่ยงอวี๋แม่ทัพฉู่ตัดสินใจฝ่าวงล้อมออกไป แต่ก็ไปจนมุมที่ริมฝั่งแม่น้ำสายหนึ่ง วิญญาณนักรบวัย 30 ปีที่ไม่ยอมเป็นผู้แพ้ ทำให้เขาตัดสินใจเชือดคอฆ่าตัวตายในที่สุด

วีรกรรมอันลือลั่นจากการสู่รบและยอมตายไม่ยอมสยบของเซี่ยงอวี๋นั้น เล่าขานกันมาจนชั่วลูกชั่วหลาน สร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นซีรีส์ทางทีวีก็มากมาย ตอนนี้ก็มี DVD เรื่อง “White Vengeance ฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น” กับเรื่องราวการขับเคี่ยวในสงครามของ 2 พี่น้องร่วมสาบาน จากหน้าประวัติศาสตร์อันเป็นตำนานของแผ่นดินมังกร

ภายหลังจากเซี่ยงอวี๋สิ้นชีพไปแล้ว เมื่อฝ่ายต่อต้านหมดผู้นำ แผ่นดินจีนก็กลับมาเป็นหนึ่งอีกครั้ง ฮั่นหวางหรือหลิวปังก็สถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ชื่อ ฮั่นเกาจูฮ่องเต้ เป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ฮั่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


โดย ลุงดำ และ ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

หน้า 3

วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลสำรวจผู้ใช้งาน 'อี-บุ๊ก' ชอบอ่านนิยายอีโรติก

Pic_263347

ผลสำรวจผู้ใช้งานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ พบจำนวน 1 ใน 3 ชอบอ่านนิยายอีโรติก เพราะมั่นใจว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ ขณะที่ส่วนใหญ่แสร้งนำหนังสือความรู้ขึ้นชั้นวางให้คนอื่นเห็น แต่ไม่ได้อ่านจริง...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 25 พ.ค. ว่า ผู้ใช้งาน "อี-บุ๊ก" จำนวน 1 ใน 3 หรือราว 34 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่า ใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อ่านนวนิยายอีโรติกวาบหวาม เนื่องจากมั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้

ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าว สอบถามจากชาวอังกฤษ จำนวน 1,863 คน โดยจำนวนมากที่สุด 57 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าแอบอ่านวรรณกรรมแฟนตาซีวัยใส "แฮร์รี่ พอตเตอร์" เนื่องจากเกรงผู้อื่นแซว ขณะที่จำนวน 26 เปอร์เซ็นต์ แสร้งทำเป็นชอบอ่านหนังสือแนวไซ-ไฟ เป็นประจำ

ก่อนหน้านี้มีการเผยว่านักอ่านชาวอังกฤษ เขินอายเกินกว่าจะเปิดเผยความจริงว่าพวกเขากำลังอ่านอะไรอยู่บ้าง โดยจำนวน 71 เปอร์เซ็นต์ ของหนังสือที่ปรากฏอยู่ในชั้นวาง จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวประวัติ การเมือง วรรณกรรมทั่วไป แต่ผลสำรวจชี้ว่ามีเพียง 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อ่านหนังสือดังกล่าว ส่วนอี-บุ๊กยอดนิยมนั้นเป็นเรื่องราวสยองขวัญ สืบสวนสอบสวน ตามด้วยโรแมนติก ขำขัน และแฟนตาซี ขณะที่ 1 ใน 10 ยอมรับว่าไม่เคยอ่านหนังสือที่โชว์อยู่บนชั้นวางเลย.


หน้า 4

วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มาดูกับมาดาม : ไขปริศนาเจ้าหญิงในตำนาน ตอนที่1 (เมื่อเจ้าหญิงในตำนานออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง)

Pic_263351

“A dream is a wish your heart makes, when you’re fast asleep.
In dreams you lose your heartaches, whatever you wish for, you keep.
Have faith in your dreams and someday your rainbow will come smiling thru.
No matter how your heart is grieving, if you keep on believing,
the dream that you wish will come true.”

“ความฝันเป็นความปรารถนาที่หัวใจสร้างขึ้นเวลาที่คุณหลับ
ในความฝันคุณจะไม่ผิดหวัง ไม่ว่าคุณปรารถนาสิ่งใดก็จะสมหวัง
มีศรัทธาในความฝันของคุณแล้วสักวันหนึ่ง...สายรุ้งของคุณก็จะหันมายิ้มให้
ไม่ว่าหัวใจของคุณจะเศร้าโศกแค่ไหน ถ้าคุณยังเชื่อมั่น
ความฝันที่คุณปรารถนาก็จะเป็นจริง”

เพลง “A Dream is a Wish Your Heart Makes” จากเรื่อง “ซินเดอเรลล่า” (1950)

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน มาดามมาแล้วค่ะ...มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ

เห็นเหล่าบรรดาคู่รักทั้งในและนอกวงการบันเทิงแห่กันจัดงานแต่งงานกันในเดือนนี้กันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่งแล้วก็พลอยยินดีและมีความสุขไปกับพวกเขาด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่ 5 ของปี 2555 ซึ่งเขียนออกมาเป็นตัวเลขแล้วสวยหรือเพราะปีนี้เป็นปีมังกร ซึ่งหลายๆ คนเชื่อว่าเป็นปีมงคลที่เหมาะแก่การจัดพิธีแต่งงานก็ตาม มาดามก็ขอให้ทุกคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในทุกๆ วันที่มีกันและกันนะคะ

พูดถึงเรื่องของการแต่งงาน คงจะเป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดของสาวๆ หลายๆ คนเลยใช่ไหมคะ? ว่าแต่คุณๆ มีความฝันถึงงานแต่งงานหรือความรักกันอย่างไรบ้างคะ? วันนี้มาดามจะพาไปสำรวจตำนานเรื่องราวความโรแมนติกระดับตำนานกันค่ะ ที่ว่าเป็นระดับตำนานก็เพราะเป็นนิทานพื้นบ้านที่กลายมาเป็นเทพนิยายโรมานซ์สุดคลาสสิกที่ได้รับการดัดแปลงออกมาหลายต่อหลายเวอร์ชั่นในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย (เช่น ปลาบู่ทอง, นางสิบสอง, บ้านทรายทอง, ดาวพระศุกร์ และอีกหลายๆ เรื่อง) ซึ่งมาดามเชื่อว่าแทบจะทุกคนน่าจะทราบเรื่องราวกันดีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า (1950), สโนไวท์ (1937) หรือ เจ้าหญิงนิทรา (1959)

ตำนานไม่ตำนานก็ทิ้งมรดกชึ้นสำคัญเอาไว้เป็นชุดของเจ้าสาวหลายคนสมัยนี้ ที่ฟูฟ่องเหมือนลอยมาจากในเรื่องเลยทีเดียว และที่สำคัญธีมหลักของหลายๆ งานก็หนีไม่พ้นงานแต่งในเทพนิยายเหล่านี้แหละค่ะ...ก็(อาจจะ) เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตอะนะ ก็ว่ากันไป...เข้าเรื่องของเราดีกว่าค่ะ

Once upon a time...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

เรามาเริ่มการสำรวจกันที่ภาพยนตร์ล้อเลียนหรือที่ในแวดวงภาพยนตร์เรียกกันว่า Parody Film ซึ่งล้อเลียนเทพนิยายในตำนานอย่าง “Enchanted” (2007) หรือชื่อไทยแบบเพ้อๆ ว่า “ลิขิตรักข้ามเวลา” เรื่องราวของเจ้าหญิงหลงยุคที่จับพลัดจับผลูเข้ามาเดินอยู่ในนครนิวยอร์ก เมืองใหญ่ที่วุ่นวายและยุ่งเหยิงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก...จะเป็นอย่างไรเมื่อเจ้าหญิงทุกกระเบียดอย่างเธอต้องมาอยู่ในดินแดนแห่งอิสรภาพ ตัวช่วยก็ไม่มี แล้วเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?

Caption: ซินเดอเรลล่าออกมาจากจอแล้ว

ที่เริ่มที่เรื่องนี้ก่อนก็เพราะว่าเป็นเรื่องที่รวบรวมขนบและเค้าโครงเรื่องหลักของเทพนิยายพาฝันเอาไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ตัวละครหลัก (เจ้าหญิง เจ้าชาย แม่มด แม่เลี้ยง นางฟ้า ตัวช่วยที่เป็นสัตว์ต่างๆ สัตว์ร้าย ฯลฯ) เหตุการณ์สำคัญ (งานเต้นรำ การหาคู่ การตามล่าของแม่มด การถอนคำสาป) หรือแม้กระทั่งใจความสำคัญของทุกเทพนิยายอย่าง ความอิจฉาริษยา ความเกลียดชัง ความพาฝัน และที่ขาดไม่ได้ก็คือคุณค่าของความรักแท้ แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากบรรดาเทพนิยายต้นฉบับทั้งหลายก็คือ การตั้งคำถาม โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับความรัก...

Caption: วิธีไถ่ถอนคำสาปสุดคลาสสิกจากเรื่องเจ้าหญิงนิทรา

คำถามที่ว่าได้รับการถ่ายทอดด้วยการนำตัวละครในเทพนิยายให้ (บังเอิญ) เข้ามาใช้ชีวิตอยู่จริงในโลกของความเป็นจริง แล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง? ทั้งเวทมนตร์คาถา และการตัดสินใจของแต่ละตัวละครที่มีพื้นเพที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าความวุ่นวายจะต้องบังเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า พื้นเพที่แตกต่างกันนั้นได้รับการปรับแต่งและดัดแปลงให้แก้ไขเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน? โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหญิงของเราจะต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชายในฝัน” กับ “ผู้ชายในชีวิตจริง” (Prince Chraming vs. Mr.Right)

Caption: เจ้าหญิงในตำนานกับผู้ชายธรรมด๊าธรรมดา (นำแสดงโดยแพททริค เดมซี่)

เสน่ห์ของเรื่องนี้ก็อยู่ตรงที่การนำเรื่องราวและเหตุการณ์ที่ดูน่าจะมีเหตุมีผลที่สุด และเกิดขึ้นบ่อยๆ ในเทพนิยาย เช่น การพบรักกันอย่างปัจจุบันทันด่วนของเจ้าชายในฝันและเจ้าหญิงโฉมงาม การไล่ล่าเพราะความอิจฉาริษยาของแม่มดและแม่เลี้ยงใจร้าย งานเต้นรำ การถอนคำสาป (ด้วยการจูบ) และที่สำคัญตอนจบของเรื่องอันแสนหวานมาทำให้เกิดขึ้นจริงในโลกของความเป็นจริง แต่ก็เพราะโลกของจริงมันไม่ได้มีอะไรง่ายอย่างในฝันนี่แหละ เรื่องมันถึงได้วุ่นวาย

Caption: ตัวอย่างฉากล้อเลียน ภาพซ้ายจากเรื่องสโนไวท์ ภาพขวาจากเรื่องนางเงือกน้อย

ใครจะเป็นคนที่่เจ้าหล่อนเลือกนั้นคงจะลุ้นกันเองได้ แต่ประเด็นก็คือ “วิธีการ” เจ้าหญิงในตำนานของเราที่มีชีวิตอยู่ในความฝันมาตลอด (เจ้าหล่อนไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะแสดงความรู้สึกในด้านลบยังไง) จะเรียนรู้วิธีตามหาคนที่ใช่สำหรับเธอจริงๆ ได้อย่างไร อันนี้คงต้องไปหาดูกัน

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ มาดามจะพาไปไขปริศนากันต่อ ว่าอะไรทำให้เรื่องราวพาฝันในตำนานเหล่านี้ยังคงอยู่ในใจของใครหลายๆ คนจนถึงปัจจุบัน


“...And they all lived happily ever after...”
“...และพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป...”


มาดามอองทัวร์

ข้อมูลและภาพประกอบ: http://edsitement.neh.gov/, http://www.imdb.com/, http://www.thaigoodview.com/, http://www.guardian.co.uk/

หน้า 5

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลองมั้ย....ดูนิสัยคน จากตัวเลขวันเกิด

การทำนาย นิสัยจากตัวเลขเป็นตำราของฝรั่ง คิดขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทำนายนิสัยของคนที่เกิดในวันที่ต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่มด้วยกัน วิธีการจัดกลุ่ม คือถ้าวันเกิดเป็นเลขหลักเดียวอยู่แล้วก็ใช้ได้เลย ส่วนผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 10-31 ก็ ต้องนำตัวเลขตัวหน้ากับตัวหลังมาบวกกันให้เป็นเลขหลักเดียวเช่น ถ้าเกิดวันที่ 25 ก็ต้องนำเลข 2 บวกกับเลข 5 จะได้เท่ากับ 7 เป็นต้น แล้วนำตัวเลขไปอ่านคำทำนายต่อไปนี้

1. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1( ผู้ที่เกิดวันที่ 1, 10, 19, 28)
เป็นผู้ต้องการมีชีวิตแบบ ′ หมายเลขหนึ่ง ′ คือไม่อยากเป็นรองใครมีภาววิสัยเป็นผู้นำไม่ชอบเป็นผู้ตามคนเลข 1 นี้จะไม่ค่อยชอบทำงาน ราชการชอบที่จะก่อร่างสร้างตัวจากธุรกิจการงานของตนเองมากกว่าและก็จะทุ่มเทให้กับงานเต็มที่ด้านความ รัก จะเป็นคนรักเดียวใจ เดียวเสมอต้นเสมอปลายมั่นคงในความรักมาก ผู้ที่จะเป็น คนรู้ใจของ 1 ได้เหมาะสมที่สุด คือ ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 4 จะเป็นทั้งเพื่อน กายและเพื่อนใจคู่คิดคู่เคียง ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งส่วนบริวารที่จะเข้ากันได้กับ 1 ก็คือผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 2

2. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 2 ( ผู้ที่เกิดวันที่ 2, 11, 20, 29)
คนเลข 2 เป็นผู้ที่เหมาะแก่การเป็นยอดขุนพลคู่ใจของแม่ทัพเนื่องจากว่าบุคคลหมายเลข 2 นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถเป็นเยี่ยมในการจัดการ อย่างมีระบบมีความอดทนและเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน มักจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่างๆ ด้านความรักถ้าคน เลข 2 รักใครมักจะไม่ แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งอาจมีเพียงแววตาเท่านั้นที่พอจะบ่งบอกให้รู้ คนเลข 2 จะสามารถจดจำรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนรักได้อย่าง น่าอัศจรรย์และเมื่อรักใครแล้วก็มักจะอยากให้คนรักมีระเบียบเช่นเดียวกับตน และ บุคคลที่จะเข้าคู่กับคนเลข 2 ได้ดีคือบุคคลผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 7 คนเลข 2 จะสร้างความมั่นคงและสมบูรณ์พูนสุขให้กับครอบครัว อย่างยากที่จะมีใครเทียบได้จนบางครั้งอาจจะถึงรุ่นหลานเหลน

3. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 3( ผู้ที่เกิดวันที่ 3, 12, 21, 30)
คนเลข 3 เป็นผู้ตั้งเป้าหมายของชีวิตไว้สูงในขณะเดียวกันก็ชอบให้วิถีชีวิตเป็นไปตามทำนองคลองธรรมเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ และยึดมั่นในหลัก การ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีเป็นผู้ที่เข้ากับคนได้ง่าย ด้านความรัก คนเลข 3 จะทำตามกรอบธรรมเนียมประเพณีและ กติกาของสังคมจะ ไม่มีการแหกกฎหรือทำอะไรแผลงๆ ดำเนินการไปตามขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจีบจนถึงการแต่งงาน และเมื่อแต่งงานปัญหาเรื่องญาติพี่น้องของคนรักมักจะน้อยหรือไม่มีเลยทั้งนี้ก็เนื่องมาจากคุณสมบัติประจำตัวของคนเลข 3 ที่เข้ากับคนได้ง่ายนั่นเอง คู่ของคนเลข 3 ที่จะเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษคือผู้ที่มีหมายเลขประจำตัว 6 และ 9

4. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 4( ผู้ที่ เกิดวันที่ 4, 13, 22, 31)
คนเลข 4 เป็นผู้ที่มีสามัญสำนึกในเรื่องต่างๆ เป็นเยี่ยมตัดสินใจเรื่องใดมักจะไม่พลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือคนประกอบกับเป็นผู้ที่รู้เหตุ รู้ผล รู้จักคุณค่าของเงินทำให้สามารถตั้งหลักปักฐานได้รวดเร็วยิ่งกว่าผู้ใดเป็นผู้ที่บุคคลอื่นมักจะให้ความเชื่อถือ ยิ่งร่วมงานกับผู้ที่มีเลข ประจำตัวเป็น 1 ยิ่งส่งเสริมกันและกัน ด้านความรัก ถึงแม้คนเลข 4 จะไม่ใช่คนเจ้าชู้แต่มักจะมีคนมาแอบชอบหรือหลงรักทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าคนเลข 4 นอกจากจะเป็นผู้ที่มีฐานะดี แล้วยังมีปฏิภาณในการเดาใจผู้อื่นได้แม่นยำการทำให้ผู้ที่ติดต่อด้วยมีความนิยมและพอใจผู้ที่เป็นคู่รักจึงต้องทำใจให้หนักแน่นหน่อยคู่ที่เหมาะคือ ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 8

5. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 5 ( ผู้ที่เกิดวันที่ 5, 14, 23)
คนเลข 5 เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในธรรมชาติของคนเป็นอย่างดีเป็นพื้นฐานส่งเสริมให้มีความสามารถเป็นพิเศษทางด้านจิตวิทยาหรือการ บริหารงานบุคคลซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ต่ออาชีพการงานที่ต้องแนะแนวหรือให้คำปรึกษา เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมากจนบางครั้งแทบจะ ไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเลยเรื่องดวงยิ่งไม่สนใจ คนเลข 5 จะซ่อนอารมณ์ไว้ไม่แสดงออกจนกว่าจะถึงเวลาที่เขาหรือเธอตกลงปลงใจ แน่นอนแล้วแต่ ไม่ได้หมายความว่าไม่รักเพียงแต่เก็บไฟรักไว้และปลดปล่อยออกมาเมื่อถึงเวลาเท่านั้น คนเลข 5 จะเป็นกลางกับทุกกลุ่ม เลข ไม่เป็นพิเศษกับเลขประจำตัวใด แต่กลับไปผูกพันกับเวลาแทนโดยที่มักจะเกิดเหตุการณ์สำคัญในวันที่หรือเวลาที่เป็นเลข 10

6. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 6( ผู้ที่เกิดวันที่ 6, 15, 24)
คนเลข 6 เป็นคนง่ายๆ ไม่ค่อยมีพิธีรีตองเป็นผู้ที่มีอารมณ์ดีอยู่เสมอ ไม่ชอบฝ่าฝืนระเบียบหรือกฎเกณฑ์เป็นคนพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ จึงไม่ค่อย จะทะเยอทะยานไขว่คว้าหาตำแหน่ง ดูผ่านๆคนทั่ว ไปจะเห็นว่าคนเลข 6 ไม่มีความก้าวหน้ าแต่ในความจริงแล้ว ถ้าคนเลข 6 ได้ทำงาน ที่ตนชอบก็จะทุ่มเทและสามารถรุ่งเรืองได้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่หาผู้เปรียบได้ยากแต่ไม่ใช่ในฐานะนักบริหารแสวงหาความสุขความพอ ใจมากกว่าจะคำนึงถึงเงินจึงมักใช้จ่ายเงินอย่างง่ายๆ ไม่ค่อยเก็บสะสมด้านความรัก คู่ของคน เลข 6 ไม่สามารถจะเก็บเขาหรือเธอไว้ เป็นของท่านเพียงคนเดียวเพราะคนเลข 6 เป็นผู้ที่ชอบสังคมวิธีที่ดีที่สุดคือท่านควรไปกับคู่ของท่านด้วยเพื่อนหรือบริวารของคนเลข 6 คือผู้ที่ มีเลขประจำตัวเป็น 3 กับ 9 และถ้าสังเกตดูจะพบว่าสิ่งที่คนเลข 6 ได้ครอบครองมักจะมีเลขสามตัวนี้เกี่ยวข้อง คือ 3, 6 และ 9

7. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 7( ผู้ที่เกิดวันที่ 7, 16, 25)
คนเลข 7 แม้ว่าจะเป็นผู้ที่มีอารมณ์แปรปรวนไม่ค่อยแน่นอน บางครั้งเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งแต่บางครั้งอ่อนไหว แต่ก็เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ง่ายและชอบคนที่จริงใจตอบ ชอบแสวงหาประสบการณ์ ความเร้าใจ จึงมักจะพาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับกามารมณ์ การพนัน และสิ่งเสพติด อย่างเลี่ยงไม่พ้น แต่ก็จะเป็นคนทันคน ยากที่จะถูกใครหลอก มีแต่จะหลอกคนอื่นเขา ด้านความรัก รูปลักษณะภายนอกของคนเลข 7 มักจะ เป็นที่ สะดุดตา มีเสน่ห์ และโดยที่คนเลข 7 เห็นว่าเรื่องความรักและกามารมณ์เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคิดจะรักกับคนเลขนี้ ต้องทำใจกับ เรื่องดังกล่าวตามตำรากล่าวไว้ว่า คนเลข 7 มักจะแพ้ทางคนที่มีเลขประจำตัวเป็นเลข 2 คู่ที่เป็นคนเลข 2 จึงพอจะอยู่ ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

8. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 8( ผู้ที่เกิดวันที่ 8, 17, 26)

คนเลข 8 เป็นผู้ที่ มีไหวพริบสูง สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง มีวาทศิลป์เป็นเลิศสามารถเจรจา โน้มน้าวจูงใจคนได้ดี แต่มักมี อารมณ์ไม่คงเส้นคงวา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตั้งเป้า หมายชีวิตไว้สูงและชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย ทำให้วิถีชีวิตของคนเลขนี้ค่อน ข้างผาด โผน อาจขึ้นสูงสุดและตกลงมาต่ำสุดได้บ่อยๆ แต่คนเลข 8 เป็นผู้ที่มีความ ทรหดอดทน พยายามต่อสู้กับอุปสรรคให้ถึงที่สุด ซึ่งส่วนมากมักจะ ชนะเสีย ด้วย ด้านความรัก คนที่คิดจะมาเป็นคู่ของคนเลข 8 ถ้าต้องการให้คนเลข 8 สนใจ จะต้องเป็นผู้ที่มีความเด่นเป็นพิเศษ ไม่ทาง ใดก็ทางหนึ่ง เพราะคนเลข 8 ชอบอะไรที่สูงกว่ามาตรฐานและสามารถสนับสนุนเป้าหมาย ของเขาได้ นอกจากนี้ยังต้องแสดงให้คนเลข 8 เห็นว่าท่านเข้าใจธรรมชาติของเขา ยอมรับและได้เตรียมตัวเตรียมใจ รับการเปลี่ยนแปลงทุกสถานการณ์ ถ้าทำได้ดังที่กล่าวมาจะสร้าง ความประทับใจให้แก่ คนเลข 8 ได้มาก คนเลข 8 มักจะสมพงศ์กับผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1 และ 4

9. ผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 9 ( ผู้ที่เกิดวันที่ 9, 18, 27)

คนเลข 9 เป็นคนรักธรรมชาติชอบสันโดษ เอางานเอา การ ค่อนข้างสุภาพและขี้อาย ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยากให้ผู้อื่นมาพึ่งพิงจึงมักเห็นคน เลขนี้เป็นครูหรือนักบวช หรืองานสนับสนุนที่ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับใครด้านความรัก คนเลข 9 ต้องการเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองจะไม่ชอบคนที่ เอะอะเอ็ด ตะโร หรือแข็งกระด้าง ชอบคนที่นุ่มนวล อ่อนโยน และเป็นช้างเท้าหลัง(หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงว่าเป็น) และเป็นคนโร แมนติก ร้อนแรงเมื่อถึงเวลา จนอาจทำให้ท่านประหลาดใจ เพื่อนหรือบริวารที่เข้ากันได้ดีคือผู้ที่มีเลขประจำตัวเป็น 1

ขอบคุณข้อมูลจาก จอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์

 

หน้า 6

วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หาดูยาก! ภาพเด็ด! 'เลดี้ กาก้า' วัยยังละอ่อน

Pic_263720

คอนเสิร์ตจบ! อารมณ์คนดูยังไม่จบ! ยังคุกรุ่นหวนระลึกกันอยู่ ถึงลีลาแซ่บๆ สุดซี๊ดของ เลดี้ กาก้า ที่นำโชว์สุดอลังการมาให้เหล่าลิตเติ้ลมอนสเตอร์ไทย

ทุกคนย่อมมีอดีต ที่ส่งผลถึงปัจจุบันและอนาคต เลดี้ กาก้า ก็เช่นกัน ย้อนไปวัยแตกเนื้อสาว ราวปี 2005 วันวานเธอยังเป็น สเตฟานี เจอร์มาน็อตตา ดูลีลาการเลื้อยบนเปียโนแล้วต้องบอกว่าหล่อนมีเชื้อซ่อนแซ่บไว้นานแล้ว แต่ก็ยังซ่าส์ไม่แรง เป็นหญิงสาวธรรมดาๆ วันนี้ทุกคนค่อนโลกต่างรู้จักดีกว่าเธอคือเลดี้ กาก้า ช่างกล้า หญิงสาวที่มีคนชื่นชอบและชิงชัยไปพร้อมๆ กัน ด้วยลีลาการโชว์ชวนอึ้ง การแต่งกายแบบสุดๆ อันมีเอกลักษณ์ทิ่มตา การพูดจาที่ชวนให้ขำและขบคิด

บันเทิง-ไทยรัฐออนไลน์ เชื่อแน่ว่าไฟในการทำงานเรื่องเพลงของกาก้ายังไม่หมด ตรงกันข้ามน่าจะยังลุกโชนเจิดจรัสอีกหลายปี เพราะเธอได้รับกำลังใจมหาศาลจากเหล่าลิตเติ้ลมอนสเตอร์ค่อนโลก ที่เธอไปเปิดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์มาในปีนี้ ปีหน้าคาดว่าจะคลอดอัลบั้มใหม่ สนุกดีออกเมื่อนึกว่ากาก้าจะนำอะไรแปลกๆ เหวอๆ มากำนัลแก่เราให้ได้เม้าท์มอยเล่นๆ ต้องมาลุ้นเล็กๆ ว่ากาก้าจะมาโชว์เปรี้ยวแตกที่เมืองไทยอีกหรือไม่? ดั่งคำพูดจากใจที่เธอเคยกล่าวอ้อนทิ้งท้าย ถึงเหล่าลิตเติ้ลมอสเตอร์เอาไว้ว่า อยากจะกลับมาที่ไทยอีก.

Twitter@kongugrit

ภาพ : Malgorzata Saniewska

ภาพ : Malgorzata Saniewska

หน้า 7

วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บินไนจีเรียชนตึกร่วงกลางเมือง ดับยกลำกว่า 150 ศพ

Pic_265630

เครื่องบินโดยสาร “ดานา แอร์” ของไนจีเรีย ประสบอุบัติเหตุตกด้วยการพุ่งชนตึก กลางย่านการค้า ในนครลากอส คาดดับยกลำ 153 คน ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานด่วนเมื่อวันอาทิตย์ 3 มิ.ย. เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารของสายกาบินเอกชน “ดานา แอร์” ของไนจีเรีย ประสบเหตุตกกลางย่านการค้า ถิ่นพำนักอาศัยหนาแน่นของประชากรในนครลากอส อดีตเมืองหลวงไนจีเรีย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุเชื่อว่า ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินทั้งหมด 153 คน เสียชีวิตทั้งหมด

ข่าวแจ้งว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินในนครลากอส มุ่งหน้่าสู่กรุงอาบูจา เมืองหลวงใหม่ แต่ประสบเหตุพุ่งชนอาคารสูง 2 ชั้น ในย่านผู้คนพักอาศัยหนาแน่น ทำให้เครื่องบินระเบิดและเกิดไฟลุกไหมอย่างรุนแรงบริเวณอาคารที่ถูกเครื่องบินพุ่งชน

ทั้งนี้ พื้นที่นครลอกอสเป็นย่านการค้าสำคัญของประเทศ มีประชากรพำนักอยู่มากราว 15 ล้านคน ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทางการไนจีเรียยังไม่สรุปสาเหตุเครื่องบินตก ทั้งยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตภาคพื้นดินมีจำนวนเท่าใด

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เครื่องบินตก ระบุเห็นเครื่องบินร่อนลงต่ำ ก่อนพุ่งชนตึกและได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ตามด้วยเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากอาคารดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่สายการบินดานา ยืนยันเหตุเครื่องบินตก โดยระบุเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของสายการบินขาดการติดต่อ หลังทะยานขึ้นบินจากสนามบินนครลากอส โดยเครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร 147 คน

ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยงานการบินพลเรือนของไนจีเรีย เปิดเผยในเวลาต่อมา ระบุเครื่องบินโดยสารลำดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงอาบูจามุ่งสู่นครลากอส มิใช่เดินทางจากนครลากอสมุ่งสู่กรุงอาบูจา ตามที่มีรายงานข่าวเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้่โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินลำดังกล่าวยังคลุมเครืออยู่ระหว่าง 147-153 คน

ส่วนประวัติสายการบินดานา แอร์ เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อเดือนพ.ย.ปี 2541 ปัจจุบันได้รับการยอมรับขึ้นชั้นเป็นสายการบินดีเยี่ยมอันดับต้นๆ ของประเทศ ใช้เครื่องบินส่วนใหญ่คือ เอ็มดี-83 มีเที่ยวบินทุกวันมากกว่า 27 เที่ยวบิน เดินทางไปยังเมืองต่างๆ ตั้งแต่กรุงอาบูจา เมืองคาลาบาร์ นครลากอส เมืองท่าฮาร์คอร์ต และเมืองอูโย.

หน้า 8

วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

'เขื่อนแตก คลิปสตาร์จะหลุด ผมเสื้อแดง...' เปิดบ้าน โหรมหาเศรษฐี 'ลักษณ์ ฟันธง'!

Pic_265134

ในวัย 41 ปี รูปร่าง การเคลื่อนไหว คล้ายจะเชื่องช้า แต่ขณะที่ลีลาภาษา ลูกล่อ ลูกชนสไตล์ฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ ยังคงดุดันเป็นคนเดิมที่หลายคนรู้จัก...!

“นานแล้วที่ผมไม่ให้สัมภาษณ์แบบนี้ เพราะเคยเสียความรู้สึกกับ “ดิฉัน” แม้คนเขียนจะโทรมาขอโทษ แต่ไม่มีประโยชน์อะไร ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทำให้ผมระมัดระวังตัวในการให้สัมภาษณ์มากขึ้น”

จึงไม่แปลกที่ระยะหลังจะเห็นเครื่องอัดเสียงวางเป็นอาวุธข้างกาย ขณะให้เขาให้สัมภาษณ์สื่อ ภาษา “ลักษณ์” เรียกว่ามีเอาไว้กันเหนียว กันสื่อบิดเบือน

ในวันที่หมอดูเกลื่อนกลาดมากมาย ไทยรัฐออนไลน์สัมภาษณ์โหรชื่อดังเบอร์ต้นๆ ของไทย หมอดูที่กุมความลับของคนในวงการการเมือง - วงการบันเทิงมากมาย

“ผมฟันธงกับไทยรัฐออนไลน์ที่แรกว่าเห็นเพราะเห็นกับตาว่าไม่นานจะมีคลิปลับซุปเปอร์สตาร์สาวช่องมากสี กับแฟนหนุ่มจะหลุด และผมฟันธงว่าจะมีข่าวนักร้องชื่อดังตัวอักษรย่อ อ.อ่าง ที่ทั้งขายและเล่นยาฉาวโฉ่ขึ้นมา”

คุยไปยันกระทั่งเรื่องข้อครหาวิชาหมอดูเสื่อม เรื่องหากินกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปยันเรื่องข้อกล่าวหาว่าเป็นเกย์ และเรื่องเซ็กซ์ฉบับฟันธง พร้อมกับถาม และเขาตอบแบบแรงๆ ชนิดหมดเปลือกครั้งแรกในรอบ 5 ปีและแนะนำว่า ถ้าอยากจะได้อารมณ์ทวีคูณให้ชมวิดีโอออนเน็ตของไทยรัฐออนไลน์สะใจแน่นอน…!!

เมื่อ ฟันธง มนต์เสื่อม…!

“ผมไม่รับดูดวงรายตัวมา 4 ปี...” หมอลักษณ์ยอมรับว่าเลิกเพราะ เบื่อ ดูมา 21 ปี เห็นดวงคนมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่คนที่อยู่ในวัยแห่งความมั่นคง ทั้งหน้าที่การงาน และการเงิน คือการทำบุญ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ระยะหลังๆ จะเห็นภาพการทำบุญ สร้างวัด วิหาร สร้างพระ มากมายกว่าการดูดวง...!

“เสื่อมหรือไม่ต้องไปถามแฟนประจำศึก 12 ราศี เอาง่ายๆ สมัยก่อนผมจัดการไหว้พระทำบุญปี 40-50 มีคนร่วม 3-4 พันคนก็หรูแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ประกาศในศึก 12 ราศี คนมา 7-8 หมื่น แบบนี้เรียกเรตติ้งลงไหม แต่ถ้าบอกว่าตกเพราะไม่เห็นผมออกสื่อถี่เหมือนก่อนก็แล้วแต่จะคิด แต่ผมไม่มีพีอาร์ ไม่เคยส่งข่าว อย่างที่บอกที่คิดว่าหายหน้าไปอาจจะเป็นเพราะผมหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์แบบล่อแหลม ถามว่าเมื่อก่อนทำไมให้สัมภาษณ์ได้ สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แล้วคนที่อยู่ในวัฏจักรมา 21 ปี ก็ต้องรู้จักปรับตัวบ้าง ถ้ายังทำเดิมๆ ที่เคยทำมาก็จัญไรคนแล้ว ไม่น่านับถือแล้ว”

ตกลงคิดว่ายังดูดวงแม่นเหมือนเดิมไหม...? “เท่าที่ผมดูดวงตัวเองมันก็มีทุกข์-สุขสลับกันไป แต่ถ้าย้อนไปดูคำทำนายเช่น เต๋า-นัท, บุ๋ม-วี, นิโคล-แมว ไม่ใช่คู่กัน คนก็ด่าผมจนจิตตก แต่สุดท้ายพอเลิกทุกคู่ ก้นบึ้งหนึ่งในหัวใจมันร้องสะใจ “เห็นไหมแม่งไม่ฟังกู” ซึ่งส่วนใหญ่จะแม่น ผมอยากจะบอกว่า หนังชีวิตเรื่องยาวคนที่อยากด่าผมต้องดูดีๆ”

“7 ปี จากนี้ จะตายแบบฉับพลัน ฟันธง...!

ข้างต้น เป็นอีกหนึ่งประเด็นใหญ่ที่คนให้ความสนใจ สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ วันนี้ยังยืนยันวันตายแบบนั้นหรือเปล่า...??

“ยืนยัน เรื่องนี้ผมไม่ได้สร้างกระแสเพราะพูดมาตั้งนาน อ.จรัญ พิกุล ท่านเคยทำนายเอาไว้ว่าผมจะตายแบบฉับพลันตอนอายุ 48 ซึ่งผมก็ยังเชื่อแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ซีเรียสหรือกลัวอะไร เพราะว่าบุญผมก็ทำสะสมมานานและก็สะสมไปเรื่อยๆ ที่เหลือ อยากกินอะไรก็กินอาหารมื้อห้าพัน หมื่นหนึ่งกินได้ไม่เดือดร้อน เงิน ทองคำ พระก็มีเก็บไว้บ้าง บริษัท 4 แห่งก็ยกให้ลูกน้อง ผมเป็นที่ปรึกษา ขนาดผมจะใช้เงินไปทำบุญก็ยังต้องประชุมกรรมการแจ้งกับบรรดาลูกน้องเลย (หัวเราะ)”

ชีวิตรัก ชีวิตลักษณ์ ผมชอบเกย์...?

เรื่องครอบครัว เรื่องรสนิยมทางเพศหลายคนสงสัยและไม่เคยได้ยิน หมอลักษณ์พูดเรื่องนี้กับไทยรัฐออนไลน์ที่แรกๆ ว่า ในชีวิตเคยมีแฟนมาเพียงคนเดียว และไม่ใช่เกย์แบบที่หลายคนคิด “ดวงผมมีแฟนวิชาจะเสื่อม หรือมีก็จะต้องปกปิดดวงเป็นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ไม่เคยมี ในชีวิตผมมีแฟนหนึ่งคน (ปัจจุบันเสียชีวิต) วันหนึ่งเขาบอกว่ารักผมเหมือนพี่ชาย และก็ไปแต่งงานกับผู้ชายที่แย่มาก ไม่ดูแล ทิ้งลูกไปมีเมียน้อย วันไปเผาศพผมอธิษฐานว่า พี่ไม่เสียใจที่ไม่ได้เลือกพี่ แต่เสียใจที่เธอเลือกคนที่มาเป็นคู่ชีวิตไม่ได้ดีกว่าพี่ เกิดชาติหน้าฉันใดอย่าได้เจอกันอีกเลย” นี่เป็นรักแรกและรักเดียว

ลักษณ์ บอกว่า ณ วันนี้ มุมมองความรักกลับเปลี่ยนในอีกบริบทหนึ่งบางทีตนก็มองคนรอบตัวที่ไม่มีครอบครัวที่ช่วยงานกันมา อาจจะไม่ใช่ความสัมพันธ์เป็นคู่รักแบบหนุ่ม-สาว แต่รู้สึกว่าลูกน้องคนร่วมงานรอบตัว สำคัญยิ่งกว่าคนรักด้วยซ้ำไป มันเป็นความรักรูปแบบของคนผ่านชีวิตมา

“ถามว่าเริ่มรักลูกน้องในออฟฟิศหรือไม่ ผมก็ไม่รู้นะ แต่ก็เริ่มมองคนใกล้ๆ ตัวคนที่เขาอยู่กับเราดีกับเรามานาน เพราะรักของผมวันนี้ไม่ได้รักแบบกระสัน กระเหี้ยนกระหือรือ ผมไม่มีอารมณ์ตรงนั้นแล้วไง”

เซ็กซ์ ซู่ซ่า ฉบับฟันธง…!

ไม่ได้หมายถึงในวัย 41 ปี จะบอกว่าหมดน้ำยา วันนี้คุณยังเตะปี๊บดังไหม…? เขาหัวเราะดัง และว่า เรื่องนี้มันไม่สำคัญมาเกิน 5 ปีแล้ว

“บอกตรงๆ ตั้งแต่ 35 เรื่องแบบนี้ก็ลดน้อยถอยพลังความกระเหี้ยนกระหือรือในระดับต้องการ มันหายไปเพราะหนี้สินจตุคาม (50 ล้าน) เหมือนเดินชนรถ 10 ล้อ ฉะนั้นการที่ไปร่วมรักมันต้องไม่ใช่แค่เห็นหน้า-อกแล้วกระสัน มันต้องเกิดจากอินเนอร์ข้างใน”

วัลเณซ่า เมืองโคตร สาวในสเปก…!

ณฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโคตร มิสไทยแลนด์เวิลด์คนปัจจุบัน คือ สาวตามสเปกที่หมอลักษณ์เรียกว่าใช่เลย…?

“นอกจากรูปร่างหน้าตาที่สวยแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ทางความคิดมาก ผมอ่านบทสัมภาษณ์เธอบอกว่าไม่มีแฟน อยู่กับตัวเองก็ได้ แล้วที่สำคัญยังธรรมะด้วย แม้เธอไม่ได้พูด “แต่ผมว่าเธอต้องมีความเร่าร้อนมากกว่าธรรมดา แต่ยังหาคนที่มาตอบสนอง” หรือเข้าใจเธอไม่ได้ ผมไม่ได้จีบเขาออกอากาศ แต่กำลังจะบอกว่าถ้าผมจะต้องเริ่มต้นกับใครอีกครั้ง มันต้องเริ่มต้นจากความรู้สึกแบบนี้”

ส่วนครหาที่ว่าเป็นเกย์นั้น เขาบอกว่าไม่จริง ตนเป็นแมน 100 % แม้ส่วนตัวจะชอบแอ็กติ้งชอบแอบดูความสนุกของเกย์ตอนเรียนยังแอบมองความสนุกของเพศที่ 3 บ่อยๆ เพราะชื่นชอบ ชอบไม่ได้หมายความว่าอยากเป็น ที่สำคัญผมไม่ได้มีรสนิยมหรือเคยโดนชายใดเข้าประตูหลัง หรือ เคยเข้าประตูหลังชายไหนแต่อย่างใด

ถามแรง หมอลักษณ์ตอบตรง ฟันธงกระจาย..!

มาถึงหัวข้อนี้เป็นคำถามใหญ่ เพราะการที่อยู่มาในวงการโหรได้ถึง 21 ปี หมอลักษณ์มีเรื่องราวและคำครหา ข่าวลือต่างๆ มากมายที่หลายคนสงสัย เราบอกเขาว่าอยากจะถามแรง เขาก็บอกว่าจะตอบตรงๆ ด้วยเกียรติลูกผู้ชายแน่นอน...!

Q : คุณเป็นโหรเสื้อแดง…?

