Home arrow บุุคคลที่มีชื่อเสียง arrow ประวัติย่อโอซามา บิน ลาดิน
Home    Contacts



ประวัติย่อโอซามา บิน ลาดิน PDF พิมพ์

ฟิสิกส์ราชมงคลกับผู้ก่อการร้ายและผู้ก่อการดี

 
 

โลโก้ฟิสิกส์ราชมงคล
 


ประวัติย่อโอซามา บิน ลาดิน


ประวัติย่อโอซามา บิน ลาดิน

โอซามา บิน ลาดิน

ผู้ก่อการร้าย

ประธานาธิบดี โอมามา

ผู้ก่อการดี

มุฮำมัด บิน ลาดิน เป็นมหาเศรษฐีชาวซาอุฯ ที่มีลูกมากกว่า 50 ชีวิต คนหนึ่งคือ โอซามา  บิน  ลาดิน  เป็นลูกชายคนท้ายๆในตระกูลนี้ที่เกิดในปี  พ.ศ.2493  พอพ่อเสียชีวิต  ลูกๆรุ่นปลายท้ายแถวไม่ได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว  ก็เลยหันหน้าเข้าหาศาสนา

 

จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคิง  อับดุล  อะซิซ  ในเจดดาห์  ครูสอนศาสนาชาวปาเลสไตน์ที่ชื่อ  ซีค  อับดุลลอฮฺ  อัซซัม  มีอิทธิพลต่อวิธีคิดและวิถีชีวิตตลอดจนทัศนคติของโอซามามาก  ซีค  อัซซัมสอนว่า  เมื่อวายิบ  (จำเป็น)  ก็ต้องทำญิฮาดหรือสงครามศักดิ์สิทธิ์กับพวกนอกศาสนา

โอซามา  บิน  ลาดิน  กับ  ซัดดัม  ฮุสเซ็น  เหมือนกันตรงที่ต่างก็เคยเป็นคอหอยกับลูก กระเดือกของสหรัฐอเมริกามาก่อน

อเมริกากระทุ้งให้  1.  ซัดดัมไปรบกับอิหร่าน  2.  โอซามาลุยกับโซเวียตในสงครามที่ โซเวียตบุกอัฟกานิสถาน

โอซามาตั้งมูลนิธิกอบกู้อิสลาม  มีผลงานกว้างขวางคลุมไปถึงการให้ที่พักพิงอาศัยเพื่อหลบภัยของมุสลิมหัวรุนแรง  สร้างค่ายฝึกทหารที่รบนอกแบบจากประเทศต่างๆ  อย่างอียิปต์  แอลจีเรีย  ตูนิเซีย  ฯลฯ  เอาไว้เพื่อฝึกมุจาฮิด  (ผู้พลีชีพในการต่อสู้)  อาสา สมัครนักรบเพื่ออิสลาม  มุจาฮิดิน

'บิน ลาเดน' ผู้นำอัลเคดา เสียชีวิตแล้ว

Pic_168394

2 พฤษภาคม 54

กลายเป็นข่าวฮอต!!! ช็อคโลกไปเลย...เมื่อสื่อต่างประเทศรายงานข่าวการเสียชีวิตของ "โอซามา บิน ลาเดน" หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัล-เคดา ที่ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สหรัฐฯ" ต้องการตัวมากที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข่าวนี้จะถูกนำเสนออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็เกิดข้อกังหาต่างๆ มากมาย โดยหลายฝ่ายต่างตั้งข้อสงสัยว่า เสียชีวิตได้อย่างไร เป็นฝีมือของใคร รวมถึงจริงหรือไม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับผิดภาพใบหน้าของเขา ในขณะที่เสียชีวิตและใบหน้าจริง เพราะแอคหน้าเหมือนรูปหลายปีก่อน

แม้ว่า "บารัค โอบามา" ผู้นำชาติมหาอำนาจ จะแถลงอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 1 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 10.30 น. ของวันที่ 2 พ.ค. ตามเวลาประเทศไทยแล้วก็ตาม ล่าสุดสหรัฐฯ ได้ทำจัดการฝังศพนาย บิน ลาเดน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอ้างต้องฝังศพรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนาอิสลาม ส่วนพื้นที่ต้องเป็นทะเล หวั่นเกิดพื้นที่ไว้อาลัยหัวโจกก่อการร้าย

