Home arrow บทความทั่วไป arrow ข้อมูลเบื้องต้นในการเลือกใช้หน้ากากอนามัย
Home    Contacts



ข้อมูลเบื้องต้นในการเลือกใช้หน้ากากอนามัย PDF พิมพ์

 

          หน้ากากอนามัย (Protective Mask) มีด้วยกันหลายชนิด การเลือกใช้อย่างเหมาะสมจะสามารถป้องกัน

การติดเชื้อทางเดินระบบหายใจและยังสามารถป้องกันอันตรายจากพิษของฝุ่นบางประเภทได้ด้วยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทได้แก่

1.    แบ่งตามมาตรฐานประเทศในแถบยุโรปตามลักษณะภายนอก


 1.1    ชนิดคลุมเต็มใบหน้า (Full Face Mask) ครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้า
1.2   ชนิดคลุมครึ่งใบหน้า (Half face Mask) เมื่อสวมใส่แล้วจะครอบคลุมบริเวณ จมูก ปากและคาง
1.3    ชนิดคลุม ¼ ของใบหน้า (Quarter Face Mask) เมื่อสวมใส่แล้วจะครอบคลุมเฉพาะบริเวณ จมูก และปาก

2.       แบ่งตามลักษณะการใช้งาน



 2.1    หน้ากากป้องกันก๊าซพิษ เช่นหน้ากากคาร์บอนฟิลเตอร์ ความสามารถในการป้องกันก๊าซพิษขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของฟิลเตอร์ที่นำมาใช้
 

2.2 หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง ผลิตจากเยื่อกระดาษ หรือผ้า อาจมีหรือไม่มีฟิลเตอร์ก็ได้ สำหรับบุคคลที่ประกอบอาชีพที่อยู่ท่ามกลางฝุ่นเช่นในโรงงานปูน โม่หิน หรือในโรงงานอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิคที่ต้องระมัดระวังเรื่องฝุ่นละอองเป็นพิเศษ ไม่ให้น้ำลายจากผู้ปฏิบัติงานกระเด็นปนเปื้อนไปกับชิ้นงาน หรือสำหรับแม่บ้านสวมใส่ขณะทำความสะอาดบ้าน
เชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า Pore size นั้นจะถูกกรองไว้ จะมีชนิด N,R,P ซึ่งจะมีหรือไม่มีช่องสำหรับหายใจออก exhalation valve ก็ได้ ข้อดีของหน้ากากชนิดนี้คือใช้แล้วทิ้ง ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดทั้งยังมีน้ำหนักเบาและสวมใส่ง่าย
ข้อเสียของฟิลเตอร์ชนิดนี้คือมักจะหายใจลำบากเนื่องจาก มีการถ่ายเทของอากาศไม่ดีเพราะ Pore size ขนาดเล็กเป็นตัวปิดกั้นไว้ ทำให้ไม่สามารถสวมใส่เป็นเวลานานๆได้ หน้ากากชนิดนี้จะกรองเชื้อได้แตกต่างกัน เช่น N-95 สามารถกรองเชื้อที่มีขนาดอนุภาคใหญ่กว่า 300 นาโนเมตร หรือ 0.3 ไมครอนได้ 95% ซึ่งแบคทีเรียและไวรัสส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่า 300 นาโนเมตรจึงสามารถผ่านเข้าไปได้


2.3 หน้ากากที่ใช้สวมในขณะผ่าตัด Surgical mask เป็นหน้ากากที่สวมขณะผ่าตัดเพื่อป้องกันเลือดหรือเสมหะของผู้ป่วยที่อาจกระเด็นเข้าปากและจมูกของแพทย์ผ่าตัด และป้องกันเสมหะหรือน้ำลายของแพทย์ที่จะไปปนเปื้อนบริเวณที่จะผ่าตัด ไม่ควรนำหน้ากากนี้มาใช้กับคนที่ป่วยเป็นวัณโรคหรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ เพราะไม่สามารถป้องกันได้


2.4 หน้ากากชนิดเปลี่ยนไส้กรอง เป็นหน้ากากที่สามารถเปลี่ยนไส้กรองอากาศได้ สามารถนำมาใช้ใหม่ แต่ต้องหมั่นทำความสะอาด หน้ากากชนิดนี้มีน้ำหนักเบา ใช้ได้สะดวก เนื่องจากทำด้วยยางจึงใช้ได้นาน สามารถเปลี่ยนไส้กรองก็นำมาใช้ใหม่ได้ แต่จะสื่อสารกับคนอื่นลำบากและไม่สามารถใช้ในห้องผ่าตัด


2.5 หน้ากากชนิดที่มีอากาศหายใจ เป็นหน้ากากที่มีมอเตอร์ดูดอากาศจากสิ่งแวดล้อม ผ่านเครื่องกรองอากาศแล้วส่งผ่านไปยังภายในหน้ากาก