A : มีความคิดทางการเมืองและในการเลือกตั้งมาในโหมดของพรรคเพื่อไทยจริงๆ ผมเคยเลือกพรรคปชป.แค่ครั้งเดียวในชีวิต ผมชอบพรรคนี้เพราะชอบอุดมการณ์ผู้นำ ที่มันตรงกับสันดานผม เลือกประชากรไทยเพราะชอบความโผงผางของคุณสมัคร ชอบไทยรักไทยผมชอบบุคลิกของทักษิณ ชอบนโยบาย แต่หลายเรื่องในชีวิตก็ต้องต่อสู้กันไปผมไม่แก้ต่างแทน แต่ก็เป็นจริงถ้าคนจะคิด (หมายถึงเป็นเสื้อแดง)แบบนั้น

Q : 19 ก.ย.49 คุณให้ฤกษ์ต้านปฏิวัติ

A : บอกแบบนี้ ผมรู้ว่า 19 ก.ย.49 เขาจะปฏิวัติ และเคยทำจดหมายอัด CD คำทำนายถึงอดีตนายกฯ ว่าจะมีการปฏิวัติจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่เท่านี้ๆ ซึ่งไม่ผิดพลาดเลย โดยจดหมายและอัดเป็นเสียงคำทำนายให้ส่งผ่านน้องสาว ที่มาดูดวงกับผมประจำ ครั้งนั้นมีแมสเซนเจอร์มารับชัดเจน ในนั้นผมบอกว่าให้ระวังในช่วง 1 สัปดาห์มีเหตุแน่ แต่ท่านไม่เชื่อ

Q : เรื่องคลิปดารานักร้องหลุดที่คุณทายเอาไว้ถูกอย่างแม่นยำ หลายคนเชื่อว่าคุณเห็น หรือรู้ข้อมูลอินไซด์มาก่อน และรับสมอ้างเรียกกระแสก่อนเอามาทาย..?

A : (นิ่งคิด) บอกแบบนี้ ผมเคยเห็นคลิปและรู้เรื่องราวของคลิปแบบว่าใช่แน่นอน แต่ไม่ใช่คลิปนักร้องค่ายใหญ่ย่านอโศกแบบที่เป็นข่าว “แต่ผมเห็นคลิป ของดาราซุปเปอร์สตาร์เมืองไทยมีอะไรกับแฟนกับตา เป็นดาราช่องมากสี ที่ฟังชื่อแล้วต้องสะดุ้ง ในคลิปมีกระทั่งว่าใส่ชุดว่ายน้ำไปว่ายน้ำในสระ แล้วเข้ามาที่ห้องถอดชุดว่ายน้ำและเล้าโลมกันแล้วก็มีอะไรกัน ซึ่งเรื่องนี้เธอเองก็รู้ อยู่ที่ว่าจะหลุดเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ส่วนคลิปดารานักร้องแม่ม่าย ตัวย่อ ม.ที่ออกมาเป็นข่าวผมไม่รู้ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับอีกคน ผมพูดได้แค่นั้น

Q : ประเด็นคำทำนายนักร้องชื่อดังพี้ยาเสพติดที่คุณออกมาเตือน และอีกไม่นาน เสก โลโซ ก็มีข่าวฉาวโฉ่เรื่องนี้ คุณรู้มาก่อนไหม..?


A : นี่ก็เช่นกัน นักร้องที่ผมทายไม่ใช่คนที่ออกมายอมรับ แต่เรื่องนี้เป็นของ นักร้องตัวอักษรย่อ อ.อ่าง ของค่ายดังอีกค่ายหนึ่งโดนจับข้อหาเสพและจำหน่ายยาเสพติด แล้วคนที่ใกล้ชิดก็เอาดวงเขามาให้ดูว่าจะรอดคุกไหม ผมรู้จึงต้องออกมาต้องมาเตือนผ่านสื่อว่าดาราทั้งหลาย นักร้องดังๆ ต้องระวังเรื่องยาเสพติด ส่วนเรื่องคลิปอันที่ดารากับแฟนถ่ายตอนมีเพศสัมพันธ์กัน ก็ต้องออกมาเตือนว่าคุณจะถ่ายทำไมเพราะวันหนึ่งมันจะมาทำร้ายเรา

Q : กับข้อหาหากินกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

A : ก็พูดไป ผมสร้างกริ่งมาแล้วทั้งหมด 20-30 รุ่นด้วยพิธีใหญ่ และโดยสัตย์จริง พระกริ่งทั้งหมดนี้ ผมไม่เคยขาย ให้เช่าแล้วเอาเงินเข้าพกเข้าห่อแม้แต่รุ่นเดียว โดยที่วัดไปให้เช่าบูชาผมก็ไม่ไปขอแบ่ง ทุกที่ผมใช้เงินไปทั้งหมดเกือบ 20 ล้าน ผมไม่เคยมีประโยชน์ใดๆ เกี่ยวข้อง แต่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องบ้างผมสร้างเทพพระราหูทรงครุฑและผมออกเหรียญเงินก็สร้างเทพพระราหูทรงครุฑ 4 องค์ทั่วแผ่นดิน 12 ล้านบาท แล้วก็สร้างพระราหูองค์ใหญ่พร้อมกับเตรียมซื้อที่เพื่อสร้างอุทยานเทพเงินเหล่านี้ต่างหากที่เขาคิดว่าผมมีผลประโยชน์มั้ง

เขาจะพูดอย่างไรก็พูดไป แต่สิ่งที่ผมสร้างให้วัดก็สร้างจริงๆ อย่างเช่นผมเอาเงินไปถวายวัด 1 ล้านแปลว่า 1 ล้าน แต่ที่ผ่านมาผมเอาเงิน 1 ล้านบาทไปสร้างวัตถุมงคล โดยเมื่อไปสร้างวัตถุมงคลแล้ววัดจำหน่ายได้ 5 ล้านวัดคืนเงินมาผม 5 แสน อย่างนี้แปลว่าผมหากินหรือเปล่าก็ต้องตีความเอา แต่ก่อให้เกิดรายได้อีก 5 ล้านแล้วเฉพาะวัตถุมงคลแล้วดอกไม้ธูปเทียนเกิดรายได้อีก 10 ล้าน คือแบบนี้ก็ต้องคิดนะ

Q : พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะได้กลับมาไหมในปีนี้

A : ผมไม่ทาย (ตอบเร็ว) ไม่ใช่ไม่รู้ ซึ่งคำพยากรณ์ผมคงให้ตรงๆ ไม่ได้ แต่บอกได้ว่าดวงทักษิณพลิกฟื้นอย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 55 ที่ผ่านมา ดวงทักษิณแล้วเหมือนกับจอมพล ป.พิบูลสงคราม คือเหมือนจะเป็นจะตายมีข่าวเป็นมะเร็ง มีข่าวว่าถูกลอบฆ่า วางยาพิษ คุณทักษิณผ่านได้หมด ซึ่งวันนี้มันเลยจุดตายเขาไปแล้ว

Q : จะมีปฏิวัติไหม...?


A : มี ผมบอกได้เลยว่าเมืองไทยจะมีปฏิวัติอยู่จนกว่าจะมีกฎหมายขึ้นมาในประเทศไทยว่าด้วยเรื่องขอให้คณะปฏิวัติคือผู้ที่กระทำความผิด และช่วงที่ต้องระวังก็คือตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. ถึงวันที่ 10 ธ.ค.ปี 55 เป็นจุดดวงเมืองแตก มันเป็นห้วงที่เกิดเภทภัยธรรมชาติและปฏิวัติ นองเลือดมากมาย และหลังจากวันที่ 10 ธ.ค.จะรุนแรงขึ้นในปีพ.ศ 2556 ทั้งปี รุนแรงมากเป็น 100-1,000 เท่าจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา

โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวผมบอกได้เลยว่าถ้าใครเป็นคนไทยที่อยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงถ้าพอจะมีกำลังทรัพย์ให้ซื้อที่ไว้ทางเหนือ หรือโคราชเขาใหญ่ และควรจะมีแพที่เป็นเป่าลมได้ มีเรื่องเครื่องเรือยิ่งดีผมฟันธงว่าจะ "มีเขื่อนแตก อย่าบอกว่าที่ไหน แต่บอกได้ว่าระยะเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงก็ถึงกรุงเทพฯภายใน 2 ปีนี้ แผ่นดินไหวเขื่อนแตกแล้วไม่ใช่เขื่อนเดียวอาจจะมากกว่า 1 เขื่อน ฟันธง!!"

บั้นปลายหมอลักษณ์ ฟันธง...!!

สุดท้ายเมื่อถามถึงบั้นปลายชีวิตหลังจากนั้น หมอลักษณ์บอกว่า นอกจากจะถ่ายทอดวิชาให้กับลูกศิษย์และกำลังเตรียมไปเรียนต่อ ป.โท ป.เอกด้านประวัติศาสตร์ และวรรณคดี จัดทัวร์ไหว้พระดูดินแดนประวัติศาสตร์แล้วตอนนี้กำลังให้คนซุ่มเขียนไพ่โหราศาสตร์ในรูปแบบวรรณคดี

“ที่สำคัญถ้าผมไม่ตายตอนอายุ 48 จริง กิจกรรมทางโหราศาสตร์จะยกเลิกทันที และโลกนี้จะไม่มีโหรที่ชื่อลักษณ์ เรขานิเทศอีกแล้ว ฟันธง ผมจะหายไปจากวงการนี้ และฟังตรงนี้ชั่วชีวิตนี้คุณจะไม่เห็นผมเล่นการเมือง หรือรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองแน่นอน ฟันธง” โหรชื่อดังกล่าวในที่สุด

**รู้หรือไม่ว่า**

1.ใครมากราบมาไหว้พระที่ข้าพเจ้าสร้างอธิษฐานขอพรอันใด คำอธิษฐานโปรดจงเกิดขึ้นกับข้าพเจ้า เพราะเป็นผู้สร้าง มงคลจงเกิดแก่ข้าพเจ้าและเกิดขึ้นนับจากนี้ตลอดไปตลอดจนกาลนานเทอญทุกชาติพบ นี่คือคำอธิษฐานทุกครั้งที่หมอลักษณ์สร้างพระ

2.เขาเคยอธิษฐานกับพระทุกๆ คืนว่าอยากได้รถเบนซ์มาครอบครอง แล้วก็ได้สมใจปรารถนา

3.ตอนนี้หนี้สิ้นการทำจตุคามที่เป็นหนี้กว่า 50 ล้าน ใกล้ชำระหมดแล้ว

4.ตอนบ้านหมอลักษณ์ไฟไหม้ เขาเหลือแค่พระพุทธรูปออกมาองค์เดียว

5.หมอลักษณ์บอกว่าตั้งแต่ปี 2540-2550 เขาทำรายได้กว่า 500 ล้านบาท พร้อมกับฝากบอกว่ามีเอกสารเสียภาษีทุกบาททุกสตางค์

หน้า 9

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

'กำแพงเมืองจีน' ทอดไกล 21,196.18 กม. ยาวกว่าบันทึกเดิมกว่า 2 เท่า

Pic_266365

เผยการตรวจวัดความยาวของกำแพงเมืองจีนอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุด พบยาวกว่าที่บันทึกเดิมกว่า 2 เท่า หรือทอดไกลกว่า 21,196.18 กม. จาก 8,850 กม...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 7 มิ.ย. ว่า สำนักงานมรดกวัฒนธรรมแห่งชาติจีน ประกาศเมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมาว่า นักโบราณคดี ได้ตรวจวัดความยาวของสิ่งก่อสร้างจากน้ำมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ "กำแพงเมืองจีน" อย่างเป็นทางการนานร่วม 5 ปี ตั้งแต่ 2008-2012 โดยพบว่ายาวกว่าที่บันทึกไว้เดิมกว่า 2 เท่า หรือ 21,196.18 กิโลเมตร จากเดิม 8,850 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 15 มณฑลทั่วประเทศ

ทั้งนี้ กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงหมื่นลี้ เริ่มก่อสร้างครั้งแรกราว 500 ปีก่อนคริสตศักราช (ราว 2,500 ปี) หรือก่อนสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน จุดประสงค์เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมจากสมัยของฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ กระทั่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2530 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 11 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส.

หน้า 10

วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มนต์เสน่ห์ ช็อกโกแลต

Pic_265284

ช็อกโกแลต ขนมที่มอบให้กันด้วยความรัก

เร็วๆนี้เว็บไซต์ของ Bloomberg Businessweek ที่เน้นเรื่องของธุรกิจและเศรษฐกิจเป็นหลัก จัดอันดับของขนมหวานที่ขายดีที่สุดในโลกออกมา ปรากฏว่าขนมที่คนนิยมมากที่สุดคือ ขนมประเภทช็อกโกแลต รองลงมาคือหมากฝรั่ง แต่ห้าอันดับแรกนั้นเป็นช็อกโกแลตไปถึงสี่ และถ้าย้อนกลับไปดูหลายๆปีในอดีต ช็อกโกแลตก็เป็นแชมป์ขนมหวานมานานแสนนานแล้วครับ อาทิตย์นี้ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจึงขอนำเรื่องของช็อกโกแลตมาเล่าสู่กันฟังกันดีกว่าครับ

กษัตริย์มายากับถ้วยโกโก้ที่มีฟองฟูล้นปรี่

กษัตริย์มายากับถ้วยโกโก้ที่มีฟองฟูล้นปรี่

ช็อกโกแลต ทำจากผลโกโก้ เป็นที่รู้จักมากว่าสองพันปีแล้ว จุดเริ่มต้นเท่าที่สามารถย้อนไปได้คือ มันเป็นเครื่องดื่มขมๆของชาวมายา ชนพื้นเมืองโบราณในทวีปอเมริกากลาง ชาวมายานั้นจะเก็บเกี่ยวผลโกโก้มาจากป่า แกะเอาเมล็ดข้างในจากผลโกโก้ไปหมักแล้วคั่วจนหอม จากนั้นก็ตำจนป่นแล้วเอาไปผสมน้ำเป็นเครื่องดื่ม

แต่สูตรของมายานั้นเป็นอะไรที่ร้อนแรงอยู่สักหน่อย เพราะมีการเติมพริก พริกไทยหรือเครื่องเทศอื่นๆลงไปด้วย ถ้าเป็นสมัยนี้เครื่องดื่มแบบมายันนี้อาจจะเรียกว่า Spicy Choc Drink ก็ได้ แต่ชาวมายันเรียกว่า “xocoatl” ซึ่งแปลว่า น้ำขม ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคของชาวแอซเท็กส์ โกโก้และเครื่องดื่มขมๆ ก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ในหมู่ชนชั้นปกครองและผู้มีฐานะ พวกเขาเชื่อกันว่าภายใต้ รสขมนั้นมันยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มพลังทางเพศได้อีกด้วย นอกจากนั้น โกโก้ยังใช้แทนเงินสำหรับแลกเปลี่ยนกับข้าวของอย่างอื่นได้

การทำช็อกโกแลตในยุคแรกของยุโรปโดยพระ

การทำช็อกโกแลตในยุคแรกของยุโรปโดยพระ

หลังจากที่โคลัมบัสประสบความสำเร็จในการไปพบแผ่นดินใหม่ที่ทวีปอเมริกา โกโก้ก็ถูกนำกลับไปยุโรป แต่ในฐานะของผลไม้แปลกๆอย่างหนึ่งที่ชนพื้นเมืองใช้มันแทนเงินได้ จากนั้นชื่อ “xocoatl” ก็ถูกเปลี่ยนเป็น “Chocolatl” โดยชาวแอซเท็กส์ กระทั่งในปี 1519 เฮอร์นันโด คอร์เท็กซ์ ชาวสเปน เริ่มการทำไร่โกโก้ขึ้นเป็นครั้งแรกที่อเมริกาใต้ ต่อมาเมื่อกษัตริย์ของสเปนทรงลิ้มลองแล้วเกิดติดใจในรสชาติ จึงมีการหาสูตรใหม่ที่มีส่วนผสมหลากหลายให้ถูกปากชาวยุโรป เช่น น้ำตาล วานิลลา ถั่วชนิดต่างๆ อบเชย ฯลฯ แต่ช่วงแรกๆก็ยังจำกัดอยู่แค่ชนชั้นสูงของสเปนเท่านั้นในภายหลังโกโก้และช็อกโกแลตจึงเป็นที่รู้จักไปทั่วยุโรปโดยพระชาวสเปนที่เดินทางออกไปยังที่ต่างๆ

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ช็อกโกแลตเป็นขนมที่ขายดีที่สุดในโลก เพราะเป็นขนมที่เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี คนมีอายุหน่อยอาจจะชอบช็อกโกแลตดำที่มีความหวานไม่มาก ขณะที่เด็กก็จะชอบแบบที่มีส่วนผสมของนมและน้ำตาลมากกว่า ตามสถิติ ผู้หญิงจะชอบทานช็อกโกแลตมากกว่าผู้ชายถึงเท่าตัว

ผลโกโก้แห้งและเมล็ดโกโก้

ผลโกโก้แห้งและเมล็ดโกโก้

ชนิดของช็อกโกแลตแท่งที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดนั้นแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ดังนี้

ช็อกโกแลตขาว (White Choco– late) ช็อกโกแลตชนิดนี้ความจริงไม่มีส่วนผสมของเนื้อโกโก้แบบช็อกโกแลตทั่วไป จึงมีสีขาวเหมือนนม เพราะทำมาจากส่วนผสมหลักๆคือ นม น้ำตาล เนยโกโก้ (Cocoa butter) ที่เหลือก็เป็นส่วนผสมเฉพาะแต่ละตำรับของผู้ผลิตแต่ละราย

ช็อกโกแลตพราลีนหลากหลายรูปแบบ

ช็อกโกแลตพราลีนหลากหลายรูปแบบ

ช็อกโกแลตนม (Milk Choco– late) มีส่วนผสมของโกโก้และเนยโกโก้อยู่ราว 10-20% นมไม่น้อยกว่า 12% ที่เหลือก็เป็นน้ำตาลและส่วนประกอบอื่นๆ ช็อกโกแลตชนิดนี้จะมีรสหวาน

ช็อกโกแลตดำ (Dark Chocolate) ชื่อก็บอกชัดเจนว่ามีสีเข้ม ดังนั้นจึงต้องมีส่วนผสมของโกโก้สูงมากกว่าชนิดอื่นๆ และมีนมผสมอยู่ไม่เกิน 12% หรืออาจจะไม่มีเลย ช็อกโกแลตดำ

ไอศกรีมวานิลลาเคลือบช็อกโกแลต

ไอศกรีมวานิลลาเคลือบช็อกโกแลต

นี้ยังแบ่งตามความหวานเป็นแบบ หวาน, หวานน้อย (Semi-sweet), ค่อนข้างขม (Bittersweet) และแบบไม่มีน้ำตาล (Unsweeten) แบบค่อนข้างขมนั้นจะมีส่วนผสมของโกโก้ตั้งแต่ 60-80% แล้วแต่ยี่ห้อ ช็อกโกแลตแบบนี้ต้องเป็นคอระดับโปรขึ้นไปที่จะทานโดยตรงได้ คล้ายกับคนที่ดื่มกาแฟ

เอสเพรสโซแบบดั้งเดิมที่เอาแต่น้ำแรกเท่านั้น ส่วนแบบสุดท้ายนั้นเหมาะสำหรับการไปผสมทำขนมหรืออาหารเท่านั้น เพราะทำมาจากโกโก้และเนยโกโก้โดยไม่มีส่วนผสมอื่นเลย

ช็อกโกแลตเคลือบสตรอเบอร์รี่

ช็อกโกแลตเคลือบสตรอเบอร์รี่

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตแบบที่มีถั่วหรือนัตชนิดใดมาผสมหรือจะเติมกลิ่นอะไรลงไปก็ตาม ลองอ่านดูสักนิดก็จะพบว่ามันอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั่นเอง เวลาซื้อไปแล้วจะได้ไม่ผิดหวังหรือพาลไปหาว่าของเขาทำไม่อร่อย ทั้งที่ของเขาขายดีจนผลิตไม่ทัน

นอกจากช็อกโกแลตแท่งที่กล่าวไปแล้ว ยังมีช็อกโกแลตในรูปแบบอื่นๆอีกที่เรากินกัน คือ แบบผงสำหรับทำเครื่องดื่ม ซึ่งก็จะมีส่วนผสมอื่นๆตามสูตรของเขาลงไปด้วย อีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมกันมากก็คือ ไอศกรีม

ภายในร้านช็อกโกแลตที่เบลเยียม

ภายในร้านช็อกโกแลตที่เบลเยียม

ช็อกโกแลตถูกนำไปใช้ทำไอศกรีมอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเอาช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆไปผสมในไอศกรีมรสอื่นๆเพื่อให้ได้รสของไอศกรีมชนิดนั้นบวกกับความกรุบเป็นก้อนแข็งของช็อกโกแลต หรือไอศกรีมที่มีเนื้อเป็นช็อกโกแลตข้นๆล้วนๆที่อร่อยเข้มเต็มรสไปอีกแบบ พูดถึงไอศกรีมแล้วทำให้นึกถึงคอไอศกรีม (ฝรั่ง) ที่มักจะพยายามเอาชนะกันว่าไอศกรีมวานิลลากับไอศกรีมช็อกโกแลตแบบไหนอร่อยกว่ากัน ซึ่งทั้งสองต่างก็เป็นไอศกรีมรสยอดนิยม ลองไปดูตามตู้ไอศกรีมสิครับ รับรองว่าต้องมีสองรสนี้อยู่แน่นอน เว้นแต่ว่ารสใดรสหนึ่งขายหมดไปเสียก่อน