ชื่อ-นามสกุล : นาย บิน ลาดิน

นามแฝง : โอซามา บิน ลาเดน

ประวัติครอบครัว :


นายบิน ลาดิน หรือ โอซามา บิน ลาเดน เกิดเมื่อปี 2500 ที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นบุตรของภรรยาคนที่ 11 และบุตรคนที่ 17 ของวงศ์ตระกูล ในจำนวน 53 คน ของนายมูฮัมหมัด อาวาด บิน ลาดิน เศรษฐีพันล้าน ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่อพยพครอบครัวจากประเทศเยเมน มาตั้งหลักปักฐานทำกิจการก่อสร้างในประเทศซาอุดีอาระเบีย ต่อมาเขาได้ถูกรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ถอนสัญชาติและถูกบิดารวมทั้งตระกูลประกาศตัดขาดจากญาติ จากนั้นเขาได้เลือกใช้นามสกุล บิน ลา เดน ซึ่งสะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า Bin Laden เพื่อให้แตกต่างจากชื่อครอบครัวที่ใช้ว่า นายบิน ลาดิน หรือ Bin Ladin

นายบิน ลาดิน หรือ โอซามา บิน ลาเดน ผ่านการสมรส 3 ครั้ง ภรรยาคนแรกชื่อนางนัจวา และเรียนจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์และการจัดการจากมหาวิทยาลัยริยาร์ด เจดดาห์และจบปริญญาตรี วิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัย King Abdul Aziz เมื่อปี 2522 ก่อนเริ่มทำงานในบริษัทของครอบครัว โดยเป็นวิศวกรให้กับบริษัทก่อสร้างของครอบครัวในเมืองเจดดาห์ ในเวลาต่อมาเขาได้เข้าร่วมใน "สงครามศักดิ์สิทธิ์" หรือ "จีฮัด" กับสหภาพโซเวียต หลังจากที่สหภาพโซเวียต

โอซามา บิน ลาเดน บุกเข้ายึดประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อปี 2522 จากนั้นเขาจึงหันมาสนใจปัญหาการเมืองในอัฟกานิสถาน ได้ก่อตั้งเครือข่าย "อัล เควดา" (Al Qaeda) ซึ่งแปลว่า "ฐานที่มั่นทางทหาร" เมื่อปี 2532 และตั้งตัวเป็นผู้นำขบวนการก่อการร้าย "อัล เควดา" ขณะเดียวกันก็ให้การสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียและเยเมน ทำให้เขาโดนรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย สั่งยึดหนังสือเดินทางเป็นเวลา 2 ปี พร้อมกับถอนสัญชาติซาอุดีอาระเบีย ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของเขาในประเทศ และโดนขับไล่ออกนอกประเทศในปี 2537 จากนั้นเขาได้ย้ายฐานปฏิบัติการก่อการร้ายเข้าไปอยู่ในซูดาน พร้อมกับประกาศสงครามศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขับไล่ผู้รุกรานรายใหม่ออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม ต่อมาได้ไปอาศัยอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน และเป็นอาคันตุกะของรัฐบาลทหารกลุ่มทาลีบัน ซึ่งมีเครือข่ายโยงใยในหลายประเทศ ทั้งในประเทศอัฟกานิสถาน, ซูดาน, เยเมน และส่วนอื่นๆ ของตะวันออกกลาง รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หัวหน้าเครือข่ายก่อการร้ายอัล เคดา ได้บงการให้ลูกน้องพลีชีพ ก่อวินาศกรรมด้วยการจี้เครื่องบินพุงชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์ก และตึกเพนตากอน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544

นอกจากนี้ยังทำฟาร์มนกกระจอกเทศในประเทศเคนยา, ทำป่าไม้ในตุรกี, ทำการค้าเพชรในแอฟริกา, การเพาะพันธุ์อูฐในซูดานและการเกษตร

บันทึกอื่นๆ
นายบิน ลาดิน มีรูปร่างผอมสูง มีความสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว น้ำหนัก 160 ปอนด์ เป็นคนถนัดซ้าย และมีไม้เท้าหรือท่อนไม้ ช่วยในการเดินติดมืออยู่เสมอ ชอบขับรถยนต์ความเร็วสูง (รถสปอร์ต) และเคยซื้อเรือมาขับด้วย ขี่ม้าเก่ง พูดภาษาอังกฤษได้ยอดเยี่ยม และเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์

