บทความทั่วไป เมษายน 55


 

สารบัญ

เนื่อเรื่อง

หน้า
เสริมทรวงอก 1
“องค์พระพิฆเนศ”ปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 2
มหัศจรรย์!!! พบธงชาติ 6 ประเทศ ซ่อนอยู่ใน "ธงชาตินอร์เวย์" รวมทั้ง "ไตรรงค์" ของไทย 3
'ไม่ซับซ้อน ไม่ซ่อนความเซ็กซี่' หญิงสาวในชุดว่ายน้ำ...! 4
จับเด็กหนุ่มผู้ดีทะลึ่งอัพคลิปมีเซ็กซ์กับสาวลง 'เฟซบุ๊ก' 5
หมาน้อยไม่ธรรมดา 6
ยามฝั่งสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการนานเกือบ 5 ชั่วโมง จม 'เรือผีสึนามิ' ยุ่น 7
ซีเอ็นเอ็นโกเผย 7 ความเชื่อผิดๆ ที่ฝรั่งมีกับเมืองไทย 8
ตะลึง! เด็กหญิง 10 ขวบ คลอดลูก ทุบสถิติคุณแม่อายุน้อยที่สุดของโลก 9
"กวดวิชา"ธุรกิจแสนล้าน 10
ย้อน 3 คำทำนายชวนขนลุก แม่นเหลือเชื่อ สึนามิ สุมาตรา เมษายน 11
'เซ็กซ์ทอย'ของเล่นชวนเสียวสร้างค่ำคืนสุดหฤหรรษ์ 12
ตามรอย 'ไททานิค' ครบ 100 ปี ญาติล่องเรือไว้อาลัยยังจุดเกิดเหตุ 13
จ่อประมูลภาพโป๊ 'จอห์น เลนนอน' และภรรยา 'โยโกะ โอโนะ' 14
หญิงสาว "หน้าเหมือนตุ๊กตา" ชาวอังกฤษ ดังเป็นพลุแตก ผู้คนทั่วโลกแห่ชมใบหน้ากันกว่าสิบล้าน 15
ทำนายนิสัยจากลักษณะการกินไอศกรีม 16
รู้มั้ย !!ตำแหน่ง"สิว"บนใบหน้า บอกอะไร 17
ตำนาน แบทเทิลชิป เรือรบประจัญบานสะท้านโลก 18
ปริศนาความตายของดาราและยามรณะ 19
มะกันรณรงค์การใช้ถุงยาง อึ้ง ผลิตวีดีโอ"ผู้สูงอายุโชว์ท่าเด็ด"กามสูตร"(ชมคลิป) 20
10 โรงแรมหรู...ตัวเลือกเจ๋งๆช่วยให้'สงกรานต์'จดจำไม่รู้ลืม 21
กว่าจะมาเป็นขุมทอง"สีดำ" 22
5 ไอเดียดีไซน์ 'สตูลสุดเก๋' 23
รวมเด็ด 10 สุดยอดพิลึกโลก ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2012 24
sme มีแวว : 'โชติดล'สบู่สวยที่สุดในโลก! 25
ชมภาพวิวาห์ว้าน หวาน คู่รักสุดฮอต "ชาคริต-วุ้นเส้น" โรแมนติกกลบร้อน เห็นแล้วต้องอิจฉา.. 26
Let it be! เส้นบางๆ ระหว่างปล่อยวางกับละเลย 27
อึ้ง! สาวรัสเซียวัย 21 ปี เหมือน 'บาร์บี้' เวอร์ชั่นมนุษย์ 28
เคทู: ความฝันและความตาย ณ ยอดเขาแสนหฤโหด 29
ฟุตบอล"สึนามิ" ลอยไปไกลถึง"รัฐอลาสก้า" พบเจ้าของเป็นเด็กชายวัย 16 ปี 30

  

วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติศาสตร์โดยสังเขปของการ"เสริมอึ๋ม" 50 ปีผ่านไป"อกเล็ก"ยังเป็น"เรื่องใหญ่"เสมอ

ปีนี้ถือเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการศัลยกรรมทรวงอกที่ใช้ซิลิโคนเป็นส่วนประกอบครั้งแรกของโลก

ปัจจุบัน การผ่าตัดเสริมทรวงอกโดยใช้ซิลิโคน ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง ของการทำศัลยกรรมความงามทั่วโลก ซึ่งมีสตรีที่ใช้วิธีดังกล่าวกว่า 1.5 ล้านคนทั่วโลกในปี 2010

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 1962 "ทิมมี่ จีน ลินด์เซย์" คุณแม่ลูกหก ได้ขึ้นเตียงผ่าตัดด้วยวิธีนี้ครั้งแรกที่โรงพยาบาลเจฟเฟอร์สัน เดวิส ที่เมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส


ในอีก 2 ชั่วโมงถัดมา การผ่าตัดครั้งประวัติศาสตร์ของเธอ ทำให้หน้าอกของเธอเพิ่มขึ้นจาก"คัพ บี" กลายเป็น"คัพ ซี" ลินด์เซย์ ในวัย 80 ปี เผยว่า การผ่าตัดครั้งนั้นสมบูรณ์แบบที่สุด แม้ว่ามันจะรู้สึกนิ่มๆ แต่มันก็คล้ายกับหน้าอกจริงมาก แรกๆผลของการผ่าตัดอาจยังไม่ปรากฏเด่นชัดนัก แต่เมื่อเธอออกไปเดินตามท้องถนน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หนุ่มๆหันมามองเธอกันเป็นแถว และผิวปากแซวกันอย่างสนุกปาก

แม้ว่าการผ่าตัดครั้งนั้นจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่เธอ และเธอเองก็ได้รับความสนใจเข้าขั้น"พิเศษ" แต่เธออก็ไม่เคยคิดที่จะ"เพิ่มขนาด"ให้แก่มันอีก

แต่เดิม เธอมีแผนที่จะให้แพทย์ลบรอยสักออกจากหน้าอก แต่แพทย์ได้ยื่นข้อเสนอให้เธอ เพื่อเป็นอาสาสมัครในการทดลองผ่าตัดครั้งนี้ และเธอเองก็สนใจ เนื่องจากอยากให้แพทย์ทำการผ่าตัดหูของเธอที่กางออกไปพร้อมกัน โดยแพทย์ที่เป็นผู้บุกเบิกในการผ่าตัดครั้งนั้นก็คือ นายแพทย์แฟรงค์ จีโรว์ และนายแพทย์โธมัส โครนิน


ตามข้อมูลในหนังสือ "Inventing Beauty: A History of the Innovations that have Made Us Beautiful" โดยเทเรซา ริออร์แดน ระบุไว้ว่า นพ.แฟรงค์ ได้ลองบีบถุงบรรจุโลหิต และลองกะดูว่าขนาดเท่าใดจึงจะมีความคล้ายคลึงกับหน้าอกของผู้หญิง ซึ่งนั่นเป็นต้นทางของการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยซิลิโคนในเวลาต่อมา


ก่อนที่"หนูทดลอง"ตัวแรกของเขาจะเป็นสุนัขที่ชื่อ "เอสเมอรัลด้า" ซึ่งโธมัส บิกส์ ผู้ช่วยแพทย์ เผยว่า การผ่าตัดได้ผลที่น่าพึงพอใจอย่างมาก โดยเขาทำหน้าที่เป็นผู้จับตัวสุนัขไว้ และแพทย์ได้ผ่าตัดเอาซิลิโคนสอดเข้าไปใต้ผิวหนังของสุนัข และทิ้งช่วงไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ กระทั่งแผลแห้งสนิทดี และทำการผ่าตัดออกอีกในภายหลัง

เช่นนั้น ทั้งสองจึงประกาศว่าการผ่าตัดประสบความสำเร็จ โดยน.พ.จีโรว์ ประกาศว่า การฝังซิลิโคนไม่มีอันตรายใดๆ หลังจากนั้นไม่น่น จึงเริ่มมีการเสาะหาสตรีที่จะเป็นอาสาสมัครในการทดลองครั้งสำคัญ

ทิมมี่ จีน ลินด์เซย์ เผยหลังการผ่าตัดว่า เธอรู้สึกหน่วงๆที่หน้าอกอยู่พอควร แต่หลังจากนั้น 3-4 วัน เธอก็รู้สึกชินกับมันในที่สุด
การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ซิลิโคน เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น หลังจากน.พ.โครนิน ได้เสนอผลงานดังกล่าว ณ ที่ประชุมสมาคมศัลยแพทย์พลาสติกนานาชาติ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อปี 1963 และนับตั้งแต่นั้น ความอยากรู้อยากเห็นของคน ก็ทำให้การเสริมซิลิโคนหน้าอก ติดลมบนนับตั้งแต่นั้น

ประจวบเหมาะกับยุคสมัยนั้น ที่ชาวอเมริกันมีชีวิตที่ถูกห้อมล้อมด้วยอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงแนวคิดการมีหน้าอกใหญ่ เช่นเดียวกับที่เป็นยุคของการกำเนิดของหนังสือปลุกใจเสือป่าอย่าง"เพลย์บอย" และ"ตุ๊กตาบาร์บี้"
เทเรซา ริออร์แดน กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของสาวทรงโตในสมัยยุคปี 1950 อย่าง "มาริลีน มอนโร"และ"เจน รัสเซลล์" ที่เต็มไปด้วยความเซ็กซี่และน่าปรารถนา กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงเริ่มหันมาพิจารณาเสริมหน้าอก นอกเหนือจากการใช้ "Falsies" หรือบราดันทรง ที่ได้รับความนิยมมาก


ในช่วงนั้นได้มีการริเริ่มในการเพิ่มขนาดทรวงอกในหลายวิธี ทั้งการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ฟองน้ำ กระทั่งมีข่าวลือหนาหูว่า มาริลีน มอนโร อาจเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธ โดยแอนโธนี่ ซัมเมอร์ส ผู้เขียนหนังสือชีวประวัติของเธอเผยว่า บุคคลที่เขาสัมภาษณ์ ซึ่งล้วยแต่ใกล้ชิดกับมอนโร ซึ่งรวมถึงบิลลี่ ทราวิลลา ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งช่างเสื้อ และหนึ่งในคนรักของเธอ กล่าวว่า เธอไม่มีเหตุผลใดที่จะผ่าตัดเสริมหน้าอกเด็ดขาด

ด้านบิลลี่ ไวล์เดอร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ กล่าวถึงทรวงอกของมอนโรว่า มีทรวดทรงที่น่ามหัศจรรย์ อวบอิ่ม และไร้ความหย่อนยาน

โธมัส บิกส์กล่าวว่า เทคนิคการเสริมฟองน้ำได้ผลดีในช่วงต้น แต่ไม่คงทนถาวร เนื่องจากเมื่อใช้ไปช่วงหนึ่ง ฟองน้ำจะหดตัวลง และจะแข็งเหมือนกับลูกเบสบอล

ประเทศที่มีการผ่าตัดศัลยกรรมทรวงอกมากที่สุด

จำนวนครั้งของการผ่าตัด ค่าเฉลี่ยต่อประชากร
1.สหรัฐฯ 1.บราซิล
2.บราซิล 2.กรีซ
3.เม็กซิโก 3.อิตาลี
4.อิตาลี 4.โคลอมเบีย
5.จีน 5.สหรัฐฯ
6.โคลอมเบีย 6.ฝรั่งเศส
7.อินเดีย 7.เม็กซิโก
8.ฝรั่งเศส 8.เวเนซุเอลา
9.ญี่ปุ่น 9.ออสเตรเลีย
10.เยอรมนี 10.แคนาดา

ที่มา: ผลการศึกษาโดย สมาคมศัลยกรรมพลาติกเพื่อความงามนานาชาติ ปี 2010

ริออร์แดนเผยว่า เมื่อซิลิโคนมาถึง ซึ่งประจวบเหมาะพอดีกับยุคหลังสงครามของอเมริกัน ที่ตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งที่เป็นพลาสติกและของปลอม แต่ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯเท่านั้น ที่ซิลิโคนถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอก แต่ในญี่ปุ่นก็เกิดขึ้นเช่นกัน แต่เฉพาะในกลุ่มหญิงขายบริการ


พวกเธอได้ลักลอบนำซิลิโคนที่ขโมยมาได้ จากท่าเรือโยโกฮามา ฉีดเข้าไปในทรวงอก เพื่อหวังผลตอบแทน ประการใดประการหนึ่งกับชาวอเมริกันที่เข้าไปทำธุรกิจในญี่ปุ่นช่วงนั้นจำนวนมาก ผลที่ได้รับก็คือ พวกเธอมีการที่เรียกว่า "ซิลิโคนเน่า" ซึ่งก็คือเกิดเนื้อร้ายรอบๆบริเวณที่ฉีดซิลิโคนลงไป หรือที่เรียกว่า Hematoma ซึ่งหมายถึง ภาวะที่มีเลือดออกและสะสมภายในเนื้อเยื่อ ซึ่งรวมถึงการติดเชื้อ และอาการที่เรียกว่า การสร้างเนื้อเยื่อพังผืดภายใน ที่อาจทำให้เกิดแผลเป็น และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นแข็งตัว


บิ๊กส์กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก อาทิ การสร้างภาพจำลองผลการผ่าตัดแบบสามมิติ และการปลูกถ่ายที่เพิ่มความคงทนของวัสดุ และจากที่เดิมมีไซส์ให้เลือกเพียง 4 ไซส์ คือ ใหญ่, กลาง, เล็ก และเล็กมาก ก็เพิ่มทางเลือกให้มีมากขึ้นถึง 450 วิธี

การผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดเสริมความงามที่ได้รับความนิยมอันดับสองรองจากการผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก (หนาขึ้นหรือเรียวลง) และไม่เฉพาะผู้ที่ต้องการเพิ่มเสน่ห์ให้ตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ผ่านการผ่าตัดเอาเต้านมออก อันเนื่องมาจากโรคมะเร็งทรวงอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งน.พ.จีโรว์และน.พ.โครนิน คาดการณ์ไว้แต่แรก และเป็นหนึ่งในเป้าประสงค์ของการพัฒนาการผ่าตัดเสริมหน้าอก
หลายปีหลังการผ่าตัด ทิมมี่ จีน ลินด์เซย์ ไม่เคยบอกเรื่องการผ่าตัดครั้งนั้นให้ใครฟัง แม้แต่แฟนหนุ่มของเธอ ก่อนที่ในอีกหลายสิบปีผ่านมา เธอจะเปิดเผนเรื่องนี้ให้ญาติพี่น้องและเพื่อนๆได้รับรู้

50 ปีผ่านไป เธอยังคงพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่สามารถรั้งเวลาไว้ก็ตาม หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นสิ่งน่ารำคาญ แต่เธอว่ามันก็เหมือนหน้าอกปกติทั่วไป ที่เริ่มเข้าที่เข้าทางเมื่อเวลาผ่านไป และเธอเองก็ยังคงรู้สึกดีใจ ที่ตนเองได้เป็นเจ้าของ"วัตถุชิ้นประวัติศาสตร์" ที่ติดอยู่กับตัวเธอ และยินดียิ่งกว่าที่ทราบว่า "เธอคือคนแรก"

หน้า 2

วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

“องค์พระพิฆเนศ”ปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ชมความงดงามของ “องค์พระพิฆเนศ” ปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สุดอลังการริมแม่น้ำบางปะกง

ที่สุดในไทย พามารู้จักกับอีกหนึ่งความงดงามทางศาสนาที่มากไปด้วยความศรัทธา องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ วัดสมานรัตนาราม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ริมแม่น้ำบางปะกง ด้วยความใหญ่โตมโหฬารทำให้ สามารถมองเห็นองค์พระพิฆเนศฯ ได้ถึง 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน

วัดสมานรัตนาราม สมัยก่อนไม่เป็นที่รู้จักมากนักทั้งในหมู่นักเดินทาง จะมีเพียงชาวบ้านท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้จัก วันหนึ่งมีพระหนุ่มเดินทางมาบวชที่วัดแห่งนี้ โดยท่านได้กล่าวว่าจะพัฒนาวัดที่เปรียบเสมือนบ้านเกิดของท่านให้เจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เพื่อเผยแพร่คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างทั่วถึง หลังจากนั้นท่านใช้เวลาเพียงไม่นาน ด้วยความทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และสติปัญญา ทำให้ วัดสมานรัตนาราม เป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในหมู่ชาวไทย และชาวต่างชาติ มีผู้คนเดินทางเข้ามากราบไหว้สิ่งศักสิทธิ์วันละหลายหมื่นคน นำมาซึ่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของวัด

โดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาพร้อมกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของวัดคือ พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วย ขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง ซึ่งปางนอนนั้นเป็นปางที่ ประทานความมีกินมีใช้ เงินทองไม่ขาดมือ อยู่อย่างสุขสบาย อิ่มหนำสำราญ ขจัดปัญหาวุ่นวายใจ สวยงามตระกาลตา สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้ามายังบริเวณวัด ยิ่งมองเทียบกับผู้คนมากมายที่เดินทางมาสักการะ จะเปรียบเทียบถึงความใหญ่โตได้อย่างชัดเจน

สำหรับการจะขอพรพระพิฆเนศผู้ได้ชื่อว่าเทพเจ้าแห่งความสำเร็จให้สัมฤทธิ์ผลนั้น จะต้องขอพรผ่าน หนูมุสิกะ ผู้เป็นบริวาร ซึ่งที่วัดสมานรัตนาราม ถูกสร้างขึ้นหน้าฐานองค์พระพิฆเนศ เป็นรูปปั้นหนูสองตัว ยืนทำมือป้องหูไว้ ทำให้เกิดความเชื่อว่า ถ้าอยากขอพรสิ่งใดให้สมหวัง ต้องไปกระซิบที่หูหนู แล้วหนูจำนำความไปบอกท่านพระพิฆเนศให้ประทานพรกลับมา.

การเดินทาง จากเส้นบางนา-ตราด มุ่งหน้าเข้าทางฉะเชิงเทรา ผ่านโตโยต้า บ้านโพธิ์ พอเจอสามแยกไฟแดงใหญ่ ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบางคล้า ขับตรงยาวไปเรื่อยๆจนข้ามแม่น้ำบางปะกง จากนั้นพอถึง เขื่อนทดน้ำบางปะกง ให้เลี้ยวเข้าซอยวัดจุกเฌอ ขับไปเรื่อยๆ ก็เจอป้ายบอกทางเข้า วัดสมานรัตนาราม ทางซ้ายมือ

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

หน้า 3

วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

มหัศจรรย์!!! พบธงชาติ 6 ประเทศ ซ่อนอยู่ใน "ธงชาตินอร์เวย์" รวมทั้ง "ไตรรงค์" ของไทย

(ที่มา เฟซบุ๊ก Peeh Nutthwut)


มีคนสายตาดีในเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตว่า บนผืนธงชาติของประเทศนอร์เวย์นั้น มีธงของรัฐ-ชาติอื่นๆ อีก 6 ประเทศซ่อนอยู่อย่างน่ามหัศจรรย์ อยากทราบว่ามีประเทศอะไรบ้าง ชมได้ที่ภาพด้านล่าง

หน้า 4

วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

'ไม่ซับซ้อน ไม่ซ่อนความเซ็กซี่' หญิงสาวในชุดว่ายน้ำ...!

Pic_249759

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้เป็นของ ตฤณ จันทร์สว่าง ช่างภาพผิวเข้มฝีมือดี ที่รักพริตตี้เป็นชีวิตจิตใจ ของไทยรัฐออนไลน์ กับเซ็ตภาพชุดว่ายน้ำของการประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012” (น.ส.ณฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโคตร ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน คว้ารางวัลชนะเลิศ)

เป็นภาพที่ไม่ซับซ้อน และไม่ซ่อนความสดใสกับชุดว่ายน้ำสีสสวย ที่รับประกันได้ว่าจะสะกดทุกสายตาได้อย่างแน่นอน!

หน้า 5

วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

จับเด็กหนุ่มผู้ดีทะลึ่งอัพคลิปมีเซ็กซ์กับสาวลง 'เฟซบุ๊ก'

Pic_250842

ตำรวจอังกฤษรวบตัวเด็กชายวัย 14 ปี หลังโพสต์คลิปวิดีโอการร่วมเพศ ระหว่างเขากับเด็กหญิงวัยเดียวกัน ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก จนเกิดกระแสฮือฮาและถูกวิจารณ์ในวงกว้าง...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 5 เม.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เด็กชายวัยเพียง 14 ปี จากเมืองเชลเทอแฮม แคว้นกลูเชสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ หลังโพสต์คลิปโป๊ของตัวเอง ที่กำลังร่วมเพศกับเด็กหญิงวัยเดียวกัน ลงบนเว็บไซต์สังคมออนไลน์ "เฟซบุ๊ก" โดยมีกลุ่มเพื่อนและวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง กดแชร์หรือเผยแพร่ต่อกันเป็นทอดๆ กะทั่งเกิดกระแสฮือฮาในวงกว้าง

อย่างไรก็ดี ในฐานะที่ผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน เจ้าที่ตำรวจจึงถือเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย และลงบันทึกข้อมูลประวัติอาชญากรรม ไว้เป็นเวลา 6 ปี ขณะที่ แอนดี้ แมธสัน สารวัตรายหนึ่งเผยว่า กรณีเยาวชนกระทำความผิดที่ส่อในเรื่องเพศ เกิดมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน และถือเป็นปัญหาระดับชาติ.

หน้า 6

วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

หมาน้อยไม่ธรรมดา

Pic_249701

อนุสาวรีย์ของฮาชิโกะ

เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยง คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงหมาเป็นอันดับต้นๆ ผมคิดเอาเองว่าถ้ามนุษย์ต่างดาวมีจริง พวกเขาก็คงเลือกที่จะเลี้ยงหมาเหมือนกัน เพราะหมานั้นจะมีความผูกพันกับคนเลี้ยง ไม่ว่าเจ้าของจะร้ายกับมันขนาดไหน หมาก็ยังรักเจ้าของสุดหัวใจ หมาที่ฉลาด ซื่อสัตย์ ผูกพันกับคนเลี้ยงมากๆ นั้นมีนับไม่ถ้วน บางตัวที่รักและซื่อสัตย์ต่อคนเลี้ยง จนได้รับการยกย่อง ถึงขั้นสร้างรูปปั้นรูปหล่อไว้เป็นที่ระลึกเลยทีเดียว ถึงได้มีคนคิดคำเรียกขาน “หมา” ว่า มะหมา คือไม่ใช่หมาธรรมดา แต่เป็นสัตว์ที่มีหัวจิตหัวใจ เพราะใกล้ชิดมนุษย์นั่นเอง

ดังนั้น ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน จึงได้เลือกสรรเอาเรื่องราวของหมาน้อยธรรมด๊า...ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้มาให้อ่านกันพอเป็นความรู้เบาๆ ในวันอาทิตย์ครับ

อนุสาวรีย์ เกรย์เฟรียส์ บ๊อบบี้

อนุสาวรีย์ เกรย์เฟรียส์ บ๊อบบี้

เจ้าตูบตัวแรกที่ขอนำเสนอนั้นมีนามว่า เกรย์เฟรียส์ บ๊อบบี้ (Greyfriars Bobby) เมื่อปี พ.ศ.2393 ชายหนุ่ม จอห์น เกรย์ ไปสมัครเป็นตำรวจ ในกรุงเอดินเบอร์ก เมืองหลวงของสกอตแลนด์ หน้าที่ที่เขาได้รับมอบหมายคือ เป็นสายตรวจกะกลางคืนในย่านที่เต็มไปด้วยขี้เมาและอาชญากรรม ซึ่งงานนั้นเขาต้องมีหมาติดตามด้วย 1 ตัว นั่นทำให้เขาได้พบกับเจ้าหมาน้อยพันธุ์สกาย เทอเรีย (Skye Terrier) อายุ 6 เดือน เขาเรียกมันว่า “บ๊อบบี้” จอห์นและบ๊อบบี้เป็นคู่หูที่ไปไหนไปด้วยกันตลอด บ๊อบบี้มีความเป็นมิตร กล้าหาญแต่ไม่ก้าวร้าว ภาพของมันที่มีขนยาวปิดตา กับหางเป็นพวงที่แกว่งอยู่แทบไม่หยุด คือภาพที่ผู้คนชินตา สถานที่ประจำที่ทั้งสองมักจะไปด้วยกันคือ ร้านกาแฟ ซึ่งจอห์นกับบ๊อบบี้มีที่นั่งประจำ ขณะที่จอห์นนั่งดื่มกาแฟ บ๊อบบี้ก็จะนั่งเป็นเพื่อนอยู่ด้วยเสมอ

เดือนกันยายน พ.ศ.2400 ท่ามกลางอากาศที่หนาวและชื้น จอห์นเริ่มมีอาการไอ จากนั้นอาการไอก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องไปพบแพทย์ของกรมตำรวจ ผลการตรวจพบว่าจอห์นเป็นวัณโรค อาการเขาทรุดลงเรื่อยๆ วันที่ 8 เดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา จอห์นก็เสียชีวิต ร่างของเขาถูกนำไปฝังในสุสานเกรย์เฟรียส์ เคิร์คยาร์ด

แผ่นหินจารึกเหนือหลุมฝังศพเจ้าบ๊อบบี้

แผ่นหินจารึกเหนือหลุมฝังศพเจ้าบ๊อบบี้

วันต่อมาหลังจากงานศพของจอห์น ผู้ดูแลสุสานเจมส์ บราวน์ เห็นบ๊อบบี้นอนอยู่บนเนินดินที่ฝังศพของจอห์น มันจึงถูกไล่ออกไป แต่เช้าอีกวันเจมส์ก็พบบ๊อบบี้นอนบนหลุมศพเหมือนเมื่อวาน และวันถัดไปซึ่งทั้งหนาวทั้งแฉะมันก็มานอนที่เดิมอีก ในที่สุดด้วยความสงสารเขาจึงเอาอาหารให้มัน ทำที่นอนให้มันข้างหลุมศพ และไม่ขับไล่มันอีก

หลังจากวันนั้น สุสานเกรย์เฟรียส์ เคิร์คยาร์ด ก็เปรียบเสมอบ้านของบ๊อบบี้หมายอดกตัญญู เจมส์พยายามจะให้มันเข้าไปในอาคารในวันที่ฝนตกหรืออากาศแย่ๆ แต่มันก็ไม่สนใจ มันอยู่ที่นั่นทุกวันจนเป็นที่รู้จักของคนแทบทั้งเมือง แต่บ๊อบบี้ก็มีเวลาที่มันจะแว่บออกไปจากสุสานเหมือนกัน คือเมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นเวลาราวบ่ายโมง นั่นคือเสียงเรียกให้ไปเจอกันที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ เพราะมีตำรวจใจดีคนหนึ่งซื้อสเต๊กเลี้ยงมันเป็นประจำ

ในปี พ.ศ.2410 มีกฎหมายบังคับให้ผู้ที่เลี้ยงหมาต้องจ่ายเงินเป็นค่าใบอนุญาต แต่บ๊อบบี้เป็นหมาไร้เจ้าของ ซึ่งตามกฎหมายเจ้าบ๊อบบี้ต้องถูกนำไปฆ่าทิ้ง แต่โชคดีที่เซอร์วิลเลียม แชมเบอร์ส ซึ่งดำรงตำแหน่งลอร์ด โพรวอส (เหมือนนายกเทศมนตรี) ในเวลานั้นยินดีเป็นผู้จ่ายค่าใบอนุญาตให้บ๊อบบี้เอง และทำปลอกคอที่มีข้อความว่า “เกรย์เฟรียส์ บ๊อบบี้ ใบอนุญาตของลอร์ด โพรวอส 2410” ให้มันสวมไว้ด้วย

บ๊อบบี้อยู่เฝ้าสุสานของจอห์น เกรย์ เป็นเวลาถึง 14 ปี จนถึงวาระสุดท้ายของมันเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2415