น่าจะด้วยเหตุนี้ ทำให้มีผู้ผลิตไอศกรีมที่รู้ใจคอไอศกรีมจึงผลิตไอศกรีมแบบลูกผสมระหว่างวานิลลากับช็อกโกแลตออกมาจำหน่าย คือเข้าปากทีเดียวได้ทั้งสองรสพร้อมกัน เท่าที่เห็นก็มีทั้งแบบตักใส่ถ้วยและแบบเป็นแท่ง ซึ่งในปี ค.ศ.1934 Chris Nelson เจ้าของร้านไอศกรีมแห่งเมืองไอโอวา เกิดไอเดียคิดค้นไอศกรีมแท่งขึ้นเป็นครั้งแรก โดยนำช็อกโกแลตมาเคลือบบนไอศกรีม เป็นการผสมผสานความแตกต่างเข้ากันได้อย่างลงตัว ระหว่างความหวานเย็นของไอศกรีมและรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลต

นานาช็อกโกแลตที่ร้านแห่งหนึ่งในเบลเยียม

นานาช็อกโกแลตที่ร้านแห่งหนึ่งในเบลเยียม

ของทุกอย่างย่อมมีคุณภาพหลายระดับให้เลือกใช้ ช็อกโกแลตก็เช่นกัน มีผู้ผลิตช็อกโกแลตจำนวนมากออกสู่ตลาด ประเทศผู้ผลิตระดับคุณภาพก็อยู่ในยุโรปเกือบทั้งหมด ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม อิตาลี เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เวลากินช็อกโกแลตที่มีคุณภาพนั้นบ่อยครั้งที่คิดว่าจะกินแค่ก้อนหรือสองก้อน แต่พอทานแล้วก็เหมือนต้องมนต์เสน่ห์ที่ทำให้หยุดไม่ได้ คนที่ชอบช็อกโกแลตคงเห็นด้วยกับผมว่า ขณะที่ช็อกโกแลตละลายในปากแล้วรสที่น่าหลงใหลแผ่ซ่านไปทั่ว มันเป็นความอร่อยที่บรรยายเป็นภาษาไม่ถูกจริงๆ คงต้องอาศัยคำบาลีมาใช้ว่า เป็นปัตจัตตัง คือ รู้ได้เฉพาะตนครับ

เช่นเดียวกับกาแฟและไวน์ ช็อกโกแลตทั่วๆไปนั้นเทียบไม่ได้เลยกับช็อกโกแลตดีๆ ซึ่งในบรรดาช็อกโกแลตคุณภาพสูงด้วยกันนั้น ช็อกโกแลตเบลเยียมได้รับการยอมรับจากเชฟและเหล่านักชิมว่าเป็นเลิศที่สุดในโลก คือมีรสชาติแบบที่ต้องยกนิ้วโป้งให้ และมีลักษณะเฉพาะตัว อย่างเช่นช็อกโกแลตสอดไส้อัลมอนด์ ทอฟฟี่ หรือผลไม้ชนิดต่างๆที่เรียกว่า พราลีน (Pralines)

ช็อกโกแลตที่ทำออกมาเป็นรูปสัตว์ต่างๆ

ช็อกโกแลตที่ทำออกมาเป็นรูปสัตว์ต่างๆ

ช็อกโกแลตโดยทั่วไปนั้นมีสิ่งสำคัญ 5 อย่าง ที่เป็นตัวกำหนดรสชาติและเนื้อสัมผัส ได้แก่ โกโก้, เนยโกโก้, นม, น้ำตาล และความหนาแน่น ซึ่งนักทำช็อกโกแลตต่างก็มีสูตรลับของตัวเองที่ผสมผสานปรุงรสให้ช็อกโกแลตของตนออกมาอร่อยเลิศล้ำกว่าของคนอื่น สำหรับสิ่งที่ทำให้ช็อกโกแลตเบลเยียมได้รับการยกย่องว่าเป็นช็อกโกแลตที่ดีที่สุดในโลกก็เพราะเอกลักษณ์ที่เรียกว่า Sharp Melting คือเมื่อกัดลงไปในเนื้อช็อกโกแลตเพียงครั้งแรก ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแบบอโรมาและรสชาติที่เข้มข้นของช็อกโกแลตแท้ซึ่งจะละลายในปากได้ทันที

ชาวเบลเยียมนั้นใช้วิธีการทำช็อกโก– แลตแบบดั้งเดิมที่ไม่เน้นการผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ พวกเขาจะทำด้วยจิตใจผ่านออกมาสู่มือทั้งสอง ทำให้เกิดการคัดสรรส่วนผสมต่างๆที่มีคุณภาพสูง พิถีพิถัน ใส่ใจ เพื่อให้ได้ของดีที่สุด ผู้ผลิตช็อกโกแลตของเบลเยียมส่วนใหญ่จึงทำกันในร้านเล็กๆ ใช้เครื่องมือแบบเดิมๆ

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่นิยมไปเที่ยวเบลเยียมแบบทัวร์ช็อกโกแลต คือแวะไปตามแหล่งผลิตช็อกโกแลตหลายๆแห่งเพื่อชิมและซื้อความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละที่กลับไป เหมือนกับคนรักไวน์ที่ตระเวนชิมไวน์ตามไร่ต่างๆนั่นเอง สำหรับผู้ที่รักช็อกโกแลตเบลเยียม บรัสเซลส์นั้นคือเมืองหลวงของทั้งเบลเยียมและช็อกโกแลตเลยทีเดียวเชียว

อากาศร้อนๆแบบนี้ ได้กินไอศกรีมวานิลลาเคลือบช็อกโกแลตเบลเยียมสักแท่ง ก็ช่วยให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้ไม่น้อยเลยล่ะครับ.


โดย ลุงดำ และ
ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 11

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เช็คลิสต์สไตล์ที่แท้จริงของคุณ

ลองดูว่าสไตล์ของคุณเป็นแบบไหน? ดึงมาใช้เติมพลังความมั่นใจ เสริมภาพลักษณ์ให้เจิดจรัสยามแรกพบ!

คุณกุลวดี เกษมล้นนภา ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และสีสัน จากสถาบันคัลเลอร์ มี บิวตี้ฟูล (Colour Me Beautiful) ประเทศอังกฤษ และเจ้าของ บี ยัวร์ เบสต์ เดอะอิมเมจ คอนซัลแทนท์ (BYB) เผยถึง งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ทุกครั้งที่เราเจอคนไม่รู้จัก ถ้าจะวัดว่าเราประทับใจเขาหรือไม่ หรือ มี First Impression ต่อกันไหม สัญชาตญาณจะตัดสินใจได้ในเวลา 7 วินาที

“สำหรับองค์ประกอบที่ทำให้ 7 วินาทีมีความหมาย คือ (A) Appearance ภาพลักษณ์ภายนอก ซึ่ง 7 วินาทียังไม่รู้หรอกว่าเสียงดีหรือเปล่า นิสัยใจคอดีหรือไม่ แต่คุณดูเป็นอย่างไรในสายตาเรา เพราะฉะนั้น เสื้อผ้า หน้า ผม มีผลเป็นอย่างยิ่งกับ 7 วินาที

(B) Built Charisma เชื่อว่าเสน่ห์พัฒนากันได้ ไม่จำเป็นว่าคุณบอกเกิดมาไม่สวยแล้วชีวิตนี้จะไม่มีเสน่ห์ บียัวร์เบสต์เชื่อว่าเสน่ห์ที่ติดตัวมาเป็นส่วนหนึ่ง แต่เราจะพัฒนา หรือ สร้างเสน่ห์กันอย่างไรได้บ้าง

(C) Communication ตั้งแต่ตื่นลืมตาจนถึงเข้านอนมีการสื่อสารเกิดขึ้นในชีวิตเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเจอหน้ากัน คุยโทรศัพท์ วอทส์แอพ หรือ บีบี เป็นต้น เราจะสร้างความประทับใจผ่านการสื่อสารอย่างไรได้บ้าง” คุณกุลวดี กล่าว

ในส่วนของ (A) Appearance นั้น มีองค์ประกอบหนึ่ง คือ “การรู้จักสไตล์ของตัวเอง” ถือว่าสำคัญ สามารถดึงมาใช้เติมพลังความมั่นใจ เสริมภาพลักษณ์ให้เลิศเจิดจรัสยามแรกพบได้

คุณกุลวดี อธิบายว่า สไตล์ที่แท้จริงนั้น ไม่มีใครเกิดมาแล้วมีสไตล์ในตัวเพียวแบบ 100% เป็นไปได้ที่มีความผสมผสาน แต่ลองหาแนวโน้มสไตล์ที่เราจะเด่นที่สุด ดูว่าสไตล์ของคุณเป็นแบบไหน? หากพูดถึงในเชิงไลฟ์สไตล์ และการแต่งตัวแล้ว ผู้ชาย และผู้หญิงทั่วโลกจะมีคนอยู่ 6 สไตล์ คือ

Creative คนที่ชีวิตเขาอยู่กับศิลปะ ชอบที่จะสนุก-ผสมผสานอะไรที่ดูเหมือนไม่เข้ากัน คนอื่นอาจจะมองว่าทำไมเขาทำแบบนั้น แต่สำหรับเขาความสนุกมีชีวิตชีวามาก่อน ถ้าเป็นเรื่องของการแต่งกายคนกลุ่มนี้จะชอบอะไรที่แปลก แล้วก็ไปสรรหา ตัวอย่าง ตลาดนัดวินเทจก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแบรนด์เนม แต่ว่าอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นเขาจะชอบมาก

Dramatic จะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ต้องการเป็นจุดเด่น ไม่ว่าจะไปที่ไหนเขาอยากให้คนมองเขาด้วยแบบเป็นสายตาเดียวกัน สะกดทุกสายตาคำนี้คือคนสไตล์นี้ เพราะฉะนั้น การเลือกอะไรก็ตามเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเขาจะต้องแปลกใหม่ที่สุด หมายถึงว่าอะไรออกมาใหม่คนอื่นยังไม่มีเขาต้องมีก่อน ต้องไม่เหมือนใคร ต้องทำให้ทุกคนรู้สึกว่าอยากจะเข้ามาถามเขาว่าคนคนนี้เขาใช้อะไร กระเป๋าอันนี้ของอะไร เป็นต้น ต้องการเป็นจุดสนใจ ไม่อาย ไม่เขินที่จะเป็นจุดสนใจของผู้อื่น

Romantic ในสไตล์การใช้ชีวิตคนที่เป็น Romantic คือ คนที่ละเอียดอ่อน พิถีพิถันกับชีวิต รู้จักเลือก เช่น มีนัดทานข้าว ต้องคิดแล้วว่าไปกับคนนี้ควรเป็นร้านไหนดี บรรยากาศจะเป็นแบบไหน เข้าไปนั่งตรงไหนดี รวมถึงการแต่งกายซึ่งผู้หญิงก็จะเป็นคนที่แบบเสื้อผ้าต้องมีดีเทล มีลูกไม้ ดอกไม้ประดับ เป็นต้น ถ้าผู้ชายจะไม่เรียบขรึมจนเกินไป จะพยายามหาแอกเซสซอรีเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายแต่ละวัน

Classic ไม่ต้องหวือหวา ไม่ต้องเลอะเทอะ แต่ถ้าเจอสิ่งที่ใช่แล้วอยู่กับมันได้นาน ๆ ยกตัวอย่าง เวลาซื้ออะไรจะค่อนข้างดูว่าถ้าสิ่งนั้นเราใช้แล้วมันใช้ได้นาน ๆ คนกลุ่มนี้ชอบ หรือ แม้กระทั่งเรื่องของเสื้อผ้า หน้า ผม ถ้าเป็นฝ่ายชายจะเป็นคนที่ลักษณะว่าการแต่งตัวไม่หวือหวา แต่เรียบโก้ คลาสสิก อยู่ได้นาน ๆ ดูได้ตลอด ไม่ว่าแฟชั่น หรือ เทรนด์เปลี่ยนยังสามารถหยิบมาใช้ได้ตลอด

Natural ความเป็นธรรมชาติต้องมาก่อน กลุ่มนี้บอกว่าอย่าเยอะ อะไรที่มันต้องยาก ๆ ลำบาก ใส่ยาก ๆ ไม่เอา มีไลฟ์ไตล์ที่คล่องตัว ชอบอะไรที่ไม่ต้องพิธีรีตองมากนัก

City Chic / International โดยผู้หญิงเรียกว่า City Chic ผู้ชายเรียกว่า International เป็นกลุ่มที่ผสมผสานสไตล์ทั้ง 5 แบบก่อนหน้าเข้าไว้ในตัว แล้วรู้จักปรับใช้ตามสถานการณ์ สามารถมีได้หลายลุค คนกลุ่มนี้จึงค่อนข้างน่าชื่นชมในเรื่องการปรับตัว การใช้ชีวิตก็เหมือนกันจะมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวสูง รวมถึงการแต่งกายรู้ว่าช่วงไหนควรใส่อะไร พบใคร วันนี้ไปเจอใครควรจะอย่างไร

เมื่อเจอแล้วว่าเราเป็นสไตล์ไหน จะมีประโยชน์ตรงที่ว่า คนที่มีอิมเมจดี ย้อนกลับมา 7 วินาที เดินไปไหนควรจะดูมีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งส่วนที่เห็นก่อนคือการแต่งกาย ถ้าเราไม่มั่นใจมันจะฉุดอย่างอื่น ทำให้บุคลิกเริ่มดูไม่มั่นใจ ก็จะมีคำถามอื่น ๆ ตามมาในใจจากผู้ที่มองมา

เวลาเป็นคลาสจริง ๆ เราจะคุยกันลึกขึ้นในเรื่องของสไตล์ ยกตัวอย่าง ซีอีโอองค์กร สไตล์เขากับสไตล์องค์กรเหมาะกันไหม บียัวร์เบสต์จะเข้าไปช่วยปรับ หรือ ฟายด์ จูน หากันอย่างไรได้บ้าง ก็จะเป็นรายละเอียดที่ลึกลงไป.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

หน้า 12

วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จีนระทึก! หินหนัก 200 ตันกลิ้งตกเขาขยี้รถเละ แต่ไม่มีใครตาย

Pic_267032

เกิดเหตุระทึก! หินขนาดยักษ์ 2 ก้อนกลิ้งลงมาจากภูเขาในเขตฉงชิ่ง ของจีน ทับรถพังยับ 2 คัน ชนรถขนเบียร์อีกคัน แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ว่า เกิดเหตุหินขนาดยักษ์ 2 ก้อน ถล่มลงมาจากภูเขาสูง ในเขตเทศบาลฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน โดยหนึ่งในสองก้อนตกลงมาชนรถขนเบียร์ที่กำลังแล่นอยู่จนเสียหลักพลิกคว่ำ และทับรถยนต์อีก 2 คัน ที่จอดอยู่ข้างถนนบนไหล่เขา พังเสียหายยับเยินเช่นกัน แต่เหมือนปาฏิหาริย์ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บหนักเลย


พังยับ 2 คัน

พังยับ 2 คัน


เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นรีบเข้ามาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุทันที โดยสภาพถนนถูกหินก้อนใหญ่ หนักกว่า 200 ตัน ทับแตกเป็นหลุมลึก 3 ฟุต กว้าง 7 ฟุต และมีรอยแยกเป็นทางยาวและค้างอยู่บนไหล่เขา ส่วนหินอีกก้อนที่มีขนาดเล็กกว่า แต่หนักไม่น้อยกว่า 100 ตัน ตกจากไหล่เขาไปยังพื้นเบื้องล่าง

จากคำบอกเล่าของชายชื่อ "ซุน" ซึ่งขับรถตามหลังรถขนเบียร์ ระบุว่า เขาขับรถห่างรถขนเบียร์ซึ่งเป็นรถพ่วงขนาดเล็กราว 4 ม. และเห็นหินก้อนเล็กกว่า กลิ้งผ่านรถคันข้างหน้าไปชนรถที่จอดอยู่ข้างทางแล้วตกลงเขาไป แต่หินก้อนใหญ่ก็ตามลงมากระแทกทับส่วนที่พ่วงท้ายพอดี ทำให้ขวดเบียร์แตกกระจาย เศษแก้วกระจายไปทุกทิศทาง ส่วนหินก็กลิ้งไปทับรถ 2 คันที่จอดอยู่ข้างทางก่อนจะหยุด ด้านคนขับรถบรรทุก กล่าวว่า เขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลย จนกระทั่งได้ยินเสียงระเบิด และรถของเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้


อีกก้อนตกเขาไปแล้ว

อีกก้อนตกเขาไปแล้ว


ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หินทั้งสองก้อนอาจจะตกลงมาจากพื้นที่สูงขึ้นไปอีก 200 ม. ซึ่งสามารถกำจัดออกจากถนนได้ด้วยการใช้ระเบิดเท่านั้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นได้มีคำสั่งอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่แถบตีนเขา ห่างลงมาประมาณ 1 กม.ทันที เนื่องจากกลัวว่าจะมีหินตกลงมาอีก.


ถนนแยก

ถนนแยก

นายหลี่ คนขับรถขนเบียร์ พยายามหาขวดที่ไม่แตกไปขายต่อ

นายหลี่ คนขับรถขนเบียร์ พยายามหาขวดที่ไม่แตกไปขายต่อ

หน้า 13

วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เปิดบ้านนักสเกต จะหวาดเสียว ผาดโผน แค่ไหน? (ชมภาพ)

บางบ้านที่มีเด็กๆ อาจมีการสละผนังบ้านบางส่วนให้ลูกๆ ใช้เป็นที่วาดภาพตามจินตนาการ


แต่สำหรับบ้านที่มีลูกเป็น "นักสเกต" หล่ะ เขาจะดีไซน์บ้านให้มีหน้าตาแบบไหนดี?


นี่เป็นบ้านของนักสเกตบอร์ดมืออาชีพ "ฟิลลิป ชูส์เตอร์" ที่เปลี่ยนจากกระท่อมนักล่าสัตว์ในเมืองซอลซ์เบิร์ก ประเทศออสเตรีย ให้กลายเป็นลานสเกตในร่ม


 


ภายในบ้าน มีการวางเนินคอนกรีตและทางลาดตามจุดต่างๆ ทั้งบริเวณผนัง ใต้กระจก และรอบๆ เตาผิงไฟ นอกจากนี้ ยังตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจและเขาสัตว์ต่างๆ ให้อารมณ์ว่าเป็นที่พักของนักล่าสัตว์





ขอบคุณข้อมูลจาก Dazee.com

หน้า 14

วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จั๊กจี๋ ท้องน้อย! ไวเบรเตอร์เลี่ยมทองเมืองแซมบ้า

Pic_267455

สร้างความฮือฮาอีกแล้ว กับเจ้าอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย ล่าสุดที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล ก็มีร้าน sex shop เปิดตัวเจ้าเครื่องสั่นสร้างสยิวสุดหรู ซึ่งทำจากทองคำแท้ๆ..

พัฒนาการของเซ็กซ์ทอย มักจะมีอะไรให้เซอร์ไพรส์กันอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะเจ้าเครื่องสั่นสร้างสยิว หรือที่เรียกกันติดปากว่า ไวเบรเตอร์ นั้น ทุกวันนี้ก็มีการออกแบบที่หลากสไตล์ หลายสีสัน มาเอาใจหนุ่มสาวให้นำไปใช้สร้างความสุขกันได้อย่างไม่ขัดเขิน

Ana Lucia? Teixeira เจ้าของร้าน

Ana Lucia? Teixeira เจ้าของร้าน

ล่าสุด ที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล ก็เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้ง เมื่อร้านเซ็กซ์ทอย Erotica Luxo ได้นำไวเบรเตอร์ไร้สายรุ่นใหม่ ทำจากทองคำแท้ออกมาโชว์ โดยสนนราคาอยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคาสูงขนาดนี้ ซื้อรุ่นธรรมดาคงได้หลายเครื่อง ซื้อของหรูๆ แบบนี้เห็นทีอาจจะใช้กันไม่ลง เพราะเสียดายกันมากกว่า.