"โอซามา บิน ลาเดน" บนเส้นทางแห่งการก่อการร้าย

โอซามา หรืออุซมะห์ บินลาเดน เกิดเมื่อปี 1957 ที่ซาอุดิอาระเบีย โดยเขาเป็นลูกคนที่ 17 จากจำนวนทั้งหมด 57 คน ของครอบครัวนักธุรกิจ ซึ่งมีกิจการในซาอุดิอาระเบีย พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ซาอุฯ ส่วนแม่ของเขาเป็นภรรยาคนที่สิบ ซึ่งภายหลังหย่ากับพ่อของเขาและไปแต่งงานใหม่ เมื่ออายุได้ 13 ปี บิน ลาเดน ได้รับมรดกมากมายจากบิดาที่เสียชีวิตหลังเครื่องบินที่ขับประสบอุบัติเหตุตก


 

บิน ลาเดน จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยคิง อับดุลลาซิส (King Abdulaziz University) ในเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เขาแสดงความสนใจในศาสนามาตั้งแต่วัยรุ่น โดยมีรายงานว่าเขาศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน และมักจะเข้าฟังการเทศนาที่นครเมกกะเป็นประจำทุกสัปดาห์ นอกจากนั้น เขายังเป็นนักอ่านวรรณกรรมอาหรับตัวยง และแนวคิดของสงครามศาสนา “จิฮัด” มาตั้งแต่สมัยเรียน

หลังจบการศึกษา เขาเข้าร่วมกับกองโจรมูจาฮีดีนของอัฟกานิสถาน เพื่อต่อต้านการรุกรานของโซเวียตในปี 1979 จากนั้นในปี 1984 บิน ลาเดนก็จัดตั้งเครือข่ายสนับสนุนอัฟกานิสถานโดยอาศัยทรัพย์สินส่วนตัวของเขา เอง ขยายเครือข่ายครอบคลุมโลกอาหรับทั้งหมด และโอนถ่ายเงิน อาวุธ ทรัพยากร เข้าไปยังอัฟกานิสถาน

บิน ลาเดน ออกจากเครือข่ายนี้ในปี 1988 โดยให้เหตุผลว่าเขาต้องการบทบาททางการทหารมากกว่าการสนับสนุนจากภาคพลเรือน เขาจึงตั้งเครือข่ายติดอาวุธ อัล เคด้า (Al Qaeda) ขึ้นมาในปีเดียวกัน เขาเปลี่ยนนโยบายมาเป็นต่อต้านสหรัฐฯหลังซาอุดีเปิดประเทศให้กองทัพสหรัฐฯเข้า มาในปี 1990 เขาถูกขับไล่ให้ไปอยู่ในซูดานเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะกลับมายังอัฟกานิสถาน

สำหรับการสู้รบกับสหรัฐฯนั้นเชื่อว่าน่าจะเริ่มขึ้นหลังกองกำลังสหรัฐฯเข้าไปประจำการในซาอุดีอาระเบียในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อปี 1990 หลังจากอิรักรุกรานคูเวต ซึ่งบิน ลาเดน มองว่าเป็นการแบ่งแยกดินแดนอิสลาม และเรียกร้องให้ทำสงครามศาสนากับสหรัฐ ซึ่งต่อมาบิน ลาเดน ถูกตัดออกจากครอบครัว และถูกเพิกถอนสัญชาติซาอุดีอาระเบียเมื่อปี 1994

เหตุถล่มสถานทูตสหรัฐฯในเคนยา ปี 1998

บิน ลาเดน ย้ายไปอยู่ที่ซูดาน เมื่อปี 1991 ก่อนจะถูกขับออกนอกประเทศในอีก 5 ปีต่อมา และเขาได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในอัฟกานิสถานก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะเข้ายึดการปกครอง ซึ่งบิน ลาเดน ได้เป็นบุคคลวงในของกลุ่มตอลิบานในเวลาต่อมา