เรื่องราวของบ๊อบบี้กระทบใจของประธานสมาคมปกป้องการทำทารุณกรรมต่อสัตว์ (Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals หรือ RSPCA) ในเวลานั้น ท่านประธานจึงขออนุญาตไปยังเทศบาลเมืองเอดินเบอร์ก ขอสร้างนํ้าพุไว้หน้าสุสานเกรย์เฟรียส์ เคิร์คยาร์ด โดยมีรูปปั้นเจ้าบ๊อบบี้อยู่ด้านบน และเพื่อเป็นอนุสรณ์และเตือนใจชาวเมือง บนแผ่นหินเหนือหลุมฝังศพของบ๊อบบี้มีข้อความจารึกกินใจว่า

Greyfriars Bobby

died 14 th January 1872

aged 16 year

Let his loyalty & devotion be a lesson to us all

(แกรย์เฟรียส์ บ๊อบบี้-มรณะ 14 มกราคม 2415-อายุ 16 ปี-ขอให้เราทุกคนได้เรียนรู้ความภักดีและความอุทิศตนของเขา)

ในปี พ.ศ.2549 เรื่องของบ๊อบบี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Greyfriars Bobby

อนุสาวรีย์ของไฟโด้

อนุสาวรีย์ของไฟโด้

เพื่อนผู้ซื่อสัตย์รายต่อไปชื่อเจ้า ไฟโด้ (Fido) คืนหนึ่งที่ลูโช ดิ มูเกลโล ตำบลเล็กๆ ในเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี ในเดือนพฤศจิกายนที่หนาวเหน็บ พ.ศ.2484 คนงานชื่อ คาร์โล ซอริอานี พบสุนัขนอนบาดเจ็บอยู่ริมถนน เขาจึงพามันกลับบ้าน และทำแผลให้มันจนหายเป็นปกติ และคาร์โลกับภรรยาตกลงเลี้ยงมันไว้ที่บ้าน

ไฟโด้รักเจ้าของมาก ทุกเช้าจะต้องเดินไปส่งคาร์โลขึ้นรถไปทำงาน และตอนเย็นก็ไปที่ท่ารถคอยเขากลับมา ท่านผู้อ่านคงนึกออกถึงกิริยาอาการของหมาเวลามันเจอเจ้าของว่าเป็นอย่างไร ไฟโด้ก็เหมือนกัน มันจะแสดงท่าทางดีใจกระดี๊กระด๊าเมื่อเห็นเจ้าของมันลงจากรถ แล้วก็เดินกลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข เวลาที่รถยังมาไม่ถึงมันก็นั่งไม่สนใจสิ่งใดรอบตัว เฝ้าชูจมูกสูดกลิ่นหาเจ้านายมันอยู่จนกว่าเขาจะมา เป็นเช่นนี้ร่วม 2 ปี

ช่วงเวลานั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อุบัติขึ้น เมืองที่คาร์โลอาศัยอยู่นั้นก็ถูกโจมตีทิ้งระเบิดจากฝ่ายสัมพันธมิตร โรงงานบ้านเรือนจำนวนมากถูกระเบิดเสียหาย มีคนตายทุกครั้งที่ระเบิดตกลงมา วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ระเบิดตกลงมาใส่โรงงานที่คาร์โลทำงาน คนงานหลายคนตายอยู่ใต้อาคารที่พังเสียหายนั้น ซึ่งหนึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตก็คือคาร์โล

เย็นวันนั้นไฟโด้ยังคงไปรอรับเจ้าของมันตามปกติ แต่ก็ไม่มีแม้แต่เงาของคาร์โล ไฟโด้คอยจนแน่ใจว่า เจ้านายไม่มาแน่แล้วมันจึงกลับบ้าน แต่วันต่อมาไฟโด้ก็กลับไปที่ท่ารถอีก มันเฝ้าทำแบบนั้นเป็นเวลาถึง 14 ปี (เท่ากับเวลาที่เจ้าบ๊อบบี้เฝ้าที่หลุมศพของจอห์น เกรย์) หรือถ้าคิดเป็นจำนวนครั้งก็มากกว่า 5,000 ครั้ง

พฤติกรรมที่จงรักภักดีต่อเจ้านายของไฟโด้ กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนในเมืองนั้นสนใจ สื่อต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือนิตยสารหลายฉบับนำเรื่องของมันไปเขียน ชื่อเสียงของไฟโด้โด่งดังและเป็นที่รักไปทั่ว จนนายกเทศมนตรีเมืองมอบเหรียญสดุดีให้มันเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

วันสุดท้ายที่เจ้าไฟโด้ไปคอยเจ้านายของมันที่ท่ารถคือวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2501 ซึ่งก็เป็นวันสุดท้ายของชีวิตมันด้วย หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวหน้าหนึ่ง เพื่อเป็นเกียรติและไว้อาลัยแก่มัน บางฉบับให้ศิลปินวาดภาพมันนอนตายอยู่ริมถนนโดยมีรถประจำทางจอดอยู่เป็นฉากหลัง ศพของไฟโด้ถูกนำไปฝังข้างหลุมศพของคาร์โล ซอริอานี เจ้านายสุดที่รักของมัน

ทางเทศบาลเมืองได้ให้ประติมากรชื่อ ซัลวาโตเร ชิโพล่า ปั้นรูปเหมือนของมันตั้งเป็นอนุสรณ์ไว้ที่จัตุรัส Piazza Dante a Borgo San Lorenzo มีคำจารึกไว้ด้วยว่า “ไฟโด้, ตัวอย่างแห่งความภักดี” ไม่กี่เดือนหลังการเปิดรูปปั้นของไฟโด้ มีคนใจร้ายแอบไปทุบจนพัง แต่ทางเทศบาลก็ให้สร้างขึ้นใหม่ โดยครั้งนี้ให้หล่อเป็นสำริดแข็งแรงทนทานมาจนปัจจุบัน

ทุกวันนี้ใครต่อใครก็ยังปลื้มเจ้าฮาชิโกะอยู่เสมอ

ทุกวันนี้ใครต่อใครก็ยังปลื้มเจ้าฮาชิโกะอยู่เสมอ

ใกล้บ้านเราเข้ามาอีกหน่อยก็มีเจ้า ฮาชิโกะ ชื่อนี้คนไทยเราจะคุ้นเคยมากกว่า 2 ชื่อแรก เรื่องราวของมันก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เช่นกัน ในชื่อ “Hachi : a dog’s tale ฮาชิ...หัวใจพูดได้” โดยมีดาราดังอย่างริชาร์ด เกียร์ แสดงนำ

ฮาชิโกะ เป็นหมาพันธุ์อาคิตะ เพศผู้ เจ้าของคือ ศ.ฮิเดซามุโระ อูเอโนะ สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ฮาชิโกะเหมือนกับเจ้าไฟโด้คือ เช้ามาก็เดินไปส่งเจ้านายที่สถานีรถไฟชิบูย่า ตอนเย็นก็ไปรอรับเขาที่เดิมแล้วก็เดินกลับบ้านด้วยกัน เป็นแบบนี้ทุกวันที่เขาไปทำงาน จนกระทั่งวันที่ 21 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2468 ศ.อูเอโนะเกิดหัวใจวายและเสียชีวิตที่มหาวิทยาลัย แต่ฮาชิโกะ ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 18 เดือน ก็ยังคงไปคอยเช่นเดิม ภรรยาของ ศ.อูเอโนะได้มอบฮาชิโกะให้กับญาตินำไปเลี้ยง แต่มันก็วิ่งหนีออกไปคอยที่สถานี รถไฟตามเวลาที่รถไฟขบวนเดิมมาถึงทุกวัน มันทำแบบนั้นเป็นเวลาถึง 11 ปี
ฮาชิโกะกลายเป็นที่สนใจรักใคร่ของทุกคน ชื่อของฮาชิโกะจึงโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศ เรื่องของฮาชิโกะได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ กลายเป็นต้นแบบความซื่อสัตย์กตัญญูของคนในยุคนั้น โรงเรียนต่างๆ ใช้เรื่องของมันเป็นตัวอย่างในการสอนเด็กๆ

พ.ศ. 2477 ที่หน้าสถานีรถไฟชิบูย่าตรงจุดที่มันไปคอยเจ้านายของมันเป็นประจำ มีรูปหล่อสำริดของฮาชิโกะตั้งอยู่เพื่อสดุดีและยกย่องหมาดีที่เป็นตัวอย่างให้คนได้ โดยตัวฮาชิโกะเองเป็นผู้ไปทำพิธีเปิดผ้าคลุม (มันคงสงสัยอยู่นะว่าให้ตูมาทำอะไรหว่า)

ปีต่อมา ในวันที่ 8 มีนาคม ฮาชิโกะก็จากทุกคนไป ด้วยวัย 11 ปี ร่างของมันถูกนำไปสตัฟฟ์และเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติของญี่ปุ่น

เรื่องราวของฮาชิโกะมีผู้นำไปเขียนเป็นนวนิยาย และหนังสือสอนเด็กอีกหลายเล่ม วันที่ 8 เมษายนของทุกปี คนรักหมาหลายร้อยคนจะไปร่วมกันไว้อาลัย และระลึกถึงฮาชิโกะกันที่รูปหล่อของมันที่สถานีรถไฟชิบูย่า

หมาไทยเราเองก็ขึ้นชื่อเรื่องความฉลาด และรักเจ้าของไม่น้อยกว่าหมาพันธุ์อื่นๆในโลก ถึงขนาดมีผู้สร้างเป็นภาพยนตร์แล้วไปคว้ารางวัล Palm Dog Awards ในเทศกาลหนังที่เมืองคานส์มาแล้ว นั่นคือภาพยนตร์ไทยที่แสดงโดยเจ้าหมาไทย คือ มะหมา 4 ขาครับ และวันนี้ “มะหมา 2” จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ตอกยํ้าความฉลาดแสนรู้และซื่อสัตย์ของบรรดาเหล่ามะหมาทั้งหลาย ได้ดูไปยิ้มไปกันอีกครั้งแน่นอนครับ.


โดย ลุงดำ และ
ทีมงาน นิตยสารต่วย'ตูน

หน้า 7

วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

ยามฝั่งสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการนานเกือบ 5 ชั่วโมง จม 'เรือผีสึนามิ' ยุ่น

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ตัดสินใจใช้ปืนกลยิงทำลายเรือประมงลำหนึ่งของญี่ปุ่น ที่รู้จักกันดีในชื่อ "เรือผี" แล้ว หลังจากที่เรือลำดังกล่าว ซึ่งถูกคลื่นสึนามิซัดออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อครั้งเกิดเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิที่ญี่ปุ่นเมื่อ 11 มี.ค.ปีที่แล้ว ลอยเข้าใกล้ชายฝั่งของมลรัฐอะแลสกา...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 6 เม.ย.ว่า หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ (The U.S. Coast Guard) ตัดสินใจใช้ปืนกลยิงทำลายเรือประมงลำหนึ่งของญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีในชื่อ "เรือผี" แล้ว หลังจากที่เรือลำดังกล่าว ซึ่งถูกคลื่นสึนามิซัดออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อครั้งเกิดเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิที่ญี่ปุ่น เมื่อ 11 มี.ค.ปีที่แล้ว ลอยเข้าใกล้ชายฝั่งของมลรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ

รายงานข่าวซึ่งอ้างคิพ แวดโลว์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่า เรือลำดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า เรียว อุน มารุ ได้ถูกหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ยิงทำลายทิ้ง และได้จมลงสู่ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว โดยภารกิจดังกล่าวซึ่งใช้เวลานานเกือบ 5 ชั่วโมงสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเรือสัญชาติญี่ปุ่นลำนี้ ไม่ถือเป็นอันตรายต่อการสัญจรทางทะเลอีกต่อไป

การตัดสินใจทำลายเรือเรียว อุน มารุ ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากมีการยืนยันโดยเจ้าของเรือในญี่ปุ่นว่า เขาไม่มีแผนจะกู้เรือดังกล่าวแต่อย่างใด ประกอบกับเหตุผลด้านความปลอดภัยในการเดินเรือ เนื่องจากหลายฝ่ายเกรงว่า เรือลำนี้จะเป็นอุปสรรคกีดขวางการเดินเรือ ทำให้หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ต้องเลือกใช้วิธีจมเรือลงสู่ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณนอกชายฝั่งมลรัฐอะแลสกาในที่สุด

เศษซากความเสียหายจำนวนมากถูกสึนามิซัดออกสู่มหาสมุทร

เศษซากความเสียหายจำนวนมากถูกสึนามิซัดออกสู่มหาสมุทร

ทั้งนี้ เรือเรียว อุน มารุ เป็นหนึ่งในเศษซากความเสียหายจำนวนกว่า 1.5 ล้านตัน จากญี่ปุ่นที่ถูกคลื่นสึนามิซัดออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกหลังพิบัติภัยแผ่นดินไหวระดับ 9.0 และสึนามิเมื่อปีที่แล้ว และในขณะนี้เศษซากดังกล่าวได้ถูกพัดพากระจายไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก โดยบางส่วนอาจถูกพัดมาถึงชายฝั่งของสหรัฐฯ และแคนาดาในอนาคตอันใกล้นี้.

โดย: ไทยรัฐออนไลน์

หน้า 8

วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ซีเอ็นเอ็นโกเผย 7 ความเชื่อผิดๆ ที่ฝรั่งมีกับเมืองไทย

ซีเอ็นเอ็นโกเปิดเผย 7 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเมืองไทย พร้อมกับการแจงข้อเท็จจริง เพื่อเป็นการต้อนรับบรรดานักท่องเที่ยว ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อจะได้มาเที่ยวกลับไปอย่างมีความสุขไม่รู้ลืม...

เทศกาลสงกรานต์กำลังจะแวะเวียนมาถึงให้ชาวไทย และชาวต่างชาติชื่นฉ่ำกันถ้วนทั่ว และเพื่อเป็นการต้อนรับบรรดานักท่องเที่ยวที่กำลังแห่แหนและหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวประเทศไทย เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมของสำนักข่าวชื่อดัง ซีเอ็นเอ็น CNNGo จึงหยิบยก 7 ความเชื่อผิดๆ ที่ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเมืองไทย พร้อมแจกแจงข้อมูลที่ถูกต้องดังต่อไปนี้ เพื่อให้ทุกคนมาเที่ยวไทยและได้ความทรงจำประทับใจกลับไปไม่รู้ลืม

1. น้ำแข็งเมืองไทยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติหลายคนปักใจเชื่อว่าน้ำแข็งของไทยนั้นทำมาจากน้ำก๊อก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ เพราะขนาดคนไทยเองยังไม่ดื่มน้ำก๊อกเลยแล้วจะเอาน้ำประปาจากก๊อกมาผลิตน้ำแข็งได้อย่างไร เอ้า รู้อย่างนี้แล้วฝรั่งทั้งหลายก้อเลิกกังวลแล้วดืมโค้กเย็นๆ แทนแบบอุ่นกันได้แล้ว แต่ถ้ากลัวน้ำแข็งมีเชื้อโรคหรือไม่สะอาด ก็ให้ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์กันให้ดี หรือไม่ก็เลือกซื้อเฉพาะน้ำแข็งหลอดที่ผลิตจากโรงงาน

อีกเรื่องหนึ่งที่นักท่องเที่ยวอาจแปลกใจก็คือ คนไทยนิยมดื่มเบียร์ใส่น้ำแข็งนะ ดังนั้นให้ชิลๆ ไปเวลาสั่งเบียร์แล้วได้น้ำแข็งมาด้วย

2. นักท่องเที่ยวหนุ่มเดินทางคนเดียวไม่ได้แปลว่ามาซื้อบริการทางเพศเสมอไป

หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าชาวต่างชาติชายที่เดินทางมาเที่ยวไทยแบบตัวคนเดียวจะต้องมาหาซื้อบริการทางเพศ จนกระทั่งสาวบาร์หลายคนถึงขั้นกระโจนใส่เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวชายเดินมาเดี่ยวๆ ความจริงแล้ว นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เช่นนั้นเลย หลายคนชอบออกไปลุยป่าเขาลำเนาไพร และที่สำคัญประเทศไทยก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยๆ อยู่มากมายซะด้วยสิ

3. คนไทยไม่ใช่นักต้มตุ๋นนะ


แน่นอนว่านักต้มตุ๋นที่ชอบหลอกลวงนักท่องเที่ยวนั้น มีอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่นี่จะเป็นอย่างนั้นกันหมดหรอกนะ เพราะถ้าเปิดใจ เปิดหู เปิดตา มองกันดีๆ จะพบว่าคนไทยส่วนมากเป็นมิตรและจริงใจ ยิ่งถ้าบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายมีการค้นคว้าและศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องของสถานที่ที่จะไปด้วยแล้วล่ะก็ รับรองว่ายากนักที่ใครจะมาหลอกลวงได้ ตรงกันข้ามเสียอีก คนไทยจะยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างขมักเขม้น ทั้งพยายามบอกทาง แนะนำอาหารจานเด็ด ถือว่าได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัว

4. ทุกอย่างของไทยไม่ได้ถูกเหมือนได้ฟรีนะ

ถึงแม้ว่าห้องพักแถบถนนข้าวสารในปัจจุบันจะไม่ได้ราคาถูกเหมือนกับเมื่อ 10-20 ปีก่อน แต่ราคาที่พักโดยรวมทั้งในย่านข้าวสารและพื้นที่อื่นๆ ก็ยังถือว่าต่ำอยู่ จนถึงขนาดว่าโรงแรมห้าดาวในไทยก็มีราคาถูกกว่าโรงแรมในโตเกียว ฮ่องกง หรือสิงคโปร์อยู่ไม่น้อย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประหยัดงบ ก็ต้องจำขึ้นใจไว้เลยว่าต้องใช้ชีวิตในแบบคนไทยแท้ๆ แทนที่จะไปร่อนตามคลับสุดหรูที่เสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วละหลายร้อยบาท ในขณะที่ขาช้อปทั้งหลาย ก็ควรจะหลีกเลี่ยงสินค้าแบรนด์เนมตามห้างหรู เพราะเมื่อต้องเจอกับภาษีนำเข้าแล้ว ราคาที่นี่ก็โหดอยู่ไม่น้อย

5. จ่ายส่วยก็ไม่รอดถ้าทำผิดกฎหมายนะ

นักท่องเที่ยวหลายคนมักคิดว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง เพียงแค่ยัดเงินสินบนให้ตำรวจ ทุกเรื่องก็จบได้ ความจริงแล้ว เมืองไทยมีกฎหมายที่ค่อนข้างเข้มงวด และตำรวจหลายนายก็ไม่รับสินบน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับยาเสพติด อย่าทำเป็นเล่นไปเพราะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดต่างโดนจับติดคุกหัวโตมานักต่อนัก

6. ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว


หลายคนเข้าใจว่าประเทศไทยเป็นเมืองคนบาป เต็มไปด้วยสถานที่อโคจร จึงไม่เหมาะสำหรับการพาลูกพาหลานมาเที่ยวเล่น แต่ที่จริงแล้ว ประเทศไทยมีสถานที่สวยๆ เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันดีงามที่เหมาะกับเด็กๆ มากมาย แถมคนไทยยังรักเด็กสุดๆ อีกต่างหาก

แม้แต่พัทยา ที่ขึ้นชื่อในด้านสถานเริงรมย์สารพัดแบบ ก็ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่า สนใจสำหรับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็น สวนน้ำ สวนสนุก หรือแม้แต่ขับโก-คาร์ท แต่ทางที่ดีแล้ว เวลาพาลูกๆ ไปเที่ยว ควรจูงเดินมากกว่าใช้รถเข็น เด็กๆ จะได้ไม่ต้องเผชิญวิบากกรรมกับทางเท้าสุดตะปุ่มตะป่ำของบ้านเรา

7. อย่าให้เงินเด็กขอทาน เพราะยิ่งให้เหมือนยิ่งส่งเสริม

นักท่องเที่ยวหลายๆ คน เมื่อเห็นเด็กตัวเล็กๆ มานั่งขอทาน ก็มักจะอดไม่ได้ที่จะให้เงินด้วยความใจบุญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การให้เงินแก่เด็กเร่ร่อนที่มาขอทานอาจกลายเป็นการสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์ก็เป็นได้ โดยเงินที่เด็กได้รับไป ก็จะกลายเป็นเงินโจรดีๆ นี่เอง ถ้าอยากบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กล่ะก็ การเลือกสนับสนุนองค์กรการกุศลต่างๆ (ดูรายชื่อได้ที่ www.thaicharities.org) น่าจะมีประโยชน์กว่ากันเยอะ

โดย: ทีมข่าวไอทีออนไลน์

หน้า 9

วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

ตะลึง! เด็กหญิง 10 ขวบ คลอดลูก ทุบสถิติคุณแม่อายุน้อยที่สุดของโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ว่า เด็กหญิงวัย 10 ขวบ ชาวเผ่า"วายู"ของโคลัมเบีย ซึ่งอยู่ในเมืองมานัวเร่ สร้างความฮือฮาไปทั่ว ภายหลังคลอดลูกเป็นบุตรสาว ซึ่งมีสุขภาพแข็งแรง โดยได้รับการทำคลอดด้วยการผ่าท้องทีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังจากตั้งครรภ์มาได้ 38 สัปดาห์ และสร้างสถิติเป็นคุณแม่อายุน้อยที่สุดของโลก โดยก่อนหน้านี้ เด็กหญิงรายนี้ได้ถูกนำตัวส่งรพ.ด้วยอาการตกเลือด และเจ็บท้องอย่างแรง แพทย์จึงตัดสินใจผ่าท้องเอาเด็กในครรภ์ออก ซึ่งถือเป็นความเสี่ยง เพราะผู้เป็นแม่ยังมีอายุน้อย สภาพร่างกายถือยังไม่พร้อมที่จะคลอดลูก อย่างไรก็ตาม ทารกเพศหญิงที่ถือกำเนิดจากคุณแม่วัยเยาว์มีสุขภาพแข็งแรง แม้จะมีน้ำหนักตัวเพียง 5 ปอนด์ โดย ล่าสุด แม่วัย 10 ขวบ ยังไม่ยอมให้นมลูก และทั้งสองถูกพาไปยังหน่วยแพทย์แห่งหนึ่งในรพ.

รายงานระบุว่า ตำรวจโคลัมเบียไม่สามารถดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก ในข้อหามีเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์ได้ เนื่องจากตามกฎหมาย ชนเผ่าวายู ถือเป็นดินแดนปกครองตนเอง แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกโรงโจมตีอย่างหนักว่า ที่ผ่านมา ได้เกิดกรณีลักษณะคล้ายกันนี้ขึ้นหลายครั้งสำหรับชนเผ่าวายู ซึ่งสมควรจะมีการห้ามเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์มีเพศสัมพันธ์ เพราะจะทำให้พวกเธอกลายเป็นคุณแม่ที่ไม่พร้อม ทั้งที่ ๆ วัยของพวกเธอควรจะเป็นวัยที่ยังต้องเล่นตุ๊กตาอยู่ด้วยซ้ำ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า กรณีนี้ถือเป็นธรรมเนียมเฉพาะของเผ่าวาตู ซึ่งพวกเขามีสิทธิและอำนาจที่จะปกครองชนเผ่าตัวเอง

หน้า 10

วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

"กวดวิชา"ธุรกิจแสนล้าน

P { MARGIN: 0px }

ทวี มีเงิน



เสาร์สบายๆ ฉบับนี้ชะแว้บเข้าธุรกิจที่เป็นปัจจัยที่ 5 ของน้องๆ นักเรียน ธุรกิจที่ว่าคือ ?โรงเรียนกวดวิชา? ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงการศึกษาตั้งข้อรังเกียจแต่ธุรกิจก็เติบโตต่อเนื่อง ว่ากันว่าวงเงินสะพัดหลายแสนล้านบาทเลยทีเดียว

ข้อมูลน่าสนใจในปีที่แล้วมีโรงเรียนกวดวิชาแจ้งจดทะเบียน 4 พันแห่งอยู่ในกรุงเทพฯ 1,600 แห่งที่เหลืออยู่ต่างจังหวัด แต่ก็มีหลายแห่งที่อาจารย์ดังๆ มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เปิดสอนผ่านวิดีโอไปยังสาขาในจังหวัดต่างๆ

นี่ยังไม่รวม ?ติวเตอร์จรยุทธ์? ที่รับสอนรายตัวตามบ้าน ร้านกาแฟ ร้านเคเอฟซี สตาร์บัคส์ แมคโดนัลด์ที่อยู่ในห้าง คิดเฉลี่ยค่าสอนต่ำสุด 200 บาทถึง 1,000 บาทต่อชั่วโมงแล้วแต่วิชาที่สอนและระดับชั้นของนักเรียน อย่างคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีฯลฯ หาก ผู้สอนมีชื่อเสียงหรือประวัติเคยสอนเด็กโอลิมปิกวิชาการอัตราค่าสอน 1,000 บาทต่อชั่วโมง แต่ถ้าเรียน 3 ชั่วโมงคิด 2,000 บาท ถ้าเป็นนักศึกษารับจ้างสอนคิด 200 บาทต่อชั่วโมง

แทบไม่น่าเชื่อเม็ดเงินที่เด็กจะต้องจ่ายหากกวดวิชาเข้ามหาวิทยาลัยแบบเข้มข้นทุกวิชาตกคนละ 1.2 แสนบาทจึงครบสูตร สถิติจากโรงเรียนกวดวิชาระบุว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 7-8 หมื่นคนตามจำนวนผู้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ของจริงมากกว่านั้นหลายเท่า ไม่ใช่เฉพาะเด็กชั้นม.6 แต่เริ่มกันตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมเลยทีเดียว

ฉะนั้นเด็กๆ ทั่วประเทศที่เข้ามาเป็นลูกค้าในธุรกิจนี้นับแสนๆ คน

ว่ากันว่าโรงเรียนกวดวิชาแต่ละแห่งมีรายได้เฉลี่ยเทอมละเกือบ 20 ล้านบาท แต่ละแห่งจะมีสาขาสองถึงสามสาขา ลองคิดรายได้มหาศาลแค่ไหน

อิทธิพลโรงเรียนกวดวิชามากถึงขั้น เด็กๆ ลูกชาวไร่ชาวนาตามหมู่บ้านในต่างจังหวัดต้องลงขันกันเช่ารถตู้ขนเด็กๆ เข้ามาเรียนในตัวเมือง แต่นักเรียนในตัวเมืองที่โตหน่อยระดับม.5 หรือม.6 ก็จะเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ในย่านหลักๆ จะอยู่แถวๆ สยาม สแควร์ อาคารซีพีทาวเวอร์ 3 อาคารวรรณสร พญาไท ปิ่นเกล้า วงเวียนใหญ่ และอีกหลายๆ พื้นที่รอบกรุงเทพฯ

สำหรับพ่อแม่มีฐานะหน่อยก็จะซื้อคอนโดฯ ซื้อบ้านให้ลูกมาพักช่วงเรียนกวดวิชา บ้างก็เช่าคอนโดฯ อยู่รวมกัน เฉพาะธุรกิจ บ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ คอนโดฯ ที่ได้พึ่งเนื้อนาบุญจากโรงเรียนกวดวิชาสูงถึงปีละ 3 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียวยังไม่นับเม็ดเงินสะพัดไปถึงร้านอาหาร เครื่องดื่ม ค่ารถตู้ รถโดยสาร อื่นๆ อีกไม่รู้เท่าไหร่

นี่คือ ธุรกิจกวดวิชา...ยิ่งตีก็ยิ่งโต

หน้า 11

วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

ย้อน 3 คำทำนายชวนขนลุก แม่นเหลือเชื่อ สึนามิ สุมาตรา เมษายน

Pic_252516

โสรัจจะแน่สุด ย้อนคำทำนายถอยหลัง ชี้ต้นปี เมษายน 55 เกิดสึนามิใหญ่ เกิดขึ้นจริง ด้านเก่งกาจ จงใจพระ ฟันธง ในสกู๊ปสงกรานต์ว่า 'กิมิทาเทวี' จะทำให้เกิดสึนามิ ด้านสมิทธก็วิเคราะห์ถูกเช่นกัน...