หน้า 15

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

The apple doesn't fall far from the tree. ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น

Pic_267345

ขณะเขียนบทความนี้แนนกำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นลิ้นจี่ พลันลูกลิ้นจี่ตกก็นึกถึงกฎแรงดึงดูดของโลก หรือที่เขาชอบเรียกกันสั้นๆ ว่าแรง G มาจากภาษาอังกฤษว่า Gravity ที่ เซอร์ ไอแซค นิวตัน คิดไว้ แล้วพลันให้นึกถึงสำนวนไทยสำนวนนี้เลย “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”

เรื่องของสำนวน หรือ Idiom นั้น มักเกิดคำถามบ่อยๆ ใน Facebook ของ Krupnan ประมาณว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ภาษาอังกฤษใช้ Fruit falls under the tree. หรือเปล่าคะ ความจริงแล้วเราไม่ได้แปลตรงตัวแบบนี้นะคะ

การแปลสำนวนนี่เป็นปัญหาอมตะของการสื่อสารกับเจ้าของภาษาจริงๆ เพราะหลายครั้งไม่รู้ว่าจะไปค้นหาพจนานุกรมจากคำไหน เพราะพจนานุกรมสำนวน หรือ Idiom ก็ไม่ค่อยจะมีขายเสียด้วย คำแนะนำของพี่แนนคือ หากเป็นมือใหม่หัดขับก็ควรจะเลือกใช้ศัพท์แสงง่ายๆ ตรงไปตรงมา แทนการใช้ความพยายามแปลสำนวนให้ตรงตัวเป๊ะๆ เพราะฝรั่งจะงงเป็นไก่ตาแตก

การสะสมประสบการณ์จากการอ่านงานเขียนของเจ้าของภาษาจะช่วยให้การใช้ภาษาสละสลวย สวยเก๋ และเรียบเนียนได้มากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าถ้าอยากเก่งต้องพากเพียร เพราะความรู้มีเทคนิค แต่ไม่มีทางลัด

สำนวน “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” เปรียบเปรยตามความเป็นจริงของธรรมชาติ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในภาษาอังกฤษจะมีสำนวนหนึ่งที่กล่าวไว้ใกล้เคียงกันว่า The apple doesn't fall far from the tree. แอปเปิ้ลตกไม่ไกลจากต้น แต่นอกจากสำนวนที่ใกล้เคียงกันเช่นนี้ ยังมีอีกหลายสำนวนในภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสารเพื่อบอกว่าพ่อแม่นั้นมีอิทธิพลต่อลูก ไม่ว่าจะทางพันธุกรรม คือความเหมือนทางหน้าตา หรืออิทธิพลต่ออุปนิสัยใจคอของลูก

ถ้าหน้าเหมือน สำนวนไทยอาจจะใช้เหมือนกันอย่างกับแกะ มาจากการแกะสลัก หรือ Carve ไม่ใช่ Lamb เนื้อแกะ หรือ Sheep แกะเป็นตัวๆ นะคะ ถ้าใครไปลองหาใน Google ดู Google Translation จะแนะนำคำว่า Like a lamb ให้ ซึ่งฝรั่งเค้าไม่ใช้เป็นสำนวนกันนะคะ สำนวนเหมือนกันอย่างกับแกะนี้ใช้ได้ทั้งหน้าตาเหมือนพ่อแม่ หรือว่าสิ่งของเหมือนกันมากจนแยกแยะแทบไม่ได้ ภาษาอังกฤษจะใช้สำนวน as alike as two peas in a pod. คือเหมือนกันอย่างกับ pea เม็ดถั่ว ใน pod ฝักเดียวกัน เรียกว่าเหมือนกันมากๆ

ถ้าจะพูดว่าหน้าตาถอดแบบมาจากพ่อแม่เป๊ะเลยล่ะก็ ภาษาไทยอาจจะมีสำนวนไม่เป็นทางการว่า หน้าโขกกันมาเป็นพิมพ์เดียวกัน ฝรั่งก็มีสำนวนดิบๆ ห่ามๆ ยิ่งกว่าเราอีกค่ะ เค้าจะพูดว่า เหมือนพ่ออย่างกับถ่มน้ำลายออกมา เรียกได้ว่าสำเนาถูกต้องยัน DNA กันเลยทีเดียว โดยเริ่มแรกทีเดียวสำนวนนี้จะพูดกันเต็มๆ ว่า He is as like his dad as if he were spit out of his mouth. มาจากกริยา Spit ที่แปลว่า ถ่มน้ำลาย ต่อมาภายหลังสำนวนนี้ฮิตติดหู ก็เริ่มใช้สำนวนว่า the spitting image of เพื่อบอกว่าเหมือนใคร เช่น She is the spitting image of her father. เป็นต้น และเริ่มหดสั้นเข้าเป็น very spit หรือ dead spit ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์เพื่อย้ำว่า เหมือนสุดๆ นั่นเอง นอกจากนี้อาจจะใช้คำว่า the clone of เพื่อบอกว่า เหมือนอย่างกับโคลนนิ่งกันมาก็ยังได้

สำหรับสำนวนไทยที่พูดถึง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น มักจะพูดถึงอุปนิสัยใจคอและความสำเร็จของลูกหลานที่ไม่ต่างจากบรรพบุรุษ นอกจาก The apple doesn't fall far from the tree.แล้ว ยังมีสำนวนที่กล่าวว่า A chip off the old block คือ เปรียบลูกเหมือนเป็น Chip หรือเศษอิฐที่หลุดออกมาจากพ่อแม่ที่เปรียบเสมือน Old block หรืออิฐก้อนเก่า

นอกจากนี้ยังมีสำนวนง่ายๆ ตรงไปตรงมาอย่าง Like father, like son ที่ให้ความหมายประมาณว่าพ่อเป็นอย่างไรลูกก็อย่างนั้น ซึ่ง Like ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม ให้ความหมายว่า เหมือน หรือคล้าย ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาที่แปลว่า ชอบ พอเจอสำนวน Like father, like son อย่าได้แปลไปว่า ชอบพ่อก็ต้องชอบลูกด้วยนะคะ เพราะจริงๆ แล้ว สำนวนนี้ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า เชื้อไม่ทิ้งแถวได้ด้วย ซึ่งมีความหมายไม่ค่อยจะดี การจะแปลให้เป็นบวกหรือเป็นลบ จึงต้องดูจากบริบทการใช้ประกอบการแปลด้วยค่ะ

แม้แรง G ของโลกดึงดูดให้แอปเปิ้ลตกลงใต้ต้นจะเป็นจริง แต่สำนวนที่ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นนั้นกลับมีหลายคนหักปากกาเซียนมานักต่อนัก เพียงแค่ใช้แรงผลักดันภายใน เป็นแรงดีที่เรียกว่า Drive

ลูกกรรมกรผู้พากเพียร แหล่งความรู้เท่าที่พอจะหาได้คือการอ่านหนังสือพิมพ์วันละฉบับ เรียนไปทำงานไปจนจบปริญญาด้านกฎหมาย ก้าวลงสมัครชิงชัยในสนามเลือกตั้งมานับครั้งไม่ถ้วน จนในที่สุดได้ก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาได้สมใจ และตราบจนปัจจุบันชื่อประธานาธิบดี อับบราฮัม ลินคอล์น ก็ยังอยู่ในตำนานความสำเร็จของลูกไม้ที่ไม่รอให้หล่นใต้ต้น แต่พัฒนาสายพันธุ์จนมีชื่อเสียงเป็นผลไม้ส่งออกระดับโลกก็ว่าได้

ท่านผู้อ่านล่ะคะ จะเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น หรือจะเป็นเด็กแนวที่มีเส้นทางเป็นของตัวเอง จะเลือกทางไหน หากเป็นทางที่ใช้แรงดี Drive ผลักดันไป ย่อมเป็นมงคลแก่ชีวิตเสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า The ancestor of every action is a thought. บรรพบุรุษที่เป็นรากเหง้าของการกระทำคือความคิดของตัวคุณเอง



คุณครูพี่แนน

หน้า 16

วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สลด แม่จีนหน้าอัปลักษณ์เพราะเนื้องอกรุม ครวญ"ไม่ใช่สัตว์ประหลาด" วอนผู้คนช่วยเหลือผ่าตัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ว่า หญิงจีนแม่ลูกสอง ต้องเผชิญกับชะตาสลดจากเนื้องอกที่เติบโตบริเวณใบหน้า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเนื้องอกดังกล่าวได้เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ และเธอไม่สามารถเข้ารับการรักษาผ่าตัดได้เพราะไม่มีเงินเพียงพอ

รายงานระบุว่า ชะตากรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2001 เมื่อเธอสังเกตเห็นตุ่มเล็ก ๆ บริเวณหน้าผากและเธอเมินเฉยเพราะคิดว่ามันไม่ได้เจ็บปวด ก่อนอาการประหลาดดังกล่าวจะถูกวินิจฉัยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยแพทย์บอกว่า เธอมีเนื้องอกจำนวน 7 ก้อนบริเวณใบหน้า ขณะที่เธอไม่มีเงินจะจ่ายค่ารักษาผ่าตัดซึ่งเป็นเงิน 6 แสนหยวน (หรือราว 2.4 ล้านบาท) และทำให้ตัวเองได้แต่รับสภาพต้องปล่อยให้เนื้องอกเติบโตอย่างช้า โดยเจ้าตัวบอกว่า เธอรู้ว่าคนจำนวนมากเห็นว่า เธอเป็นสัตว์ประหลาด แต่จริง ๆ แล้ว เธอเป็นคนปกติ และมีความเป็นแม่อยู่ในจิตใจเธอเอง

ปัจจุบัน ชาวจีนจำนวนมากที่ไม่มีเงินพอจะรักษาอาการป่วย ต้องเดินทางเข้าเมืองต่าง ๆ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ขณะที่ทางการจีนกำลังโต้เถียงเรื่องโครงการประกันสุขภาพให้แก่ประชากรทั้งประเทศ 1.3 พันล้านคน ก่อนปี 2020 เนื่องจากปัจจุบันนนี้ ระบบสาธารณสุขของจีนยังห่างไกลที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาพยาบาลจากอาการป่วยของตัวเอง

หน้า 17

วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ใจไม่ถึงห้ามดู! เผยโฉมเหยื่อหลังรอด 'ซอมบี้' แทะหน้า

Pic_268140

ชายพเนจรในไมอามี ผู้ถูกหนุ่มเมายาแทะหน้าเหวอะ ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว แต่ต้องเสียดวงตาข้างซ้าย และผ่าตัดศัลยกรรมอีกหลายแห่ง ก่อนรับการปลูกถ่ายใบหน้าใหม่อีกครั้ง...

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 14 มิ.ย. ว่า โรนัลด์ ปอปโป ชายพเนจร วัย 65 ปี ที่ถูกหนุ่มเมายาแทะหน้าเหวอะ ในไมอามี จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว

ดร.นิโคลัส นาเมียส ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์อุบัติเหตุไรเดอร์ โทรมา เซ็นเตอร์ ของโรงพยาบาลแจ๊กสันเมมโมเรียล เผยต่อสื่อว่า ปอปโป มีกำลังใจดีขึ้นมาก สามารถพูดคุย และเดินเล่นออกกำลังกายได้บ้างแล้ว หลังเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ให้การรักษาเยียวยาอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี ทีมแพทย์จำเป็นต้องผ่าตัดดวงตาข้างซ้ายของเขาออก และกำลังพยายามทำให้ตาขวาของเขากลับมาใช้การได้ รวมถึงยังต้องการการผ่าตัดศัลยกรรมอีกหลายแห่ง ก่อนที่จะปลูกถ่ายใบหน้าให้เขาใหม่อีกครั้ง

อนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นราวปลายเดือนพ.ค.ทีผ่านมา คนร้ายทราบชื่อว่า รูดี้ ยูจีน วัย 31 ปี มีอาการเมายาเสพติดจนคลุ้มคลั่ง ไล่แทะกินใบหน้าของชายไร้บ้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุด้วยการวิสามัญ.

รูดี้ ยูจีน ซอมบี้ก่อเหตุแทะหน้า (ซ้าย) ชายพเนจรไร้บ้าน เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย (ขวา)

รูดี้ ยูจีน ซอมบี้ก่อเหตุแทะหน้า (ซ้าย) ชายพเนจรไร้บ้าน เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย (ขวา)

หน้า 18

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แม่มะกันลูก 6 'เสพติดเสริมนม' ผ่าแล้ว 12 ครั้งยังไม่ยอมหยุด

Pic_268413

แม่มะกันลูก 6 วัย 44 ปี เสพติดการผ่าตัดเสริมอึ๋ม อัพขนาดมาแล้ว 12 ครั้ง แต่ยังไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้สถิติโลก...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า พอลลา ไซมอนด์ หรือชื่อในวงการ เลซีย์ ไวลด์ นางแบบและคุณแม่ลูก 6 วัย 44 ปี จากเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เสพติดการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมทรวงอก ทั้งยังตั้งปณิธาณว่าจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ แต่จะพอใจต่อเมื่อได้ครองตำแหน่ง "หน่าอกใหญ่ที่สุดในโลก" แล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ ไวลด์ ผ่าตัดเสริมหน้าอกมาแล้วทั้งสิ้น 12 ครั้ง จากคัพ "แอล" และตั้งใจจะเพิ่มขนาดเป็นทริปเปิลเอ็ม หรือ "เอ็มเอ็มเอ็ม" ซึ่งจะทำให้เธอติดอันดับท็อป 5 ของบุคคลที่มีหน้าอกบิ๊กเบิ้มที่สุดในสากลโลก

อย่างไรก็ดี ความคิดนี้ไม่เป็นที่พอใจของลูกๆ เท่าใดนัก โดย ไอวี วัย 27 ปี และ ซิลาส วัย 24 ซึ่งแยกบ้านออกไปอยู่เองตามลำพังแล้ว เผยว่า หน้าอกขนาดมหึมาของแม่ดูแล้วน่าอึดอัด และอยากให้แม่หยุดเสริมขนาดได้แล้ว เพราะมันเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย

สำหรับลูกๆ อีก 4 คนที่ยังอาศัยอยู่กับเธอ คือ ทอรี วัย 17 ปี, ไมเคิล วัย 15 ปี, เบรนดอน วัย 10 ปี และเจแนฟ วัย 5 ขวบ อาจต้องอยู่กันเองตามลำพัง หาเธอเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มขนาดทริปเปิลเอ็มในครั้งนี้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ทอรี พี่ใหญ่สุดยังต้องไปโรงเรียน ไม่อาจดูแลน้องๆ ได้ตลอดเวลา

ทอรี เผยว่า ไม่อยากให้แม่เพิ่มขนาดหน้าอกอีกต่อไปแล้ว แต่พูดเท่าไหร่แม่ก็ไม่ฟังหรอก แล้วถ้าแม่ตายล่ะ แม่ได้คิดหรือเปล่าว่าลูกๆ จะถูกทิ้งไว้ลำพัง สวนทางกับฝ่ายคุณแม่ ที่ยังคงยืนยันหนักแน่น ว่าต้องการผ่าตัดเพิ่มหน้าอกอีก โดยให้เหตุผลว่าจะนำชื่อเสียงเงินทองมาสู่บ้าน และทำให้ชีวิตของลูกๆ ดีขึ้นนั่นเอง.

หน้า 19

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Wine Cork เล่นสนุกจากจุกคอร์กเหลือใช้

Pic_267939

Trend can do สัปดาห์นี้พามาเดินเล่นที่ตลาดคลองถม ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีของหลากหลายแบบ โดยเฉพาะของมือสอง ซึ่งก็ต้องดูให้ดีๆ เพราะที่นี่ตาดีได้ตาร้ายเสีย เดินไปเดินมาเลยได้จุกคอร์กไวน์มาหลายขนาด มีลวดลายสวยแตกต่างกัน เลยลองมาจัดเรียงดูทำเป็นของใช้ที่เก๋ไม่เบาเลยล่ะ



*อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม*


1. จุกคอร์ก 


2. กรอบรูปขนาดตามชอบ


3. แผ่นไม้อัด ความหนาประมาณ 12 – 15 มิลลิเมตร ความกว้างยาวตามการใช้งาน


4.อุปกรณ์ช่างสามัญ เช่น ค้อน ตะปู และตะปูเกลียว


5. ตัวแขวนหลังกรอบรูปหรือแผ่นไม้


6. ปืนกาว และกาวแท่ง

7. ดินสอ ไม้บรรทัด และคัตเตอร์

*หมายเหตุ*

- สำหรับจุกคอร์กราคาเฉลี่ยโหลละ 10 – 30 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด
- แผ่นไม้ตัดตามขนาดที่ต้องการ ราคาขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ สอบถามได้ที่ร้านขายไม้แถวบางโพธิ์ หรือซอยวัดสระเกศ
 
วิธีทำ
แบบที่ 1 : กรอบรูปจุกคอร์ก (เหมาะสำหรับห้อยหรือแขวนของที่น้ำหนักเบาเช่นสร้อยคอเครื่องประดับ
รวมถึงติดรูปภาพและกระดาษโน้ตข้อความต่างๆ) ภาพเปิดรอถ่าย

*ขั้นตอนการทำ*

1. ยิงกาวที่จุกคอร์กด้วยปืนกาว

2. ติดลงด้านในกรอบรูป โดยติดเรียงแบบวางสลับทั้งแนวตั้ง แนวนอน และให้มีมิติยื่นออกมา เพื่อประโยชน์ในการใช้งานและตามความสวยงาม

3. หากบางตำแหน่งไม่สามารถวางจุกคอร์กทั้งชิ้นได้พอดี ใช้คัตเตอร์ตัดจุกคอร์กส่วนที่เกินออก



4. เสร็จเรียบร้อย นำไปห้อยติดผนังหรือตั้งวางบนโต๊ะ

Tip - จุกคอร์กแต่ละชิ้นจะมีลวดลายและขนาดที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกและจัดวางให้ลวดลายหันโชว์ออก

ขอบคุณ My home ฉบับเดือนพฤษภาคม

คอลัมน์ My craft

www.myhome.com

หน้า 20

วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เลี่ยงจานด่วนไม่ได้ แนะกิน ‘กีวี’ ลดหุ่นดี สารอาหารแน่น

นักกำหนดอาหาร เผยคุณค่ากีวีที่หลายคนยังไม่รู้ ไขมันและน้ำตาลต่ำ ลดเสี่ยงโรคร้าย คนป่วยเบาหวานกินได้

ก่อนเข้าเรื่องกีวี อยากให้ผู้อ่านทราบผลเสียจากไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เร่งรีบ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ตามข้อมูลจากงานเซสปรี เวิร์คชอป เรียนรู้คุณค่า คุณภาพอาหารจานด่วน

กฤษฎี โพธิทัต นักกำหนดอาหาร และที่ปรึกษาด้านโภชนาการโรงพยาบาลเทพธารินทร์ เล่าว่า คนในยุคปัจจุบันมีวิถีชีวิตเร่งรีบ การเลือกกินอาหารที่ซื้อได้ใกล้ๆ กินได้ง่ายๆ ได้แก่ ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว ข้าวหมูแดง ข้าวผัด บะหมี่หมูแดงแห้ง เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว ข้าวมันไก่ เบอร์เกอร์ไก่

แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารจานด่วนเหล่านี้มักประกอบไปด้วย ไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน บางชนิดเป็นอาหารที่มันจัดหรือไขมันสูง หากกินมากจะลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ไขมันไม่ดีที่ว่าก็เช่น ไขมันทรานส์เพิ่มการอักเสบในหลอดเลือด การอักเสบที่เกิดขึ้นมีส่วนทำให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันตายด้วย นอกจากนี้การกินหวานมากๆ ก็จะลดประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกันเช่นกัน

ในทางตรงกันข้าม อาหารจานด่วนพวกนี้มักขาดในเรื่องของวิตามิน ไฟเบอร์ และสารอาหารอื่นๆ ที่ร่างกายต้องการ สารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ สารอาหารที่ได้จากผักและผลไม้ ลองนึกย้อนไปสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสักกี่วันที่คุณกินผักได้วันละทัพพี และผลไม้ได้วันละ 3 ส่วนบ้าง อย่างไรก็ตาม หากละลายการกินผักและผลไม้ อาจมีอาการท้องผูกและอาการทางระบบทางเดินอาหาร ที่ทำให้เกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด ไม่สบายตัว ปวดศีรษะและหงุดหงิด

กรณีไม่สามารถเลี่ยงอาหารจานด่วน ควรเลือกกินอาหารจานเสริมเพื่อเติมคุณค่าโภชนาการ ตัวอย่างเช่น ปกติเคยกินข้าวหมูแดง กับน้ำซุป 1 ถ้วย แล้วต่อด้วยขนมหวาน เช่น ขนมชั้น 1-2 ชิ้น แถมตบท้ายด้วยชานมเย็นแก้วโต จากรายการอาหารดังกล่าวให้ปริมาณแคลอรี่ถึง 873 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 24 กรัม แต่กลับให้คุณค่าไฟเบอร์เพียง 1 กรัม โดยที่ไม่ให้วิตามินซีเลย