สหรัฐฯกล่าวหาบิน ลาเดน และเครือข่ายอัลกออิดะห์ว่าก่อเหตุโจมตีหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดอาคารเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1994 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 6 คนแต่มีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ยังนายบิน ลาเดน ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการสำคัญในการสังหารทหารสหรัฐ 24 คน ในซาอุดิอาระเบียเมื่อปี 1995-1996  และยังอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดโจมตีสถานทูตสหรัฐฯในเคนยา และแทนซาเนียเมื่อปี 1998 มีผู้เสียชีวิต 231 คน และบาดเจ็บ 4,000 คน โดยเป็นชาวอเมริกัน 12 ราย

หลังเหตุการณ์สถานทูตถูกโจมตี สหรัฐฯได้ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กกว่า 70 ลูก ถล่มโจมตีสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นค่ายฝึกซาวาร์ คิลิ อัล-บาดีร์ ของบิน ลาเดน หลายแห่งทั้งในอัฟกานิสถาน และซูดาน

ทางการสหรัฐฯยังระบุด้วยว่าเครือข่ายก่อการร้ายของบิน ลาเดน เป็นผู้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีเรือรบยูเอสเอส โคล ของสหรัฐที่นอกชายฝั่งเยเมนเมื่อเดือนตุลาคม 2000 ทำให้ทหารเรือสหรัฐเสียชีวิตไป 17 คน  และเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดคือการจี้เครื่องบินโดยสารของสหรัฐฯพุ่งชนอาคารเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ และกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3,000 คน หลังจากนั้นเป็นต้นมา สหรัฐฯได้ปฏิบัติการไล่ล่าบิน ลาเดน อย่างหนัก โดยเชื่อว่าเขากบดานอยู่ในบริเวณชายแดนปากีสถานและอัฟกานิสถาน พร้อมตั้งทั้งค่าหัวเอาไว้สูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการแจ้งเบาะแสในการนำจับ

หลังจากสหรัฐอเมริกาบุกเข้าไปยังอัฟกานิสถานในปี 2001 โค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน ซึ่งเป็นมิตรใกล้ชิดกับอัลไคด้า กลุ่มอัลไคด้าก็ถูกจับกุมและสังหารเป็นจำนวนมาก ที่เหลืออยู่ก็แยกย้ายกันหลบหนี และเปลี่ยนวิธีปฏิบัติการเป็นกลุ่มย่อย ฐานปฏิบัติการของอัลไคด้าถูกทำลายเกือบหมด อย่างไรก็ตาม อัลไคด้า ยังมีเครือข่ายที่ปฏิบัติงานอยู่ในอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะโซมาเลียและเยเมนในรอบปีหลังๆ

ถึงกระนั้น ความสามารถในการคุกคามชาติตะวันตกของเขาก็ถือเป็นที่ประจักษ์ และถือเป็นแรงบันดาลใจให้ให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ก่อเหตุรุนแรงภายใต้ชื่อของเขา เจ้าหน้าที่ระดับสูงส่วนใหญ่ของกลุ่มอัลกออิดะห์ถูกสังหาร หรือไม่ก็ถูกจับกุมตัว ภายหลังจากเหตุการณ์วันที่ 11 ก.ย. 2001 ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้งจากยุโรปและเอเชียเริ่มเห็นผลจากการคุกคามของกลุ่มหัวรุนแรงที่ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการกระทำของนายบิน ลาเดน

ในเดือนพฤศจิกายน 2002 นายบิน ลาเดน ได้ข่มขู่อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี แคนาดา เยอรมนี และออสเตรเลีย หลังชาติเหล่านี้ได้ให้การสนับสนุนแก่สหรัฐฯ โดยกล่าวว่า "ถึงเวลาที่เราจะเสมอกัน พวกคุณจะต้องตายเท่าๆกับจำนวนคนที่พวกคุณสังหาร และถูกถล่ม เท่าๆกับที่พวกคุณถล่มเรา" และเรียกร้องให้ชาวมุสลิมลุกขึ้นต่อต้านผู้นำซาอุดิอาระเบียและคูเวต ในฐานะหุ่นเชิดของสหรัฐฯ