ตื่นตระหนกกันไม่ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ทันทีที่ สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 เม.ย. โดยอ้างสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวใต้ทะเล ซึ่งวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 8.7 บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ทางศูนย์เฝ้าระวังสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐฯ ประกาศเตือนทุกประเทศที่อยู่ติดมหาสมุทรอินเดียเตรียมรับมือคลื่นยักษ์สึนามิ และประเทศไทยก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ แม้เรื่องดังกล่าวจะไม่รุนแรงตามที่คาดการณ์เพราะแผ่นดินที่ไหวกลับเป็นแนวระนาบไม่ใช่แนวตั้ง

แต่ทว่าเกิดสึนามิในครั้งนี้ หลายอย่างตรงกับการเตือนของ 3 คนชื่อดัง ที่เชื่อว่าจะมีสึนามิเกิดขึ้นภายในปีนี้ ไทยรัฐออนไลน์ลองย้อนคำทำนายเรื่องนี้ มาดูว่าตรงอย่างที่หลายคนตั้งข้อสงสัยหรือไม่

สกู๊ปข่าวแรกลงเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555
http://www.thairath.co.th/content/life/225479 ในชื่อ 'ภัยพิบัติ ปฏิวัติ ความตาย...' กับ 'โสรัจจะ นวลอยู่' ผ่าชะตา พ.ศ.2555 มะโรงบ้าพ่นน้ำพิษ!!!

ในตอนหนึ่งของคำทำนายดวงประจำปีมังกรในเดือนเมษายนของ โหรเจ้าของฉายาน็อสตราดามุส ระบุว่า

เมษายน-สูญเสียบุคคลสำคัญ สนามบินสุวรรณภูมิถูกก่อวินาศกรรม เครื่องบินตกที่ยอดเขา จ.สุพรรณบุรี

สิ่งที่จะเกิดแก่สยามประเทศก็คือความยากแค้น การสูญเสียบุคคล ผู้มีอำนาจจะลดถอยอำนาจลง จะมีผู้ท้าทายอย่างองอาจ จะเผชิญกับศัตรูที่เข้ามาลูบคมเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งใหญ่ทางภาคเหนือบ้านเมืองจะมีการปฏิรูปเป็นการใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทยคงถอยหลังอย่างกู่ไม่กลับ เขมรจะแสดงบทบาทระราน ยั่วยวนโทสะมากขึ้น โดยอาศัยสถานการณ์อันยุ่งเหยิงภายในเป็นเหตุ การบริหารราชการแผ่นดินมีแต่อุปสรรคยุ่งยากเหลือประมาณ รัฐบาลล้มลุกคลุกคลาน เศรษฐกิจของประเทศซบเซา หุ้นตกแบบท้องร่วง ในวงการเมือง บุคคลในเครื่องแบบจะมีปัญหาขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ผู้มัวเมาอำนาจจะแสดงอำนาจโดยไม่เป็นธรรม ดวงดาวในเดือนนี้มีลักษณะวิปริตอาเพศ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะประมาทมิได้เกิดภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ เครื่องบินโดยสารของยุโรปขึ้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ ตกที่ยอดภูเขาในจังหวัดสุพรรณบุรีคนตายหมดทั้งลำ เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

สนามบินสุวรรณภูมิถูกก่อวินาศกรรม ผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง กลางเดือนรัฐบาลจะเผชิญหน้ากับปัญหาสำคัญ มือที่สามจะยุยงให้เกิดการสไตรก์ การหยุดงาน สร้างความปั่นป่วน อาจกำลังใช้กำลังทางทหารเข้าแก้ปัญหาซึ่งจะเป็นหนทางไปสู่ “เดือนพฤษภาทมิฬ” อีกครั้ง แผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตราครั้งใหญ่ มีบ้านเรือนและผู้คนล้มตายเป็นพัน

ขณะที่ คำทำนายของนายเก่งกาจ จงใจพระโหรชื่อดัง ได้ทำนายผ่านไทยรัฐออนไลน์ในสกู๊ปข่าวช่วงวันสงกรานต์ที่ไทยรัฐออนไลน์ปิดล่วงหน้าเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2555 ในตอนหนึ่งเขาทำนายเรื่องว่าอิทธิพลของนางสงกรานต์ชื่อว่า 'กิมิทาเทวี' จะทำให้เกิดสึนามิ

“แต่ที่ผมอยากจะให้ระวังตัวให้มากๆ ก็คือวันสงกรานต์ตรงกับวันศุกร์ จะมีดาวราหูเป็นกาลกิณี ดังนั้นอักษรต่อไปนี้ระวังตัวให้มากๆ เช่น ย ร ล ว อาจจะหนักหนาสาหัสหน่อย แต่สิ่งที่อยากจะย้ำเตือนสุดท้ายก็คือปีนี้จะมีแผ่นดินไหวในภาคเหนือ โดยเฉพาะแผ่นดินจะไหวที่กรุงเทพฯ หรือไหวรอบนอกและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะทรุดหนัก เสียหายใหญ่ ระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ย.ซึ่งเป็นอิทธิพลของ 3 ดาวใหญ่ย้าย อันได้แก่ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี ปลายปีดาวราหูย้าย ปลายปีจะมีสึนามิพัดเข้ามาที่จุดเดิมให้ระวังตัว” นายเก่งกาจ กล่าวสรุป

และคนสุดท้ายย้อนไปเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ณรพ.ราชวิถี วันนี้ ( 24 ก.พ.) ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ บรรยายพิเศษเรื่อง “ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสถานการณ์ภัยพิบัติของโลกในอนาคต” ในการประชุมวิชาการ รพ.ราชวิถี ตอนหนึ่งว่า ในอนาคตขอทำทายว่า จะเกิดสึนามิแน่นอน จุดที่เกิดมี 2 จุด คือ ระหว่างหมู่เกาะอันดามันไปจนถึงปากแม่น้ำอิรวดี และบริเวณอ่าวไทย ส่งผลให้จังหวัดทางภาคใต้ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้หากจะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น รัฐบาลจะต้องออกมาตรการเตือนภัยผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจอย่างน้อยล่วง หน้า 2-3 วัน ส่วนภาวะโลกร้อนนั้นประเทศไทยเคยมีอุณภูมิสูงสุด 42.5 องศาที่ จ.ลำปางในปีที่แล้ว และมีสถิติ 16 รายเสียชีวิตจากภาวะโลกร้อนแต่ปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีภาวะโลกร้อนหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำทะเลร้อนขึ้นและมีพายุเกิดขึ้นมาก

แม้คำทำนายของดร.สมิทธ ธรรมสโรช จะคลาดเคลื่อนเรื่องวันเวลาและเดือนไปบาง แต่ก็ถือว่าเป็นคำทำนายที่ตรงเหลือเชื่อ

แต่ไม่ว่าอย่างไร หลายปีที่ผ่านมาก็มีอีกหลายคำทำนายของทั้ง 3 คนเฉียดไปเฉียดมาไม่จะแจ้งเหมือนกับครั้งนี้

Twitter : raydo_thairath

หน้า 12

วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

'เซ็กซ์ทอย'ของเล่นชวนเสียวสร้างค่ำคืนสุดหฤหรรษ์

Pic_252149

หยุดความคิดดูถูก 'เซ็กซ์ทอย' ว่าเป็นสิ่งของกระตุ้นอารมณ์สำหรับคนจิตวิปริตชอบมีเพศสัมพันธ์แบบประหลาดได้แล้ว เพราะมีหนุ่มสาวหลายคู่ยืนยันการใช้ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ช่วยให้ศึกรักร้อนแรงน่าตื่นเต้นเป็นที่สุด

จากผลการสำรวจพบว่า หญิงสาวชายหนุ่มหลายคู่ลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ของเล่นเพื่อกระตุ้นความใคร่ มีผลสำคัญที่ช่วยให้สัมพันธ์รักแนบแน่นและน่าจดจำไม่รู้ลืม ซึ่งตอนแรกที่เริ่มใช้ ต่างมองเจ้าเซ็กซ์ทอยเหล่านี้ในแง่ลบ และคิดว่าเหมาะสำหรับคนมีจิตไม่ปกติเท่านั้น แต่เมื่อได้ทดลองใช้ก็บอกได้คำเดียวว่า 'ยอดเยี่ยมอย่างน่าเหลือเชื่อ' ไทยรัฐออนไลน์จึงได้รวบรวมของเล่นชวนเสียวสุดฮิตที่หาซื้อง่าย ไม่ดูลามกจนเกินงาม พร้อมเคล็บลับการใช้มาบอกกัน...

ผ้าพันคอเนื้อเนียน

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงแนะนำว่า ให้หนุ่มๆ ลองใช้ผ้าพันคอผืนยาวผูกข้อมือทั้งสองข้างของสาวที่รัก ก่อนจะบรรจงแทะเล็มเนื้อนุ่มๆ ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งสาวๆ ที่อยู่ในพันธนาการก็จะนอนรับสัมผัสพิศวาสอย่างไร้ทางสู้ แต่หนุ่มๆ ที่ลองใช้เทคนิคมาแล้วต่างยืนยัน หญิงทั้งหลายที่โดนมุกนี้เข้าไปต่างร้องขออีกรอบ พร้อมกับอยากเดินทางไปสู่กิจกรรมขั้นต่อมาอย่างไม่มีเล่นเนื้อเล่นตัวเลยทีเดียว

น้ำตาเทียนอุ่นๆ

แค่จุดเทียนสักเล่มขณะรับประทานอาหารยังช่วยสร้างความโรแมนติกได้ไม่รู้จบ แล้วนับประสาอะไรกับการจุดเทียนหอมๆ วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะเริ่มต้นกิจกรรมรักๆ ใคร่ๆ โดยหลังจากจัดการบิวต์อารมณ์สาวๆ ด้วยการจูจุ๊บจุดเสียวจนอารมณ์เตลิดแล้ว นักรักทั้งหลายก็ลองใช้เทียนที่จุดสร้างบรรยากาศให้เป็นประโยชน์ด้วยการแตะน้ำตาเทียนที่อุ่นๆ มาหยดบนเรือนร่างของหญิงสาวอย่างช้าๆ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงบริเวณใบหน้า ยอดปทุมถันและจุดซ่อนเร้น

ทั้งนี้ การใช้น้ำตาเทียนหยดอาจดูวิตถารเกินไปสำหรับผู้หญิงบางคน ดังนั้น ก่อนที่จะลงมือชวนเสียวก็ขอให้ถามหรือแค่ลองเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ซึ่งถ้าสาวๆ ร้องถูกใจ ก็บรรเลงต่ออย่าให้เสียเชิง

ตีก้นปลุกนางแมวยั่วสวาท

เวลาที่จังหวะร้อนแรงกำลังดำเนินอยู่ บางครั้งถ้าสาวๆ ได้รับแรงกระตุ้นที่ก้นหรือลำตัวแบบพอเจ็บๆ คันๆ ก็อาจช่วยให้จังหวะรักที่ว่าแรงแล้ว แรงร้อนเป็นเท่าทวีคูณขึ้นอีก ซึ่ง 'ไม้ตีก้นขนาดเหมาะมือ' ที่วางขายตามเซ็กซ์ช็อป อาจช่วยให้ชายหนุ่มที่คิดจะปลุกนางแมวยั่วสวาทให้ตื่นขึ้นมาสร้างความสุขแก่คนทั้งคู่แบบมิรู้ลืม

ผ้าปิดตาสร้างจินตนาการ

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยชอบสิ่งที่เรียกว่าเซอร์ไพรส์อยู่แล้ว ดังนั้น ลองปิดตาสาวๆ ให้อยู่ในความมืด ก่อนจะเริ่มต้นปลุกอารมณ์ซุกซนที่อยู่ภายในให้เตลิดออกมา ซึ่งขณะที่ลงมือกระตุ้นจุดเสียวทั่วตัวของหญิงสาว หนุ่มๆ ก็ต้องบอกเป็นระยะว่ากำลังจับจดที่จุดไหนของร่างกายอยู่ โดยคำแนะนำที่ควรทำมากที่สุดคือ ทำขั้นตอนนี้อย่างช้าๆ และอ่อนโยน เพื่อให้สาวๆ ที่ถูกปิดวิสัยทัศน์ได้ดื่มด่ำกับความสุขที่เกิดขึ้น มากกว่าความกลัวที่ต้องจินตนาการไปเองต่างๆ นานา

ข้อมูล : askmen

หน้า 13

วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

ตามรอย 'ไททานิค' ครบ 100 ปี ญาติล่องเรือไว้อาลัยยังจุดเกิดเหตุ

Pic_251737

ญาติและลูกหลาน ของผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือ "ไททานิค" อับปาง จำนวน 1,309 คน ตัวเลขเท่ากับผู้ล่วงลับเมื่อ 100 ปีก่อน ออกเดินทางตามรอยเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ตั้งใจไว้อาลัยยังจุดเกิดเหตุ และมุ่งหน้าสู่นิวยอร์ก จุดหมายปลายทางที่ไททานิคไม่เคยมาถึง...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 9 เม.ย. ว่า บรรดาญาติและลูกหลานของผู้เสียชีวิต จากโศกนาฏกรรม เรือเดินสมุทรลำยักษ์ "ไททานิค" อับปาง รวมตัวกัน 1,309 คน เท่ากับตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ออกเดินทางด้วยเรือ "เอ็มเอส บัลมอรัล" เพื่อไปร่วมไว้อาลัยให้กับผู้ที่ล่วงลับยังจุดเกิดเหตุ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี ในวันที่ 15 เม.ย. ที่จะถึงนี้

โดยขณะนี้เรือ เอ็มเอส บัลมอรัล ได้ออกจากท่าเรือในเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษแล้ว และคาดว่าจะถึงมหาสมุทรอาร์คติกเหนือ จุดที่เรือไททานิคหัก 2 ท่อนและจมดิ่งสู่ก้นทะเล ภายในสัปดาห์หน้าพอดี

ทั้งนี้ กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต ต้องจ่ายค่าการเดินทางเพื่อหวนรำลึกถึงอดีตของผู้ล่วงลับ จำนวน 6,000 ปอนด์ (ราว 295,000 บาท) สำหรับเรือลำดังกล่าวจะใช้เวลาล่อง 12 คืน ตามเส้นทางของไททานิคไม่มีผิดเพี้ยน


ซึ่งเส้นทางหลักหลังออกจากท่าเรือในอังกฤษ จะผ่านแชร์บูร์ก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ต่อด้วย โคบห์ ทางตอนใต้ของชายฝั่งคันทรีย์ คอร์ก ของไอร์แลนด์ ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางมาจะได้รับประทานอาหาร ที่เสิร์ฟตามเมนูดั้งเดิมของไททานิค และมีเพลงบรรเลงเดียวกันด้วย

จากนั้นเมื่อเดินทางถึงบริเวณที่เกิดเหตุจะมีพิธีไว้อาลัย และเมื่อเสร็จสิ้น เรือเอ็มเอส บัลมอรัล จะออกเดินทางไปต่อยัง โนวา สโกเทีย ประเทศแคนาดา หนึ่งในสถานที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตในครั้งนั้น และมุ่งหน้าสู่นิวยอร์ก จุดหมายปลายทางที่ไททานิคเดินทางมาไม่ถึง

อนึ่ง ไททานิค ชนภูเขาน้ำแข็งใต้มหาสมุทร เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 1912 เวลา 23.40 น. และอับปางลงเมื่อขึ้นวันใหม่ 15 เม.ย. โดยจำนวนผู้โดยสารมีทั้งหมด 1,517 คน เสียชีวิต 1,309 คน.


หน้า 14

วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

จ่อประมูลภาพโป๊ 'จอห์น เลนนอน' และภรรยา 'โยโกะ โอโนะ'

Pic_252272

เตรียมเปิดประมูลภาพเปลือย ของ "จอห์น เลนนอน" แห่งวงเดอะบีทเทิลส์ และภรรยา "โยโกะ โอโนะ" วันที่ 12 เม.ย.นี้...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 11 เม.ย. ว่า ภาพถ่ายขาวดำโบราณจำนวน 2 ภาพ เป็นภาพเปลือยของ "จอห์น เลนนอน" อดีตสมาชิกเดอะบีทเทิลส์ และภรรยาสาว "โยโกะ โอโนะ" ซึ่งเคยถูกใช้เป็นภาพหน้าปกอัลบั้ม "อันฟินิชเชด มิวสิก นัมเบอร์ 1 : ทู เวอร์จิ้นส์" เมื่อปี 1968 ถูกนำมาเปิดประมูล ให้ผู้ที่ชื่อนชอบวง 4 เต่าทอง ได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ ภาพที่นำมาประมูลนั้น ถ่ายที่อพาร์ทเมนต์ของ ริงโก สตาร์ (ริชาร์ต สตาร์กีย์) มือกลองของเดอะบีทเทิลส์ ภาพแรก เลนนอน และ โอโนะ ยืนเปลือยไร้อาภรณ์ปกคลุมร่างกายหันหน้าสู้กล้อง ส่วนอีกภาพเป็นด้านหลังที่นุ่งลมห่มแดดของทั้ง 2 เช่นกัน

สำหรับการประมูลครั้งนี้ จัดขึ้นโดยสถาบันการประมูลดุค ที่เมืองดอร์เชสเตอร์ แคว้นดอร์เซ็ต วันที่ 12 เม.ย. นี้ ราคาตั้งต้นอยู่ที่ 700 ปอนด์ (ราว 34,400 บาท) ด้าน แมทธิว เดนนี่ เจ้าหน้าที่จากสถาบันการประมูลดุค เผยว่า "ไม่มีใครรู้ว่าภาพถ่ายทั้ง 2 ชิ้น มายู่ที่ดอร์เซ็ตได้อย่างไร ผู้ขายเจ้าของคนปัจุบันพบมันที่ห้องเก็บของใต้หลังคา ที่บ้านของมารดาในแคว้นดอร์เซ็ตหลังจากที่เธอเสียชีวิต จึงไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามารดาซื้อต่อมาจากใคร หรือได้มาอย่างไร".

หน้า 15

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

หญิงสาว "หน้าเหมือนตุ๊กตา" ชาวอังกฤษ ดังเป็นพลุแตก ผู้คนทั่วโลกแห่ชมใบหน้ากันกว่าสิบล้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วีนัส ปาเลอร์โม วัยรุ่นอายุ 15 ปี ชาวกรุงลอนดอนของอังกฤษ เจ้าของฉายา "หญิงสาวหน้าเหมือนตุ๊กตา" ได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก หลังจากมีผู้คนแห่เข้าชมคลิปใบหน้าของเธอกว่าสิบล้านครั้ง โดยคลิปแสดงใบหน้าของวีนัสมีอยู่หลายชิ้น ชิ้นหนึ่งมีชื่อว่า "How to Look Like a Doll" มีผู้ชมเกือบ 1.7 ล้านคน ด้านผุู้ชมต่างแสดงความเห็นต่างๆ เกี่ยวกับใบหน้าของสาวน้อย หลายรายบอกว่า สุดทึ่งกับใบหน้าของเธอที่คล้ายกับตุ๊กตามาก และหลายรายก็โจมตีเธอว่า วีนัสหมกหมุ่นกับรูปลักษณ์ที่ต้องการมีใบหน้าเหมือนตุ๊กตา และว่า หญิงสาวรายนี้ประหลาดมาก เพราะเธออายุแค่ 15 ปี ไม่เห็นจำเป็นต้องแต่งหน้าให้เป็นตุ๊กตา และว่า วีนัสไม่สมควรโพสต์รูปที่จะกระตุ้นให้เด็กๆ ทำเรื่องประหลาดและผิดธรรมชาติเหมือนอย่างเธอ

ส่วนหลายรายออกโรงมาปกป้องเธอ บอกว่า วีนัสไม่ได้ไปเที่ยวเปลี่ยนมาตรฐานใดๆ รวมทั้งการจำกัดความคำว่า "สวย" ของสังคม และสไตล์การแต่งหน้าของเธอก็เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชาวเอเชียตะวันออก และว่าหลายคนไม่เห็นต้องแสดงความหยาบคายออกมา เพราะแม้คุณจะไม่ชอบวีดีโอเหล่านี้ แต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปดูถูกผู้หญิงสาวคนหนึ่ง นี่เป็นเรื่องหยาบคายและใจแคบ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ วีนัสได้ออกรายการโทรทัศน์พร้อมมารดาของเธอ ซึ่งได้ปกป้องการเลือกวิถีชีวิตของลูกสาวที่ต้องการมีหน้าตาเหมือนตุ๊กตา

หน้า 16

วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

ทำนายนิสัยจากลักษณะการกินไอศกรีม

วอล์ล ฟรุ๊ตทาเร่ ทำนายนิสัยจากการรับประทานไอศกรีมว่าคุณเป็นคนอย่างไร เพราะแต่ละคนก็มีลีลาที่แตกต่างกันไป ก่อนจะอ่านต่อไป คุณลองนึกซิว่า ลีลาการรับประทานไอศกรีมของคุณเป็นแบบไหน?

กัดคำแรกแสนอร่อย
เป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างดื้อ ชอบยึดติดกับความคิดของตัวเอง ไม่ค่อยมีความอดทน แต่ชอบทำงานหาเงิน โผงผาง ขี้โวยวาย เอาแต่ใจตัวเอง และค่อนข้างดื้อรั้น บางครั้งก็ชอบความรุนแรง ต้องการเป็นคนที่เด่นกว่าผู้อื่น ชอบทำงานและซื่อตรงน่าคบหาเป็นเพื่อน สามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ หรือคู่รักที่เชื่อถือได้เลยล่ะสำหรับคนที่ชอบรับประทานไอศกรีมแบบเริ่มต้นก็กัดเลยนั้น

ไอศกรีมอร่อยต้องดูด
คนที่ทานไอศกรีมแบบค่อย ๆ ดูด และขบริม ๆ ขอบ ๆ ไปเรื่อย ๆ บ่งบอกถึงการเป็นคนที่ ไม่ชอบวิ่งชนกับปัญหาและแคร์กับปัญหาต่าง ๆ ว่าแก้ไขแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ เป็นคนช่างระมัดระวัง รอบคอบ บางครั้งก็ดึงตัวเองออกจากความวุ่นวาย โดยไม่แคร์เพื่อน บางครั้งก็แก้ปัญหาได้ดีนอกจากนี้ยังเป็นคนอ่อนไหวและเอื้ออารี

รับประทานช้าจนไอศกรีมละลาย
รับประทานช้าๆ จนไอศกรีมละลายเปรอะไปหมดนั้น ผู้ทานไอศกรีมแบบนี้ขอทายว่ามักจะเป็นคนที่มีหัวใจเป็นเด็ก ชอบคิดถึงเรื่องในอดีต ที่ทำให้ตัวเองมีความสุข หรืออาจจะทำตัวเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา

ค่อยๆเล็ม ที่ละนิด
คนที่รับประทานแบบค่อยๆ เล็มรอบนอกถ้วยก่อนกินนั้น ผู้ทานไอศกรีมแบบนี้ บ่งบอกได้ว่า เจ้าตัวเป็นคนที่มีความระมัดระว้ง ทำอะไรจะคิดรอบคอบก่อนเสมอ เชื่อฟังผู้ใหญ่ และเป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ดี

ทานแบบเลียจนหมด
มากกว่าวิธีอื่นการทานไอศครีม 1 โคน หรือ 1 แท่งมันก็ต้องใช้หลายวิธี แต่ถ้าคุณ หนักเลียมากกว่าลีลาอื่น ก็แสดงว่าคุณเป็นคนปราดเปรียว ไม่เฉื่อยชา เฉยนิ่ง ชอบสังคม ชอบเรื่องท้าทาย และอยากให้ผู้คนสนใจ รักการได้รื่นเริงเฮฮาปาร์ตี้ กระตือรือร้น และทะเยอทะยานสูงคนที่ชอบใช้ลิ้นเลียริมผีปากหรือไอศกรีม เป็นคนที่ชอบพบปะคนแปลกหน้า เข้ากับคนอื่นได้ง่าย รักความสนุก ร่าเริง และชอบให้คนอื่นเห็นความสำคัญของตัวเอง

หน้า 17

วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

รู้มั้ย !!ตำแหน่ง"สิว"บนใบหน้า บอกอะไร

สัญญาณเตือนภัยจากตำแหน่งสิวบนผิวหน้า

ถ้าคุณเป็นสิวที่


1.หน้าผากด้านซ้ายและขวา เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไต
สาเหตุ มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด ทารองพื้นหรือแต่งคิ้วมากไป

2. บริเวณหว่างคิ้ว อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส ( ดื่มนมวัวไม่ได้ )
สาเหตุุ เพราะกินอาหารรสจัด หรือกินอาหารดึกเกินไป

3.บริเวณใบหูทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต
สาเหตุ ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือหากมีปัญหาสิวอุดตันช่วงใบหู อาจแสดงว่าฟันกรามมีปัญหา หรือว่าเพิ่งผ่าตัดฟันมา หรืออาจเกิดจากการมีรอบเดือน

4.บริเวณแก้มทั้ง 2 ด้าน แก้มส่วนบน เกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด แก้มส่วนล่าง เกี่ยวข้องกับเหงือกและฟัน
สาเหตุ สูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรังหรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆหายๆที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด

5.บริเวณรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต โรคภูมิแพ้
สาเหตุเครื่องสำอางที่ใช้อาจไม่เหมาะกับสภาพผิวหรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือพักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีการระคายเคืองอาจมาจากการเป็นภูมิแพ้หรือขาดสารอาหาร

6. บริเวณจมูกและเหนือริมฝีปาก เกี่ยวกับการทำงานของหัวใจและระบบสืบพันธุ์ หากมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก

สาเหตุ อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง การอุดตันหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกถึงผลกระทบจากฮอร์โมนเช่น กำลังมีประจำเดือน วัยทอง การใช้ยาคุมกำเนิด

7.บริเวณใต้ริมฝีปากด้านซ้ายและขวา เกี่ยวข้องกกับการทำงานของรังไข่
สาเหตุ อาจทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือมาจากขาดความสมดุลทางฮอร์โมน

8.บริเวณปลายคาง เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก
สาเหตุ อาจกินอาหารรสจัดเกินไปจนลำไส้เป็นแผล หรือมีปัญหาในการดูดซึม

รู้แล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะ สิวจะได้ไม่มากวนใจอีก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Living in shape

หน้า 18

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

ตำนาน แบทเทิลชิป เรือรบประจัญบานสะท้านโลก

Pic_251415

เรือยูเอสเอส มิสซูรี.

เรือประจัญบาน หรือแบทเทิลชิป (Battleship) คือเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ติดอาวุธหนักและอุปกรณ์สงครามครบครัน จัดว่าทรงอานุภาพ ที่สุดในบรรดาเรือสงครามด้วยกัน ซึ่งคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนหนนี้จะได้นำเอาเรื่องของเรือประจัญบานมาเสนอให้อ่านกันครับ

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง เรือประจัญบาน เป็นเรือที่ทรงอำนาจสูงสุดด้วยอำนาจการยิงที่รุนแรง ปืนใหญ่นานาขนาดถูกบรรจุลงไปในเรือจนแทบจะไม่มีที่ว่าง ปืนใหญ่หลักของเรือประจัญบานจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางสิบสี่นิ้วขึ้นไป ปืนใหญ่เรือที่ใหญ่ที่สุดเป็นของจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น เส้นผ่าศูนย์กลางสิบแปดนิ้ว ปืนใหญ่รองมีขนาดลดหลั่นลงมานับสิบกระบอก เสริมด้วยปืนใหญ่ที่มีขนาดเล็กลงมาอีกจนถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสามนิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นปืนใหญ่ที่สามารถยิงต่อสู้อากาศยานได้ด้วย ส่วนปืนที่มีขนาดเล็กกว่านี้ถือว่าเป็นปืนต่อสู้อากาศยานโดยตรง

ยุทธนาวีในระยะประชิด.

ยุทธนาวีในระยะประชิด.

ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวของเรือชนิดนี้คือมีราคาแพงมาก แพงทั้งค่าต่อเรือ อัตราสิ้นเปลือง และค่าเบี้ยเลี้ยงกำลังพล ทำให้บางครั้งและหลายครั้งเรือประจัญบานไม่เหมาะที่เอาไปปฏิบัติภารกิจที่มีความสำคัญน้อย ไม่ควรขี่ช้างจับตั๊กแตนว่าอย่างนั้นเถอะ

นอกจากเรือประจัญบานแล้ว ในกองเรือของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ยังมีเรือที่ทรงอานุภาพอีกมาก ซึ่งจะขอยกตัวอย่างบางส่วนมาให้ทัศนากันพอได้ตื่นตาตื่นใจ

เรือลาดตระเวน (Cruiser) ขนาดเล็กกว่าเรือประจัญบานลงมาหน่อยหนึ่ง ทำหน้าที่ได้เหมือนเรือประจัญบานในราคาเพียงครึ่งเดียว มีปืนใหญ่พอที่จะทำลายเรือของฝ่ายตรงข้ามได้ทุกประเภท ยกเว้นแต่เรือประจัญบาน นักแปลไทยมักสับสนกับเรือตรวจการณ์ ( Patrol Boat) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามาก เรือประเภทหลังนี้ปฏิบัติงานไม่ห่างจากฝั่งมากนัก

การยิงปืนใหญ่บนเรือประจัญบาน.

การยิงปืนใหญ่บนเรือประจัญบาน.

เรือพิฆาต (Destroyer) มีขนาดย่อมลงมาจากเรือลาดตระเวน แต่ยังมีขนาดใหญ่พอที่จะเดินสมุทรได้ เรือประเภทนี้ถือได้ว่าเป็นม้างานของกองเรือ ออกแบบให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท เช่น พิฆาตปราบเรือดำน้ำ พิฆาตคุ้มกัน

เรือฟริเกต (Frigate) ขนาดย่อมลงมากว่าเรือพิฆาตเล็กน้อย ออกแบบมาเพื่อใช้งานเช่นเดียวกับเรือพิฆาต แต่ลำเล็กกว่า จึงลดต้นทุนในการรบได้มากกว่า

เรือปืน (Gun Ship หรือ Gun Boat) ขนาดอาจจะใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าเรือฟริเกตเล็กน้อย มีปืนเป็นอาวุธหลัก ซึ่งเป็นอาวุธที่มีต้นทุนน้อยกว่าอาวุธชนิดอื่นๆ เหมาะสมในการระดมยิงชายฝั่ง

ในยุคสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง หน้าที่ของเรือประจัญบานคือทำลายเรือฝ่ายตรงข้ามทุกชนิด ข้าศึกที่ทัดเทียมมีแต่เรือประจัญบานด้วยกันเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นเจ้าทะเลแห่งยุคโดยแท้จริง

ปืนกลหนักบนเรือรบขนาดเล็ก.

ปืนกลหนักบนเรือรบขนาดเล็ก.

แต่เมื่อมาถึงสงครามแปซิฟิก (นักการทหารจะแยกสงครามที่รบกับญี่ปุ่นออกจากสงครามที่รบกับเยอรมันและอิตาลีเป็นอีกสงครามหนึ่ง เพียงแต่เป็นสงครามที่ต่อเนื่องกัน) ญี่ปุ่นได้เป็นผู้เปิดฉากการรบแบบใหม่ขึ้น เป็นการรบที่เรือของทั้ง 2 ฝ่ายไม่เห็นตัวกัน แต่สามารถส่งอาวุธไปทำลายกันได้ อาวุธนั้นคือเครื่องบิน

ในการศึกครั้ง นั้น เรือรีพัลล์และปรินซ์ ออฟ เวลล์ของอังกฤษจมลงด้วยการโจมตีของเครื่องบินจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ทางตอนใต้ของอ่าวไทยโดยที่ไม่มีทหารบนเรือคนใดเห็นเรือรบของญี่ปุ่นเลย

จากนั้นรูปแบบของสงครามทางเรือก็เปลี่ยนไป ทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่นต่างให้ความสำคัญกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ชิงโจมตีฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ระยะไกล ความสำคัญของเรือประจัญบานจึงลดลงไป แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะนำเรือประจัญบานออกมาปฏิบัติการรบ แต่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องทะเลก็กลายเป็นอดีตเมื่อไม่สามารถป้องกันตนเองจากเครื่องบินที่แห่แหนกันมารุมโจมตีได้

เรือรบถูกโจมตี.

เรือรบถูกโจมตี.

ปัจจุบันมีเพียงสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ยังมีเรือประจัญบานประจำการอยู่ในกองทัพ แต่กระนั้นก็ยังต้องซีลเก็บไว้ 2 ลำ นำออกมาใช้งานเพียง 2 ลำ ซึ่งทั้ง 2 ลำนี้ได้รับการปรับปรุงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอาวุธใหม่เพื่อให้เป็นเรือที่ทันสมัยพอที่จะเข้าสู่สงครามยุคใหม่

อาวุธที่เพิ่มเข้ามามีทั้งขีปนาวุธระยะไกล ปืนต่อสู้อากาศยานที่มีความถี่ในการยิงสูงกว่าอาวุธต่อสู้อากาศยานแบบเก่าถึงร้อยเท่า แต่ดูเหมือนว่าภารกิจหลักของเรือประจัญบานจะเป็นเพียงอวดความน่าเกรงขามเก่าๆ เท่านั้น

เพราะสงครามในปัจจุบันแตกต่างไปจากสงครามโลกครั้งที่สองมากมาย เรือใหญ่เกราะหนักไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เรือที่ยิงแม่นและเอาตัวรอดจากการโดนยิงได้ดีต่างหากที่มีความเหมาะสมมากกว่า ดังนั้น เรือรบในปัจจุบันจึงไม่ใหญ่ไปกว่าเรือลาดตระเวนเบา (เรือลาดตระเวนที่ไม่ติดตั้งเกราะ)

เรือรบขนาดเรือพิฆาตกลายเป็นเรือที่มีความเหมาะสมทั้งด้านความทนทะเลและราคา แต่กระนั้นก็มีกองทัพเรือไม่กี่ชาติเท่านั้นที่มีเรือระดับนี้ใช้

อาวุธหลักของเรือพิฆาตในปัจจุบันมีจำนวนน้อยกว่าสมัยสงครามโลกหลายเท่า แต่กลับมีอัตราการยิงที่สูงกว่าและแม่นยำกว่าหลายเท่าเช่นกัน เช่น ระบบต่อสู้อากาศยานระยะไกล เอจีส สามารถยิงเครื่องบินข้าศึกที่ระยะมากกว่าสองร้อยไมล์ให้ร่วงลงมาก่อนที่นักบินจะเห็นเรือด้วยซ้ำ

ปืนใหญ่ของเรือประจัญบาน.

ปืนใหญ่ของเรือประจัญบาน.

หากเครื่องบินข้าศึกยังฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้อีกก็จะเจอกับขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานระยะกลาง และถ้าหากยังฝ่าเข้ามาได้อีกก็จะเจอกับระบบต่อสู้อากาศยานระยะประชิดที่ไม่ได้มีไว้ต่อสู้เครื่องบินเหมือนเมื่อสมัยก่อน แต่ถูกออกแบบมาให้ยิงใส่ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงที่พุ่งตรงมาที่เรือต่างหาก โดยใช้เรดาร์ควบคุมปืนหลายลำกล้องที่มีอัตราการยิงถึงหกพันนัดต่อนาที จากการทดลอง สามารถยิงหัวกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงมายังเรือตกก่อนที่จะถึงเรือด้วยซ้ำ

ปืนใหญ่เรือก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนก่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำกล้องเพียง 5 นิ้ว แต่มีความแม่นยำชนิดนัดเดียวจอด และมีความเร็วในการยิงถึงสี่สิบนัดต่อนาที เพื่อต่อสู้กับเป้าหมายมากกว่าห้าเป้าพร้อมกันทั้งเป้าผิวน้ำและอากาศยาน โดยคอมพิวเตอร์จะเลือกยิงเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อเรือมากกว่าก่อนโดยอัตโนมัติ
เรื่องของเรือประจัญบานที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์นั้นก็มีอยู่หลายเรื่อง เรื่องแรกได้แก่ “เรือรบโปเต็มกิน (Potemkin Battleship)” เป็นหนังเงียบ โดยผู้กำกับและนักเขียนบทรัสเซีย สร้าง จากเรื่องราวการแข็งข้อของลูกเรือบนเรือประจัญบานโปเต็มกินในปี 1905 ผนวกกับเหตุการณ์สังหารหมู่ราษฎรรัสเซียที่เมืองโอเดสสา (Odessa)

ด้วยเหตุที่หนังเรื่องนี้มีเรื่องราวที่สนับสนุนการปฏิวัติ ก็เลยโดนห้ามฉายในยุโรปเกือบทุกประเทศนานหลายปี แม้แต่จะฉายดูกันเองในบ้านก็ต้องขออนุญาตทางการเสียก่อน กว่าจะเข้าฉายที่กรุงลอนดอนได้ก็โน่น...ปลายปี 1929

อานุภาพของปืนเรือ.

อานุภาพของปืนเรือ.

ส่วนเรื่องที่ 2 สร้างในปี ค.ศ.1960 แม้จะเป็นระบบเสียงในฟิล์มแล้ว แต่ก็ยังเป็นหนังขาว-ดำในชื่อ “Sink the Bismarck” เป็นหนังสงครามที่อังกฤษสร้างขึ้นจากบทประพันธ์เรื่อง “เก้าวันสุดท้ายของบิสมาร์ค” ของ ซี.เอส.ฟอเรสเทอร์

ฉากสำคัญของเรื่องนี้คือการปะทะระหว่างกองเรือเยอรมันกับอังกฤษ ซึ่งมีที่มาจากเรื่องจริง “บิสมาร์ค (Bismarck)” เรือประจัญบานลำใหญ่ที่สุดและทรงอานุภาพที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้ปืนเรือขนาดยักษ์ยิงเรือรบหลวงฮูด (HMS Hood) จมลงอย่างง่ายดายจนกองทัพเรืออังกฤษตกตะลึงพรึงเพริด จากนั้นบิสมาร์คก็แล่นอ้าวมุ่งไปยังชายฝั่งฝรั่งเศสที่เยอรมันยึดครอง อังกฤษส่งเรือบินรบโจมตีด้วยมุ่งหวังจะทำให้บิสมาร์คเสียหายและแล่นช้าลง ซึ่งก็สำเร็จ เมื่อตอร์ปิโดลูกหนึ่งพุ่งชนหางเสือบิสมาร์คจนไม่สามารถบังคับทิศทางได้ ทำให้เรือประจัญบานทางอานุภาพลำนี้พิการ ได้แต่แล่นเป็นวงกลมวนเวียนอยู่กับที่ จากนั้นหมู่เรือพิฆาตของอังกฤษก็รุม “กินโต๊ะ” บิส-มาร์คด้วยตอร์ปิโดท่ามกลางความมืดยามราตรี แต่บิส-มาร์คก็สู้แหลก และยิงเรือพิฆาตลำหนึ่งจมลง หากทว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หลังถูกระดมยิงอย่างหนัก ในที่สุดบิสมาร์คก็ถึงกาลอวสาน

ในปี 1992 มีภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับประจัญบานอีกเรื่องหนึ่งชื่อ Under Siege ยุทธการยึดเรือนรก แสดงโดยนักหักกระดูก สตีเวน ซีกัล เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายยึดเรือประจัญบานมิสซูรีเพื่อนำไปใช้เป็นอาวุธก่อนที่จะทำลายทิ้ง ซึ่งก็แน่นอนว่าพระเอกกับนางเอกของเราได้ช่วยกันยึดเรือลำนี้คืนจากผู้ก่อการร้ายได้

เรือพิฆาตกำลังยิงมิสไซล์.

เรือพิฆาตกำลังยิงมิสไซล์.

เรือยูเอสเอส มิสซูรี (USS Missouri) ลำนี้มีประวัติน่าสนใจครับ เพราะเป็นเรือประจัญบานลำสุดท้ายที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐฯ ได้ผ่านสมรภูมิมาแล้วหลายครั้ง ทั้งสงครามโลกครั้งที่ 2, สงครามเกาหลี, สงครามอ่าวเปอร์เซีย ที่ต้องบันทึกไว้ก็คือเรือลำนี้เคยถูกเครื่องบินจากฝูงบินคามิคาเซพุ่งชนมาแล้ว แต่ก็รอดมาได้ และเคยใช้เป็นสถานที่ที่ญี่ปุ่นลงนามยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตรในปี 1945 อันเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2

ปัจจุบันเรือมิสซูรีได้บริจาคให้กับสมาคมอนุสรณ์ ยูเอสเอส มิสซูรี และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำอยู่ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ในฮาวาย

กระทั่งในปี 2012 นี้แหละครับที่เราจะได้เห็นเรือมิสซูรีได้แล่นทะยานอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง “Battleship” หนังไซไฟที่สร้างขึ้นจากเกมสงครามทางทะเล ฮัสโบร (Hasbro) เจ้าของเดียวกับทรานฟอร์มเมอร์ที่รู้จักกันดี โดยเปิดเรื่องในขณะที่กำลังมีการซ้อมรบของกองทัพเรือนานาชาติ ที่เพิร์ล ฮาเบอร์ ในหมู่เกาะฮาวาย ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่เหล่าเอเลี่ยนบุกมาถล่มโลกเปิดศึกใหญ่กับมนุษย์ จัดเป็นอภิมหาโปรเจกต์ที่ผู้สร้างจัดฉากการยุทธ์เต็มรูปแบบที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ทั้งฉากรบในทะเล กลางเวหา ตลอดจนบนพื้นดิน

เป็นการแสดงความยิ่งใหญ่ของเรือรบประจัญ-บานในโลกภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่งครับผม.


โดย อุดร จารุรัตน์, พัฒนพงศ์ พ่วงลาภหลาย
และ ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 19

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

ปริศนาความตายของดาราและยามรณะ

Pic_246168

วิทนีย์ ฮิวส์ตัน

หมู่นี้มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นหนาตาและหนาหูมาก หากแต่เรื่องหนึ่งที่สนใจก็คือความตายก่อนวัยอันควรของบุคคลอาชีพนักแสดง ซึ่งนอกจากสร้างความบันเทิงให้ท่านผู้ชมแล้ว ยังเป็นเสมือนต้นแบบที่มีผู้คนมากมายลอกเลียนหรือยึดถือเป็นแบบอย่าง ดังนั้น การจากไปของบุคคลเหล่านี้ จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานต่วย’ตูนต้องไม่ละเลยที่จะนำมาเสนอต่อแฟนานุแฟนที่รัก

จากการเฝ้าสังเกตการใช้ยาของคนไข้ในปัจจุบันรู้สึกว่ามียาประจำตัวเยอะขึ้นกว่ายุคก่อนมาก เป็นหลายอาการก็จัดยาให้เป็นรายอาการไป ไม่ได้ดูแบบรวมอาการ หรือลองให้คนไข้คุมอาหารเองก่อน

อาจเป็นเพราะคนไข้ใจร้อนด้วย

ทำให้คนไทยประสบปัญหาอันตรายแบบฝรั่งมากขึ้นคือ “พหุโอสถ (Polypharmacy)” ใช้ยาเป็นกำมือเหมือนกับดื่มเหล้าค็อกเทล กินยา มากอย่างไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนด้วยรู้สึกว่าคุณหมอเป็นคนสั่งให้ย่อมปลอดภัย

เรื่องของดาราสาวกรณี วิทนีย์ ฮิวส์ตัน เป็นอุทาหรณ์ที่ดีครับ เพราะยาที่เป็นเหตุให้เธอเสียชีวิตก็เป็นยาที่คุณหมอสั่งให้เช่นเดียวกัน มีใบสั่งยาเป็นหลักฐานอยู่ด้วย แต่ความผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อเธอนำมันมารับประทานพร้อมกับเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์
จึงทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงขึ้น

ซึ่งความผิดปกติที่เกิดจากการรับประทานยาผิดคู่นั้นมีระบุไว้ในตำราแพทย์เรียกว่า “ปฏิกิริยาอันตรายจากอาหารรวมยา (Drug–Food interaction)” มีอยู่เยอะมากนับร้อยพันครับ ซึ่งได้ไปค้นมาให้ท่านผู้อ่านแล้วสรุปออกมาเป็น 3 กรณีหลักดูง่ายๆดังนี้ครับ

– ยา + เหล้า
– ยา + อาหาร
– ยา + ยา

เพราะจากการอ่านงานวิจัยหลายชิ้นเห็นว่าแอลกอฮอล์ถูกห้ามไม่ให้ใช้กับยามากชนิด คิดง่ายๆว่าเหล้าไม่ควรกินกับยาเลย ส่วนอาหารนั้นมักเป็นนมหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ควรกินร่วมด้วยเพราะจะไปรบกวนฤทธิ์ของยามาก และตัวยาด้วยกันเองก็ส่งผลถึงกันได้อย่างที่เรียกว่า “ยาตีกัน” ถ้าเรากินหลายชนิดจนเกินไป

เท่าที่ทราบจากเนื้อข่าวคือคุณ วิทนีย์ ฮิวสตัน น่าจะเสียชีวิตในอ่างน้ำเพราะการรับประทานยานอนหลับ “ซาแน็กส์ (Xanax)” กับเครื่องดื่มผิดประเภท โดยแหล่งข่าวหลายที่ชี้ไปว่าน่าจะเป็นยานอนหลับร่วมกับดื่มแอลกอฮอล์แล้วก็อาจพาหลับลึกจนจมน้ำในอ่างอาบไม่รู้ตัว แม้จะเป็นยาที่ว่า “แพทย์สั่ง (Prescription drug)” อย่างกรณีคุณวิทนีย์ที่สื่อนอกเน้นประเด็นนี้กันมาก แต่หากเอายามากินผิดๆร่วมกับอาหารต้องห้ามก็อันตรายมาก

เพราะยานอนหลับนั้นคุณหมอท่านทราบกันนานแล้วว่ากินแล้วต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะไปกอดคอกันกดประสาทขนาดหนักให้ได้พักยาวสลบไสลถึงขั้นหยุดหายใจไปได้

สำหรับคนดังที่ถูกยา “สั่ง” ให้ลาโลกเร็วก่อนเวลาอันควรมีอีกหลายท่านดังนี้ครับ

มาริลีน มอนโร

มาริลีน มอนโร

มาริลีน มอนโร เซ็กซิมโบลยุคปี 2500 ดังขนาดคนระดับประ-ธานาธิบดียังต้องสะเทือนเพราะข่าวลือเรื่องเธอมาแล้ว ยามเมื่อเธอลาโลกยิ่งดังหนักเพราะมีหลักฐานการใช้ยาประเภทกล่อมประสาท ร่วมกับยานอนหลับชื่อ “เนม-บูทาล (Nembutal)” และ “คลอรัลไฮเดรต (Chloral hydrate)” ซึ่งมีปริมาณมากในกระแสเลือดจนทำให้บางท่านสงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรมด้วย

จูดี้ การ์แลนด์

จูดี้ การ์แลนด์

จูดี้ การ์แลนด์ ดาราเด็กผู้โด่งดังจากบท “โดโรธี” หนูน้อยในเรื่องพ่อมดแห่งออซ ด้วยการทำงานในกองถ่ายฮอลลีวู้ดยุคแรกที่ต้องแบกภาระเกินตัวทั้งร้อง, เต้น, เล่นตามบทอดหลับอดนอนเพราะเธอเป็นตัวทำเงินทะลุเป้า จึงต้องเอายากระตุ้นบางอย่างมาช่วยให้จูดี้มีพลังร้องและเต้นได้อยู่เสมอแม้ต้องถ่ายกันดึกดื่น ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครคิดถึงเรื่องอันตรายมากนัก

บรูซ ลี

บรูซ ลี

บรูซ ลี เจ้าพ่อหนุ่มซินตึ๊งเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 32 ปี โดยเขามีอาการลมบ้าหมูชักอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในขณะที่ถึงโรงพยาบาลพอดี ผลการชันสูตรชี้ว่าสมองของบรูซบวมขึ้นกว่าปกติถึง 13% และพบสารเคมีจากยากลุ่มแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อในร่างกายของเขา มีข่าวลือถึงเรื่องการใช้กัญชาร่วมด้วย

เจมส์ ดีน

เจมส์ ดีน

เจมส์ ดีน ดาราฮอลลีวู้ดต้นฉบับแบ้ดบอยยุคคุณพ่อ มีความหล่อเป็นคุณสมบัติเด่นพอๆกับชื่อเสียงด้านอารมณ์ที่ขึ้นลง (Mood swing) ไม่แน่นอน แม้ไม่มีข่าวการใช้ยาแต่ว่านิสัยส่วนตัวทั้งดื่มจัดและสูบเก่งร่วมกับอารมณ์แปรปรวนก็อาจส่งผลให้เขาต้องจบชีวิตลงในอุบัติเหตุก่อนวัยอันควร

ริเวอร์ ฟินิกซ์ นักแสดงหนุ่มอนาคตไกล ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์และลูกโลกทองคำ แต่ในชีวิตจริงเขาต้องต่อสู้กับอาการซึมเศร้าเรื้อรังที่เป็นมานาน อยู่มาวันหนึ่งขณะเดินออกมาจากไนต์-คลับนักแสดงหนุ่มก็พลันวูบหมดสติก่อนจะชักเกร็งติดต่อกันเป็นเวลา 8 นาที แล้วหยุดหายใจ มิไยที่เพื่อนจะช่วยผายปอดเป่าปากแต่ก็ไม่อาจคืนชีวิตให้กับริเวอร์ได้ มีรายงานว่าความตายของเขาเกิดจากการเสพโคเคน, เฮโรอีน และยาต้านซึมเศร้าร่วมกัน

เคิร์ท โคเบน

เคิร์ท โคเบน

เคิร์ท โคเบน นักร้องนำแห่งวงเนอวาน่า ผู้มีชื่อเสียงในยุค 90

มีประวัติติดเฮโรอีน โดยอ้างว่าต้องใช้ช่วยในการทำงานทัวร์คอนเสิร์ต ชีวิตของเคิร์ทผ่านการพยายามฆ่าตัวตายโดยใช้ยากล่อมประสาท (โรฮิปนอล) กินคู่กับแชมเปญแต่มีการช่วยไว้ได้ทัน จนวันสุดท้ายคือเขาตัดสินใจใช้ปืนปลิดชีพตัวเอง โดยผลชันสูตรศพพบเฮโรอีนและแวเลียมปริมาณสูงในเลือด

ไมเคิล แจ็คสัน

ไมเคิล แจ็คสัน

ไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป๊อปสะท้านโลกที่ตกเป็นข่าวทั้งยามเป็นและยามตาย ด้วยความตายของเขาเกี่ยวพันกับยาดังที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ยาที่น่าสงสัยของแจ็คสันคือยานอนหลับอย่างแรงและยาสลบแบบฉีดครับ

ฮีท เล็ทเจอร์

ฮีท เล็ทเจอร์

ฮีท เล็ทเจอร์ ผู้โด่งดังจากบทชายรักชายในภาพยนตร์ “หุบเขาเร้นรัก (Brokeback mountain)” นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงพร้อมด้วยขวดยาหลายชนิดและขนาด เชื่อว่ายาที่มีมากอย่างนั้นเองเป็นตัวการที่ทำให้ดาราหนุ่มจากไปก่อนวัยอันควร

แอนนา นิโคล สมิท

แอนนา นิโคล สมิท

แอนนา นิโคล สมิท นางแบบเพลย์บอยหุ่นเซ็กซี่กับชีวิตที่อาภัพทำให้เธอต้องอาศัยยาระงับประสาทเป็นอาจิณ ด้วยเธอมีคดีฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สิน อีกทั้งลูกชายที่รักดั่งดวงใจเสียชีวิตไปก่อนหน้าเพียง 5 เดือน ทำให้เธอใช้ยาที่แพทย์จ่ายให้อย่างเต็มเหนี่ยว ความตายของเธอมาจากยานอนหลับ (แวเลี่ยม) ร่วมกับยากล่อมประสาทอีกมากชนิดครับ

บริตตานี เมอร์ฟี่ นักแสดงสาวสวยอีกคนกับบทบาทสาวเจ้าเสน่ห์หวานซ่อนเปรี้ยวที่มีโรคประจำตัวซ่อนอยู่ ชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบนั้นมียาประจำอยู่เบื้องหลังมากชนิดทั้งยาแก้ปวด, แก้ซึมเศร้า และแก้อาการกินผิดปกติ ยาเหล่านี้เธอต้องกินร่วมกันเป็นเวลานานจนถึงวันที่เสียชีวิตนั้นทำให้ทั้งปอดและหัวใจป่วยไปพร้อมๆกัน

เฟอร์ดินาน มาร์กอส ขอแถมไว้อีกรายครับ แม้ไม่ใช่เซเล็บแต่เป็นอดีตประธานาธิบดีเมืองตากาล็อกที่ดังกระฉ่อนโลกจากเรื่องความร่ำรวยและรูปแบบการใช้ชีวิต ยามที่ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศนั้น มีผู้ไปค้นทำเนียบมาลากัน-ยังก็พบทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิต, ถังออกซิเจน และ “ยาประจำตัว” ท่านประธานาธิบดีหลายต่อหลาย ขนานมากมายจนแทบตั้งโรง-พยาบาลได้

จะเห็นว่าฤทธิ์ของยากับเหล้า, ยากับอาหาร และยากับยา เป็นมรณะที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจรดต้นคอเท่านั้นเอง ความน่ากลัวเกรงของมันยังอาจเกิดได้จากการนำเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปผสมกับเครื่องดื่มชูกำลัง

อันตรายถึงตายเชียวครับ

ซ้ำร้ายเป็นการตายอย่างทรมานเพราะเป็นการไปกดประสาทส่วนหายใจจน “หยุดหายใจ” ขาดอากาศไป ถึงสมมติว่าแก้ขึ้นมาได้ก็ไม่ปกติแล้วครับ กลายเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงนิทราสมองไม่สมประกอบ

เพื่อให้ตอบโจทย์ง่ายๆของการที่คนเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับยาที่แพทย์สั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้และในชีวิตก็ต้องรับประทานอาหารหลาย หลาก ก็ขอฝากไว้ว่าเหล้านั้นขอให้เลี่ยงเลยครับไม่ควรกินกับยาเด็ดขาด

ห้ามที่สุดในสามโลก

ส่วนห้ามกินก่อนหลังกันกี่นาที หรือเหล้าต่างชนิดจะให้ผลต่างกันหรือไม่ก็ขอให้สูตรระวังตัวไว้ง่ายๆคือ “ยังไม่สร่างเมาห้ามเอายาใดๆเข้าปาก” เลยครับจะปลอดภัยที่สุด

ก่อนชีวิตจะหยุดทั้งที่ยังไม่ถึงวัยอันสมควร ด้วยท่านผู้อ่านทุกท่านก็เหมือนดาราที่ส่องประกายอยู่ในใจนักเขียนอย่างผม เลยอยากให้ท่านที่รักได้เป็นดาวให้ชื่นชมไว้นานๆ

ไม่อยากให้ตำนานดาวต้องสิ้นแสงไปอีกแม้แต่ดวงเดียว.


โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช และทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

หน้า 20

วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

มะกันรณรงค์การใช้ถุงยาง อึ้ง ผลิตวีดีโอ"ผู้สูงอายุโชว์ท่าเด็ด"กามสูตร"(ชมคลิป)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ว่า หน่วยงาน "Safer4Seniors.org" ของสหรัฐ ได้ออกวีดีโอรณรงค์สนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยด้วยการใช้ถุงยางอนามัย ทว่า หน่วยฯสร้างความฮือฮาช็อกผู้คนด้วยการนำ "ผู้สูงอายุ" มาแสดงท่าการมีเพศสัมพันธ์ ในหลายท่วงท่าในลักษณะท่า "กามสูตร" ของอินเดีย โดยบล็อกเกอร์รายหนึ่งบอกว่า เขารู้สึกร่างแข็งเหมือนได้เห็นคลิปเหล่านี้ เมื่อได้เห็นเหล่าผู้สูงอายุแสดงท่ากามสูตร ไม่ต่างการการโฆษณาหากินของคนหนุ่มสาว ส่วนผู้คนอื่นๆ ต่างก็ช็อกกับคลิปดังกล่าวเมื่อได้ชม

ด้านหน่วยงานโฆษก "ดีดีบี" ที่ผลิตวีดีโอชุดนี้ออกโรงปกป้อง ระบุว่า วีดีโอนี้เป็นยุทธศาสตร์ทางเลือกเพื่อใช้ความตลกขับขันและช็อกค่านิยมของคนทั่วไป โดยเราพยายามทำให้เห็นว่า ในขณะที่คนหนุ่มสาวจะชอบหรือไม่ชอบท่ากามสูตรก็ตาม แต่สำหรับ "คนแก่" พวกเขาสามารถทำกันได้ และว่า เราต้องการจะให้โฆษณาเซ็กซี่ชิ้นนี้รักษาระดับความมีรสนิยมและกระตุ้นให้ผู้สูงอายุสนุกกับชีวิตทางเพศของพวกเขาอย่างปลอดภัย

หน้า 21

วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

10 โรงแรมหรู...ตัวเลือกเจ๋งๆช่วยให้'สงกรานต์'จดจำไม่รู้ลืม

Pic_252112

ช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นนี้ หลายคนอาจจะกำลังคิดไม่ตกว่าจะไปเที่ยวคลายร้อนที่ไหนดี หรือถ้าไปแล้วจะพักโรงแรมอะไรดี ไทยรัฐออนไลน์จึงขอเสนอ 10 โรงแรมเริ่ดๆ ทั้งการออกแบบและบริการมาฝาก

เริ่มต้นคลายร้อนที่ทะเลกันก่อน เพราะชายหาดและน้ำทะเลของประเทศไทยก็ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามอยู่แล้ว แล้วนับประสาอะไรกับโรงแรมที่ตั้งอยู่จะพลาดความสวยงาม และความสะดวกสบายได้อย่างไร ขอยกให้กับท้องฟ้าสีคราม ชายหาดสีขาวของเกาะสมุย ซึ่งมีโรงแรมชวนพักอย่าง The Library

The Library

Beach Republic The Residence

W Retreat Koh Samui

ต่อกันด้วยโรงแรมติดทะเลทางใต้ที่จังหวัดภูเก็ต

B-Lay Tong Phuket

Cape Sienna Hotel & Villas

AsiaLoop G-House

Twinpalms Phuket

หรือจะขึ้นเหนือไปชิมบรรยากาศเล่นน้ำแบบดั้งเดิม เราก็ขอแนะนำโรงแรม Dusit D2 Chiang Mai



ตบท้ายเอาใจคนอยากเที่ยวในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยอย่างถึงอกถึงไทย เพราะมีจุดให้เล่นน้ำมากมายนับไม่ถ้วน หากต้องการที่พักให้สมกับเป็นวันหยุดแห่งชาติ ขอเสนอโรงแรม Luxx XL


และ Siam@Siam Design Hotel & Spa


หน้า 22

วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

กว่าจะมาเป็นขุมทอง"สีดำ"

Pic_253127

การขุดเจาะหาน้ำมัน.

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าในยุคนี้สิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตคนเราอย่างยิ่งก็คือ น้ำมันเชื้อเพลิง สำคัญแค่ไหนคงไม่ต้องอธิบายกันมากความ แต่ที่น่ารู้ก็คือกว่าจะได้น้ำมันมาใช้กัน คนรุ่นยุคบุกเบิกเขาลำบากสาหัสกันสักเพียงใด และเพื่อให้ท่านผู้อ่านรู้จักเจ้า “ทองคำสีดำ” นี้มากขึ้น ไทยรัฐซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจึงขอนำเรื่องราวความเป็นมาของมันมาเล่าเพื่อเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆครับ

น้ำมันดิบสีดำแต่สูงค่า จนได้ฉายา

น้ำมันดิบสีดำแต่สูงค่า จนได้ฉายา "ทองคำสีดำ".

น้ำมันดิบ (Crude Oil) นั้นมนุษย์เรารู้จักมานานนับพันๆปี แต่การใช้งานยังไม่แพร่ หลาย อย่างที่ยุโรปเองในศตวรรษ ที่ 19 ยังใช้น้ำมันจากไขของวาฬในการจุดไฟให้แสงสว่าง จนกระทั่งเมื่อมีการกลั่นน้ำมันก๊าดจากน้ำมันดิบได้สำเร็จในราวกลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งน้ำมันที่ได้มานั้นก็ใช้งานได้ดีและราคาถูกกว่าน้ำมันจากไขของวาฬ ความต้องการเชื้อเพลิงแบบใหม่จึงแพร่กระจายไปทั่วอเมริกา ยุโรป และทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ.2306 บ่อน้ำมันดิบที่ทำเป็นการค้าบ่อแรกของโลกก็เกิดขึ้นที่โปแลนด์ จากนั้นก็มีมากขึ้นเรื่อยๆในดินแดนที่เคยเป็นสหภาพโซเวียตรัสเซีย

แท่นขุดและสูบน้ำมันในทะเลทราย.

แท่นขุดและสูบน้ำมันในทะเลทราย.

ที่ตะวันออกกลางโดยเฉพาะพื้นที่รอบอ่าวเปอร์เซีย แผ่นดินของชาวอาหรับซึ่งส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย แต่ลึกลงไปใต้ผืนทรายสุดลูกหูลูกตานั้นกลับอุดมไปด้วยน้ำมันดิบปริมาณมหาศาล แต่กว่าที่น้ำมันจะทำให้ชาติอาหรับกลายเป็นอัครมหาเศรษฐี รวมทั้งนักธุรกิจที่ลงทุนทำบ่อน้ำมันก็ร่ำรวยไปกันหมดนั้น พวกเขาก็ต้องผ่านสถานการณ์ของความขัดแย้งกันมาไม่น้อย อังกฤษเป็นชาติแรกที่เข้าไปสำรวจหาแหล่งน้ำมันที่ตะวันออกกลาง โดยวิลเลี่ยม ดี อาร์ซี ผู้ได้รับใบอนุญาตการสำรวจบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจากรัฐบาลเปอร์เซีย (อิหร่านในปัจจุบัน) ตั้งแต่ พ.ศ.2444 โดยจ่ายค่าสัมปทานเป็นเงิน 20,000 ปอนด์ กับส่วนแบ่งอีก 16% ของกำไรจากการขายน้ำมันที่สูบขึ้นมา

เขาจ้างให้วิศวกรชื่อ จอร์จ เรย์โนลด์ เป็นคนเข้าไปหาขุมทรัพย์ที่นั่น บนแผ่นดินที่กว้างใหญ่แต่แห้งแล้งกันดาร อุณหภูมิในตอนกลางวันสูงถึง 50 องศา ทุกหนทุกแห่งพร้อมจะคร่าชีวิตผู้ไม่มีประสบการณ์ไปได้อย่างง่ายดาย แต่จอร์จก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสำรวจ ด้วยคาราวานม้าและอูฐจำนวนหนึ่งพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับขุดเจาะ เขาและคณะเดินทางไปตั้งค่ายตามจุดต่างๆที่คาดว่าจะมีน้ำมัน แล้วใช้แรงงานคนขุดหลุมลงไประดับหนึ่ง จากนั้นก็ตั้งโครงหอคอยเพื่อจับแกนเจาะและท่อที่จะต่อกันเป็นท่อนๆลงไปในดิน

อุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ทั่วโลก.

อุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ทั่วโลก.

แต่ทว่า เขาเฝ้าตระเวนขุดค้นลงไปหลุมแล้วหลุมเล่าก็พบแต่ความล้มเหลว หลังจากสูญสิ้นแรงกายแรงใจ กำลังทรัพย์และเวลาไป 2 ปีกว่าพวกเขาก็ประสบกับปัญหาการเงิน เพราะนายทุนคือ วิลเลี่ยมทุ่มทุนของตนเองไปจนแทบหมดตัว เขาต้องขายคฤหาสน์หรูในลอนดอนกับบ้านพักในชนบทไปอีก 2 หลังเพื่อ เอาเงินมาเป็นทุน ด้วยความหวังว่าจะเจอบ่อน้ำมันในไม่ช้า

และแล้วก็เหมือนสวรรค์บันดาล ในปี พ.ศ.2447 โครงการของวิลเลี่ยมได้รับความสนใจจากบริษัท Burmah Oil Co. ที่เข้าไปช่วยเหลือให้ทุนในการ สำรวจต่อ อย่างไรก็ดี ตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านไป จอร์จใช้เวลาในการหาขุมทรัพย์ใต้ผืนทรายโดยไม่เจอน้ำมันแม้แต่หยดเดียว

จนกระทั่งเมื่อวันหนึ่งคณะของเขาก็เดินทางไปในจุดที่ใกล้กับมัสยิด ไอ ซูไลมาน บริเวณนั้นภูมิประเทศเป็นเนินและแอ่ง มีทั้งภูเขาหินและแม่น้ำเล็กๆไหลผ่าน คนเลี้ยงสัตว์จึงพาอูฐและแพะ แกะไปกินหญ้าที่นั่นจำนวนมาก จอร์จตั้งค่ายพักขึ้นที่นั่นและเจาะหาขุมทรัพย์ใต้ดินเช่นเคย แต่แล้วเส้นตายก็มาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาได้รับโทรเลขจากลอนดอนว่าให้เจาะบ่อนั้นเป็นบ่อสุดท้าย โดยให้เจาะไปถึงระดับ 1,600 ฟุต ถ้าไม่เจออะไรก็ให้ยุติงานทั้งหมดลงแค่นั้น

การสำรวจทางธรณีเพื่อหาแหล่งน้ำมัน.

การสำรวจทางธรณีเพื่อหาแหล่งน้ำมัน.

ความจริงนั้นอัศจรรย์ยิ่งกว่านิยาย เช้าวันนั้น เวลาประมาณตี 4 เมื่อหัวเจาะลงไปอยู่ที่ระดับ 1,180 ฟุตใต้ผืนทราย กลิ่นก๊าซซึ่งคล้ายไข่เน่าก็โชยคละคลุ้งขึ้นมา แต่สำหรับจอร์จมันช่างเป็นกลิ่นที่หอมหวนที่สุดในชีวิต ใช่แล้ว จอร์จบอกกับตัวเองว่าเขาเจอบ่อน้ำมันเข้าแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นเหลวข้นสีดำที่มีค่าประดุจทองคำก็พุ่งขึ้นจากท่อ สร้างความดีใจเกินบรรยายแก่คณะของจอร์จทุกคน และเนื่องจากจุดที่เขาไปเจาะสำรวจนั้นอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก จึงใช้เวลาถึงห้าวันกว่าวิลเลี่ยมจะได้รับข่าวดีทางโทรเลข จากนั้นวิลเลี่ยม และบริษัท Burmah Oil Co. ก็ลงทุนร่วมกันตั้งบริษัท ชื่อ Anglo-Persian Oil Co. ขึ้นใน พ.ศ. 2453 บริษัทนี้ก็ได้รับสัมปทานในการขุดเจาะน้ำมันเป็นบริษัทแรกในประเทศเปอร์เซีย ในปีต่อมา (บริษัทนี้เปลี่ยน ชื่อหลายครั้ง และท้ายสุด ก็เปลี่ยนเป็นบริษัท BP)

เมื่อถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 การแข่งขัน ของชาติตะวันตกหลายชาติเพื่อเข้าไปขุดเจาะน้ำมันที่ประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียและคาบสมุทร อารเบีย รวมทั้งใต้ทะเลแคสเปียนก็เริ่มขึ้น พ.ศ.2486-2487 นักธรณีวิทยาผู้มีชื่อเสียงคือ เอเวอเรตต์ เดโกเยอร์ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจน้ำมันที่เก่งสุดคนหนึ่งของโลก ในยุคนั้น เดโก-เยอร์ได้เข้าไปเป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อศึกษาปริมาณน้ำมันดิบที่ตะวันออกกลาง หลังจากใช้เวลา ศึกษาและสำรวจราว 1 ปี เขาก็รายงานต่อรัฐบาลสหรัฐฯว่า เขามั่นใจว่าตะวันออกกลางเป็นแหล่งน้ำมันดิบปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะที่ประเทศซาอุดีอาระเบียประเทศเดียวมีน้ำมันราว 20% ของทั้งหมด ในช่วงนั้นน้ำมันดิบที่ผลิตในตะวันออกกลางคิดเป็นปริมาณแค่ 5% ของน้ำมันดิบที่ใช้กันทั่วโลก ขณะที่ส่วนใหญ่ผลิตในสหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็น 60% ของปริมาณการใช้ทั้งโลก

แท่นสูบน้ำมันขนาดเล็ก.

แท่นสูบน้ำมันขนาดเล็ก.

สหรัฐอเมริกาจึงเริ่มคิดถึงการสำรองน้ำมันดิบใต้ดินไว้ใช้ในประเทศสำหรับอนาคตประจวบกับซาอุดีอาระเบียก็ประสบกับปัญหารายได้เข้าประเทศ หดหาย เนื่องจากสงครามโลกทำให้ชาวมุสลิมไม่สามารถเดินทางไปแสวงบุญที่เมกกะได้

แม้ว่าอังกฤษจะเป็นชาติแรกที่เข้าไปบุกเบิกธุรกิจน้ำมันที่ตะวันออกกลาง แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สหรัฐอเมริกาก็มีบทบาทในภูมิภาคนั้นขึ้นมาทัดเทียมกับอังกฤษ เพราะปี พ.ศ.2475 บริษัท Standard Oil Company of California (Socal) ซึ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำในประเทศได้สำเร็จ ก็เป็นผู้ได้สัมปทานในบาห์เรนและพบแหล่งน้ำมันปริมาณมากพอที่จะทำในเชิงพาณิชย์ได้ จากนั้นในปีต่อมาบริษัทเดียวกันก็ได้สัมปทานเพิ่มที่ซาอุดีอาระเบีย 5 ปีหลังจากนั้น SOCAL ก็สำรวจพบขุมทองสีดำปริมาณมหาศาลบริเวณใกล้กับอ่าวเปอร์เซียที่เรียกว่า อัล-ฮาซา พ.ศ.2482 ซาอุดีอาระเบียก็เริ่มมีรายได้จากการส่งออกน้ำมัน และกลายเป็นรายได้หลักแทนรายได้จากผู้ไปแสวงบุญที่เมกกะ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากสงครามสิ้นสุดลง การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียขยายตัวมากขึ้น เพราะขายให้กับกองทัพฝ่ายพันธมิตร ใน พ.ศ.2496 รายได้จากการขายน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านดอลลาร์ จากที่ได้เพียง 7 ล้านดอลลาร์ในปีแรกที่เริ่มมีการผลิตน้ำมันออกมาขาย

น้ำมันที่ลำเลียงตามท่อจากทะเลทราย.

น้ำมันที่ลำเลียงตามท่อจากทะเลทราย.

ย้อนกลับไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกครั้ง (พ.ศ.2457-2461) ในยุคนั้น ชาติอาหรับต่างประสบปัญหาทางเศรษฐกิจกันถ้วนหน้า อังกฤษเป็นชาติที่มีบทบาทในภูมิภาคนั้นอย่างสูงเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบรรดาผู้นำอาหรับทั้งหลาย จึงมีการโน้มน้าวใจให้ผู้นำอาหรับทั้งหลายเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวตะวันตกเข้าไปสำรวจน้ำมันในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดความขัดแย้ง ขึ้นมาในหมู่ผู้ปกครองอาหรับด้วยกันเอง เพราะบางคนไม่ต้องการให้แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ถูกเหยียบย่ำโดยคนนอกศาสนา ขณะที่บางคนกลับเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะอาศัยขุมทรัพย์สีดำที่พระเจ้าประทานให้นั้น เปลี่ยนเป็นเงินแล้วนำมาพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง เทียบเท่าชาติตะวันตก โดยให้ชาวตะวันตกเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด ส่วนชาวอาหรับเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันมีหน้าที่เก็บค่าสัมปทานและเปอร์เซ็นต์จากการขายน้ำมันแบบสบายๆ ซึ่งในที่สุดดอลลาร์ก็เป็นฝ่ายมีชัยเหนือผู้นำอาหรับทุกชาติ

การขุดเจาะน้ำมันในยุคแรกเต็มไปด้วยความเสี่ยง.

การขุดเจาะน้ำมันในยุคแรกเต็มไปด้วยความเสี่ยง.

ยุคเริ่มแรกของการขุดเจาะน้ำมันในดินแดนทะเลทรายอาหรับนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากแสนสาหัสและความขัดแย้งนานาประการ เร็วๆนี้ก็มีภาพยนตร์เรื่อง “Black Gold แบล็ค โกลด์ ล่าขุมทองดับตะวัน” ที่เลือกใช้บรรยากาศช่วงปี ค.ศ. 1930 ในยุคตื่นน้ำมันของอาหรับ กับความยากลำบากใจของเจ้าชายอาหรับ หนุ่มที่ต้องเลือกว่าจะภักดีต่อใคร ระหว่างพ่อผู้ให้กำเนิดซึ่งเป็นคนหัวโบราณ หรือพ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคนหัวสมัยใหม่ บนความ เดือดระอุของยุคสมัยที่ทุกสาย ตาต่างจับจ้องไปยังขุมทรัพย์ ทองคำสีดำแห่งท้องทะเลทราย

ในช่วงแรกของธุรกิจ น้ำมัน หลังจากทุกประเทศเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติแล้ว เมื่อเทียบกับผู้เข้าไปลงทุน ประเทศอาหรับเจ้าของบ่อน้ำมันมีรายได้จากค่าสำรวจ ค่าสัมปทาน และส่วนแบ่งจากกำไรเพียงเล็กน้อยเพราะไม่มีกำลังต่อรอง ไม่มีความสามารถในการขุดเจาะเอง ซึ่งบริษัทที่ได้รับสัมปทานก็เอาเปรียบมากด้วยการแจ้งกำไรต่ำๆราวกลางศตวรรษที่ยี่สิบ หลังจากข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันใต้ผืนทรายของดินแดนนั้นถูกเปิดเผยออกมา ผู้ปกครองประเทศต่างๆที่มีแหล่งน้ำมันจึงรวมตัวกันตั้งองค์กรชื่อว่า The Organization of Petroleum Exporting Countries (OPEC) หรือโอเปคที่เราคุ้นกันดี

ชาวอาหรับที่อดีตเคยร่อนเร่ในทะเลทราย.

ชาวอาหรับที่อดีตเคยร่อนเร่ในทะเลทราย.

ทีแรกองค์กรนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งในการต่อรองผลประโยชน์กับชาติผู้ได้รับสัมปทาน โดยโอเปคขอปรับสัญญาระหว่างเจ้าของบ่อกับบริษัทผู้รับสัมปทาน เป็นการถือหุ้นในบริษัทร่วมในสัดส่วนที่เท่ากัน และฝ่ายต่างชาติต้องขายหุ้นในส่วนของตนให้กับฝ่ายเจ้าของบ่อไปทุกปีๆ ไปจนหมด ดังนั้น ก่อนจะถึง พ.ศ. 2525 ประเทศเจ้าของบ่อน้ำมันรอบ อ่าวทั้งหมดก็กลายเป็นเจ้าของบริษัท น้ำมันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนต่างชาตินั้นเป็นเพียงผู้รับจ้างการผลิตเท่านั้น

ภายหลังโอเปคทำหน้าที่กำหนดปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อผลกำไรสูงสุดแก่ชาติสมาชิก ทำให้ราคาขายของน้ำมันในตลาดโลกขึ้นลงไปตามปริมาณที่ผลิตออกมา ดังที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้.
สงครามแย่งชิงแหล่งน้ำและน้ำมันในทะเลทรายมีมาแต่ครั้งอดีต.

สงครามแย่งชิงแหล่งน้ำและน้ำมันในทะเลทรายมีมาแต่ครั้งอดีต.

แท่นขุดเจาะหาน้ำมัน.

แท่นขุดเจาะหาน้ำมัน.

การขุดเจาะหาน้ำมัน.

การขุดเจาะหาน้ำมัน.



คนเหนือและทีมงาน นิตยสารต่วย'ตูน

หน้า 23

วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

5 ไอเดียดีไซน์ 'สตูลสุดเก๋'

Pic_252399

เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านอย่างเก้าอี้ นอกจากจะมีประโยชน์ไว้เป็นที่รองรับนั่งพักเหนื่อยได้อย่างสบายใจแล้ว ก็ยังช่วยเสริมความโดดเด่นให้การแต่งบ้านของเราดูมีสไตล์มากขึ้นด้วย Trend @home วันนี้เลยสรรหา 5 ดีไซน์สตูลสุดเท่มาให้ดูกัน

Original Design Stool : Sella by A e P.G. Castiglioni


สตูลสุดแหวกแนว ที่ได้นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์ ตัวโครงสร้างทำจากโลหะ ประกอบเข้ากับเบาะนั่งของรถจักรยานได้สวยสุดๆ เลย

Contemporary Bar Stool : OTTO by For Use


สำหรับที่นั่งดื่มปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่บาร์ แน่นอนว่าต้องใช้เก้าอี้ขาสูง หรือสตูลมาใช้ ซึ่งสำหรับตัวนี้เน้นสีสันสดใส มีดีไซน์ที่ร่วมสมัย ตัวเบาะทำจากเนื้อผ้าชั้นดี เวลานั่งจะได้ไม่เจ็บ และสบายด้วย

Original design stool : ALLUNAGGIO by A & P.G Castiglioni


สตูลสำหรับพื้นที่กลางแจ้ง ทนทานต่อสภาพอากาศ วัสดุทำจากโลหะ และเล่นสีสันให้ดูสดใสเข้ากับการแต่งสวน

Original design stool : REMIDA by Fortunato Depero


สตูลทำจากไม้ดีไซน์ร่วมสมัย บนที่นั่งเล่นสีสันให้ดูโดดเด่น เป็นงานออกแบบสตูลที่สวยอีก 1 ชิ้น เหมาะสำหรับเด็กๆ อย่างมาก

Design stool : industrial style : MEZZADRO by A & P.G Castiglioni


สตูลสุดโมเดิร์น โครงสร้างทำจากแผ่นโครเมี่ยม ประกอบกับที่นั่งที่มีประกอบด้วยอะลูมิเนียม, สีแดง, เหลือง, ขาว และดำ


*ข้อมูล/ภาพ*
http://www.archiexpo.com/prod/zanotta/original-design-stools

หน้า 24

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

รวมเด็ด 10 สุดยอดพิลึกโลก ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2012

Pic_250185

ตั้งแต่เดือน ม.ค. - มี.ค. ไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอข่าว ที่บอกเล่าเรื่องราวแปลกประหลาดซึ่งเกิดขึ้นบนโลกเรามากมายหลายข่าว ทั้งเรื่องที่ชวนตะลึง เรื่องลี้ลับ วันนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้คัดเรื่องประหลาด ในหมวดข่าว 'พิลึกโลก' ที่ท่านผู้อ่านให้ความสนใจมากที่สุด 10 ข่าว กลับมาให้ได้อ่านกันอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ที่ไม่เคยอ่านข่าวในหมวดนี้มาก่อน (หรือพลาดไปในบางช่วง) รู้ว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เคยเกิดเรื่องแบบนี้บนโลกของเราด้วย

สาวออสซี่โดด 'บันจีจัมพ์' เชือกขาด ดิ่ง 111 ม. แต่รอด (มีคลิป)

ข่าวรายงานเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ว่า เกิดอุบัติเหตุระทึกกับหญิงสาวออสเตรเลีย ผู้เดินทางไปท่องเที่ยงยังประเทศซิมบับเวในช่วงวันปีใหม่ และได้เล่นกิจกรรมยอดฮิต 'บันจีจัมพ์' บนสะพานเหนือแม่น้ำแซมเบซี แต่ขณะที่เธอกำลังดิ่งลงไปนั้น เชือกบันจีกลับขาด ทำให้เธอตกลงไปในแม่น้ำ ซึ่งต่ำกว่าจุดที่เธอกระโดดถึง 111 เมตร และเต็มไปด้วยจระเข้ ขณะที่คนอื่นๆ ได้แต่ตะลึงมอง

น.ส.เอริน แลงเวอร์ธี วัย 22 ปี ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระทึกขวัญ เล่าว่า แม้ขาของเธอจะถูกมัดด้วยเชือกบันจี แต่เธอก็พยายามตะเกียกตะกายว่ายน้ำไปจนถึงฝั่ง รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์

http://youtu.be/mwOTDxgavvY

พี่จีนสร้างตึกสูง 30 ชั้นภายใน 15 วัน เร็วสุดในโลก

ข่าวนี้รายงานเมื่อ 9 ม.ค. เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาด้านการก่อสร้างในศตวรรษที่ 21 อันน่าตื่นตะลึงของจีน โดยสร้างโรงแรมสูง 30 ชั้น ขนาด 183,000 ตารางฟุต ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 15 วัน หรือ 360 ชั่วโมง ถือเป็นเวลาอันสั้นที่สุดในโลก สำหรับการสร้างตึกสูงเช่นนี้

โรงแรมดังกล่าวชื่อว่า "อาร์ค โฮเทล" สร้างขึ้นที่เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน โดยบริษัทรับเหมาก่อสร้าง "บอร์ด กรุ๊ป" สัญชาติจีน ซึ่งแม้จะใช้ระยะเวลาเพีียงน้อยนิด แต่ได้รับการออกแบบและควบคุมงานอย่างดีโดยทีมวิศวกรและสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงอ้างว่าสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้มากถึง 9 ริกเตอร์ ที่สำคัญ ไม่มีการใช้แรงงานทาส และไม่มีใครบาดเจ็บจากการก่อสร้างแม้แต่คนเดียวอีกด้วย

พระเอกหนังโป๊เมืองผู้ดีทำประกันคุ้มครอง 'เจ้าโลก' เกือบ 32 ล้าน

ข่าวรายงาน เมื่อ 21 ม.ค. ว่า คีแรน ลี พระเอกภาพยนตร์แนวปลุกใจเสือป่าชาวเมืองผู้ดี ที่ไปโด่งดังเป็นพลุแตกในสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า เขาได้ทำประกัน "เจ้าโลก" ของตนเองไว้กับ "ลอยด์ส ออฟ ลอนดอน" บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการประกันชีวิตและวินาศภัยของอังกฤษ คิดเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 645,000 ปอนด์ หรือราว 31.6 ล้านบาท

ลี วัย 28 ปี เผยว่า เนื่องจาก "อวัยวะเพศ" ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพ และเป็นสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา เขาจึงได้หารือกับต้นสังกัด คือ ค่ายหนังโป๊ "แบรสเซอร์ส" ในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขอทำประกันของสงวนของตน โดยทางค่ายก็ได้เห็นชอบ และนำไปสู่การตัดสินใจทำประกันกับบริษัทลอยด์ส ในที่สุด ด้วยวงเงินคุ้มครองเจ้าโลกกว่า 645,000 ปอนด์ หรือราว 31.6 ล้านบาท

ถ่ายติดวิญญาณ 'เจ้าหญิงไดอานา' ที่โบสถ์กลาสโกว์

ข่าวนี้รายงานเมื่อ 23 ม.ค. ระบุว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน บันทึกภาพกระจกหน้าต่าง ที่โบสถ์เมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ และต้องตกตะลึงเมื่อภาพที่ติดมาคล้ายเจ้าหญิงไดอานา แห่งเวลส์ ในรูปของวิญญาณ ปรากฏอยู่บนกระจกด้วย

ด้าน ไมเคิล โคเฮน ผู้อัพโหลดคลิปวิดีโอดังกล่าว ระบุว่า แม้นักวิทยาศาสตร์จะออกมายืนยันว่า "ผี" ไม่มีจริง แต่ผู้คนทั่วทุกมุมโลกยังเชื่อ และอ้างว่าสามารถมองเห็นวิญญาณอยู่ สำหรับกรณีถ่ายติดเจ้าหญิงไดอานา เขาและนักวิจัยท่านอื่นได้ร่วมกันพิสูจน์ให้แน่ชัดว่า เป็นการถ่ายติดวิญญาณจริงหรือไม่ ซึ่งจากการสำรวจภาพ ไม่ว่าจะมุมไดก็ตาม เขากล่าวว่า เหมือนเจ้าหญิงไดอานาอย่างปฏิเสธไม่ได้

http://youtu.be/2PKsubzfKUY

สาวแดนผู้ดีวัย 17 ปี กิน 'นักเก็ต' อย่างเดียวตั้งแต่ 2 ขวบ

ข่าวรายงานเมื่อ วันที่ 27 ม.ค.ว่า สเตซีย์ เออร์ไวน์ สาวรุ่นชาวอังกฤษวัย 17 ปี มีรสนิยมในการกินสุดแปลกไม่เหมือนคนทั่วไป โดยเธอสนใจบริโภคแต่ 'นักเก็ตไก่' หรือไก่ทอด จากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเช่น แม็คโดนัลด์ หรือเคเอฟซีเท่านั้น นับตั้งแต่เธอได้ลิ้มลองมันเป็นครั้งแรกเมื่อ 15 ปีก่อน แม้ว่าแม่ของเธอจะพยายามบอกให้ลูกสาวทานอย่างอื่นบ้างมานับสิบปีก็ตาม

