Home arrow ความรู้รอบตัว arrow เทคนิคในการเลือกซื้อกล้องดิจิทัลให้ได้ดั่งใจ
Home    Contacts



เทคนิคในการเลือกซื้อกล้องดิจิทัลให้ได้ดั่งใจ PDF พิมพ์

ในการตัดสินใจเลือกซื้อกล้องดิจิทัลสักหนึ่งตัวนั้น สิ่งที่เราควรคำนึงถึงและใช้ประกอบการตัดสินใจนั้น เราควรคิดถึงเรื่องใดบ้าง



การใช้งาน เราควรตอบคำถามตัวเองก่อนว่า จุดประสงค์หลักของการนำไปใช้งานนั้นคืออะไร หรือภาพถ่ายนั้นนำไปใช้งานลัษณะใด เช่น ทำงานกราฟฟิก ทำภาพประกอบหนังสือ เราแค่ตัองการถ่ายภาพเก็บไว้ดูเล่นเฉยๆ หรือ ต้องการจะถ่ายเพื่อนำไปอัดออกมาเป็นภาพถ่ายจริงๆ, ต้องการนำภาพที่ได้ไปทำงานกราฟฟิก



ความละเอียดของภาพ หลายคนสับสนว่าควรเลือกซื้อกล้องดิจิตัลที่มีความละเอียดภาพกี่ล้านพิกเซลจึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของตนเอง ซึ่งในการอัดขยายภาพนั้น ความละเอียดของภาพก็เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรศึกษาด้วย เช่น หากต้องการภาพถ่ายที่มี ขนาด 5x7 นิ้ว ก็ควรเป็นกล้องขนาด 2 ล้านพิกเซล, กล้องขนาด 3 ล้านพิกเซล อัดได้ขนาด 8x10 นิ้ว และกล้องขนาด 4 ล้านพิกเซล หรือมากกว่านั้น อัดได้ 11x17 นิ้ว หรือหากเป็นกล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล ก็สามารถอัดภาพได้เกือบเท่ากับกระดาษ A3 เลยทีเดียว และโดยทั่วไปมักนิยมใช้ความละเอียดภาพ 4 ล้านพิกเซล กับการใช้งานแบบเผื่อเหลือเผื่อขาด แต่หากใช้งานแบบถ่ายภาพเล่นๆ ทั่วไป พกพาสะดวก ไม่ค่อยมีการอัดขยายภาพสักเท่าใด หรือแค่ถ่ายภาพสำหรับส่งทางอินเทอร์เน็ตกล้องขนาดความละเอียดภาพเพียง 2 ล้านพิกเซล



ยี่ห้อ กล้องของแต่ละยี่ห้อก็จะมีคุณภาพเลนส์ที่ให้โทนสีออกมาแตกต่างกัน อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวว่าใครชอบแบบไหน



หน่วยความจำ (เมมโมรี่การ์ด หรือ เมมโมรี่สติ๊ก) ปัจจุบันเมโมรี่การ์ดมีหน่วยความจำสูงสุดถึง 4 GB ซึ่งสามารถถ่ายภาพได้นานต่อเนื่องจนกว่าแบตเตอรี่จะหมด แต่ถ้าหากว่ามีโอกาสโหลดภาพลงคอมพิวเตอร์บ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมโมรี่การ์ดที่มีความจำเยอะถึงขนาดนี้ก็ได้ เพราะหน่วยความจำสูงราคาก็สูงตามไปด้วย



ขนาดและน้ำหนัก แล้วแต่ความสะดวกในการพกพาและการนำมาใช้งานของเรา แต่หากมีขนาดเล็กก็สะดวกต่อการหยิบออกมาถ่ายภาพมากกว่ากล้องที่มีขนาดใหญ่



แบตเตอรี่ กล้องแต่ละรุ่นอาจใช้แบตเตอรี่ต่างชนิดกัน ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้แบบ ลิเทียม - ไอออน ซึ่งมีการใช้งานที่สะดวกและอยู่ได้นานกว่า แต่ราคาสูง และออกแบบมาเฉพาะรุ่น แต่หากเป็นแบบถ่าน AAs จะใช้งานได้สั้นกว่าแต่สะดวกตรงที่หาซื้อที่ไหนก็ได้ และหากไม่ได้ใช้แบบที่ชาร์จซ้ำได้อาจมีปัญญาเรื่องต้นทุนของถ่านแบบใช้แล้วทิ้ง



ค่าอัดภาพ ปัจจุบันราคาค่าอัดภาพดิจิทัลลดลงมากเหลือเพียงรูปละ 3 บาท และมีแนวโน้มที่จะถูกลงเรื่อยๆ และสำหรับผู้ที่นิยมพริ้นท์ภาพเองจากพริ้นเตอร์ส่วนตัว สิ่งที่ควรคำนึงถึงต้นทุนค่ากระดาษและน้ำหมึก และราคาของเครื่องพริ้นท์เตอร์ด้วย



ราคาตัวกล้องดิจิทัล ซึ่งก็มีความสัมพันธ์กับความละเอียดของภาพโดยตรง โดยยิ่งมีความละเอียดภาพสูงเท่าใด ราคากล้องก็สูงตามไปด้วย

ที่มาข้อมูล : http://www.panoramaworldwide.com

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36132163
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!