หากจำเป็นต้องกิน แนะให้เปลี่ยนจานเสริม เช่น เปลี่ยนจากน้ำซุปเป็นแกงจืดผักกาดขาว และอาหารว่าง เช่น ข้าวโพดต้มแทนขนมหวาน โดยควรหลีกเลี่ยงการดื่มชานมเย็น หันมากินผลไม้สดแทน ถ้าเปลี่ยนได้จะสามารถลดปริมาณแคลอรี่เหลือเพียง 697 กิโลแคลอรี่ มีไขมันเพียง 15 กรัม แต่ให้ไฟเบอร์ถึง 9 กรัม และมีวิตามินซี

เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นจากผักและผลไม้ สัปดาห์นี้ 'มุมสุขภาพ' แนะนำ 'กีวี' เป็นผลไม้ที่ควรกินแทนขนมหรือน้ำชงหวาน เพราะคุณค่าทางโภชนาการ ระบุไว้ว่า ในกีวีสีเขียว 2 ผล ให้วิตามินซีสูงถึงร้อยละ 240 ของปริมาณวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน หรือให้มากกว่าส้ม 2 เท่า จึงจัดเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดี มีโพแทสเซียมเท่ากับกล้วย และมีไฟเบอร์มากกว่ามะละกอหนึ่งเท่าครึ่ง

ที่สำคัญ กีวีเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำและยังมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำเมื่อเทียบกับผลไม้ประเภทอื่นๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ เบาหวาน และเป็นกุญแจสำคัญในการลดน้ำหนักตัว ส่วนไฟเบอร์มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย ลดสารพิษออกจากลำไส้ใหญ่ ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดระดับคอเลสเตอรอล จึงอาจลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหัวใจวาย ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นโรคเบาหวาน

หากอยากกินกีวีให้อร่อยและได้สารอาหารเพิ่ม ต้องลิ้มลองจากเมนูเครื่องดื่มง่ายๆ ที่ใช้เพียงกีวี 1 ถ้วย และแครอตอีกถ้วย ไปสกัดพร้อมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เมื่อได้แล้วเทใส่แก้ว เติมน้ำแข็งป่นเพิ่มความเย็นสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดหุ่น เสริมภูมิต้านทานไม่เป็นหวัดง่าย ระบบย่อยดี ขับถ่ายสะดวก ดีต่อระบบเลือด.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

 

หน้า 21

วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ดูเลือดด้วยตาเปล่า รู้ผลสุขภาพ

หลังการเจาะเลือด แพทย์เผยเทคนิคดูเลือดด้วยตาเปล่า ใช้พยากรณ์สุขภาพเบื้องต้นได้

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เผยเทคนิคเจาะเลือดไม่เจ็บไปแล้ว ครั้งนี้ยังมีข้อมูลต่อเนื่องจากประสบการณ์ของนายแพทย์หมอกฤษดา เผยถึงการสังเกตเลือดด้วยตาเปล่า สามารถพยากรณ์สุขภาพเบื้องต้นได้

นายแพทย์กฤษดา เล่าว่า เลือดบอกโรคได้เยอะ ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเลือดที่เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วคายผลออกมาให้ดูเป็นแผ่นกระดาษเท่านั้น แต่เพียงแค่ดูดเอาน้ำเลือดออกมาจากร่างกายมาดูด้วยตาเปล่าก็บอกอะไรได้มาก แม้คนทั่วไปอาจรู้สึกว่า เลือดสีแดงทั้งหมด แล้วต่างกันอย่างไร ซึ่งที่จริงแล้วเลือดคนเรานี้มีสิ่งที่ “ต่าง” อยู่ในความเหมือน

เช่น ถ้าเจาะดูดออกมาแสนหนืดอืดอาดหรือเลือดขี้เกียจ แสดงถึง การดื่มน้ำน้อยจนเลือดข้น, ภาวะเลือดข้น, สูบบุหรี่จัดหรือเพิ่งรับประทานอาหารมันๆ มา เคยมีคนไข้ที่มาเจาะเลือดหลังรับประทานขาหมูคากิ เลือดกลายเป็นวุ้นไขมันสีชมพู

สำหรับนำเทคนิคการเริ่มต้นดูเลือดด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ที่ตัวหมอเองใช้เวลาตรวจเลือดคนไข้ จะดูดังต่อไปนี้...

'ดูความหนืดข้นขณะเจาะ' เพราะบอกได้ถึงสถานะสุขภาพของคนไข้ว่า ดื่มน้ำเยอะหรือน้อย ถ้าเลือดข้นหนืดมากควรต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น รับประทานปลา ลดการสูบบุหรี่ จำกัดปริมาณชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงจะช่วยได้มาก หากทานน้ำมันปลาหรือแอสไพรินอยู่ ขอให้ระวังเลือดจะใสหยุดยากหลังเจาะ ต้องกดไว้นานกว่าคนทั่วไป

'ดูสี' สีที่ดำเข้มปี๋ราวกับกาแฟแก่บอกถึง ภาวะเลือดแห้ง หรือเลือดขาดน้ำ (Dehydration) หรือในบางท่านนอนดึก สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์เก่ง เลือดก็จะออกสีเข้มไม่ดูแดงสวย การที่เลือดสีเข้ม ไม่ได้บอกว่าเลือดมากหรือน้อย เพราะคนโลหิตจางก็อาจมีเลือดเข้มได้

'ดูก้อนไขมัน' เมื่อเจาะเสร็จยกหลอดใส่เลือดขึ้นมาดูจะเห็นก้อนสีเหลืองลอยอยู่ปนกับฟองเลือด นั่นเป็นส่วนหนึ่งของไขมันดิบที่ลอยปนอยู่ในน้ำเลือด เป็นไขมันอิ่มตัวที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

แม้การดูเลือดด้วยตา อาจไม่ละเอียดเท่าเครื่องไฮเทค แต่ช่วยเช็คให้รู้ได้คร่าวๆ รวมถึงเลือดที่ออกจากมาที่บริเวณใดด้วย เช่น เลือดออกเวลาถ่ายหนัก ก็สามารถบอกได้ว่า เลือดออกมาจากลำไส้ส่วนไหนได้ แค่ดูจาก “สี” เท่านั้น หรือปัสสาวะปนเลือดก็บอกได้ว่า น่าจะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั่นเอง.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

หน้า 22

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

3บรรทัดฐานเซ็กซ์เปลี่ยนได้

บรรทัดฐานเรื่องเซ็กซ์บางข้อ รู้แล้วอาจต้องเปลี่ยนความคิด เพราะหากยังยึดติดอาจไม่สุขสม

บรรทัดฐานเรื่องเซ็กซ์ของสามี-ภรรยาแต่ละคู่ย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรสนิยมหรือข้อตกลงระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม มีบางเรื่องหากยึดถือจริงจัง นานวันไปอาจทำให้เซ็กซ์จืดชืดลงได้ โดยเฉพาะ 3 บรรทัดฐานต่อไปนี้...

'มีเซ็กซ์หลังอาทิตย์ลับฟ้า' ข้อกำหนดนี้เป็นผลมาจากตอนกลางวันภารกิจรัดตัว โดยหารู้ไม่ว่า การเมคเลิฟช่วงเช้า-บ่ายในวันที่บรรยากาศเป็นใจบ้าง จะช่วยให้รู้สึกเร่าร้อนได้ไม่ยาก เพราะความแตกต่างของเวลานั่นเอง

เรื่องความหลากหลายทางเวลาของการมีเซ็กซ์ มีผลสำรวจจากสื่อออนไลน์ในนิวยอร์ก อย่าง ยัวร์ แทงโก้ เผยว่า ผู้ตอบร้อยละ 58 ไม่จำกัดเวลาตายตัวว่าจะต้องมีเซ็กซ์เฉพาะเวลากลางคืน แถมพวกเขายังพึงพอใจที่มีเซ็กซ์ในช่วงเวลาที่หลากหลาย ขณะที่ร้อยละ 20 ชอบมีเซ็กซ์แค่ตอนกลางคืน ส่วนที่ชอบมอร์นิ่งเซ็กซ์มีราวร้อยละ 14 และชอบเซ็กซ์ยามบ่าย ร้อยละ 8

ต่อมาคือ 'จำกัดพื้นที่อยู่แต่ในห้องนอน' แม้จะจริงอยู่ว่า ห้องนอนนั้นมิดชิดและมีความสะดวกสบายทั้งกายและใจ ทว่าการเปลี่ยนบรรยากาศไปใช้พื้นที่ห้องอื่นๆ ก็จะให้ความท้าทาย แปลกใหม่ น่าตื่นเต้น แต่ต้องไม่ลืมเรื่องความเป็นส่วนตัว มิดชิด ไม่โจ๋งครึ่ม

สุดท้าย 'ไม่มีวันใช้สารหล่อลื่น' เรื่องนี้อาจไกลตัวหลายคน แต่อาจทำให้บางคนถึงบางอ้อ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงประสบปัญหาช่องคลอดแห้ง แม้จะถูกเล้าโลมปลุกไฟรักแล้ว แต่ช่องคลอดก็ไม่มีสารหล่อลื่นตามธรรมชาติ จนอาจทำให้เกิดแผลเพราะการเสียดสีระหว่างมีเซ็กซ์ และสร้างความรู้สึกเจ็บปวด

สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้นมีหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนระหว่างรอบเดือน กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ การใช้ยาบางชนิด การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด การใช้สบู่ผสมน้ำหอมล้างช่องคลอด ความเครียด อยู่ในวัยหมดประจำเดือน และโรคเบาหวาน

หากต้องทนรับความรู้สึกเจ็บคงยากที่จะมีเซ็กซ์สุขสม จึงต้องเลิกอายที่จะหาสารหล่อลื่นมาใช้ โดยควรเลือกใช้สารหล่อลื่นที่มีมาตรฐานปลอดภัย และต้องเลือกให้เหมาะกับถุงยางอนามัย ทั้งนี้ไม่ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ น้ำมันนวดตัว ปิโตรเลียมเจล มาทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่น เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

หน้า 23

วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ชีวิตช่างเหลือเชื่อของนักธุรกิจวัยรุ่นพันล้าน อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์

Pic_268801

ผู้บุกเบิกสินค้า สาหร่ายอบหรอบ 'เถ้าแก่น้อย'

คนบางคนอาจต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตในการที่จะก้าวขึ้นเป็นเถ้าแก่ แต่สำหรับหนุ่มน้อย อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ผู้นี้ได้ขึ้นทำเนียบเป็น “เถ้าแก่น้อย” ด้วยวัยเพียง 20 ปีต้นๆ และกลายเป็น “นักธุรกิจวัยรุ่นพันล้าน” คนแรกของเมืองไทย เจ้าของธุรกิจสาหร่ายอบกรอบชื่อดัง “เถ้าแก่น้อย” ที่มียอดขายปีละกว่า 2 พันล้านบาท แต่กว่าเขาจะมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะฟลุก! ทุกบาทที่เขาได้มาล้วนมาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของตัวเอง ที่ต้องทุ่มเททำงานด้วยความมุ่งมั่น เพื่อที่จะก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จ

แม้เส้นทางชีวิตของเถ้าแก่น้อยตัวจริงคนนี้ เคยถูกถ่ายทอดผ่านแผ่นฟิล์ม แต่ก็ไม่สะใจเท่ากับการได้สัมผัสตัวจริงเสียงจริงของเขาต็อบ หรือ อิทธิพัทธ์ เถ้าแก่วัย 27 ปี เจ้าของบริษัทเถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งได้ให้เวลากับ หน้าสตรี ไทยรัฐ ปอกเปลือกชีวิตและความคิดของเขาในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และได้ผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่น ที่ทุกข์และสุขมาอย่างถึงแก่น

นับถึงวันนี้สาหร่ายเถ้าแก่น้อยมีอายุเท่าไหร่แล้วคะ

นับถึงวันนี้สาหร่ายเถ้าแก่น้อยมีอายุเท่าไหร่แล้วคะ

“จะครบปีที่ 8 ในเดือนกันยายนนี้ครับ จริงๆไม่ได้คิดว่าจะตั้งเป็นบริษัท แต่พอเราต้องเอาสินค้าเข้าร้านเซเว่นฯ จึงต้องจดทะเบียนในรูปบริษัท ตอนนั้นผมอายุแค่ 19 ปี ไม่ได้รู้จักใครในบริษัทซีพี แต่ด้วยความที่ผมเป็นเด็กติดเซเว่นฯ ซื้อของกินเป็นประจำ และตอนนั้นกำลังท้อแท้กับการค้าสาหร่ายนี้แหละครับ ไปฝากขายแถวเยาวราชเขาก็ไม่รับ จำได้ว่าเดินเข้าไปซื้อไส้กรอกในเซเว่นฯ กิน พอเดินออกมา มองไปรอบตัว ล้วนแต่มีร้านเซเว่นฯ ผมจึงรีบโทร.ถาม 1133 ขอเบอร์ซีพี จนได้คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ เขาให้เอาของไปให้ทดสอบ แต่ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ก็ไม่ได้คำตอบ ต้องโทร.ถามเขาว่า สินค้าผมมีปัญหาอะไร เขาตอบมาว่า สินค้าของผมขายในเซเว่นฯ ไม่ได้ ขี้เหร่ เพราะอยู่ในซองใสมีแค่สติกเกอร์ รูปลักษณ์

ใช้ไม่ได้ เป็นโอทอปเกินไป ส่วนราคาที่ตั้งไว้ 69 บาทก็ขายไม่ได้ ร้านสะดวกซื้อต้อง 10-20 บาท และเขายังบอกอีกว่า สินค้าอยู่ได้ 7 วัน ของยังไม่ถึงสาขาก็เสียแล้ว สินค้าต้องเก็บได้ 6 เดือน เมื่อกลับไปดูก็จริงอย่างที่เขาบอก สินค้าของผมขี้เหร่กว่าสินค้าโอทอปทั่วไปอีก ผมก็มานั่งคิดว่า จะสู้หรือถอย สุดท้ายผมก็เดินหน้าสู้ เอาสิ่งต่างๆที่เขาว่ามาปรับใหม่ทั้งหมด”

ตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 20 ปี คิดอะไรอยู่ จึงทำให้สู้ไม่ถอยเช่นนี้


“ตอนนั้นผมเป็นคนคิดอะไรไม่เยอะ คิดน้อย เป็นข้อเสียนะครับ และเป็นคนทำอะไรแล้วจะหลงใหล ศึกษาเต็มที่ เหมือนที่ผมเล่นเกมแล้วติดเกม ก็คิดว่าเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เรื่องความกลัวเนี่ยมีตลอดเวลาครับ กลัวจนกลายเป็นความกล้า และกล้าที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เรากลัว นับตั้งแต่ผมเห็นน้ำตาคุณแม่ ตอนที่ไปหยิบเงินให้ผมเพราะที่บ้านทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เริ่มมีปัญหาได้รับผลกระทบตอนเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 ตอนนั้นผมเริ่มขายเกาลัดแล้ว จึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเรียนอยู่ปี 1 ผมบอกป๊าว่า ขอเลี้ยงดูตัวเอง ช่วงนั้นผมยุ่งอยู่กับการขายเกาลัดจนไม่มีเวลาไปเรียนด้วย แต่ทุกครั้งที่มีวิกฤติผ่านเข้ามา มันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนตลอด นับตั้งแต่เด็กที่ผมขายของเกมออนไลน์ทางเว็บไซต์ ช่วงเวลา 2 ปีที่ขายของ คิดว่าได้ปีละล้าน ช่วงนั้นเรียน ม.4-ม.5 เป็น “ป๋าต๊อบ” เลยครับ ซื้อของแจกเพื่อน พาเพื่อนๆไปเที่ยวไปกินทุกวัน มีเงินเหลือเก็บไม่กี่แสนให้แม่ไปดาวน์รถยนต์มาคันหนึ่ง แล้วผมผ่อนต่อ ที่เหลือหมดไปกับเรื่องกินและเที่ยวครับ”

วิกฤติที่เปลี่ยนชีวิตมีอะไรบ้างคะ

วิกฤติที่เปลี่ยนชีวิตมีอะไรบ้างคะ

“ตั้งแต่ช่วงแรก พอเลิกขายของเกมออนไลน์ ก็เอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนขายเครื่องเล่นดีวีดี เครื่องมันถูก คุณภาพเลยไม่ค่อยดี เล่นไปไม่เท่าไหร่หัวอ่านก็พัง ต้องเอาไปแก้ให้เขา ผลปรากฏขาดทุน ช่วงนั้นผมไปเดินงานไทยเฟกซ์ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ไปเห็นเครื่องคั่วเมล็ดเกาลัดจากญี่ปุ่น แต่ความที่ไม่มีเงินลงทุนมาก เลยใช้วิธีเช่าเครื่องเป็นแฟรนไชส์ เอาไปขายในห้าง จำได้เลยครับว่า ที่ห้างเขาให้เขียนว่าสินค้าชื่ออะไร ผมไม่ทันได้นึกเอาไว้ก่อน จำได้ก่อนจะออกมาจากบ้าน ได้ยินป๊าคุยกับเพื่อนเขาว่า “ลูกอั๊วจะเป็นเถ้าแก่น้อย” ผมเลยเอาชื่อ “เถ้าแก่น้อย” มาตั้งชื่อสินค้า ลองผิดลองถูกจนขายดีขยายไปถึง 20 สาขาในเวลาไม่นาน กิจการกำลังไปได้ดีก็เกิดวิกฤติ ผู้บริหารห้างฯคนใหม่ขอให้ผมย้ายออกทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ เพราะเครื่องคั่วเกาลัดของผมทำให้เพดานห้างฯดำ แล้วเกิดควัน ผมก็ต่อรอง โดยไปทาสีเพดานให้ทุกสาขา ซื้อเครื่องไปดูดควัน สุดท้ายเขาก็ไม่ยอม ผมเลยแก้ปัญหาด้วยการไปเช่าห้องข้างๆห้างฯไว้คั่วเกาลัด แล้วขนไปขายในห้าง แต่ไม่เวิร์ก ยอดขายตกฮวบ ผมแก้วิกฤติด้วยการหาสินค้าอื่นมาเสริมการขาย พอดีได้ชิมสาหร่ายซองจากเพื่อน ทำให้ผมสนใจและคิดสูตรของตัวเอง เอาไปขายที่ร้านเกาลัด ปรากฏว่าขายดียิ่งกว่าเกาลัดอีก ทำให้ผมคิดขยายไปในที่อื่นๆ รวมทั้งที่เซเว่นฯ

ช่วงไหนในชีวิตที่รู้สึกหนักสุดๆ


“คงเป็นช่วงที่จะเอาสาหร่ายเข้าเซเว่นฯ ต้องตัดสินใจหลายอย่าง หลังจากที่ปรับปรุงคุณภาพสินค้าจนเขายอมรับ แต่เขาบอกว่าจะมาตรวจโรงงานภายใน 3 เดือน ผมยังไม่มีโรงงานเลยตอนนั้น และไม่มีเงินสร้าง เดินเข้าไปกู้แบงก์ โดยมีแผนการตลาดเรียบร้อย แต่แบงก์บอกว่า ผมเด็กเกินไป ไม่ให้กู้ ตอนนั้นคิดว่าจะเลิกคบเซเว่นฯ หรือเดินหน้า สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเดินหน้า เพราะผมเป็นคนเห็นโอกาสแล้วอยากจะทำ เลยขายแฟรนไชส์เกาลัด ขายรถ คิดในใจว่า “ระหว่างรอรถเบนซ์ เราต้องนั่งรถเมล์ไปก่อน” เอาเงินมาลงทุนทำโรงงาน ทางเซเว่นฯส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจ เพิ่งเห็นผมครั้งแรก คิดว่าผมยังเป็นนักศึกษาอยู่ เลยต้องเล่าประวัติกันเป็นชั่วโมง เขาก็เห็นใจและแนะนำให้แก้ไข ระหว่างรอคอยคำตอบกลับว่าผ่าน-ไม่ผ่าน ผมจำได้เลยว่า ทั้งครอบครัว ป๊า แม่ พี่ๆ และผม มายืนรอหน้าเครื่องแฟกซ์ พอได้รับคำตอบว่าผ่าน ดีใจกันหมด แต่ปัญหามาเกิดอีก เพราะเขาถามว่า ผมสนใจจะส่งของให้เขา 3,000 สาขาไหม ตอนนั้นผมคิดว่าแค่ 300 สาขา เอาใกล้บ้านก็พอ เพราะพนักงานรวมผมมีเพียง 6 คน จะทำทันไหม ช่วงเวลาที่ต้องทำส่งให้ทันตามจำนวน แทบไม่ได้กินได้นอน สภาพผมแย่มาก ตาเป็นหมีแพนด้า จนแม่และพี่สาวต้องเข้ามากอดให้กำลังใจ ทั้งบ้านและญาติต่างขนกันมาช่วยกันทำ จนทันครบตามจำนวน แต่ช้าไปเพียงชั่วโมงเดียว วันนั้นผมรีบขับรถและวิ่งไปส่งของ เลือดกำเดาไหลโดยไม่รู้ตัวเลยครับ”