2.6 หน้ากากป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ (Respiratory Protective Mask) เป็นหน้ากากที่ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ หน้ากากชนิดนี้จะต้องมีฟิลเตอร์หรือระบบกรองเชื้อโรค ซึ่งมีทั้งแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งหรือสามารถซักล้างและนำกลับมาใช้ได้ใหม่ โดยระบบการกรองนั้นจะแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของฟิลเตอร์ เช่น

ก. ระบบการกรองเชื้อโดยอาศัยช่องว่าง (Pore size) ขนาดเล็กของฟิลเตอร์ในการกรองอนุภาคขนาดเล็กซึ่ง

ข. ระบบการกรองด้วย Electrostatic หรือระบบไฟฟ้าสถิต ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ บริษัทแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาขึ้นมา โดยการเคลือบสารไฮดรอกซีอะพาไทต์ลงบนฟิลเตอร์ซึ่งสารชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็น Electrostatic สามารถกรองเชื้อไวรัสได้มากกว่า 98 % ( 98% Viral Filtration Efficiency) ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการ Nelson Laboratories ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีชื่อเสียงในการทดสอบคุณสมบัติการกรองของฟิลเตอร์ ข้อดีของหน้ากากชนิดนี้คือไม่ทำให้หายใจลำบากเนื่องจากระบบการกรองเป็น Electrostatic ไม่ใช้ Pore size ขนาดเล็กเป็นตัวกรองเชื้อ ผู้สวมใส่จึงหายใจได้สะดวก สามารถสวมใส่ได้เป็นเวลานาน โดยไม่ทำให้อึดอัดทั้งยังมีน้ำหนักเบา และฟิลเตอร์นี้ยังสามารถนำไปซักล้างได้ โดยยังมีคุณสมบัติในการกรองเชื้ออยู่ และแน่ใจได้ว่าสารไฮดรอกซีอะพาไทต์ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย เนื่องจากสารชนิดนี้เป็นโมเลกุลชนิดเดียวกับโมเลกุลที่เป็นโครงสร้างของกระดูก หน้ากากชนิดนี้สามารสวมใส่ได้โดยทั่วไป รวมทั้งในห้องปฏิบัติการโรคติดเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคมายังผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นในการเลือกใช้หน้ากากอนามัยกันแล้ว ก็อยากให้ทุกท่านเลือกใช้หน้ากากอนามัยให้เหมาะกับจุดประสงค์ เพราะโรคติดเชื้อนั้นหากเป็นแล้วรักษายาก การป้องกันง่ายกว่าคะ และที่สำคัญการสวมใส่หน้ากากเมื่อท่านป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจก็เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี เรามาช่วยรณรงค์ลดการแพร่เชื้อทางเดินหายใจด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อตนเองและผู้อื่นกันเถอ



ข้อแนะนำในการใช้หน้ากาก
  • บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เข้าไปใช้บริการในสถานพยาบาลที่มีหรือสงสัยว่ามีผู้มีอาการเข้าได้กับโรคไข้หวัดใหญ่
  • บุคคลที่มีอาการป่วยเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจทั่วไปหรือสงสัยว่าตนเองจะป่วย ก็สามารถใช้หน้ากากตามภาพเหล่านี้
  • โดยทั่วไปหน้ากากนี้สามารถใช้ได้ 3 วัน แต่ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดมรณะแนะนำให้เปลี่ยนทุกวัน หรือเมื่อมีการชำรุดหรือปนเปื้อน
  • การใส่หน้ากากทั้งคนทั่วไปและคนป่วยจะช่วยลดการแพร่เชื้อโดยเฉพาะในชุมชนที่มีการระบายของอากาศดีจะมีความเข้มของเชื้อน้อย
  • ไม่ใช้หน้ากากร่วมกับผู้อื่น
  • เก็บหน้ากากในถุงผ้าหรือพลาสติกเมื่อเวลาไม่ใช้ เช่นเวลารับประทานอาหาร หรือเวลานอน
  • หน้ากากที่ใช้แล้วให้ใส่ถุงทิ้งในถังที่ระบุเป็นวัสดุอันตราย
เป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่าการติดต่อของไข้หวัดเกิดจากการที่ไอ หรือจามใส่หน้ากัน ทำให้ผู้ที่ได้รับเสมหะติดเชื้อด้วย การป้องกันที่ดีคือคนที่เป็นหวัด และคนที่สัมผัสใกล้ชิดควรจะสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดต่อ โดยเฉพาะหากมีการระบาดของไข้หวัดมรณะขึ้นในประเทศไทย คนป่วย คนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรวมทั้งผู้ที่มาเยี่ยมก็ควรจะสวมหน้ากากอนามัยทุกคน


 