ขณะที่ในปี 2004 เขาได้เริ่มกลยุทธิ์ใหม่ โดยการเสนอ"สัญญาสงบศึก"แก่ประเทศในยุโรปที่ไม่โจมตีชาวมุสลิม และกล่าวในภายหลังว่าสหรัฐฯสามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์วันที่ 11 ก.ย. ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง หากว่าสหรัฐฯหยุดการคุกคามความมั่นคงของชาวมุสลิมทั่วโลก

แม้ว่ากลุ่มอัลกออิดะห์จะไม่ได้เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินและการขนส่งยุทโธปกรณ์ให้แก่กลุ่มมุสลิมแอฟริกาเหนือ ผู้ก่อเหตุระเบิดรถไฟที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อปี 2004 ซึ่งทำให้ประชาชนเสียชีวิต 191 คน ก็ตาม แต่ก็ถือว่าการก่อการร้ายของกลุ่มหลายต่อหลายครั้งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กลุ่มจีฮัด

ในทำนองเดียวกัน ก็ไม่มีการเชื่อมโยงการกระทำของกลุ่มอัลกออิดะห์กับเหตุมือระเบิดพลีชีพ 4 รายที่ทำการระเบิดรถไฟใต้ดิน และรถบัสโดยสารในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2005 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 56 ราย ซึ่งผู้สันทัดกรณีบางรายเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากว่านายบิน ลาเดนไม่ปลุกเร้าอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของกลุ่มหัวรุนแรงหนุ่มสาวที่กระจายอยู่ทั่วโลก

ในช่วงที่เขาอาศัยอยู่ในอัฟกานิสถาน เขาจะตื่นตั้งแต่ช่วงรุ่งสางเพื่อสวดมนต์ และรับประทานอาหารเช้าอย่างง่ายๆที่ประกอบด้วยชีสและขนมปัง เขามักจะติดตามสถานการณ์ของโลกอย่างใกล้ชิด และแทบทุกวัน เขาและสมาชิกกลุ่มซึ่งประกอบด้วยชาวอียิปต์ เยเมน ซาอุดิอาระเบีย และชาติอื่นๆ จะร่วมซ้อมรบและโจมตี อาทิการปาระเบิดเข้าใส่เป้าหมาย และการยิงโต้ตอบกับศัตรูที่พวกเขาจินตนาการขึ้นมา

นอกจากนั้น เขายังมักออกไปขี่ม้าที่เป็นงานอดิเรกของเขาอยู่เสมอ ซึ่งรวมถึงการนวด นอกจากนั้นเขายังมักสั่งน้ำผึ้ง ซึงเป็นสิ่งที่เขาโปรดปราน และสมุนไพรประเภทต่างๆเพื่อรักษาอาการป่วยไข้ต่างๆ นายบิน ลาเดน มีภรรยาทั้งสิ้น 4 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่ศาสนาอิสลามได้บัญญัติไว้ โดยคาดว่าบุตรของเขาน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 23 คน

มติชนออนไลน์  2  พฤษภาคม 54

ประมวลเหตุการณ์สำคัญในชีวิตผู้นำอัลกออิดะห์ “อุซามะห์ บิน ลาดิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤษภาคม 2554

อุซามะห์ บินลาดิน ผู้นำเครือข่ายอัลกออิดะห์

       เอเจนซี - หลังหลบหนีการจับกุมตัวมานานนับ 10 ปี ในที่สุด อุซามะห์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ก็ถูกกองกำลังสหรัฐฯ ปลิดชีพในปากีสถาน ซึ่งประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของบิน ลาดิน เมื่อเช้าวันนี้ (2)
       
       ต่อไปนี้คือประมวลเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตของ อุซามะห์ บิน ลาดิน
       
       ปี 1957 - อุซามะห์ บิน มูฮัมหมัด บิน อะวัด บิน ลาดิน เกิดที่เมืองริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เขาเป็นหนึ่งในบุตร 50 กว่าคนของมหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวซาอุฯ ทว่าไม่มีใครทราบวันเวลาเกิดที่แน่ชัดของเขา
       
       ปี 1976 - บิน ลาดิน เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเจดดาห์ ด้านการจัดการและเศรษฐศาสตร์
       