วันนั้นคิดว่าจะเดินมาไกลถึงวันนี้ไหม

วันนั้นคิดว่าจะเดินมาไกลถึงวันนี้ไหม

“ไม่เคยคิดครับ ผมเป็นคนไม่ชอบวางแผนระยะยาว ไม่คิดยาวถึง 20-30 ปี คิดแค่ 2-3 ปีข้างหน้า แต่เป็นคนที่จะทำงานให้ดีที่สุด ผมมองว่าถ้าเราจะดีในวันข้างหน้า ก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดต่างหาก นอกจากนี้ ป๊า ซึ่งเป็นไอดอลคนหนึ่งของผมก็สอนเสมอว่า อย่าทำอะไรเกินตัว ให้รู้จักพอเพียง ลงทุนอะไรให้คิดว่า หากขาดทุนให้รับได้ ไม่ต้องถึงตาย”

อะไรเป็นกำลังใจที่สู้ชีวิตมาถึงวันนี้


“ผมเป็นคนหลงใหลความสำเร็จครับ คือถ้ามองว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะไม่มีแรงผลักดันให้เราลุกขึ้นจากเตียง ทุกวันนี้ผมเข้านอนเร็ว เพื่อที่จะได้ตื่นเช้า อยากลุกขึ้นจากเตียง มาทำงานให้สำเร็จ มันเป็นกำลังใจให้ผมลุกขึ้นมาทำอะไรให้ชีวิตเราดีขึ้น แม้จะมีคู่แข่งขันเข้ามา แต่คิดว่าผมได้เปรียบที่เข้ามาตกปลาก่อนคนอื่น”

เคยเสียดายชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่ต้องทำงานหนัก ต่างจากคนอื่นๆไหม

เคยเสียดายชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่ต้องทำงานหนัก ต่างจากคนอื่นๆไหม

“ไม่เลยครับ ผมเที่ยวมาเยอะแล้วช่วงเด็ก ตอนนี้มีอาจารย์บอกให้กลับไปเรียน ผมก็ลงเรียนอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ได้มองว่า ตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นๆ ผมจะโชคดีกว่าคนอื่นๆ ตรงที่ผมรู้ความต้องการของตัวเองเร็วกว่าคนอื่นเท่านั้น การที่เราจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ 20 ต้นๆ ไม่ใช่ว่าจะดีไปทุกอย่าง หากเรามีเวลาเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราไม่ลำบาก และประสบความสำเร็จได้ในอนาคต”

แล้วในวันข้างหน้า จากเถ้าแก่น้อยก้าวไปเป็นเจ้าสัวแล้ว คิดจะทำอะไรต่อ

“ผมอยากขยายธุรกิจให้คนทั่วโลกรู้จัก เถ้าแก่น้อย ตอนนี้คนในเอเชียรู้จักบ้างแล้ว ในอีก 10 ปีหากยอดขายเป็นหมื่นล้านเมื่อไร ผมจะลาออกจากซีอีโอ ไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท และอาจมีเวลาเพื่อไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนรัก เพราะผมคิดว่า ชีวิตผมมาไกลเกินที่คาดหมายเยอะแล้วครับ”

เส้นทางชีวิตของ “เถ้าแก่น้อย” คนนี้ คงเป็นแรงผลักดันให้หลายคนได้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตเพื่อเป้าหมายในวันข้างหน้าได้บ้าง!


ทีมข่าวหน้าสตรี

หน้า 24

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อุว้าว!!!…จัดอันดับ'เมีย'(เซ็กซี่)มัดใจนักเตะแข้งทองคำ

Pic_268999

เกาะกระแสฟุตบอลยูโร 2012 ด้วยสีสันข้างสนามที่เชื่อว่าใครหลายคนต้องอยากรู้ ว่าใบหน้าบรรดาศรีภรรยาหรือบางคนยังครองสถานะแฟนกันอยู่ของนักบอลทีมชาติ จะสวยงามปานนางฟ้าสักแค่ไหน เพราะระดับนักเตะชื่อก้องโลกแบบนี้จะคว้าสาวๆ คนไหน มีหรือจะปฏิเสธไมตรีได้ลงคอ

เริ่มต้นกันด้วย Sarah Brandner ภรรยาสาวสุดรักสุดหวงของ Bastian Schweinsteiger จากทีมชาติเยอรมัน สวยแบบเบาๆ เน้นสไตล์ผมบลอนด์ทรงเสน่ห์

Sarah Brandner

Sarah Brandner

ต่อมาที่สาวเสียงมหัศจรรย์จากเกาะอังกฤษ Cheryl Ann Cole ควงคู่สามีสุดที่เลิฟ Ashley Cole ลงฟาดแข้งศึกยูโร 2012 อย่างตื่นเต้น

Cheryl Ann Cole

Cheryl Ann Cole

กองหน้าทีมชาติสวีเดน Christian Wilhelmsson กำลังคึกคัก เพราะมีแฟนสุดเซ็กซี่ Oksana Andersson คอยดูแลปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง

Oksana Anderssen

Oksana Anderssen

กัปตันทีมชาติไอร์แลนด์ Robbie Keane แม้จะเป็นทีมที่ไม่ค่อยมีใครคาดหวัง แต่อย่างน้อย ความสวยของภรรยา Claudine Palmer ก็สวยสูสีกับนักบอลระดับโลกคนอื่นๆ

Claudine Palmer

Claudine Palmer

เป็นภาพหลุดที่คนทั่วโลกตะลึงในความร้อนแรงกับภรรยาสาวของ Francesco Totti นักบอลฝีเท้าเยี่ยมจากทีมชาติอิตาลี

Ilary Blasi

Ilary Blasi

นักเตะชื่อคุ้นหูอย่าง Fernando Torres จากทีมชาติสเปน โปรยเสน่ห์คว้าใจสาวหุ่นสะบึม Luli Fernandez มาครองเป็นหวานใจให้ใครๆ อิจฉา

Luli Fernandez

Luli Fernandez

Rafael Van der Vaart มิดฟิลด์ขั้นเทพตัวแทนทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ก็มีภรรยานามว่า Sylvie Van der Vaart ที่ทั้งสวย ดูดี ลุคนางแบบมากๆ

Sylvie Van Der Vaart

Sylvie Van Der Vaart

หนุ่มๆ คนไหนที่อยากมีคนรักงามเลิศๆ แบบนี้ ก็หัดเตะฟุตบอลเสียตั้งแต่ตอนนี้ บางทีอาจจะได้สาวสวยหุ่นสะบึมมานอนกอดบ้างก็เป็นได้

หน้า 25

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลสำรวจ 10 จังหวัดที่คนไทยอยากไปเที่ยวมากที่สุด

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หัวข้อ "10 จังหวัดในประเทศไทยที่คนไทยอยากไป” โดยสำรวจระหว่างวันที่ 1-19 มิถุนายน 2555 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาค จำนวน 2,777 คน ปรากฏว่า"เชียงใหม่" เป็นจังหวัดที่คนไทยอยากไปเที่ยวมากที่สุดถึง 31.07% รองลงมาคือ ภูเก็ต กระบี่ เชียงราย และ ชลบุรี ตามลำดับ


10 อันดับจังหวัดในประเทศไทยที่ประชาชนอยากไปเที่ยวมากที่สุด มีดังนี้
1. เชียงใหม่ 31.07%
2. ภูเก็ต 23.59%
3. กระบี่ 11.86%
4. เชียงราย 7.78%
5. ชลบุรี 5.63%
6. แม่ฮ่องสอน 4.84%
7. ประจวบคีรีขันธ์ 4.68%
8. สุราษฎร์ธานี 4.24%
9. ระยอง 3.21%
10. เลย 3.07%
..........
ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หน้า 26

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

'ซีเอ็นเอ็นโก' เผยเคล็ด 10 วิธี แสร้งเป็นคนกรุงเทพฯ

Pic_270239

Photo : m.wikitravel.org

ซีเอ็นเอ็นโก เผยเคล็ด 10 วิธี แสร้งเป็นคนกรุงเทพฯยุคใหม่ ชี้หนุ่มสาวต้องแต่งตัวสวยหล่อ ใช้แบรนด์เนม แต่ลากแตะ ทานอาหารฟิวชั่น ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม กลัวแดด เป็นต้น...

"ซีเอ็นเอ็นโก" เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ในเครือของสำนักข่าวระดับโลก "ซีเอ็นเอ็น" เผยแพร่บทความวิธีการแสร้งเป็นคนกรุงเทพฯ "How to be a Bangkok local: 10 tips on faking it" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บรรณาธิการของซีเอ็นเอ็นโก ได้ชี้แจงว่า เป็นการจัดทำขึ้นเพื่อความขบขันและความบันเทิงเท่านั้น ด้วยเกรงว่านักท่องเที่ยวอาจจดจำข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร ซึ่งบทความนี้ได้จากการสังเกตพฤติกรรมของคนในเมืองหลวงยุคใหม่ ว่าใช้ชีวิตประจำวันกันเช่นไร และไม่ได้ทำงานที่ผับบาร์ทุกคน หรือเคร่งศาสนาเข้าวัดทำบุญทุกเช้า เป็นต้น

สำหรับการแสร้งเป็นคนเมืองกรุงฉบับ ซีเอ็นเอ็นโก มีดังต่อไปนี้

10. แต่งตัวอย่างไร
ชาย: สวมใส่เสื้อโปโลแบรนด์หรู อาทิ ราล์ฟ ลอเรน, พอล สมิธ หรือกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ กับกางเกงขาสั้น ลากรองเท้าแตะ ไม่ว่าจะชายหาดหรือโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวก็ตาม และอย่าลืมดึงคอเสื้อให้ตั้งด้วย
หญิง: พยายามแต่งกายให้เหมือนศิลปินเคป๊อปเกาหลี และแต่งให้เหมือนสมาชิกคนใดคนหนึ่งของวง แม้บางทีบางต้องพึ่งมีดหมอบ้างก็ตาม ส่วนกระเป๋าถือหรือเครื่องประดับทั้งหลายแหล่ ก็ต้องเป็นแบรนด์หรูเช่นกัน อาทิ ชาแนล มัลเบอร์รี แอร์เมส หลุยส์วิตตอง หรือโคช รวมทั้งถือไอแพดสีชมพูด้วย

9. เลือกร้านอาหารแบบไหน
อาหารตามร้านข้างถนนส่วนใหญ่จะถูกเลือกทานเมื่อ ก.ยังเป็นนักศึกษา ข.เมื่อมีเวลาพักจากงานเพียง 1 ชั่วโมง ค.คอทองแดงหิวตอนตี 2 นอกเหนือจากนั้นต้องเลือกร้านแพงๆ ตกแต่งสวยๆ อาหารฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น ไทยสไตล์ฟิวชั่น ที่หาได้แถวๆ ทองหล่อ หรือห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน และต้องอย่าลืมใส่มายองเนสในซูชิ ซอสมะเขือเทศในพิซซ่า และถ่ายรูปทุกจานขึ้น "อินสตาแกรม"

8. ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างไร
เมื่อถึงชานชาลา ให้ยืนต่อคิวหลังเส้นสีเหลือง เมื่อรถไฟมาถึงไม่ต้องรอให้คนข้างในออกมาก่อน และไม่ต้องกังวลถึงคิวที่ต่ออยู่ ให้พุ่งตัวเข้าไปเลยคนแรก (วิธีนี้ใช้ได้กับกับการรอขึ้นลิฟต์เช่นกัน) เมื่อขึ้นรถไฟแล้วไม่มีที่นั่ง จงยืนพิงเสาเพื่อความสบายของตัวเองเป็นหลัก ไม่ต้องสนใจว่าจะมีใครจับเสาอยู่หรือไม่ แต่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้แล้งน้ำใจไปเสียทีเดียว เมื่อพบสตรีมีครรภ์ คนสูงอายุ หรือแม่ที่มากับลูกเล็ก อย่าแกล้งหลับเสียล่ะ ต้องลุกให้นั่งแทน และบางทีก็ต้องลุกให้กับสาวที่สวมส้นสูงด้วยเพราะคงเมื่อยน่าดู

7. วิธีเลี่ยงวิตามินดี
ในประเทศไทย หากแลดูขาวผ่องจะได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ ให้พกร่มตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่ารังสีจากดวงอาทิตย์จะไม่มาสัมผัสผิว แต่ถ้าไม่มีก็ใช้กระเป๋า หรือหนังสือขึ้นมาบังแดดขณะเดินถนน และลงทุนซื้อครีมไวท์เทนนิ่งทาด้วย ถ้าจะว่ายน้ำในโรงแรมหรูก็ต้องรอให้อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปก่อนเช่นกัน

6. ดื่มอย่างไร
บาร์ไวน์กำลังได้รับความนิยม ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องไวน์หรอก แค่สั่งตามชื่อที่ฟังแล้วดูดีหน่อยก็พอ เมื่อได้มาแล้วก็ถือแล้ววนๆ สูดกลิ่น แล้วบอกว่า "อื้มมม เป็นไวน์ที่ดีนะ" แล้วอย่าลืมใส่น้ำแข็งในเบียร์ และเติมน้ำเปล่าในเหล้าเพื่อให้สีเจือจางจนเหมือนชาดอกคาโมไมล์เสียก่อน

5. วิธีจัดการสถานการณ์คับขัน
สร้างความผิดพลาดในที่ทำงาน เผลอเหยียบเท้าคนอื่น ไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร ไม่ยอมรับผิด "แค่ยิ้ม" ตามสโลแกนสยามเมืองยิ้มเท่านั้น

4. สื่อสารแบบไหน
ทุกคนคือครอบครัว พนักงานเสิร์ฟเป็นน้อง คนขับแท็กซี่เป็นลุง เจ๊ขายผัดไทยเป็นป้า การ "ไหว้" เป็นวัฒนธรรมการทักทายมาแต่โบราณ ด้วยการพนมมือเข้าด้วยกัน โดยผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าจะไหว้ผู้ที่อาวุโสมากกว่าในการทักทาย การขอบคุณก็ทำแบบนั้นเช่นกัน แต่อย่าไล่ไหว้ไปทั่ว คนท้องถิ่นอาจมองดูน่ารักเมื่อนักท่องเที่ยวทำแบบนั้น แต่มันดูเหมือนคุณอ่อนหัดมากกว่า สำหรับผู้หญิงลงท้ายประโยคด้วย "ค่ะ" ผู้ชาย "ครับ" ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ตาม ทำให้ดูนุ่มนวลและสุภาพมากขึ้น อย่างเช่น "กลิ่นตัวคุณทำให้ฉันคลื่นไส้ค่ะ" หรือ "ผมไม่ชอบคุณครับ" และหากจะส่งข้อความทางโทรศัพท์ หรือแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก ให้ใช้ "555" เพราะออกเสียง "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เหมือนการหัวเราะนั่นเอง

3. วิธีตั้งชื่อตัวเอง
ไม่มีใครในกรุงเทพฯ หรือในประเทศไทย ที่เรียกชื่อจริงกันหรอก นอกเสียจากชื่อเล่นของคุณจะยาวเกิน 20 ตัวอักษร ตั้งชื่อเล่นสั้นๆ เรียกง่ายๆ ให้ตัวเองเสีย ยี่ห้อรถยนต์ก็ได้รับความนิยมมากพอตัว อยากขับเมอร์เซเดสไหม? งั้นตั้งชื่อว่า "เบนซ์" แล้วกัน หรือ "แอปเปิล" ดีล่ะ ไม่มีอะไรแปลกหรอกกับคำสั้นๆ 1-2 พยางค์


2. วิธีการเดินทาง
ไม่นั่งตุ๊กตุ๊กหรอก นอกเสียจากจะบรรทุกผักจำนวนมากมาจากตลาด คนกรุงเทพฯไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ แม้รถไฟฟ้าบีทีเอสจะอยู่ห่างไปอีกแค่ช่วงตึกหนึ่งก็เถอะ บ้างก็ขึ้นแท็กซี่ ทำทุกอย่างเพื่อเลี่ยงการเผชิญความร้อน แม้ต้องติดแหง็กบนถนน 2 ชั่วโมงก็ตาม และก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแท็กซี่ไม่ยอมไปส่งที่สยาม หรือสีลม เพราะการจราจรมันแน่นจนคนขับเองก็ไม่อยากจะไป

1. ใช้บันไดเลื่อนแบบชาวกรุงฯ
เมืองอื่นๆ ในโลก อาจกำหนดให้ยืนฝั่งใดฝั่งหนึ่งของบันไดเลื่อน เพื่อให้ผู้ที่เร่งรีบสามารถวิ่งแซงไปได้ แต่ไม่ใช่ที่นี่เพราะไม่มีใครรีบหรอก ยืนกลางบันไดมันไปเลย แต่เมื่อมีคนเอ่ย "ของทางหน่อย" ก็จะถูกสายตาชิงชังเปร่งรัศมีมองมาทันที.

Photo : Jermvut Kitchai

Photo : Jermvut Kitchai

หน้า 27

วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ภาพประวัติศาสตร์ "ทะไลลามะ"พบ"อองซานซูจี"ที่ลอนดอน

"ทะไล ลามะ" ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวทิเบต เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่าที่กรุงลอนดอน

โดยในข้อความที่โพสต์ลงในเว็บไซต์ของทะไลลามะ ระบุว่า องค์ทะไลลามะ ได้พูดคุยกับนางออง ซาน ซูจี เป็นการส่วนตัวเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวลานานราว 30 นาที

ทะไลลามะกล่าวว่า ได้บอกกับนางซูจีว่า รู้สึกชื่นชมความหาญกล้าของเธออย่างแท้จริง และเชื่อว่าเธอจะอุทิศตนรับใช้มนุษยชาติอย่างกล้าหาญ

การพบปะดังกล่าว ประจวบเหมาะกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 67 ปีของนางซูจี ระหว่างการเดินทางเยือนยุโรป 5 ประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หลังถูกปล่อยตัวจากการกักกันตัวเมื่อปี 2010 ขณะที่ทะไล ลามะ อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนยุโรปเช่นกัน

หน้า 28

วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เห็น "ลึงค์ปลอม" เป็นดอกเห็ด

Pic_270018

ชาวหมู่บ้านหลิวคุนปู้ นอกเมืองซีอาน ภาคตะวันตกจีน ช่วยกันขุดบ่อหาน้ำใต้ดิน พอ ขุดลงไปลึก 80 เมตร ไม่พบตาน้ำ แต่เจอวัตถุประหลาดคล้ายดอกเห็ด มีตา ปาก จมูก

พวกเขาต่างงงงวยงงงันไม่รู้มันคืออะไรแน่ จึงตัดสินใจแจ้งข่าวไปยังสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น นักข่าวสาวละอ่อน “เย หยุ่นเฟิง” พร้อมทีมงานไม่รอช้า รีบบึ่งสู่ชุมชนหลิวคุนปู้ทันที เธอหยิบมันขึ้นมากำแน่น ชูให้ช่างภาพเก็บภาพทุกแง่มุมรวมทั้งภาพ “โคลส อัพ” ระยะใกล้

“คุณผู้ชมคะ...เห็ดนี้นุ่มนิ่มนวลเนียน ยืดหยุ่น เหมือนเนื้อ ดอกอ้วนท้วนอวบสมบูรณ์ มีจุดหนึ่ง คล้ายปาก มีรูทะลุปลายอีกด้าน นี่คือเห็ดหลินจือ หรือไท้สุย ซึ่งหายาก ทรงคุณค่าทางเภสัช เกิดและเจริญเติบโตยากมั่กๆ สภาพแวดล้อมต้องเหมาะเจาะเหมาะเหม็งเท่านั้น” สาวเยบรรยาย

แต่ผู้ชมหลายรายโทร.บอกทางสถานีว่า “เห็ดลึกลับ” นั้น แท้จริงคือ “เซ็กซ์ ทอย” อวัยวะเพศชายปลอม ทำจากซิลิโคน...เล่นเอาสาวเยอายม้วนต้วนหน้าแดงแจ๋!!

ดอย ดอกฝิ่น

หน้า 29

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ดาบศักดิ์สิทธิ์ และอาวุธอันทรงฤทธิ์จากทั่วโลก

Pic_268753

อีกตำนานหนึ่งคือกษัตริย์อาเธอร์ดึงดาบออกมาจากก้อนหิน.