แต่ในที่สุดพฤติกรรมการกินแบบนี้ก็ส่งผลร้ายกับเธอ เมื่อเธอล้มป่วย และมีอาการหายใจไม่ออกจนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ตกใจมากเมื่อได้ทราบถึงอาการเสพติดการกินนักเก็ตมานาน 15 ปี จนเป็นโรคโลหิตจาง และเส้นเลือดดำที่ลิ้นโป่งพอง แม้จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเวลาไม่นานนัก แต่แพทย์ได้แนะนำสเตซีย์ ว่า เธอควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเสียใหม่ หากไม่อยากจากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันควร

พบแมมมอธขนปุย กลางป่าไซบีเรีย (มีคลิป)

ข่าวรายงานเมื่อ 9 ก.พ. ว่า วิศวกรที่ทำงานอยู่ในภูมิภาคชูคอตกา ทางตะวันออกไกลของแคว้นไซบีเรียประเทศรัสเซีย เปิดเผยภาพถ่ายวิดีโอ ซึ่งถ่ายติดสัตว์ชนิดหนึ่งที่เขาอ้างว่า เป็น ช้างแมมมอธ สิ่งมีชีวิตที่น่าจะสูญพันธ์ุไปจากโลกนี้แล้วเมื่อราว 4,000 ปีก่อน

ในคลิปวิดีโอของเขาเป็นภาพสัตว์คล้ายช้าง มีขนสีน้ำตาลปกคลุมตัวเหมือนช้างแมมมอธ กำลังเดินข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว แต่ภาพของเขายังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นของจริงหรือถูกทำขึ้นมา แต่หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกมาระยหนึ่ง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ภาพสิ่งมีชีวิตคล้ายแมมมอธที่เห็น ดูคล้ายกับหมีที่กำลังคาบปลาตัวโตอยู่มากกว่า

พบยูเอฟโอขนาดยักษ์ลงจอดในแดนลุงแซม (มีคลิป)

ข่าวรายงานเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีการพบเห็นวัตถุบินไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ (ยูเอฟโอ) ที่เมืองรอสเวลล์ ในมลรัฐนิวเม็กซิโก ของสหรัฐอเมริกา โดยผู้พบเห็นสามารถบันทึกคลิปวิดีโอจานบินขนาดใหญ่ ขณะที่มันกำลังบินเหนือน่านฟ้าและร่อนลง ณ สถานที่แห่งหนึ่งเอาไว้ได้

ผู้พบเห็น บันทึกคลิปวิดีโอขณะกำลังขับรถยนต์ในถนนสายหนึ่งในเมืองรอสเวลล์ เป็นภาพวัตถุประหลาดคล้ายจานบิน บินอยู่ไกลออกไป ซึ่งเขาขับรถตามไปถ่ายภาพจนกระทั่งมันร่อนลงจอดในสถานที่แห่งหนึ่ง ด้านนายสตีเฟน แฮนนาร์ด จากกลุ่มไขปริศนาเอเลี่ยน (เอดีจี) ของสหราชอาณาจักร กล่าวหลังจากได้ชมคลิปวิดีโอว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นภาพยูเอฟโอจริงๆ กำลังลงจอด ในรัฐนิวเม็กซิโก.

http://youtu.be/Ux7UtPLCw3A

วิญญาณเหยื่อสึนามิยุ่น โผล่หลอกชาวบ้าน ส่งผลพื้นที่ประสบภัยไม่ถูกฟื้นฟู

ข่าวรายงานเมื่อ 1 มี.ค.ว่า ทางการญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาหนักอกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปี แต่การฟื้นฟูหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งสาเหตุหลักของความล่าช้าดังกล่าว เป็นเพราะความหวาดกลัวของเจ้าหน้าที่ต่อเหล่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตจาก พิบัติภัยครั้งเลวร้ายเมื่อปีที่แล้ว ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่ และปรากฏตัวหลอกหลอนผู้คนอยู่เป็นระยะ

ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นระบุว่า มีประชาชนพบเห็นดวงวิญญาณจำนวนมาก ปรากฏตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะที่เมืองอิชิโนะมากิ ในจังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตถึง 1 ใน 5 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในญี่ปุ่นจากภัยพิบัติเมื่อปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า คนงานหลายรายที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ มีอันต้องประสบเหตุร้าย หรือล้มป่วย เนื่องจากอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่ จนเพื่อนคนงานรายอื่นพากันเข็ดขยาด และไม่ยอมเดินทางไปในพื้นที่อีก ส่งผลให้การฟื้นฟูเป็นไปด้วยความล่าช้า

นอกจากนั้น ยังมีคำบอกเล่าในหมู่คนขับรถแท็กซี่ในญี่ปุ่น ที่บอกต่อๆ กันว่า ไม่ควรรับผู้โดยสารในพื้นที่ประสบภัย หากไม่จำเป็น โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เนื่องจากเคยมีคนขับรถแท็กซี่หลายราย รับ "วิญญาณ" ขึ้นรถ โดยไม่ตั้งใจมาแล้ว เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้โดยสาร เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านพบเห็นดวงวิญญาณจำนวนมากพากันล่องลอยขึ้น สู่ที่สูงหรือภูเขา จนเกิดการคาดเดาว่า อาจเป็นวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิต ขณะพยายามวิ่งขึ้นที่สูงเพื่อหนีคลื่นสึนามิเมื่อปีก่อน แต่หนีไม่สำเร็จ.

โลกตะลึง! นักวิทย์โสมขาวโคลนนิ่งปลุกชีพ 'แมมมอธ'

ข่าวรายงานเมื่อ 14 มี.ค. ว่า นักวิทยาศาสตร์ด้านการโคลนนิ่งชาวเกาหลีใต้ "ฮวาง วู-ซ็อก" จากสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพซูอัม ผู้เคยโคลนนิ่งสุนัขสำเร็จเมื่อปี 2005 และกลายเป็นฮีโร่ของประเทศชาติ หลังจากอ้างว่าสามารถพัฒนาการสร้างสเต็มเซลล์มนุษย์ ได้ราวปี 2006 แต่สุดท้ายพบว่าเป็นเพียงเรื่องโกหกพกลม และเกิดกระแสข่าวอื้อฉาวขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมลงนามข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยสหพันธรัฐตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย ในการโคลนนิ่ง "แมมมอธ" ช้างจากยุคน้ำแข็งที่สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน โดยมีวาซิลี วาซิลิเยฟ รองอธิการบดี เป็นตัวแทน

สำหรับการโคลนนิ่งแมมมอธ วู-ซ็อก เผยว่าจะใช้วิธีปลูกถ่าย "ดีเอ็นเอ" จากซากแมมมอธที่ถูกแช่งแข็งนานนับหมื่นปีในไซบีเรีย และนำรหัสพันธุกรรมมาใส่ในเซลล์ไข่ของช้างสายพันธุ์อินเดีย เพื่อสร้างเอ็มบริโอใหม่ขึ้น ซึ่งหากทุกอย่างไม่ผิดผลาดและดำเนินไปตามแผนแล้ว แมมมอธตัวแรกจะเกิดขึ้นบนโลกหลังจากสูญพันธุ์ ภายใน 22 เดือนหลังจากเริ่ม

ขณะ ที่ ฮวาง อิน-ซุง นักวิจัยอีกรายจากสถาบันเดียวกัน ระบุว่า ภารกิจที่ยากที่สุด คือการปลุกสเต็มเซลล์ของแมมมอธ แต่เชื่อว่าสามารถเป็นไปได้ เพราะสถาบันแห่งนี้เชี่ยวชาญด้านการโคลนนิ่งสัตว์ และทำสำเร็จมาแล้วทั้ง วัว แมว สุนัข หมู และหมาป่า โดยเมื่อ ต.ค.ปีที่แล้ว วู-ซ็อก เพิ่งประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งหมาป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ในสหรัฐฯ จำนวน 8 ตัว ส่วนการฟื้นฟูสเต็มเซลล์ของแมมมอธ คาดว่าจะบรรลุผลราวสิ้นปีนี้.

ขายแล้ว 'รถบินได้' ถูกกฎหมาย คันแรกของโลก 40 ล้านไม่รวมภาษี!

ข่าวรายงานเมื่อ 19 มี.ค. ว่า บริษัทเคอร์ทิซี แอร์คราฟต์ สำนักงานใหญ่ในเมืองร็อคฟอร์ด รัฐอิลินอยส์ ของสหรัฐฯ จำหน่าย "1954 แอโรคาร์" หรือรถยนต์บินได้ แบบถูกต้องตามกฎหมายคันแรกของโลกแล้ววันนี้ หลังพัฒนาและปรับปรุงนาน 14 ปี สนนราคาอยู่ที่คันละ 800,000 ปอนด์ (เกือบ 40 ล้านบาท) แต่ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีหากนำเข้ามาที่ประเทศไทย

สำหรับ รถบินได้คันนี้ มีความยาว 21 ฟุต ความกว้างของปีก 30 ฟุต หนัก 2,100 ปอนด์ กำลัง 150 แรงม้า เทคออฟด้วยความเร็ว 55 ไมล์/ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 110 ไมล์/ชั่วโมง ความเร็วในการบิน 100 ไมล์/ชั่วโมง วิ่งบนถนน 60 ไมล์/ชั่วโมง สามารถโดยสารได้ 2 คนและบินได้ไกล 460 ไมล์สำหรับน้ำมัน 1 ถัง

อย่างไรก็ดี รถบินได้ จะไปโชว์ตัวต่อสาธารณชนครั้งแรก ที่งานนิวยอร์ก อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์โชว์ ในเดือน เม.ย.นี้ด้วย และสำหรับผู้ที่สั่งจองคาดว่าจะได้รับรถราวปลายปีนี้.

หน้า 25

วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

sme มีแวว : 'โชติดล'สบู่สวยที่สุดในโลก!

Pic_252749

ปกติเราใช้สบู่เพื่อชำระล้างทำความสะอาดทั่วไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า “สบู่” จะมีประโยชน์เพียงแค่นั้น เมื่อมีคนเจ้าคิด เจ้าไอเดียได้จุดประกายสร้างสรรค์ให้สบู่สามารถ "เป็น" อะไรได้มากกว่า ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา จนเป็นที่มาของสบู่สมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “โชติดล”

แจ้งเกิด “โชติดล”
คุณณพชนันต์ เปี่ยมสินธุ์ หนุ่มนักออกแบบ คือผู้บุกเบิกสบู่สมุนไพร แฟนซีที่สวยที่สุดในโลกยี่ห้อ โชติดล เล่าว่า เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากที่เขาต้องไปทำงานด้านออกแบบผลิตภัณฑ์อยู่ที่คีรีวง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งที่นั่นได้มีการผลิตสบู่มังคุดกันภายในชุมชนดังกล่าว

“ผมเคยเอาสบู่มังคุดนั้นมาล้างหน้าแล้วรู้สึกแสบผิว จนทำให้ผมอยากจะรู้ว่า จริงๆ แล้วสบู่มันมีส่วนประกอบอะไรยังไงบ้าง พอเริ่มศึกษาหาข้อมูลผมก็ไปพบการผลิตสบู่กลีเซอร์รีน ซึ่งเป็นสบู่ที่มีความชื้นสูง ใช้แล้วไม่แสบไม่แพ้เหมือนสบู่ทั่วไป แต่รูปลักษณ์สบู่ดังกล่าวนั้น มันเป็นเพียงสบู่ก้อนสี่เหลี่ยมธรรมดา หลังจากนั้นผมก็เลยเกิดแนวคิดอยากจะพัฒนาหน้าตาของสบู่กลีเซอร์รีนให้มันมีความน่าสนใจดูแล้วน่าใช้ยิ่งขึ้น จุดนี้เองจึงเป็นที่มาของสบู่โชติดลครับ”

เป็นได้ทั้งสบู่ และของที่ระลึก
“หลังจากที่ผมออกแบบสบู่โชติดลให้เป็นลักษณะของสบู่ดอกไม้ชนิดต่างๆ ตามที่ผมสเกตช์แบบขึ้นมาเอง ตอนนั้นหลังจากได้ทดลองวางขาย ปรากฏว่ามีหลายคนให้ความสนใจนิยมซื้อไปตั้งโชว์บนโต๊ะทำงาน ห้องนอน บางคนนำไปประดับในห้องน้ำ ฯลฯ ในขณะที่ลูกค้าบางนำสบู่นี้ไปเก็บเป็นของสะสม จนถึงของที่ระลึกมากกว่านำมาใช้จริงๆ จึงเป็นที่มาของการแกะสบู่หล่อแบบตั้งโชว์แบบเต็มตัว พร้อมกันนี้ ก็ได้มีบางคนมาจ้างให้เราช่วยแกะสบู่ในแบบพิเศษตามที่เขาต้องการ เพื่อนำไปเป็นของชำร่วยบ้าง หรือตามร้าน/โรงแรมต่างๆ ก็เริ่มที่จะออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้”



เพิ่มฟังก์ชั่น สบู่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้!
“สบู่ที่ผมทำจะไม่จำกัดรูปแบบตายตัว อย่างเช่น ก่อนหน้านี้ผมเคยทำสบู่แกะแบบขนาดใหญ่ ประมาณ 2 เมตร (ใช้เวลาทำนานถึง 1 เดือนเต็ม) ตอนนั้นทำเพื่อนำไปแสดงในงานหนึ่งที่ประเทศเยอรมนี แต่ที่ขายดีมีออเดอร์ตลอดน่าจะเป็นสบู่ดอกไม้ เช่น ดอกชบา ดอกดาหลา ดอกพุทธรักษา ดอกกุหลาบ และดอกเบิร์ดออฟพาราไดซ์ และล่าสุด คือ สบู่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้"
สบู่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้คืออะไร? คุณณพชนันต์ ขยายความว่า คือการเพิ่มฟังก์ชั่นสบู่ด้วยการออกแบบ เช่น สบู่นี้มีรูปทรงเป็นเด็กผมจุก แล้วมีเสื้อผ้าที่ทำมาจากฟองน้ำสีสันต่างๆ สำหรับเป็นใยขัดตัว เสร็จแล้วเราสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้า (ฟองน้ำ) ของสบู่ได้ภายหลังนั่นเอง



ดีไซน์สวย-กลิ่นหอม

นอกจากสบู่โชติดลจะมีจุดขายอยู่ที่รูปแบบเป็นเอกลักษณ์แล้ว “กลิ่นหอม” จากสบู่ ยังเป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่เป็นมนต์เสน่ห์จูงใจ
“เท่าที่ผมทำมาบอกได้เลยว่า กลิ่นสบู่ผมนานนะกว่ากลิ่นจะจางลง เนื่องจากกลิ่นสบู่ที่ใช้ผมทำมาจากเอสเซนเชียลออยล์ จึงไม่มีสารเคมี โดยกลิ่นจะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนเลยทีเดียว ปัจจุบันจะมีทั้งกลิ่นดอกไม้ฝรั่งเศส กลิ่นอโรม่า กลิ่นตะไคร้ ดอกโมกข์ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า เพราะเราสามารถผลิตให้ได้หมดครับ”

3 สูตรให้เลือก “สวย”

แม้ว่าจุดขายของสบู่โชติดล จะอยู่ที่ความเก๋ด้านดีไซน์ แต่ก็ใช่ว่าเมื่อนำมาใช้แล้วจะธรรมดาไม่ต่างจากสบู่สมุนไพรทั่วๆ ไป แต่อยากให้รู้ไว้เลยว่า “โชติดล” ยังมัดใจลูกค้าด้วยคุณภาพ จากสูตรเฉพาะตัว 3 ตำรับคลาสสิกประจำยี่ห้อด้วยกัน คือ ตำรับที่ 1 สำหรับลดฝ้าจุดด่างดำด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่าง ขมิ้นชัน-เหมาะกับผู้ที่มีฝ้า กระ และจุดด่างดำ ตำรับที่ 2 สำหรับหน้าใสไร้สิว ด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่าง ไพล, น้ำผึ้ง–เหมาะกับผู้ที่มีสิว และตำรับที่ 3 สำหรับหน้าขาวเนียน มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ทานาคา, น้ำนมข้าวบาร์เล่ย์–เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งและผิวธรรมดา ทั้งหมดนี้คือ สบู่กรีเซอร์รีน ที่มีความชุ่มชื้นและอ่อนโยนต่อผิวพรรณอย่างยิ่ง

“ออเดอร์หลักตอนนี้จะเป็นอเมริกา ออสเตรเลีย ในประเทศไทยเองก็มีบ้าง อย่างที่ภูเก็ตเขาจะสั่งออเดอร์ประจำอยู่แล้ว โดยแต่ละลอต เขาก็จะระบุมาเลยว่า เขาต้องการสบู่กลีเซอร์รีนแบบไหน ดอกใหญ่-ดอกเล็ก หลังจากตกลงรับออเดอร์กันเรียบร้อยทางผมก็จะผลิตพร้อมทั้งจัดส่งไปให้ ฉะนั้น สบู่ที่ลูกค้าได้รับจึงเป็นสบู่ที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่ๆ ชนิดครั้งต่อครั้ง” คุณณพชนันต์ กล่าว



ราคาจึงไม่แพงอย่างที่คิด
“ธรรมดาทั่วไปหลายๆ แห่ง ที่รับผลิตสบู่แฟนซีมักต้องจ้างคนอื่นให้แกะแบบให้ อีกทั้งในกระบวนการยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ราคาค่าแบบคอร์สหนึ่งเกือบหมื่นบาท/แบบ ดังนั้น ผมจะได้เปรียบกว่าคนอื่นตรงที่เวลามีลูกค้าต้องการสั่งออเดอร์พิเศษเป็นสบู่สวยๆ ผมสามารถสเกตช์แบบ แกะแบบให้ได้เลย โดยไม่ต้องผ่านใครอีก นั่นหมายความว่า ลูกค้าเขาไม่ต้องเสียค่าแบบ/ค่าแรงอื่นๆ อีก เพราะทั้งกระบวนการผมสามารถทำได้ครบหมด จากที่อื่นอาจจะคิดค่าแบบหลักหมื่น แต่สำหรับผมอาจจะแค่พันกว่าบาทเท่านั้น”

ส่วนเรื่องราคาเห็นงามหรูดูดีถึงเพียงนี้แบบนี้ แต่ไม่แพงอย่างที่คิด สนนราคาส่งจะอยู่ที่ประมาณ 120 บาท/ก้อน (ลูกค้าที่รับไปจำหน่ายต่อ สามารถนำไปทำราคาหน้าร้านได้ตั้งแต่ 250-300 บาท/ก้อน)

หากว่าใครสนใจสบู่ โชติดลทางเลือกใหม่ของการเลืกใช้สบู่ให้ไม่ซ้ำซากจำเจ สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-663-4997, 02-862-5701.

หน้า 26

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

ชมภาพวิวาห์ว้าน หวาน คู่รักสุดฮอต "ชาคริต-วุ้นเส้น" โรแมนติกกลบร้อน เห็นแล้วต้องอิจฉา...

า- ไรบีนา ดารา นางแบบ รวมถึงภาพจากแก๊งเพื่อนสาวสุดซี้ของวุ้นเส้น ที่โพสต์รูปบรรยากาศภายในงานหมั้นและหลั่งน้ำสังข์ มาประกอบในข่าวนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้ร่วมชื่นชมและแสดงความยินดับกับทั้งคู่กันด้วย

หน้า 27

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

Let it be! เส้นบางๆ ระหว่างปล่อยวางกับละเลย

Pic_254917

เพราะความไม่เที่ยง หรือ Uncertainty เป็นเรื่องสากล เป็นธรรมชาติที่เกิดโดยไม่เลือกเชื้อสาย หรือชาติกำเนิด ดังคำกล่าวว่า Uncertainty is certainty. ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน เมื่อทำอะไรกับมันไม่ได้ก็ต้อง
… Let it be! ช่างมันเถอะ ปล่อยมันเป็นไป

เด็กน้อยวัยเรียน กลับบ้านมาพร้อมสมุดพก สลักลายกลมมน 0.00 พ่อแม่จะพูดอะไรได้ นอกจาก
... Let it be! ช่างมันเถอะ ช่างมันเถิดลูก

ผู้ใหญ่วัยทำงาน ถอยรถคันหรูจอดหน้าห้าง กลับมาเหลือกุญแจกับใบแจ้งค่างวดไว้ให้ดูต่างหน้า จะพูดอะไรออกนอกจาก
... Let it be! ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป

เพื่อนเราเผาเรือน เอาแฟนเพื่อนไปเป็นแฟนตัว จะพูดอะไรได้ นอกจาก
... Let it be! ช่างมันเถอะ ช่างหัวมัน

หลากรสหลายโอกาส Let it be! ถูกงัดออกมาใช้ แต่ขอให้สังเกตว่าเราจะพูดสำนวนนี้ เมื่อเหตุการณ์ร้ายมันผ่านไปสุดมือคว้า แก้ไขอะไรไม่ได้จึงต้องยอมปล่อยมันเป็นไป แต่ไม่นิยมกล่าวก่อนเหตุร้ายเกิด เพราะแสดงให้เห็นว่าเป็นคนประมาท ที่ขาดปัญญาป้องกัน

เส้นบางๆ ที่กั้นระหว่าง ปล่อยวาง กับ ละเลย คือ ปัญญาที่ช่วยให้รู้เห็นตามเป็นจริง ปล่อยวางคือรู้ว่าต้องเป็นเช่นนี้ หรือเหตุเกิดแล้วกลับไปแก้ไม่ได้จึงวางเฉยแทนการเก็บมากลัดกลุ้ม แต่ละเลย คือจนเหตุเกิดแล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป้องกันได้ หมดปัญญา จึงพูด Let it be! ช่างมันเถอะ เพื่อปลอบใจ

เรื่อง ปล่อยวางนี้ ในภาษาอังกฤษมีสำนวนว่า Let yourself on! มาจาก Let on ที่ให้ความหมายว่า ชี้ให้เห็นตามความเป็นจริง หรือ ในภาษาพูด จะแปลว่า แพร่งพรายความลับ ก็ยังได้ ส่วน Let oneself on นั้นตีความได้เป็นภาษาพระว่า ปล่อยวาง ภาษาสะท้อนความคิด จากสำนวนนี้เราเรียนรู้ได้ว่า แม้ชาวตะวันตกไม่ได้เล่าเรียนพุทธศาสนาก็ยังเห็นตรงกันว่า การปล่อยวางเป็นการเข้าใจโลกตามจริง

อย่างไรก็ตาม การปล่อยวางตามจริงไม่ใช่เรื่องง่าย ลองถามเด็กดูคงรู้ว่ามันยากแค่ไหน เชื่อแน่ว่าหลายท่านคงเข้าใจอารมณ์นี้
I didn’t let on to my parents that I got F on the test because they would never let themselves on.
หากความเป็นจริงเรื่องสอบตกได้แพร่งพรายถึงหู เชื่อแน่ว่าพ่อแม่คงไม่อาจปล่อยวางได้ง่ายๆ

การ ปล่อยวางไม่ง่าย จะพร่ำพูด Let it be! ช่างมันเถอะ ตลอดศกก็ใช่ที่ พระท่านจึงสอนให้เริ่มที่ ระวังในเหตุ ปล่อยวางในผล หรือภาษาเราๆ ท่านๆ ก็ว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผลจะเป็นอย่างไรอย่าได้คาดหวัง

วัยรุ่นยิ่งต้องจำคาถานี้ให้แม่น และเพื่อให้เข้าถึงใจ คนวัยเดียวกัน แนนเข้าใจดี เด็กๆ สมัยนี้ต้องมีคำถาม
“ขอ 3 คำ สั้นๆ ได้ใจ”

แนนจัดให้ “Just do it!”

คุณครูพี่แนน

คุณครูพี่แนน

หน้า 28

วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

อึ้ง! สาวรัสเซียวัย 21 ปี เหมือน 'บาร์บี้' เวอร์ชั่นมนุษย์

Pic_254947

สาววัยรุ่นรัสเซียวัย 21 ปี โด่งดังในโลกไซเบอร์ เหตุรูปร่างหน้าตาเหมือนตุ๊กตา "บาร์บี้" แต่ยังเป็นที่คาใจว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่...

สื่อแท็บลอยด์ผู้ดี เผยเมื่อ 23 เม.ย. ว่า วาเลอเรีย ลุคยาโนวา สาวน้อยชาวรัสเซีย วัย 21 ปี โด่งดังเป็นพลุแตกในอินเตอร์เน็ต เนื่องด้วยหน้าตาและสรีระ ที่ละม้ายคล้ายกับตุ๊กตา "บาร์บี้" แทบจะทุกกระเบียดนิ้วเลยก็ว่าได้

ทั้งนี้ ด้วยโองเอวที่บางอ้อนแอ้น หน้าอกอวบอูม สะโพกผึ่งผาย และผมบลอนด์ยาวสลวย เหมือนตุ๊กตาพลาสติกของเล่นยอดฮิตสำหรับเด็กผู้หญิงจนผิดมนุษย์มนา ทำให้มีผู้ตั้งข้อสังเกตและวิจารณ์ว่า เธออาจใช้โปรแกรมตกแต่งภาพ "โฟโต้ช็อป" เพื่อให้คล้ายบาร์บี้มากกว่า กระทั่งมีการทำภาพแอนนิเมชั่นล้อลียนการศัลยกรรมพลาสติก และนำไปโพสต์ลงในยูบด้วย อย่างไรก็ดี เว็บไซต์หนังสือพิมพ์หัวสีอังกฤษ ยังตั้งข้อสงสัยด้วยว่า สาวน้อยคนดังกล่าว มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่.

หน้า 29

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

เคทู: ความฝันและความตาย ณ ยอดเขาแสนหฤโหด

Pic_254390

อากาศร้อนๆ ฉบับนี้ ไทยรัฐออนไลน์นำเสนอเรื่องราวลึกลับของยอดเขาน้ำแข็งแสนหฤโหดมาเสิร์ฟกัน...