       26 ธันวาคม ปี 1979 - สหภาพโซเวียตบุกอัฟกานิสถาน และนับตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา บิน ลาดิน ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานทหารในเมืองเปชวาร์ของปากีสถาน เพื่อสนับสนุนอาสาสมัครชาวอาหรับที่เดินทางมาช่วยรบกับกองทัพสหภาพโซเวียต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากกองซากปรักหักพัง หลังเกิดการวางระเบิดในรถบรรทุก ใกล้สถานทูตสหรัฐฯในกรุงไนโรบี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 1998

       ปี 1986 - บิน ลาดิน ย้ายมาอาศัยอยู่ที่เมืองเปชวาร์ เริ่มนำเข้าอาวุธ และก่อตั้งกลุ่มนักรบอาสาสมัครของเขาเอง
       
       ปี 1988 - บิน ลาดิน ก่อตั้งกลุ่มอัลกออิดะห์ ซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดมุสลิมหัวรุนแรงที่เกลียดชังสหรัฐฯ, อิสราเอล รวมถึงรัฐบาลมุสลิมที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และพวกที่ต้องการให้ประเทศของตนปกครองด้วยชารีอะห์ (กฎหมายอิสลาม)
       
       ปี 1991 - บิน ลาดิน เดินทางออกจากซาอุดีอาระเบียและลี้ภัยในต่างประเทศ หลังไม่ยอมรับนโยบายของซาอุดีอาระเบียที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อต้านอิรัก
       
       มิถุนายน ปี 1993 - ญาติพี่น้องของบิน ลาดิน ตัดเขาออกจากความเป็นหุ้นส่วนธุรกิจก่อสร้างของครอบครัว
       
       9 เมษายน ปี 1994 - ซาอุดีอาระเบียยกเลิกความเป็นพลเมืองของบิน ลาดิน หลังจากที่เขาพยายามโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนต่อต้านราชวงศ์ซาอุฯ
       
       พฤษภาคม ปี 1996 - บิน ลาดิน หลบหนีออกจากซูดานหลังรัฐบาลท้องถิ่นถูกสหรัฐฯ กดดันหนัก จากนั้นจึงเดินทางไปยังอัฟกานิสถาน


 

ภาพเหตุการณ์ขณะเครื่องบินลำที่ 2 พุ่งเข้าชนอาคารฝั่งใต้ของหมู่อาคารเวิล์เทรดเซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2001

       สิงหาคม ปี 1996 - บิน ลาดิน ได้ออกคำตัดสินทางศาสนาว่า ทหารสหรัฐฯ ทุกคนสมควรถูกฆ่า
       
       ตุลาคม ปี 1996 - สหรัฐฯ ประกาศให้ อุซามะห์ บิน ลาดิน เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในการลอบวางระเบิด 2 ครั้งที่ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 24 นาย และทหารชาวอินเดียอีก 2 นาย
       
       7 สิงหาคม ปี 1998 - เกิดเหตุวางระเบิดรถบรรทุกหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา และดาร์-เอส-ซาลาม เมืองหลวงของแทนซาเนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 224 คน รวมชาวอเมริกัน 12 คน จากนั้นสหรัฐฯ จึงกล่าวหาว่า บิน ลาดิน เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน สั่งการโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบร่อน
       
       12 ตุลาคม ปี 2000 - กลุ่มอัลกออิดะห์โจมตีเรือพิฆาต ยูเอสเอส โคล ซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเรือเมืองเอเดนของเยเมน ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 17 ราย
       
       11 กันยายน ปี 2001 - เครื่องบินโดยสารของสหรัฐฯ 3 ลำถูกกลุ่มก่อการร้ายจี้บังคับให้พุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์และตึกเพนตากอน ส่วนลำที่ 4 ตกที่รัฐเพนซิลเวเนีย จากเหตุวินาศกรรมทั้งหมดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3,000 คน ซึ่งภายหลัง บิน ลาดิน ได้เผยแพร่แถลงการณ์ว่า การทำลายอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถือว่าเกินความคาดหมายของกลุ่มอัลกออิดะห์

สภาพความเสียหายที่อาคารเพนตากอนของสหรัฐฯ หลังถูกกลุ่มก่อการร้ายโจมตีในวันที่ 11 กันยายน ปี 2001

      17 กันยายน ปี 2001 – ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประกาศ “จับเป็นหรือจับตาย” บิน ลาดิน
       