จำเดิมเมื่อครั้งพระผู้สร้างโลกได้บันดาลชีวิตขึ้นมา ตำนานแรกๆของมนุษย์ได้กล่าวถึงมหาศาสตราวุธที่องค์มหาเทพและเทพไททั้งปวงทรงมีประจำองค์ ในคัมภีร์พระเวทที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนั้นได้กล่าวถึง “วัชระ” อันเป็นศาสตราประจำองค์พระอินทร์ผู้เป็นประมุขแห่งทวยเทพ

“อสนีบาต” ก็เป็นอีกชื่อหนึ่งของวัชราวุธอันทรงฤทธิ์ขององค์ประธานาธิบดีสวรรค์

ในมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ก็ได้กล่าวถึง “สายฟ้า” ของเทพซุสไว้ มีลักษณะคล้ายวัชระของพระอินทร์อยู่มากจนเชื่อว่าน่าจะมีต้นเค้าเดียวกัน

ต่อมาเมื่อคริสต์ศาสนาได้ประดิษฐานแน่น แฟ้นขึ้น พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเก่าได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายขึ้นเรื่องราวจำเดิมแต่ครั้งอับราฮัมและบุตรชื่อไอแสคก็ได้ถูกกล่าวขึ้นมา

อับราฮัมเป็นผู้ที่มีศรัทธามั่นในพระผู้เป็น เจ้าเสมอจนแม้จะจับบุตรชายคนเดียวของตนมาสังเวยต่อพระองค์ก็ทำได้ แต่พระเป็นเจ้าก็ทรงเมตตาทดลองใจเท่านั้น แล้วทรงส่งทูตสวรรค์ลงมายับยั้งไว้

ลองกินุสใช้หอกแทงพระเยซู.

ลองกินุสใช้หอกแทงพระเยซู.

ในมือของอับราฮัมถือ “กริช” จ่อคอหอยไอแสคอยู่

กริชเล่มนั้นมีอีกชื่อในภาษาฮีบรูว์ว่า “อาเกดะห์ (Akedah)”

จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครหาพบหรือได้เคยเห็น มีแต่อยู่ในภาพวาดตามจินตนาการของศิลปินอย่างเรมบรานด์บ้าง หรืออย่างในภาพหล่อของกิเบอติและบรูเนลเลสชีบ้าง ว่ากันว่าน่าจะทำมาจากหินอุกกาบาตที่ตัดขอบจนคม กริชอาเกดะห์เป็นเพียงแค่ไม่กี่สิ่งที่เป็นศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับ “ตำนาน” ที่โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก เชื่อว่านำมาซึ่งโชคลาภและอำนาจอันมิอาจต้านทานได้ให้แก่ตัวผู้ครอบครอง แต่เจ้าตัวก็ต้องมีบุญวาสนาพอด้วย

ไม่เช่นนั้นเทวดาก็ไม่ช่วยให้พบแม้เพียงเงา

อับราฮัมจะใช้กริชอาเกดะห์สังหารลูกชาย

อับราฮัมจะใช้กริชอาเกดะห์สังหารลูกชาย

ในบ้านเราอาวุธในระดับตำนาน ถ้าพูดถึงเรื่องดาบที่มีฤทธีมากที่สุดก็เห็นจะเป็น “ดาบฟ้าฟื้น” ของขุนแผนที่กว่าจะได้มาก็แสนยาก ต้องไปหาตะปูตอกฝาโลงผีตายโหงแล้วก็มวลสารศักดิ์สิทธิ์อะไรต่อมิอะไรอีกแยะกว่าจะตีขึ้นรูปได้เป็นเล่ม

อันนี้เป็นดาบในวรรณคดีครับ

แต่หากจะถามกันถึงดาบศักดิ์สิทธิ์จริงๆที่มีตัวตนอยู่แบบไม่ต้องสงสัยก็ต้องนี่เลยครับ “พระ แสงดาบคาบค่าย” ที่องค์สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าได้ทรงกระทำกฤษฎาภินิหารให้มวลหมู่ปัจจามิตรได้ประจักษ์จนครั่นคร้ามในพระบุญญานุภาพ จนมาถึงสมัยผลัดแผ่นดินจึงได้เกิดปาฏิหาริย์แห่ง “พระแสงขรรค์ชัยศรี” ที่ชาวประมงแห่งกัมโพชทอดแหได้จากต็องเลซัปในเสียมราฐใน พ.ศ.2327

จนมาเป็นหนึ่งในเครื่อง ราชูปโภคอันเป็นมิ่งมหามงคลยิ่งแห่งรัตนโกสินทร์

ดาบเอ็กซคาลิเบอร์ที่พิทักษ์ไว้โดยเทพธิดาแห่งทะเลสาบ

ดาบเอ็กซคาลิเบอร์ที่พิทักษ์ไว้โดยเทพธิดาแห่งทะเลสาบ

พระขรรค์เปรียบได้กับพระสติปัญญาและพระปรีชาที่เฉียบคมขององค์พระเจ้าแผ่นดิน นอกจากนั้น ยังมีพระแสงดาบเล่มงามที่พบในกรุพระ ปรางค์วัดราชบูรณะที่มีหัวขโมยไปขุดออกมาจนทำให้คนขุดนั้นเป็นบ้าเป็นบอไปด้วย เป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของชาติย่อมมีเทวดาอารักษ์ไม่ให้ตกถึงมือทุรชนได้

เรื่องมีอยู่ว่ามีคณะมิจฉาชีพผู้ไม่กลัวบาปกรรมพร้อมผู้ทรงอาคมได้กระทำการเจาะพระปรางค์วัดราชบูรณะจนเป็นโพรง แล้วเข้าไปนำเอาสมบัติเก่าแก่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยาออกมาเป็นจำนวนหลายถาดโบราณ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องทองที่เป็นเครื่องราชูปโภคกับราชกกุธภัณฑ์สำหรับกษัตริย์และพระบรมวงศ์ชั้นสูง นอกจากนั้น ยังมีเพชรนิลจินดาที่เจียระไนแบบเหลี่ยมโบราณอีกมาก

ทั้งหมดมีน้ำหนักนับ 100 กิโลกรัม!

พระอินทร์มีวัชระเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง

พระอินทร์มีวัชระเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง

เมื่อได้มาแล้วก็นำมาแบ่งกันแล้วแยกย้ายไป ส่วนเครื่องทองและถนิมพิมพาภรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างพระธำมรงค์หรือพระพุทธรูปทองคำก็ถูกค่อยๆทยอยนำออกขาย ว่ากันว่าในช่วงปี 2500-2501 ร้านทองบางแห่งเปิดเตาเบ้าหลอมทองกันทั้งวันคืนเพื่อแปรรูปทองโบราณให้เป็นทองคำแท่งจะได้ไม่ถูกจับ ส่วนฝ่ายที่ได้เครื่องทองชิ้นใหญ่อย่างศิราภรณ์ (เครื่องสวมพระเศียร) พระสุพรรณภาชน์และพระแสงทองคำไป เมื่อนำไปจำนำก็ไม่มีใครกล้ารับซื้อ จนวันหนึ่งเรื่องถึงแดงขึ้นมาเมื่อหัวขโมยรายหนึ่งเกิดสติฟั่นเฟือน เอาดาบทองคำมาร่ายรำไปมากลางตลาด

จะด้วยเวรกรรมที่ทำหยาบช้าไว้หรือความบังเอิญใดก็ไม่อาจทราบได้ ผู้มีบุญไม่ถึงต่างพากันเกิดมีอันเป็นไปต่างๆนานา ราวกับปู่โสมที่พิทักษ์ทรัพย์ไว้ท่านตามมาจัดการด้วยตัวเอง ซึ่งเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของการค้นพบเครื่องทองในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะนั้นมีอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ท่านอาจไปหาชมทั้งเครื่องทองของจริงและเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นได้ครับ

ฝั่งญี่ปุ่นแดนอาทิตย์อุทัยก็มีดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เป็น 1 ใน 3 ของวิเศษที่ชาวญี่ปุ่นนับถือ ดาบนี้มีชื่อว่า “คุซานางิ (Kusanagi)” มีตำนานที่ยาวนานนับพันปี มีเรื่องเล่าว่าเก่าแก่ถึงสมัยอะมาเทราสุผู้เป็นสุริยเทวีและเมื่อใดที่กล่าวถึงดาบนี้จะต้องมีของศักดิ์สิทธิ์อีก 2 สิ่งพ่วงมานั่นคือ “พระฉาย (Mirror)” กับ “อัญมณี (Jewel)” สามสิ่งนี้ถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งราชวงศ์ดอกเบญจมาสของญี่ปุ่น

วัชระ ศิลปะอินเดีย

วัชระ ศิลปะอินเดีย

ดาบหมายถึงความกล้าหาญ (Valor)

อัญมณีเปรียบได้กับปัญญาสว่างไสว

ส่วนพระฉายก็คือความกรุณาอันไพศาลที่สะท้อนออกไป

ของศักดิ์สิทธิ์แต่ละสิ่งอยู่แยกที่กัน โดยดาบหรือพระขรรค์อยู่ที่วิหารอัตสุตะที่เมืองนาโงย่า ส่วนพระฉายอยู่ที่มหาวิหารอิเสะและอัญมณี อย่างสุดท้ายอยู่ในพระราชวังอิมพีเรียล (โคคิว) ขององค์จักรพรรดิ จะถูกนำออกมาเมื่อมีวาระสำคัญยิ่งยวดเท่านั้น เช่น พระราชพิธีราชาภิเษก โดยในสมัยที่ญี่ปุ่นปราชัยในสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นองค์จักรพรรดิฮิโรฮิโตได้ทรงกำชับเจ้ากรมวังให้รักษาของศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 สิ่งไว้ให้ดีที่สุดไม่ให้ไปตกอยู่ในมือศัตรู

ครั้งสุดท้ายที่มีผู้ได้เห็นราชกกุธภัณฑ์เหล่านี้ก็คือสมัยที่พระจักรพรรดิอากิฮิโตขึ้นครองราชย์ในปี 1989 ซึ่งผู้มาร่วมในพระราชพิธีนี้ก็มีอยู่ไม่มากนักเพราะเป็นส่วนหนึ่งของพิธีที่จัดเป็นการภายใน

ส่วนในตำนานของชาติตะวันตกในเรื่องดาบและอาวุธก็มีกล่าวถึงไว้มาก เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันมากคือ “ดาบเอ็กซคาลิเบอร์” ที่เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าอาเธอร์ที่แฟนานุแฟนน่าจะรู้จักกันดี ด้วยคิงอาเธอร์ที่ว่านี้ยังเป็นที่ถกกันอยู่มากว่าทรงมีพระองค์จริง หรือเป็นเพียงพระราชาในตำนาน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 ประการของราชวงศ์ญี่ปุ่น

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 ประการของราชวงศ์ญี่ปุ่น

เรื่องดาบของพระองค์ก็มีสตอรี่ปาฏิหาริย์ไม่แพ้กันตรงที่เดิมทีเป็นของที่เสียบอยู่ในศิลาแล้วก็ยังมีเวอร์ชั่นที่ดาบถูกพิทักษ์ไว้โดยเทพธิดาแห่งทะเลสาบ โดยนางบอกว่านามของดาบนี้แปลว่า “ดาบที่สามารถตัดเหล็กกล้าได้”

เริ่มจากตำนานดั้งเดิมแห่งกษัตริย์อาเธอร์ที่ว่าเมื่อครั้งทรงพระเยาว์นั้นทรงแสดงพระบุญญาธิการโดยการดึงดาบเล่มใหญ่ออกจากศิลาได้อันเป็นการแสดงว่าทรงสืบเชื้อสายมาจากบุรพกษัตริย์ อูเธอร์ เพนดรากอน ส่วนตำนานอีกกระแสหนึ่งให้พระเจ้าอาเธอร์ได้ดาบนี้จากเทพธิดาแห่งทะเลสาบหลังจากทรงขึ้นครองราชย์แล้ว

และนอกจากดาบศักดิ์สิทธิ์เอ็กซคาลิเบอร์แล้วน้อยคนจะรู้ว่าคิงอาเธอร์ท่านยังมีอาวุธคู่พระกาย อีกถึง 2 อย่างครับ นั่นคือกริช “คานเวนแนน (Carnwennan)” กับหอกชื่อ “รองโกมัยเนียด (Rhongomyniad)” เริ่มจากกริชนี้ก่อนว่ามีสตอรี่ว่ากษัตริย์พระองค์นี้เคยใช้สังหารแม่มดมืดโดยการฟันนางจนขาดครึ่ง ส่วนหอกนั้นมีกล่าวถึงไว้ผ่านๆในตำนานเท่านั้น

ในส่วนของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีก็เคยมีความเชื่อในเรื่องศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์จะนำฤทธิ์มาสู่เจ้าของได้ ในสมัยที่เขายังเป็นหนุ่มน้อยนักวาดภาพเร่ร่อนอยู่ เขามักหาโอกาสไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในปราสาทเก่าที่เก็บสมบัติชิ้นหนึ่งของตระกูลฮัปสบวร์กไว้นั่นคือ “หอกศักดิ์สิทธิ์” ครับ เรื่องนี้มีปรากฏอยู่ในพระวรสาร นักบุญยอห์น (The gospel of John) ฉบับเดียวไม่ปรากฏในพระวรสารฉบับอื่น โดยหอกเล่มนี้เชื่อว่าเป็นหอกที่ “ลองกินุส (Longinus)” ทหารโรมันใช้แทงสีข้างขององค์พระคริสต์ขณะที่ทรงรับพระทรมานอยู่บนไม้กางเขน

ครั้นจำเนียรกาลผ่านไป หอกก็ได้ตกอยู่ในมือของมหาบุคคลระดับโลกเยอะครับ อาทิ ธีโอโดสิอุส, อาละริก (บา-บาเรียน ผู้ปล้นโรม), เฟรเดริก บาบา-รอสซา (พระเจ้าเคราแดง) และพระเจ้าชาร์ลมาญ กษัตริย์ผู้ยิ่งยงผู้เริ่มวงศ์โรมันศักดิ์สิทธิ์ในยุโรป

ซุสมีสายฟ้าเป็นอาวุธ

ซุสมีสายฟ้าเป็นอาวุธ

โดยเฉพาะพระองค์สุดท้ายนี้มีเรื่องราวอภินิหารเกี่ยวกับหอกนี้เยอะครับ เล่ากันว่าพระองค์ทรงมีหอกนี้อยู่ข้างพระวรกายเสมอยามออกศึก ทำให้ทรงได้ชัยชนะต่อหมู่มวล
อมิตรถึง 47 ครั้ง

ความเชื่อที่สืบกันมาของผู้ที่ครอบครองอาวุธนี้ก็คือมันจะสร้างพลังอำนาจอันประมาณมิได้ให้กับผู้เป็นเจ้าของ รวมถึงอำนาจที่จะครองทั้งโลกได้ด้วย ซึ่งนั่นคือสุดยอดที่ฮิตเลอร์ปรารถนา

แต่กว่าหอกนี้จะตกมาถึงอาณาจักรไรช์ที่ 3 ก็ได้ผ่านมือจอมคนระดับโลกมาแล้วหลายท่าน ดังที่เล่าไปมีพระเจ้าชาร์ลมาญ, จักรพรรดินโปเลียนเป็นอาทิ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่ฮิตเลอร์ปลาบปลื้มกับประวัติบุคคลสำคัญเหล่านี้มากครับ

ที่กล่าวมาคือตัวอย่างของศาสตราวุธพิเศษที่เกิดขึ้นมาในพิภพแห่งนี้และเป็นที่ยอดปรารถนาของผู้มีอำนาจมาทุกยุคสมัย

ทั้งที่ในที่สุดก็ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าแม้สักคน.


โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช และ
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 30

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สีรถใดที่นกท้องเสียชอบขี้รด มากที่สุด? อุปกรณ์เสริมในรถยนต์อะไรที่ดูโง่บรม ?

เว็บไซต์ Car Connection แนะนำว่ามีอุปกรณ์เสริมบางอย่างที่ไม่จำเป็นสำหรับรถยนต์อีกต่อไปและจะช่วยลดราคารถยนต์ใหม่ได้โดยเฉพาะในสหรัฐ นั่นคือ

1.ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อหรือ 4WD – เนื่องจากโดยปกติเรามีโอกาสใช้ 4WD น้อยมาก หรืออาจไม่เคยใช้เลย จึงควรใช้ระบบ 2WD มากกว่าเพื่อลดราคารถยนต์และลดค่าน้ำมัน

2.ระบบนำทาง GPS แบบติดรถยนต์ – เนื่องจากปัจจุบันโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ต่างมีระบบแผนที่ GPS ซึ่งสะดวกและราคาถูกกว่ามาก

3.เครื่องเล่น CD โดยเฉพาะแบบเปลี่ยนแผ่นอัตโนมัติ – เนื่องจากล้าสมัย เทอะทะ และไม่จำเป็น เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ๆต่างมีระบบเล่นเพลง MP3 เชื่อมต่อกับ USB หรือ Bluetooth ที่สะดวกกว่า

4.ระบบ TV หรือ DVD ติดรถยนต์ – เคยเป็นที่นิยมสำหรับพ่อแม่อเมริกันที่ต้องการให้ลูกอยู่นิ่งๆบนรถ แต่ปัจจุบันมีทั้ง iPad และ Tablet หลายรุ่น ซึ่งราคาถูกกว่าและสะดวกกว่า

5.เบาะหนัง – รถยนต์หรูรุ่นใหม่ของ Lexus หรือ Mercedes-Benz เริ่มไม่ใช้เบาะหนังแล้ว แต่ใช้วัสดุสังเคราะห์แบบใหม่ซึ่งคล้ายหนังแต่ราคาถูกกว่า

นอกจากอุปกรณ์เสริมที่ไม่จำเป็นตามที่เว็บไซต์ Car Connection แนะนำเหล่านี้แล้ว สีรถยนต์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาเมื่อซื้อรถยนต์ใหม่ เพราะรายงานวิจัยจากอังกฤษพบว่า รถที่มักถูกนกปล่อยของเสียใส่มากที่สุดคือรถสีแดงซึ่งมีโอกาสถูกของเสียของนก 18% รองลงมาคือสีน้ำเงินที่ 14% ส่วนสีเขียวมีโอกาสน้อยสุดที่ 1% เท่านั้น

รายงานจากบริษัท Halford ชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าของเสียของนกที่ติดอยู่กับรถยนต์เป็นเวลานานจนแห้งเกรอะกรัง อาจทำลายสีรถยนต์ได้จนต้องเสียค่าทำสีรถราคาแพงได้

อาดิดาสออกรองเท้าดีไซน์ใหม่ "รุ่นตรวนทาส" โดนชาวเน็ตถล่มยับ

อาดิดาส(Adidas) จะออกรองเท้ารุ่นใหม่ the JS Roundhouse Mids เดือนสิงหาคมนี้ หลังจากอาดิดาสรุ่นนี้ถูกเปิดตัวบนเฟซบุคเพจของแบรนด์อาดิดาส ได้กลายเป็น กระแสเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ในต่างประเทศ เพราะรองเท้าคู่นี้มาพร้อมกับ โซ่ตรวน สีส้มสุดจี๊ด โดยมีนักวิจารณ์ ระบุเปรียบเปรยว่าอาดิดาสรุ่นนี้ คล้ายกับการคล้องโซ่ตรวนที่เท้าสมัยสหรัฐอเมริกายังมีระบบยุคทาสผิวสีในศตวรรษที่ 19

นั่งมอง 'มุมสูง มุมสวย และมุมเสียว' ที่ 'เขาพัทยา' !

Pic_270617

'เมื่อเรายืนอยู่บนที่สูงนอกจากจะมองเห็นอะไรได้กว้างและไกลขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรจะกระทำก็คือการบอกกับตัวเองว่าจะได้อะไรจากการมองในครั้งนี้ด้วย...'

เป็นคำเกริ่นของภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นคิวของ ตี้-ภพธนา บุปผชาติ ช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ผู้มีเอกลักษณ์ เป็นภาพถ่ายที่แฝงไปด้วยความจริงจัง จริงใจ ชัดเจนมากที่สุดคนหนึ่ง ภาพเซตนี้เป็นการเยือนครั้งแรกที่พระตำหนัก ส.ทร.5 หรือบางคนเรียกว่าเขาพัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี ถือเป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเมืองพัทยา

สามารถมองเห็นหาดรูปโค้ง คล้ายวงพระจันทร์ของหาด และความเจริญของอาคารบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญสามารถเก็บรายละเอียดผ่านสายตา และผ่านม่านชัตเตอร์ได้ดีที่สุด ทั้งน้ำ ฟ้า ฝั่ง ที่เรามองเห็นเป็นเหมือนจุดปราบเซียนและสามารถสร้างเซียนในการถ่ายรูปวิวได้ดีอีกมุมหนึ่งของเมืองไทย มุมมองที่ดีในการวางคอมโพสของรูปจะเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณเริ่มเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของทะเล ยิ่งช่วงยามเย็น ยิ่งทำให้เราได้มองเห็นรายละเอียดในทะเลชัดเจนขึ้นทั้งสีน้ำ สีฟ้า และ สีฝั่งราวกับอยู่ในความฝัน

เป็นมุมมองที่เชื่อได้ว่าจะไม่มีวันลืม...!