ทีมสำรวจนานาชาติเคทูนอร์ทพิลลาร์ 2011 (International 2011 K2 North Pillar Expedition) เทียวขึ้นเทียวลงสันเขาด้านเหนือหรือนอร์ทริดจ์ (North Ridge) ของยอดเขาสูงเป็นอันดับสองของโลก พวกเขาเป็น ทีมสำรวจทีมเดียวที่พยายามพิชิตเคทูจากฝั่งประเทศจีนอันห่างไกลและยากลำบาก ด้วยความสูงถึง 8,611 เมตร เคทูเป็นยอดเขาสูงตระหง่านในเทือกเขาการาโกรัมที่ทอดตัวไปตามแนวพรมแดนจีน-ปากีสถาน พวกเขาปีนสันเขานี้โดยไม่ใช้ออกซิเจนหรือพึ่งพาลูกหาบที่คุ้นชินกับความสูงระดับนี้

สองนักปีนเขาจากคาซัคสถานอย่างมักซุต จูมาเยียฟ วัย 34 กับวัสซีลีย์ พิฟต์ซอฟ วัย 36 พยายามพิชิตยอดเขานี้เป็นครั้งที่หกและเจ็ดตามลำดับ ขณะที่ดารีอุสซ์ ซาลุสกี ช่างภาพวีดิทัศน์อายุ 52 ปีชาวโปแลนด์ พยายามพิชิตเคทูมาแล้วสามครั้ง ส่วนทอมมี ไฮน์ริก ช่างภาพวัย 49 จากอาร์เจนตินา เคยร่วมอยู่ในทีมสำรวจเคทูสองครั้ง แต่ไปไม่ถึงยอดเขาเช่นกัน

สมาชิกผู้โดดเด่นที่สุดในทีมเห็นจะไม่พ้นแกร์ลินเดอ คัลเทนบรุนเนอร์ อดีตพยาบาลผมสีเข้มวัย 40 ปีจากออสเตรีย ซึ่งพยายามพิชิตเคทูเป็นครั้งที่สี่ หากครั้งนี้ทำสำเร็จ เธอจะเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถพิชิตยอดเขาปราบเซียนที่มีความสูงเกิน 8,000 เมตรทั้ง 14 ยอดของโลกได้โดยไม่ต้องพึ่งออกซิเจน เธอนำทีมร่วมกับราล์ฟ ดุจโมวิตส์ สามีนักปีนเขาชื่อดังจากเยอรมนี วัย 49 ปี ผู้พิชิตยอดเขาสูงเกิน 8,000 เมตรทั้งหมดแล้ว เขาพิชิตเคทูจากฝั่งปากีสถานได้ในความพยายามครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1994

นักปีนเขาทั้งหกใช้เวลา 42 วันสร้างแคมป์หลายแห่งที่เชื่อมถึงกันด้วยเชือกยาวหลายพันเมตรตลอดเส้นทางซึ่งมีทุกสภาพพื้นที่ ตั้งแต่ผาหินและน้ำแข็งแนวดิ่งไปจนถึงเนินที่มีหิมะสูงท่วมอกและเสี่ยงต่อหิมะถล่ม พวกเขารวบรวมพละกำลังบุกเบิกเส้นทางท่ามกลางหิมะตกหนัก แบกอุปกรณ์หนักอึ้ง โกยหิมะจากจุดตั้งแคมป์ กางเต็นท์ และละลายน้ำแข็ง หลายครั้งที่พวกเขาต้องยอมถอดใจ ล่าถอยกลับลงไปนอนที่แอดวานซ์ดเบสแคมป์ (Advanced Base Camp) ซึ่งเป็นค่ายพักซึ่งอยู่ต่ำที่สุดตรงเชิงเขาที่ระดับความสูง 4,650 เมตรบริเวณธารน้ำแข็งเคทูนอร์ทด้านปากีสถาน

วันที่ 16 สิงหาคม ทีมสำรวจเริ่มต้นการเดินทางที่จะกลายเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเขาในการพิชิตยอดเขา หิมะที่โปรยปรายลงมาตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของฤดูร้อนเริ่มตกอีกครั้ง พวกเขาไปถึงแคมป์ 1 ที่อยู่เชิงสันเขาในวันนั้น เสียงหิมะถล่มดังกึกก้องและเพียงชั่วข้ามคืนก็มีหิมะตกลงมาหนาถึง 30 เซนติเมตร พวกเขาหยุดรอที่นั่นหนึ่งวัน หวังว่าหิมะบนลาดเขาจะไหลลงมาก่อนที่พวกเขาจะปีนต่อ

สองวันถัดมาในวันที่ 18 สิงหาคม เวลา 5.10 น. ทีมตัดสินใจลุยฝ่าไปยังแคมป์ 2 น้ำหนักทุกกิโลกรัมที่แบกไปด้วยคือภาระ หิมะถล่มกวาดเส้นทางตามแนวร่องธารยาวที่พวกเขาต้องใช้มาสองครั้งแล้ว เวลาประมาณ 06.30 น. ราล์ฟก็หยุดไปต่อ สภาพหิมะที่ดูหมิ่นเหม่ไม่น่าไว้ใจทำให้เขาไม่อาจเมินเฉยต่อลางสังหรณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป

แล้วก็เป็นอย่างที่ราล์ฟกลัว หิมะบนลาดเขาเริ่มเลื่อนไหล เกิดหิมะถล่มเล็กๆ สามครั้งติดกันจากมักซุต, วัสซีลีย์ และแกร์ลินเดอ ซึ่งเปิดทางอยู่ข้างหน้า ก่อนที่หิมะถล่มครั้งใหญ่จะเล่นงานทอมมีซึ่งปีนอยู่ต่ำลงไปเกือบหกสิบเมตร เขาล้มคว่ำ หิมะอัดเต็มปากและจมูก เชือกที่ขึงแน่นคือสิ่งเดียวที่ป้องกันไม่ให้เขาถูกหิมะซัดตกภูเขา ทอมมีกระเสือกกระสนออกจากกองหิมะได้ แต่หิมะถมทับทางที่เบิกไว้ และสุดท้ายเขาก็ต้องหันหลังกลับเช่นกัน

ตอนนี้ทีมจึงเหลือสี่คน ได้แก่ แกร์ลินเดอ, วัสซีลีย์, มักซุต และดารีอุสซ์ การเปิดทางก็เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาดีๆ นี่เอง หลังผ่านไป 11 ชั่วโมงพวกเขาก็สร้างที่พักชั่วคราวขึ้นที่แคมป์โชลเดอร์ดีโปต์ (Shoulder Depot Camp) ใต้แคมป์ 2 ได้ และนอนเบียดเสียดกันในเต็นท์สำหรับสองคนตลอดค่ำคืนอันทุกข์ทรมาน วันรุ่งขึ้นพวกเขาปีนส่วนที่ยากที่สุดของสันเขาไปถึงแคมป์ 2 ที่ระดับความสูง 6,600 เมตร ตกบ่ายวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พวกเขาก็ดั้นด้นขึ้นไปถึงแคมป์ 3 ในสภาพ อ่อนล้าและหนาวเข้ากระดูก ทั้งสี่ดื่มกาแฟผสมน้ำผึ้งและอังมือเท้าเหนือเตาแก๊สเพื่อให้ความอบอุ่น ผนังเต็นท์ที่มีเกล็ดน้ำค้างแข็งเกาะส่งเสียงพึ่บพั่บและไหวพะเยิบพะยาบในสายลมตลอดทั้งคืน

ทีมได้ข่าวว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นจากการพยากรณ์อากาศทางโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมซึ่งราล์ฟส่งมาทางวิทยุจาก แอดวานซ์ดเบสแคมป์ แล้วท้องฟ้าก็เปิดจริงๆในวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม ทำให้ทุกคนมีกำลังใจและขึ้นไปถึงแคมป์ 4 ได้ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ระดับความสูงเกือบ 8,000 เมตรอันเป็นเขตที่เรียกว่าดินแดนมรณะ ซึ่งร่างกายไม่สามารถปรับตัวให้ชินกับสภาพอากาศบางเบาที่มีออกซิเจนต่ำได้ การรับรู้ของสมองเริ่มมีปัญหา และงานง่ายๆ ก็อาจใช้เวลาชั่วกัปชั่วกัลป์

ราวเจ็ดโมงเช้าของวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม แกร์ลินเดอ, วัสซีลีย์, มักซุต และดารีอุสซ์ ออกเดินทางจากแคมป์ 4 ท้องฟ้าวันนั้นไร้เมฆ อากาศดีราวกับสวรรค์เป็นใจ พวกเขาปีนทางน้ำแคบชันที่กลายเป็นน้ำแข็งเรียกกันว่า เจแปนิสกูลัวร์ (Japanese Couloir) นี่คือลักษณะภูมิประเทศอันโดดเด่นบนผาทางเหนือของเคทู แต่ด้วยปริมาณออกซิเจนที่ต่ำกว่าพื้นราบถึงสามเท่า หิมะสูงท่วมอกในบางจุด และละอองหิมะที่ลมพัดมาปะทะใบหน้าจนปวดแสบ ทำให้พวกเขาต้องหยุดเช็ดหน้าบ่อยๆ และคืบหน้าไปอย่างเชื่องช้า พอถึงบ่ายโมง ทีมก็เดินทางได้ไม่ถึง 180 เมตรด้วยซ้ำ

วัสซีลีย์กับมักซุตไม่คุ้นกับเจแปนิสกูลัวร์ และทางขึ้นก็มองอะไรแทบไม่เห็น แกร์ลินเดอส่งสัญญาณวิทยุเรียกราล์ฟ ซึ่งรออยู่ที่แอดวานซ์ดเบสแคมป์ ตั้งแต่กลับลงมาระหว่างทางขึ้นสู่แคมป์ 2 ราล์ฟก็อุทิศตนเป็นฝ่ายสนับสนุนทีมที่มุ่งหน้าพิชิตยอดเขา โดยคอยส่งข้อมูลการพยากรณ์อากาศ คำแนะนำ และกำลังใจไปให้ แม้จะอยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร แต่เขาก็เห็นว่าจุดที่ดีที่สุดในการข้ามกูลัวร์อยู่ใต้ขอบรอยแยกแคบยาวที่ทอดขวางตลอดความกว้างของเนิน ซึ่งหิมะมักจะไม่ลึกมากนักและรอยแยกตามธรรมชาติก็ช่วยลดโอกาสเกิดหิมะถล่มจากนักปีนเขาได้ ราล์ฟช่วยบอกทางนำทีมไปที่นั่นและเฝ้ามองขณะร่างเล็กจิ๋วของพวกเขาค่อยๆ คืบข้ามกูลัวร์ไปท่ามกลางแท่งน้ำแข็งแหลมๆ ที่ยื่นลงมาจากลาดเนินเอียง 45 องศาเหมือนหน้าต่างห้องใต้หลังคา แท่งน้ำแข็งเหล่านี้อาจช่วยปกป้องพวกเขาหากเกิดหิมะถล่มลงมาจากด้านบนใกล้ๆ ขอบหินทางซ้าย พวกเขาเลี้ยวเพื่อตัดตรงปีนลาดเขาขึ้นมาจนถึงแท่งน้ำแข็งสุดท้ายที่ระดับความสูงประมาณ 8,300 เมตร ถึงตอนนี้ก็ปีนกันมา 12 ชั่วโมงแล้ว และอยู่ห่างจากยอดเคทู 300 เมตร

ราล์ฟวิทยุบอกให้แกร์ลินเดอย้อนกลับไปพักแรมที่แคมป์ 4 เพราะตอนนี้พวกเขาได้เปิดทางและรู้จักเส้นทางแล้ว

“ตรงนั้นคุณนอนไม่หลับหรอก” เขาบอก

“ราล์ฟ” แกร์ลินเดอตอบ “เรามาถึงนี่แล้ว เราไม่อยากย้อนกลับไป”

เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำทางทิศตะวันตก พวกเขาหยุดพักที่ใต้แท่งน้ำแข็งสุดท้ายเพื่อเตรียมพื้นที่กางเต็นท์ขนาดเล็ก หลังใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีไปกับการถากหิมะจนได้ลานกว้างหนึ่งเมตรยาวหนึ่งเมตรครึ่ง พวกเขาก็จัดแจงปักเต็นท์ด้วยตะปูเกลียวตอกน้ำแข็งสองตัวและขวานเซาะน้ำแข็งสองเล่ม พอถึงเวลา 20.15 น. ทุกคนก็เข้าไปอยู่ในเต็นท์ นั่งบนเป้ เตาห้อยจากเพดานเต็นท์พร้อมหม้อใส่หิมะละลาย แกร์ลินเดอทำซุปมะเขือเทศ อุณหภูมิติดลบ 25 องศาเซลเซียส แผนการ ของพวกเขาคือนอนพักจนถึงเที่ยงคืน จากนั้นจึงออกเดินทางต่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ซึ่งตอนนี้ใกล้มากแล้ว

เวลาตีหนึ่ง วัสซีลีย์, มักซุต และแกร์ลินเดอ ผูกสายรัดตะปูยึดพื้นรองเท้าสำหรับปีนหน้าผาน้ำแข็ง และใช้แสงจากไฟฉายคาดศีรษะ เริ่มปีนขึ้นลาดเนินที่อยู่เหนือเต็นท์ ดารีอุสซ์ยังคงเตรียมตัวอยู่ในเต็นท์ แกร์ลินเดอเหวี่ยงแขนไปรอบๆ แต่นิ้วไร้ความรู้สึกและแกะเชือกไม่ได้ มักซุตรู้สึกว่าเท้าของเขาชาเหมือนก้อนน้ำแข็ง พวกเขาตัดสินใจกลับไปที่เต็นท์เพื่ออบอุ่นร่างกาย และรอแสงอาทิตย์ แกร์ลินเดอหนาวจนตัวสั่นเทิ้มเป็นลูกนก

พวกเขาออกเดินทางอีกครั้งราวเจ็ดโมงเช้า มุ่งหน้าไปยังลาดหิมะระยะทาง 130 เมตรที่หักมุมขึ้นสู่ยอดเขา ความหนาวเหน็บยังคงเล่นงานอย่างหนักหน่วง แต่พอถึง 11.00 น. แสงอาทิตย์ก็เริ่มแผดจ้า เวลา 15.00 น. พวกเขาไปถึงฐานของลาดหิมะ ในช่วงยี่สิบเมตรแรก พวกเขาดีใจที่พบว่าหิมะลึกแค่หน้าแข้งเท่านั้น แต่ไม่ช้าหิมะก็ลึกถึงอก เดิมทีพวกเขาผลัดกันเปิดทางทุก 50 ก้าว แต่ตอนนี้ต้องผลัดกันทุกสิบก้าว โดยมีมักซุตกับวัสซีลีย์รับภาระหนักกว่าคนอื่น

เมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเขาก็หยุดปีนในลักษณะเรียงเดี่ยวเพราะอยากหาหนทางที่ง่ายกว่านี้ แกร์ลินเดอ, วัสซีลีย์ และมักซุต แยกกันเดินหาเส้นทางที่ปีนสะดวกขึ้น ข้างหน้าคือกองหินที่มีหิมะปกคลุมลาดชัน 60 องศา แม้จะชันแต่ก็ปีนง่ายกว่า พวกเขาเข้าแถวเรียงหนึ่งอีกครั้ง แกร์ลินเดอสลับที่กับวัสซีลีย์และจมลงไปแค่เข่า เธอรวบรวมพละกำลังและความหวัง เดินออกจากลาดหิมะขึ้นไปสู่สันเขาซึ่งหิมะถูกลมพัดจนอัดแน่น ตอนนั้นเป็นเวลา 16.35 น. เธอมองเห็นยอดเขาแล้ว

เมื่อวัสซีลีย์ตามมาทัน เขาบอกเธอให้ปีนขึ้นยอดเขาไปก่อน ส่วนเขาจะรอมักซุต เขากับมักซุตก็เหมือนแกร์ลินเดอที่กำลังจะพิชิตยอดเขาสูงเกิน 8,000 เมตรยอดเดียวที่เหลือ ใจหนึ่งเขาอยากไปถึงพร้อมคู่หู แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ใครคิดว่าเขาไปถึงที่นั่นไม่เร็วเท่าแกร์ลินเดอ “คุณต้องบอกนะว่าผมรอมักซุต” เขาบอกเธอ

“ได้อยู่แล้ว” แกร์ลินเดอตอบรับ จากนั้นเธอก็เดินไม่กี่ก้าวสุดท้ายไปสู่ยอดสูงสุดของเคทู

ตอนนั้นเวลา 18.18 น. เธออยากแบ่งปันช่วงเวลานี้กับราล์ฟ แต่พอเปิดวิทยุ เธอกลับพูดไม่ออก สิบห้านาทีต่อมา มักซุตกับวัสซีลีย์ก็เดินเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึง ทุกคนกอดกัน ครึ่งชั่วโมงต่อมา ดารีอุสซ์ก็ลากขาตามมา ขณะนั้นเวลา 19.00 น. เงาของพวกเขาทอดยาวข้ามยอดเขาเคทูไปไกลขณะที่เงารูปสามเหลี่ยมของภูเขาทอดยาวหลายกิโลเมตรไปทางตะวันออก และแสงสีทองสุกปลั่งก็เริ่มอาบโลก

เรื่อง : ชิป บราวน์ ภาพถ่าย : ทอมมี ไฮน์ริก เนื้อหาจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

เว็บไซต์ www.ngthai.com

หน้า 30

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

ฟุตบอล"สึนามิ" ลอยไปไกลถึง"รัฐอลาสก้า" พบเจ้าของเป็นเด็กชายวัย 16 ปี

ลูกวอลเลย์บอลและลูกฟุตบอล ซึ่งถูกพัดออกนอกทะเลอันเป็นผลมาจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วที่ญี่ปุ่น ถูกพบบนเกาะแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งรัฐอลาสก้าของสหรัฐ และเตรียมถูกส่งกลับไปหาเจ้าของ หลังได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นของวัยรุ่นคนหนึ่ง


หนังสือพิมพ์แองเคอเรจ เดลี นิวส์ สื่อท้องถิ่นรัฐอลาสก้าของสหรัฐ รายงานว่า นายเดวิด แบ็กซ์เตอร์ เจ้าหน้าที่เทคนิคเรดาร์บนเกาะมิดเดิลตัน ซึ่งห่างจากชายฝั่งทะเลอลาสก้าไปราว 112 กิโลเมตร ตรวจพบลูกบอลทั้งสองบนชายฝั่ง พร้อมกับเศษซากข้าวของอื่นๆ ที่คาดว่าน่าจะมาจากญี่ปุ่น

จากการตรวจสอบตัวหนังสือบนลูกฟุตบอลที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยผู้สื่อข่าวในญี่ปุ่นก็พบว่า เป็นของนายมิซากิ มุราคามิ วัย 16 ปี นักเรียนจากโรงเรียนโอซาเบะ เมืองริคุเซน-ทาคาตะ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคมปีที่แล้ว

นายมุราคามิ เผยว่า เขายินดีมากที่มีผู้พบข้าวของของเขา และว่าในวันเกิดเหตุเขาได้ล้มป่วย แต่ได้หนีขึ้นที่สูงในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว ขณะที่บ้านของเขาก็ถูกคลื่นยักษ์พัดเสียหายจนหมดเช่นกัน เขากล่าวว่า เขาได้ลูกบอลดังกล่าวมาจากเพื่อนตั้งแต่ปี 2005 เมื่อครั้งที่เขาย้ายมาเรียนที่นี่

นายดัก เฮลตัน สถาบันศึกษาทางทะเลและบรรยากาศแห่งชาติ ระบุว่า ลูกบอลเหล่านี้เป็นหนึ่งในซากสึนามิชุดแรกที่มาไกลจากญี่ปุ่น ขณะที่ภรรยาของนายแบ็กซ์เตอร์ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ได้แปลข้อความบนลูกบอล โดยหนึ่งในนั้นเขียนว่า"ขอให้โชคดี" พร้อมทั้งมีการระบุชื่อโรงเรียน โดยทั้งสองเตรียมที่จะส่งลูกบอลกลับไปให้เด็กชาย ขณะที่ลูกวอลเลย์บอลยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้

นอกจากนั้น ยังมีรายการการพบเรือตกกุ้งเรียวอัน มารุ ที่ลอยมาไกลจากเกาะฮอไกโด ที่รัฐอลาสก้าอีกด้วย ขณะที่เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้ทำการจมเรือประมงที่ไร้ลูกเรือของญี่ปุ่น ที่มีการพบเห็นครั้งแรกบริเวณใกล้ชายฝั่งรัฐบริทิช โคลัมเบียของแคนาดา

จ่อเคาะภาพนู้ด 'มาดอนนา' นอนเปลือยกายบนเตียง

Pic_255240

Picture : BNPS

เตรียมเปิดประมูลภาพ "มาดอนนา" นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงคีบบุหรี่จ่อปาก ที่นิวยอร์ก ราวเดือนพ.ค.นี้ คาดเคาะได้กว่า 250,000 บาท...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 24 เม.ย. ว่า สถาบันบอนแฮมส์ เตรียมเปิดประมูลภาพถ่ายขาวดำเชิงศิลป์ ของ "มาดอนนา" นักร้องเพลงป๊อบชาวอเมริกันชื่อดัง ที่กำลังนอนเปลือยกายอยู่บนเตียง มีบุหรี่อยู่ในมือและคีบจ่อที่ริมฝีปาก ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพแฟชั่น สตีเวน ไมเซล เมื่อปี 1990

ทั้งนี้ การประมูลจะมีขึ้นราวเดือนพ.ค. ที่จะถึงนี้ ในมหานครนิวยอร์ก โดยคาดว่าอาจทำราคาได้สูงถึง 5,000 ปอนด์ หรือราว 250,000 บาท ในภาพถ่าย มาดอนนา มีอายุราว 32 ปี ผมสีบลอนด์ แต่งตาแนวสโมกี้อาย นอกจากนี้ภาพดังกล่าวยังไม่ได้รวมอยู่ในอัลบั้มภาพถ่ายสุดฮือชื่อว่า "เซ็กซ์" ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อปี 1992 อีกด้วย

อนึ่ง เมื่อปี 1992 มาดอนนา ออกหนังสือรวมภาพโป๊ของตัวเธอเองและคนดังมากมาย จนเกิดกระแสวิจารณ์รุนแรง แต่กลับขายดิบขายดี เกลี้ยงแผงภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง จากทั้งหมด 1.5 ล้านฉบับ และต้องเร่งสั่งพิมพ์ครั้งที่ 2 ภายในวันเดียวกัน ขณะที่อัลบั้มเพลง "อีโรติกา" ของเธอที่ออกพร้อมๆ กัน ก็ทำยอดจำหน่ายได้ราว 2 ล้านก๊อปปี้.

หนุ่มมะกันเพี้ยน ฉี่ใส่รางรถไฟฟ้าใต้ดิน ถูกช็อตดับ

Pic_255349

ชายวัย 27 ปี ชาวสหรัฐฯ ถูกไฟช็อตเสียชีวิต หลังปีนลงไปปัสสาวะบริเวณรางรถไฟฟ้าใต้ดิน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า นายซาชารี แม็คคี ชายชาวสหรัฐฯ วัย 27 ปี ปีนลงไปบนรางรถไฟฟ้าใต้ดิน และปัสสาวะในบริเวณดังกล่าวแล้วล้มลง ซึ่งผู้ที่อยู่บริเวณนั้นพยายามนำตัวเขาส่งโรงพยาบาล แต่นายแม็คคีก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์ระบุเสียชีวิตเนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อต

เหตุเกิดที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เซาท์โบเลวาร์ด ในเมืองอีแวนสตัน ของมลรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนยังไม่ทราบแน่ชัดว่าในขณะเกิดเหตุ นายแม็คคีมีอาการมึนเมาหรือไม่ และไม่อาจสรุปได้ว่า เขาเสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าช็อตได้อย่างไร แต่สันนิษฐานว่า เขาอาจปัสสาวะรดรางรถไฟฟ้า ซึ่งมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน หรือปัสสาวะในบริเวณที่ใกล้กับรางดังกล่าวมาก จึงทำให้ถูกไฟฟ้าช็อต

ทั้งนี้ ในสหรัฐอเมริกา เคยมีการแจ้งเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อตขณะปัสสาวะบนรางรถไฟฟ้ามาแล้วหลายครั้ง แม้ว่ารายการโทรทัศน์อเมริกันรายการหนึ่ง ได้ทดสอบแล้วว่า การปัสสาวะรดรางรถไฟฟ้า ไม่ทำให้เกิดไฟดูดก็ตาม

ผลวิจัยชี้ภาวะอดอยาก ทำประชากรโสมแดงตัวเตี้ย

Pic_255334

ผลการวิจัยล่าสุดพบว่า ในความเป็นจริงแล้ว ชาวเกาหลีเหนือในยุคปัจจุบันมีส่วนสูงน้อยกว่าชาวเกาหลีใต้ หลังจากต้องทนทุกข์กับภาวะอดอยากขาดอาหาร และความยากจนต่อเนื่องกันมานานนับสิบปี โดยพบผู้ชายชาวเกาหลีเหนือ มีส่วนสูงเฉลี่ยเตี้ยกว่าผู้ชายชาวเกาหลีใต้ ระหว่าง 1.2-3.1 นิ้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 เม.ย.โดยอ้างผลการวิจัยล่าสุดที่พบว่า ในความเป็นจริงแล้ว ชาวเกาหลีเหนือในยุคปัจจุบันมีส่วนสูงน้อยกว่า ชาวเกาหลีใต้ หลังจากต้องทนทุกข์กับภาวะอดอยากขาดอาหาร และความยากจนต่อเนื่องกันมานานนับสิบปี


ผลการศึกษาของทีมวิจัย ที่นำโดย ศาสตราจารย์ ดาเนียล ชเวเคนดีค จากมหาวิทยาลัยซองยุนกวาน ในกรุงโซล ซึ่งทำการเก็บข้อมูลด้านส่วนสูงจากผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือ ที่หลบหนีเข้ามายังเกาหลีใต้ พบว่า ผู้ชายชาวเกาหลีเหนือมีส่วนสูงเฉลี่ยเตี้ยกว่าผู้ชายชาวเกาหลีใต้ ระหว่าง 1.2-3.1 นิ้ว ขณะที่ความแตกต่างด้านส่วนสูงของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงช่วงก่อนวัยเรียนของทั้ง 2 ประเทศ อยู่ที่ 1.6 นิ้ว และ 1.2 นิ้วตามลำดับ ถือเป็นการบ่งชี้ว่า ในขณะนี้ ประชากรเกาหลีเหนือเตี้ยกว่าพี่น้องร่วมคาบสมุทรเกาหลีอย่างชาวเกาหลีใต้ในทุกช่วงวัย


ศาสตราจารย์ชเวเคนดีค ยังพบว่า มีแนวโน้มที่ผู้หญิงในเกาหลีใต้จะมีส่วนสูงเฉลี่ยแซงหน้าผู้ชายเกาหลีเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ และถือเป็นปรากฏการณ์ที่หายาก เนื่องจากแทบไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าส่วนสูงเฉลี่ยของผู้หญิงจะสูงกว่าผู้ชายที่มีเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์เดียวกันเช่นนี้


ทั้งนี้ มีข้อมูลว่าชาวเกาหลีเหนือราว 1.5 ล้านคน ต้องเสียชีวิตจากการขาดแคลนอาหาร นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 ขณะที่โครงการอาหารโลก (World Food Programme) ขององค์การสหประชาชาติต้องเข้ามารับหน้าที่จัดหาอาหารเลี้ยงประชากรโสมแดงเป็นประจำตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995

ยอดนางแบบโลก "นู้ดเปลือย" โชว์เรือนร่างสุดสวยเป็น "ว่าที่คุณแม่" ตั้งครรภ์ 8 เดือน

สำนักข่าวต่างประเทศว่า อเลสซานดรา อัมโบรซิโอ ซูเปอร์โมเดลชาวบราซิล สร้างความฮือฮาให้แก่แฟนๆ หลังถ่ายภาพนู้ดเปลือยร่างในสภาพเป็น "ว่าที่คุณแม่" ในขณะตั้งครรภ์ใกล้คลอด 8 เดือน ซึ่งเป็นภาพนู้ดโฆษณาสินค้าให้กับบริษัทค้าอัญมณีของบราซิล โดยยอดนางแบบรายนี้ได้ตั้งท้องกับนายจาไม มูซาร์ คู่หมั้นของเธอ

ด้านเจ้าตัวกล่าวถึงภาพดังกล่าวอย่างสุดปลื้มว่า ภาพนู้ดนี้เป็นสิ่งดี เพราะการตั้งท้องทำให้เธอมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และเธอภูมิใจในเรือนร่างที่กำลังให้เกิดขึ้นชีวิต ๆ หนึ่ง และว่าเธอไม่รู้สึกอายที่จะถ่ายถ่ายนู๊ดเปลือยต่อหน้าช่างภาพโปรดของเธอ 2 คน โดยเธอมีความสุขที่จะได้มีช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิตที่จะถูกบันทึกไว้โดยช่างภาพทั้งสอง

ประมวลภาพแต่งงาน 'สงกรานต์-แอฟ' อิ่มเอม ประทับใจราวกับเทพนิยาย...!!!