วิธีสวมหน้ากากอนามัย


 
วิธีสวมหน้ากากอนามัย Surgical Mask



  1. ล้างมือก่อนสวมหน้ากากอนามัยทุกชนิด
  2. ปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด
  3. ข้อกำหนดทั่วไปเกี่ยวกับการใช้หน้ากาก

  • หน้ากากอนามัยควรจะสวมพอดีกับหน้า โดยเฉพาะบริเวณสันจมูก
  • หน้ากากอนามัยจะมีสองสี เอาสีเข้มออกด้านนอก สีจางอยู่ชิดจมูก
  • ด้านที่มีโลหะจะอยู่บนสันจมูก
  • สายรัดหรือยางที่ไว้สำหรับคล้องควรจะผู้ให้พอดี และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • หน้ากากควรจะคลุม จมูก ปาก และคาง
  • ให้กดโลหะที่อยู่บนหน้ากากแนบสนิทกับสันจมูก
  • ให้เปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

  1. เมื่อจะทิ้งให้นำหน้ากากที่ใช้แล้วใส่ถุง และนำไปทิ้งในขยะ
  2. ให้เปลี่ยนหน้ากากทันทีที่ชำรุด ซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคาไม่แพงนั
 หรืออาจผลิตใช้เอง โดยใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้ายืดที่มีการทอตาถี่มากหน่อย พับทบกัน 2-3 ชั้น และถ้าสามารถหาแถบโลหะบางๆตรึงให้ติดกับตัวหน้ากากแล้วใช้ผ้าเย็บทับอีกชั้นหนึ่งกันมิให้แถบโลหะบาดหรือสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงเพื่อใช้ปรับให้กระชับกับรูปทรงของใบหน้าให้แนบสนิทยิ่งขึ้นก็จะเป็นการดี


 วิธีสวมหน้ากากอนามัย N95


 
 1


ประกบหน้ากากเข้ากับใบหน้า ให้แถบอลูมิเนียม อยู่บนสันจมูกและส่วนล่างคลุมคาง ให้ยืดขยายสายรัดเป็นช่วงๆ จนทั่วทั้งเส้น ก่อนใช้งานครั้งแรก


 

ดึงสายรัดเส้นบนไปด้านหลังศรีษะ โดยพาดเฉียงเหนือใบหู

 


 
 
3

ดึงสายรัดเส้นล่างไปรัดบริเวณต้นคอ  จัดสายรัดให้เรียบร้อย
 

 


ใช้นิ้วของมือทั้งสองข้างรีด

แถบอลูมิเนียมให้แนบกับสันจมูก  เพื่อความแนบสนิท
 
 


 
การตรวจสอบความแนบสนิทแบบหายใจออก 
สำหรับหน้ากากไม่มีวาล์วระบายอากาศใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบหน้ากาก
หายใจออกแรงกว่าปกติเล็กน้อย
  • หากสวมใส่หน้ากากแนบสนิทดี จะไม่มีอากาศรั่วไหลออกทางขอบหน้ากาก
  • ถ้ามีอากาศรั่วไหลออกทางขอบหน้ากาก ให้รีดแถบอลูมิเนียม ปรับตำแหน่ง ของหน้ากากใหม่ หรือดึงสายรัดไปด้านหลังมากขึ้น จากนั้นตรวจสอบ ความแนบสนิทใหม่อีกครั้ง

สำหรับประเทศที่ได้มีการระบาดของไข้หวัดมรณะได้แนะนำประชาชนดังนี้
  • ให้คาดหน้ากากอนามัยที่ใช้สำหรับห้องผ่าตัด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ชุมชน โรงเรียน ห้องสมุด บนรถประจำทาง หรือมีอาการของหวัด
  • การใส่หน้ากากจะป้องการแพร่เชื้อไข้หวัดมรณะ
  • หน้ากากที่ใช้คือหน้ากากที่ใช้สำหรับห้องผ่าตัด(Surgical mask)ก็เพียงพอ แต่สำหรับคนที่ทำงานในโรงพยาบาลให้ใช้ N95
ถึงแม้ว่าหน้ากากอนามัยจะสามารถป้องกันโรคไขหวัด แต่สิ่งที่มีความสำคัญพอๆกับการสวมหน้ากากได้แก่การรักษาสุขอนามัยที่ถูกต้อง
  • เช่นล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสเสมหะหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
  • อย่าเอามือขยี้ทาหรือเอาเข้าปาก
  • ไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น ถ้วย ชามเป็นต้น
  • ทิ้งทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนน้ำลายหรือเสมหะทันที
  • หมั่นทำความสะอาด บ้าน เครื่องเรือน ตุ๊กตา ราวบันได ลูกบิดประตู

 

by : Wiboon Product Co.,Ltd.



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36281485
ขณะนี้มี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!