       7 ตุลาคม ปี 2001 - สหรัฐฯ ส่งทหารเข้าโจมตีรัฐบาลตอลิบานในอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของบิน ลาดิน และอัลกออิดะห์
       
       6 ธันวาคม ปี 2001 - กองกำลังต่อต้านตอลิบาน ยึดฐานที่มั่นของบิน ลาดิน บริเวณเทือกเขาโทราโบลา ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน
       
       26 ธันวาคม ปี 2001 - บิน ลาดิน กล่าวผ่านคลิปวิดีโอว่า เหตุวินาศกรรมพลีชีพเมื่อวันที่ 11 กันยายน มีจุดประสงค์เพื่อหยุดยั้งไม่ให้สหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอล
       
       10 กันยายน ปี 2002 - สถานีโทรทัศร์อัลจาซีราเผยแพร่คลิปเสียงของบิน ลาดิน ซึ่งกล่าวยกย่องผู้ก่อการร้ายที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 911 ว่าเป็น “ผู้เปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์”
       
       พฤศจิกายน ปี 2002 - อัลกออิดะห์ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดรถยนต์พลีชีพ 3 ครั้งที่โรงแรม มอมบาซา พาราไดซ์ ซึ่งเต็มไปด้วยชาวอิสราเอล โดยเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 15 คน บาดเจ็บกว่า 80 คน
       
       ตุลาคม ปี 2004 - บิน ลาดิน เผยแพร่คลิปวีดีโอครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เพื่อเยาะเย้ยประธานาธิบดี บุช ขณะที่สหรัฐฯกำลังมีการหาเสียงเลือกตั้ง
       
       มกราคม ปี 2006 - บิน ลาดินออกแถลงการณ์อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าตนยังเป็นผู้บัญชาการกลุ่มอัลกออิดะห์

โรงแรมแมริออตในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน กลายสภาพเป็นทะเลเพลิง หลังถูกกลุ่มอัลกออิดะห์ลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 20 กันยายน ปี 2008

      กันยายน ปี 2006 - ประธานาธิบดีบุช กล่าวคำมั่นถึง บิน ลาดิน ว่า “อเมริกาจะหาตัวคุณให้พบ”
       
       กันยายน ปี 2007 - บิน ลาดิน เผยแพร่คลิปวิดีโอชิ้นใหม่ในรอบเกือบ 3 ปี เพื่อบอกกับสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ แม้จะมีอำนาจแต่ก็อ่อนแอ
       
       18 พฤษภาคม ปี 2008 - บิน ลาดิน เรียกร้องให้มุสลิมฝ่าการปิดกั้นฉนวนกาซาโดยอิสราเอล และต่อสู้กับรัฐบาลอาหรับที่เป็นมิตรกับอิสราเอลด้วย
       
       24 มกราคม ปี 2010 - บิน ลาดิน แถลงการณ์ผ่านเทปเสียง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความพยายามวางระเบิดเครื่องบินสหรัฐฯในเทศกาลคริสต์มาสซึ่งไม่เป็นผล พร้อมระบุว่าจะโจมตีสหรัฐฯต่อไป
       
       26 มกราคม ปี 2010 - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ระบุว่า กลุ่มอัลกออิดะห์ถูกสหรัฐฯ โจมตีอย่างต่อเนื่องจนเริ่มอ่อนกำลังลง
       
       25 มีนาคม ปี 2010 - สำนักข่าวอัลจาซีราเผยแพร่เทปเสียงของบิน ลาดิน ซึ่งขู่ว่า อัลกออิดะห์จะสังหารชาวอเมริกันที่ถูกจับเป็นตัวประกัน หากสหรัฐฯ ประหารคอลิด ชีค โมฮัมเหม็ด ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางแผนในเหตุวินาศกรรม 911
       
       21 มกราคม ปี 2011 - บิน ลาดิน กล่าวผ่านเทปเสียงว่า อัลกออิดะห์จะปล่อยตัวประกันชาวฝรั่งเศสก็ต่อเมื่อทหารฝรั่งเศสออกไปจากดินแดนของมุสลิม
       
       1 พฤษภาคม ปี 2011 - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แถลงว่า อุซามะห์ บิน ลาดิน ถูกสังหารในปากีสถาน และทางการสหรัฐฯ พบศพของเขาแล้ว

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36110881
ขณะนี้มี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!