Pic_255115

แม้จะผ่านพ้นไปแล้ว กับพิธีแต่งงานระหว่าง สงกรานต์ เตชะณรงค์ ไฮโซหนุ่ม นักการเมือง กับ แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ดารานักแสดง ที่อลังการน่าประทับใจจนได้รับการกล่าวถึงอย่างมากมาย

ทั้งรูปแบบงานท่ามกลางบรรยากาศแห่งหุบเขาล้อมรอบ ทั้งการตั้งขบวนแห่ขันหมากประตูเงินประตูทอง 9 ประตู ที่สำคัญยังทำพิธีใต้ต้นมะขาม ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งและมีอายุยืนยาว สื่อให้คู่บ่าวสาวครองรักกันยืนยาว

ไทยรัฐออนไลน์ร่วมแสดงความยินดีด้วยการประมวลภาพแต่งงานที่ว่ากันว่า ภาพบรรยากาศและองค์ประกอบต่างๆ ราวกับอยู่ในความฝัน..!

ชมภาพหลากมุมมอง"The Shard" ตึกระฟ้ากลางลอนดอน เจ้าของสถิติ"สูงสุดในยุโรป"

อาคาร The Shard หรือ Shard London Bridge ได้รับการยกย่องให้เป็นอาคารสูงที่สุดในประเทศอังกฤษ และเป็นสิ่งก่อสร้างแบบเดี่ยวที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของอังกฤษ รองจากหอคอย Emley Moor

เมษายน 2012

อาคารแห่งนี้ เมื่อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในหมู่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ด้วยระดับความสูง 72 ชั้น หรือ 309.6 เมตร โดยอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ทางออกสถานีรถไฟใต้ดินลอนดอนบริดจ์ ใกล้สะพานลอนดอนทาวเวอร์ ซึ่งผู้ที่ออกจากสถานีรถไฟทุกคนไม่เว้นต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อดูความสูงของอาคารนี้

มีนาคม 2012

อาคาร The Shard มีกำหนดสร้างเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ ด้วยมูลค่าการก่อสร้างประมาณ 450 ล้านปอนด์ (ประมาณ 22,500 ล้านบาท) โดยรัฐบาลกาต้าร์เป็นผู้สนับสนุนเงินลงทุน อาคารได้รับการออกแบบโดย เรนโซ่ ปีอาโน สถาปนิกอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียง ที่เคยออกแบบพิพิธภัณฑ์ปอมปิดู เซ็นเตอร์ ที่กรุงปารีส ร่วมกับริชาร์ด โรเจอร์ส สถาปนิกชาวอังกฤษ แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นอาคารสำนักงานเซาธ์วอล์ก ทาวเวอร์ส ขนาด 24 ชั้น ทั้งนี้ เครือโรงแรมแชงกรีล่าจากประเทศจีน จะเป็นเจ้าแรกที่ทำสัญญาเปิดบริการในอาคารแห่งนี้

เมษายน 2012

ภายในอาคารจะประกอบด้วยร้านอาหาร สำนักงาน โรงแรม อพาร์ทเมนท์ ร้านค้า เสาส่งสัญญาณ และจุดชมวิว รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 110,000 ตารางเมตร และพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนภายในเดือนมิถุนายน

อาคารดังกล่าวจะทำให้ฟากด้านใต้ของแม่น้ำเทมส์ ซึ่งเป็นฟากที่ไม่ค่อยมีความเจริญทัดเทียมกับอีกฟากหนึ่ง กลายเป็นสถานที่ดึงดูดผู้คนและนักท่องเที่ยว สมดังความต้องการของชาวอังกฤษที่รอคอยมาหลายศตวรรษ

เมษายน 2012

แน่นอนว่าอาคาร The Shard นี้จะเป็นสิ่งแปลกใหม่เหนือเส้นขอบฟ้าของลอนดอน ซึ่งเป็นเมืองที่สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่มีความสูงไม่มากนัก แต่ได้รับเสียงตำหนิว่า อาคารนี้จะบดบังทัศนียภาพส่วนมากที่คุ้นเคย อาทิ โดมของโบสถ์เซนต์ปอล รายงานบางกระแสยังระบุว่า ยูเนสโก อาจถอด"หอคอยลอนดอน" ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ออกจากพื้นที่มรดกโลก เนื่องจากอาคารดังกล่าวส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพโดยรวม

พฤษภาคม 2011

น่าสังเกตที่อาคารใหม่สุดนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่แถบเก่าแก่ของกรุงลอนดอน ซึ่งใกล้กับที่ตั้งของ Londinium ริมแม่น้ำเทมส์ ซึ่งชาวโรมันมาตั้งถิ่นฐานครั้งแรก และสถานที่ที่นักประพันธ์ ชาร์ล ดิ๊กเก้นส์ ได้สร้างสรรค์ผลงาน "Little Dorrit" ขึ้น ก็อยู่หลังอาคารแห่งนี้เช่นกัน รวมทั้งใกล้กับเชคส์เปียร์ โกลฟ ด้วย

ธันวาคม 2011

กรกฎาคม 2011

ภาพ: The Guardian

หนุ่มน้อยผู้ดีวัย 20 'คิดบวก' แม้ป่วยโรคชราในเด็ก แก่เท่าคนอายุ 160

Pic_255471

Picture : HOTSPOT MEDIA

หนุ่มน้อยชาวอังกฤษ วัย 20 ปี ผู้ป่วยโรคชราในเด็ก ปัจจุบันเทียบเท่ากับคนสูงวัย 160 ปี ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา คิดบวกกับการดำเนินชีวิต แม้อาจอายุสั้นกว่าที่ควร...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 25 เม.ย. ว่า ดีน แอนดรูวส์ หนุ่มน้อยชาวอังกฤษ วัย 20 ปี ป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นได้ยาก หรือเรียกว่าฮัทชินสัน กิลฟอร์ด โพรเชอเรีย ซินโดรม (เอชจีพีเอส) ซึ่งก็คือโรคชราในเด็ก ส่งผลให้ร่างกายของเขาเจริญวัยเร็วกว่าเด็กปกติ 8 เท่า ปัจุบันร่างกายเทียบเท่ากับคนสูงวัยอายุ 160 ปี

ทั้งนี้ ผู้ป่วยเป็นโรคดังกล่าว มีเพียง 74 รายทั่วโลก และแค่ 4 รายในอังกฤษ หนุ่มน้อยแอนดรูวส์ ถือเป็นผู้ป่วยลำดับที่ 2 ที่มีชีวิตยืนยาวมากที่สุด แต่เคราะห์ร้ายที่เดือนพ.ย. ปีที่แล้ว แพทย์ตรวจพบว่า นอกเหนือจากโรคชราในเด็ก เขายังเป็นโรคหัวใจวายด้วย และไม่อาจคาดเดาว่าจะมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหน

เมื่อปีที่แล้วเขาได้ร่วมงานนัดพบผู้ป่วยโรคเดียวกัน และมีโอกาสได้เจอกับผู้ป่วยอีก 3 ราย ในอังกฤษ "มันยอดเยี่ยมมากที่ได้เผยให้พวกเขาเห็นว่าผมประสบความสำเร็จกับชีวิต และเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาอีกด้วย อาการหัวใจล้มเหลวเปลี่ยนชีวิตผมมาก ผมไม่สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างที่ผมเคยทำได้ในอดีต แต่ผมยังมีครอบครัว และเพื่อนๆ ที่ทำให้ผมสามารถก้าวต่อไปได้ ผมโชคดีมากที่เป็นที่รักขอทุกๆ คน"

ปัจจุบัน แอนดรูวส์ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน โดยมีมารดาคอยดูแลใกล้ชิด ในวัย 20 ปีของเขา มีส่วนสูงเพียง 4 ฟุต 1 นิ้ว ร่างกายเหี่ยวย่น ใบหน้าเกินวัย แต่ยังใช้ชีวิตปกติทั่วไป ทั้งหัดขับรถ มีรอยสัก 4 แห่ง และเรียนช่างกลที่วิทยาลัย

"ผมพยามทำทุกอย่างที่คนอื่นๆ ทำ แม้ผมจะทำไม่ได้บ้างก็ตาม แต่ผมก็พยายาม ครอบครัวของผมเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป รวมถึงได้แรงสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนด้วย ผมโชคดีมากจริงๆ ที่พวกเขาช่วยกันทำทุกอย่างให้ผมมีความสุข ผมชอบเล่นฮ็อกกี้ สเก็ตบอร์ด ปั่นจักรยาน และอื่นๆ เช่นเดียวกับวัยรุ่นทั่วไป แต่สิ่งเดียวที่ผมเซ็งคือเวลาที่เพื่อนๆ อยากไปสวนสนุก ผมก็ชอบมันเหมือนกัน แต่เสียที่ว่าผมสูงไม่พอที่จะเล่นเครื่องเล่นหลายๆ อย่าง ดังนั้นผมจึงเลือกอยู่บ้านดีกว่า"

อนึ่ง โรคชราในเด็ก มีโอกาสเกิดเพียง 1 ใน 8 ล้าน ผู้ป่วยจะมีผิวหนังเหี่ยวย่น เช่นเดียวกับคนชรา รูปร่างแคระแกรน ผมหลุดร่วง เสียชีวิตเมื่อยังเยาว์วัย เฉลี่ยประมาณ 13 ปี เนื่องจากความผิดปกติของหัวใจ.

นิตยสาร 'พีเพิล' ยก 'บียอนเซ่' สวยที่สุดในโลก

Pic_255752

Picture : www.people.com

พีเพิลแม็กกาซีน ยก "บียอนเซ่" เป็นผู้หญิงที่สวดที่สุดในโลกประจำปีล่าสุด เจ้าตัวเปิดอกเพราะความเป็นแม่ ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองสวยแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 26 เม.ย. ว่า "พีเพิล" นิตยสารชื่อดังของสหรัฐฯ ยกให้ "บียอนเซ่ โนวส์" เจ้าหญิงอาร์แอนบี วัย 30 ปี เป็นผู้หญิงที่ "สวย" ที่สุดในโลก ประจำปี 2555 ส่วนคนดังอื่นๆ ที่ติดอันดับผู้หญิงสวยที่สุดของพีเพิลปีนี้ รวมทั้งจูเลีย โรเบิร์ต นิโคล คิดแมน และเจสสิกา พาเร่ แองเจลินา โจลี่ เจนนิเฟอร์ โลเปซ และแอล แมคเฟอร์สัน เป็นต้น

ด้าน บียอนเซ่ เจ้าของแกรมมี่อวอร์ดส์ 16 รางวัล เผยว่า "ฉันรู้สึกสวยมากกว่าที่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะว่าฉันได้ให้กำเนิดลูกสาว ฉันไม่เคยรู้สึกผูกพัน หรือไม่เคยรู้สึกถึงการอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีเป้าหมายมาก่อน"

ทั้งนี้ นักร้องสาวภรรยาของ "เจย์ซี" แร็พเปอร์ชื่อดัง ให้กำเนิดลูกสาว เมื่อ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ชื่อว่า "บลู ไอวี คาร์เตอร์" เธอเปิดอกกับสื่อว่ารักลูกสาวมาก และเปรียบเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด จนยอมทำในสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อน อาทิ ซื้อรองเท้าส้นเตี้ยมาสวม เพราะต้องอุ้มลูกสาวตลอดทั้งวัน.

เจ๋ง! ทุกอณู 'อาดิดาส' เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ ใส่สบาย ไร้เหงื่อ 360 องศา..!

Pic_255556

คนที่รักสุขภาพ โดยเฉพาะคนเมืองที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเห็นข่าวนี้ต้องหัวใจตึกตักกันแน่แท้ทีเดียวเชียวแหละ กับ อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ ClimaCool Seduction ชูจุดเด่นเป็นรองเท้าวิ่งที่มีระบบระบายอากาศรอบทิศทาง (360 องศา) สวมใส่สบาย ช่วยให้รู้สึกเย็นเท้าสูงสุดเมื่อเทียบกับรองเท้าทั่วไป ทั้งยังช่วยให้ออกกำลังกายได้เต็มสมรรถนะ

ช่องระบายอากาศแบบใหม่ที่กระจายอยู่ทั่วชั้นนอกสุดของรองเท้า (Outsole) และการใช้วัสดุแบบใหม่ที่เรียกว่า ClimaCool ที่ส่วนบนของรองเท้าช่วยให้เหงื่อระบายออกได้เร็วขึ้นทำให้อุณหภูมิภายในรองเท้าต่ำ และสามารถระบายอากาศได้รอบทิศทาง นอกจากนี้ ผนังรองเท้าด้านใน (lining) แบบ COOLEVER ซึ่งผลิตจากเส้นใยพิเศษที่มีรูปทรงคล้ายใบโคลเวอร์ (Clover) ช่วยทำให้เท้าเย็น แห้ง และรู้สึกสบายระหว่างการวิ่ง คุณสมบัติที่ดีเยี่ยมของรองเท้าที่มาพร้อมระบบระบายอากาศ 360 องศา รุ่นนี้ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายเท้าที่เกิดจากความร้อนระหว่างออกกำลังกาย ส่งผลให้เกิดสมรรถนะที่ดีในการวิ่ง

เทคโนโลยีที่ขึ้นชื่อของอาดิดาส เช่น TORSION SYSTEM ช่วยให้การสัมผัสพื้นและการทรงตัวดีขึ้น ชั้นนอกสุดของรองเท้า (Outsole) แบบ adiWEAR ที่ทนทานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแรงฉุดและอายุการใช้งาน นอกจากนี้ยังเลือกใช้วัสดุชั้นกลาง (Midsole) ที่นุ่มและยืดหยุ่น ช่วยให้รู้สึกสบายเท้าสูงสุดขณะสวมใส่

ไม่เพียงเท่านั้น รองเท้า ClimaCool Seduction ยังมาพร้อมกับแคมเปญล่าสุด อาดิดาส วัน แบรนด์ แคมเปญ ที่นำนักร้องและนักกีฬาชั้นนำอย่าง เคธี่ เพอร์รี่, เดวิด เบ็คแฮม, ลิโอเนล เมสซี่, เดอร์ริค โรส และอีกหลายคนต่างรับรองถึงคุณสมบัติเด่นของระบบระบายอากาศในรองเท้ารุ่นนี้

อย่างไรก็ดี พูดสรรพคุณมามากมายแล้ว บอกข่าวดีทิ้งท้ายด้วยว่ารองเท้า ClimaCool Seduction มีวางจำหน่ายแล้วที่ ร้านอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์มานซ์ คอนเซปต์ สโตร์ และที่ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศหรือเข้าไปดูรายละเอียดความเจ๋งได้ที่ http://www.shopadidas.com/"http://www.shopadidas.com/

พิลึก ตร.ไม่จับหญิงเปลือยนั่งซ้อนจักรยานยนต์ ตักเตือนแค่ "ให้สวมหมวกกันน็อค"

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 25 เมษายนว่า เกิดกรณีชวนอึ้งขึ้นในโรมาเนีย หลังจากเกิดเหตุหญิงรายก่อเหตุทำผิดกฎจราจร นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ในสภาพเปลือย แต่ไม่ถูกตำรวจจับกุม เพียงแค่ตักเตือนให้สวมหมวกกันน็อคและออกใบสั่งเท่านั้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความตะลึงให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์และประชาชนทั่วไป และถือโอกาสบันทึกภาพไว้ด้วย

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งบอกว่า ตำรวจจราจรอาจมีหน้าที่แค่ควบคุมกฎจราจร และเมื่อหญิงดังกล่าวไม่สวมหมวกกันน็อค เขาจึงได้ทำแค่ตักเตือนเธอในฐานะไม่สวมหมวกกันน็อค ก่อนปล่อยให้เจ้าของจักรยานขับรถไปต่อไป

เหตุการณ์นี้ถือได้ว่าโรมาเนียค่อนข้างใจดีกับการเปลือยกายต่อสาธารณชน หรือการเปลือยกายของผู้หญิงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ที่อังกฤษ ก็มีกรณีชายวิ่งเปลือยพร้อมเป้สะพาน สวมหมวกเบสบอล วิ่งผ่านผู้หญิงที่จูงสุนัข ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมตัว

นิตยสารพีเพิล ยกย่อง "บียอนเซ" ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก ประจำปี 2012

นิตยสารพีเพิล ประกาศเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ยกย่องให้ "บียอนเซ" นักร้องสาวอาร์แอนด์บีวัย 30 ปีเป็น"ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก" จากการจัดอันดับประจำปี 2012

ด้านบียอนเซได้ให้สัมภาษณ์หลังทราบผลว่าเธอรู้สึกว่าตนเองสวยกว่าที่เคยเป็นมาหลังจากการได้คลอดบุตร เธอไม่เคยรู้สึกเชื่อมโยงกับใครแบบนี้มาก่อน ไม่เคยรู้สึกว่าตนเองมีเป้าหมายที่เกิดมาบนโลกใบนี้ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ดีที่สุดของการมีลูกก็คือการได้รับรู้ว่าของขวัญที่แท้จริงเป็นอย่างไร และทำให้คำว่า รัก มีความหมายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

บียอนเซ่สมรสกับเจย์-ซี แร็พเปอร์ชื่อดังและให้กำเนิดบุตรสาว โดยตั้งชื่อว่า บลู ไอวี คาร์เตอร์ เมื่อเดือนมกราคมผ่านมา เธอกล่าวว่า ไอวี่ คาร์เตอร์เป็นเด็กที่น่ารักที่สุด และว่าเธอ"รัก"ที่จะเปลี่ยนผ้าอ้อมให้บุตรสาว เมื่อถูกถามว่า ลูกสาวหน้าตาเหมือนใคร บียอนเซตอบว่า เธอเหมือนตัวของเธอเอง เพราะเธอก็คือตัวเธอ

สำหรับคนดังอื่นๆ ที่ติดอันดับสาวสวยที่สุดในโลกในปีนี้ รวมถึง จูเลีย โรเบิร์ตส์ นิโคล คิดแมน และ เจสซิกา ปาร์ จากซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง "แมด เม็น"

รู้มั้ย !! วอดก้านอกจากดื่มให้เมา แล้วยังทำอะไร ? ได้อีก

ขวดวอดก้าที่คุณมีติดบ้านไว้ แต่ไม่ค่อยได้ดื่ม รู้ไหมว่าวอดก้าสามารถช่วยคุณในเรื่องงานบ้านได้เหมือนกัน ถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้ วอดก้าช่วยคุณได้สารพัดเลย

ลดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า

วอดก้านั้นช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียตกค้างในเสื้อผ้าได้ และยังไร้กลิ่น คุณจึงสมารถนำไปฉีดพรมบนเสื้อผ้า แล้วนำไปผึ่งให้แห้งในที่ที่ระบายอากาศได้ดี จากนั้นก็นำมาใส่ได้ทันที

ช่วยให้ดอกไม้สดนาน

แค่ใส่วอดก้าเพียงหยดเดียว กับน้ำตาลหยิบมือเล็กๆ ผสมลงไปในน้ำที่ใส่แจกันดอกไม้ ก็ช่วยให้ดอกไม้อยู่เพิ่มความสดใสให้บ้านคุณนานขึ้น

ฉีดไล่แมลงวัน

ถ้าไม่คิดว่าเป็นการลงทุนที่สูงเกินไปล่ะก็ หากคุณนำวอดก้าใส่ขวดสเปรย์แล้วนำไปฉีดพ่น จะเป็นยาไล่แมลงวันและแมลงรบกวนอื่นๆได้

ช่วยฆ่าวัชพืช

วอดก้าหนึ่งออนซ์ผสมกับน้ำยาล้างจานสองสามหยด และน้ำเปล่า 2 ถ้วย สามารถนำไปฉีดพ่นฆ่าวัชพืชเล็กๆได้

ล้างพิษสัตว์ทะเล

หากปวดแสบปวดร้อนจากแมงกะพรุน ราดวอดก้าบนแผล จะช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนและผิวบวมแดงได้

ลบคราบเปื้อน คราบแน่นๆบนเสื้อผ้า

ใช้วอดก้าผสมกับน้ำยาขจัดคราบ แล้วนำไปซักตามปกติ

น้ำยารีดผ้า

ตวงวอดก้าประมาณ 3 ออนซ์ กับน้ำมันสกัดจากลาเวนเดอร์ 12 หยด ผสมให้เข้ากันทิ้งไว้ 1 วัน แล้วจึงเติมน้ำบริสุทธิ์ 12 ออนช์ เขย่าให้เข้ากัน นำไปใช้ฉีดพรมผ้าก่อนรีด เก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 6 สัปดาห์ก่อนกลิ่นลาเวนเดอร์จะระเหยไป

ขจัดคราบรา

ใช้วอดก้าพ่นลงบนคราบราที่ต้องการกำจัด ปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงใช้ผ้าเช็ด หรือใช้แปรงปัดคราบราออก

ช่วยขัดเงา

ไม่ว่าจะเป็นโลหะ เครื่องแก้วหรือดินเผา ถ้าต้องการประกายเงางาม ก็แค่ใช้ผ้าจุ่มลงในวอดก้า นำไปขัดบนวัตถุที่คุณต้องการ ก็จะได้ความเงาวาวชวนว้าวแล้ว

ลอกคราบเหนียวจากสติ๊กเกอร์

แถบกาวสติ๊กเกอร์เหนียวๆ ที่ติดค้างบนผนังและวัตถุอื่นๆ ใช้ฟองน้ำจุ่มในวอดก้า ขัดคราบเหนียวออก แล้วล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อย ก็บอกลาคราบกาวได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูล จาก Lisa

ออสซี่จัดโชว์งานศิลปะ ศิลปินปิ๊งไอเดียให้ผู้ชมเปลือยล่อนจ้อนเดินทัวร์พิพิธภัณฑ์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Museum Comtemporary Art)ที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย จัดงานแสดงศิลปะ โดยให้ผู้ร่วมชมเปลื้องผ้าล่อนจ้อน โดยศิลปินเจ้าของไอเดีย Stuart Ringholt มีไอเดียเป็นไกด์พาผู้เข้าชมเปลือยกายเดินทัวร์ทั่วพิพิธภัณฑ์ ทั้งนี้เสมือนหนึ่งผู้เข้าชมที่เปลือยกายนั้นได้ร่วมแสดงศิลปะด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาได้ประกาศขอให้ผู้สนใจมาเข้าร่วมงานแสดงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ เขาระบุว่าต้องการนำเสนอธีมเรื่องของความ "กลัว" และความ "ละอาย" โดยส่วนการแสดงให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เปลือยกายนั้นจะเริ่มในช่วงเย็นถึงค่ำ และรับผู้สนใจเข้าร่วมทัวร์พิพิธภัณฑ์แบบไม่ใส่เสื้อผ้าเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น ซึ่งตัวศิลปินก็จะร่วมเปลือยกายด้วยเช่นกัน (ที่มา:ประชาชาติฯออนไลน์)

ฮือฮา !! ธุรกิจ"แก้ผ้า ทำงาน" ในแอฟริกาใต้ กำลังเฟื่อง

โดย อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

คอลัมน์ ร่อนตามลม/โดย อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ (ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 30เม.ย.2555)


ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างดีในรูป ที่กำลังทำความสะอาดสระว่ายน้ำในบ้านหลังหนึ่ง เป็นหนึ่งในพนักงานทำความสะอาดที่ติดอันดับป๊อปปูลาร์ มีลูกค้า "จองตัว" มากที่สุดคนหนึ่งของบริษัทแนชเชอรัล คัมปานี ในกรุงเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งทำธุรกิจจัดส่งพนักงานเปลือย และกึ่งปลือยรับจ้างทำงานหลายประเภท ตั้งแต่งานทำความสะอาด ช่างซ่อมประปา พ่อครัว เป็นเพื่อนเฮฮาในงานปาร์ตี้ ฯลฯ ด้วยค่าจ้างครั้งละ 400 แรนด์ หรือประมาณ 2,060 บาท โดยหลังจากเปิดกิจการมาได้เพียง 2-3 เดือน ก็มีลูกค้าจองเรียกใช้บริการเข้ามาเฉลี่ยวันละ 2 ราย ลูกค้าที่เรียกใช้บริการส่วนใหญ่เป็นชายผิวขาว วัยกลางคน มีฐานะร่ำรวย

จากที่การเปลื้องผ้าเคยเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ปัจจุบันที่กรุงเคปทาวน์ และเมืองโยฮันเนสเบิร์ก เริ่มมีธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น ทั้งบริษัทจัดส่งพนักงานคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่กฎหมาย ฯลฯ และโรงแรมเปลือย ที่พนักงานในโรงแรมจะทำงานในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน หรือสวมใส่เสื้อผ้าเพียงน้อยชิ้นเท่านั้น



แคร์ริงตัน ลอห์ตัน ประธานสมาคมคนเปลือยแห่งแอฟริกาใต้ บอกว่า นับแต่ทัศนคติเรื่องการเหยียดผิวในแอฟริกาใต้เริ่มดีขึ้น และประเทศเริ่มเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา ทัศนคติที่ผู้คนเคยมีต่อการเปลือยกายก็เริ่มดีขึ้น แม้ว่าการแก้ผ้าในที่สาธารณะยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างตอนนี้ ในสมาคมคนเปลือยก็มียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นจาก 130 คน ในปี 2552 กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 8,000 คนในปัจจุบัน โดยสมาชิก 1 ใน 4 เป็นคนผิวสี และ 60% เป็นผู้ชาย ส่วนสมาชิกซึ่งเป็นคนผิวขาว ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งชาวฮอลแลนด์

"เมื่อ 20 ปีที่แล้ว การแก้ผ้าเป็นเรื่องต้องห้ามมาก และผู้คนแทบไม่เคยพูดถึงกันเลย แต่ตอนนี้กาลเวลามันเปลี่ยนไปแล้ว" แคร์ริงตันบอกว่า เป็นเพราะเมื่อก่อนกลุ่มคนที่มีอำนาจปกครองประเทศ เป็นพวกหัวอนุรักษ์ ทำให้นโยบายในการปกครองประเทศจึงออกมาในรูปแบบนั้น แต่เมื่อตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป บางสิ่งบางอย่างจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา

ฌอง ปอล รีด หนุ่มเคปทาวน์วัย 29 เจ้าของบริษัทแนชเชอรัล คัมปานี ซึ่งเปิดกิจการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เล่าว่า ตอนนี้เขามีคนมาลงชื่อขอทำงานพาร์ตไทม์ (นอกเวลา) กับเขาแล้ว 75 ราย มีทั้งพนักงานคอมพิวเตอร์ นักเรียนกฎหมาย พ่อครัว ที่ยังหางานประจำทำไม่ได้ และเต็มใจจะแก้ผ้าทำงาน

"ผมพูดได้เลยว่า พนักงานของผม 9 ใน 10 คนแก้ผ้าทำงาน มีเพียง 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่ไม่รับงานที่ต้องแก้ผ้าหมด"

อย่างไรก็ตาม รีด ก็ยืนยันว่า ถึงแม้จะแก้ผ้าทำงาน แต่พนักงานของเขาไม่มีการขายบริการทางเพศ และงานหนึ่งที่เขาไม่ยอมรับแน่นอนก็คือ ครูที่เปลือยกายไปสอนพิเศษนักเรียน

"เราต้องมีขอบเขต มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเหมือนกัน และผมขอยืนยันว่า ไม่มีเรื่องเซ็กซ์มาเกี่ยวข้องแน่นอน"

ขณะที่ มาร์ค เทย์เลอร์ นักธุรกิจชาวอังกฤษ และภรรยา ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมเปลือยในประเทศกรีซ พอเห็นลู่ทางการทำธุรกิจเปลือยในแอฟริกาใต้ ก็มาเปิดโรงแรมเปลือยชื่อว่า Vasnat ใกล้กับกรุงเคปทาวน์ เมื่อเดือนธันวาคมก็ว่า ช่วงซัมเมอร์นี้ เขามีลูกค้าจองห้องพักเข้ามามากมาย ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป 71% อีก 21% เป็นคนแอฟริกาใต้ เทย์เลอร์ ก็ยืนยันเช่นกันว่า ธุรกิจของเขาไม่ได้มุ่งขายเซ็กซ์

"พอคนเห็นว่าแก้ผ้า ก็คิดไปว่ามันต้องเป็นเรื่องเซ็กซ์ แต่ความจริงไม่ใช่เลย นี่เป็นเพียงกลุ่มคนที่มีความสุขกับการแก้ผ้านอนอาบแดดเท่านั้นเอง"