Home arrow บุุคคลที่มีชื่อเสียง arrow วิกรม กรมดิษฐ์ นักฝัน ผู้ยิ่งใหญ่
Home    Contacts



วิกรม กรมดิษฐ์ นักฝัน ผู้ยิ่งใหญ่ PDF พิมพ์

 

" ผม เป็นคนชอบหลอกตัวเอง ด้วยการสร้างความรู้สึกในแง่ดีบ่อย ๆ กระทำจนเป็นนิสัย ในการล่อหลอกตัวเองให้ทำในสิ่งที่ฝันไว้ เพราะความฝันคือเข็มทิศ เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต เป็นน้ำหล่อเลี้ยงมนุษย์ และที่สำคัญ

ความฝันไม่เสียสตางค์ "

          ข่าว นำเสนอชีวิตแสนเรียบง่ายของ วิกรม กรมดิษฐ์ เศรษฐีอันดับ 27 ของเมืองไทย หลายคนอาจจะรู้จักกับ วิกรม กรมดิษฐ์ แล้วแต่หลายคนก็อาจจะยังสงสัยว่า วิกรม กรมดิษฐ์ เขาเป็นใคร มาจากไหน ชีวประวัติเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าไปมาทำความรู้จักกับวิถีชีวิต ความคิด ของ ไฮโซ ติดดินอย่าง วิกรม กรมดิษฐ์ กันดีกว่าค่ะ


ภาพประกอบจาก รายการที่นี่หมอชิต


             หลายคนอาจจะรู้จักเขาคนนี้แล้ว แต่หลายคนก็อาจจะยังสงสัยว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน?วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร พร้อมทั้งมีบริษัทในเครืออมตะอีกหลายแห่ง รวมถึงที่อยู่ในเวียดนามด้วย … เขาพลิกผันตัวเองจากครอบครัวที่ทำอาชีพค้าขายในจังหวัดกาญจนบุรี มาสู่เจ้าของอาณาจักรนิคมอุตสาหกรรม

             วิกรม กรมดิษฐ์ เกิดวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2496 ทวดของเขามาจากเมืองจีนมาทำการค้าขายในเมืองไทย จนได้แต่งงานกับย่าทวดที่ทำธุรกิจด้านยาสูบ ต่อมาในรุ่นของคุณปู่ก็มีใช้เรือในการขนส่งใบยาจากกาญจนบุรีมาที่กรุงเทพฯ และส่งไปขายต่อที่จีน ส่วนตัวเขาเองนั้นขณะที่เรียนชั้นประถม 1 ก็เริ่มทำการค้าขายแล้ว เป็นการขายถั่วคั่วที่เขาทำเรื่อยมาจนถึงประถม 3 ต่อมาก็ไปรับขนมปังและลูกอมมาขายควบคู่ไปด้วยเลย ซึ่งวิกรมนั้นมีความฝันที่อยากจะมีกิจการเป็นของตัวเองตั้งแต่เด็ก และด้วยความที่เขาต้องควบคุมคนงานมาตั้งแต่เด็กๆ จึงทำให้รู้จักการวางตัวให้น่าเชื่อถือเพื่อจะได้สามารถควบคุมคนหมู่มากได้

วิกรม กรมดิษฐ์

             กระทั่งได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากรัฐบาลไต้หวัน เขาก็เริ่มทำธุรกิจแบบจริงจังมากขึ้นด้วยการนำเข้าอะไหล่วิทยุ, โทรทัศน์ และเครื่องสูบน้ำ จากประเทศไต้หวันเข้ามาขายในไทย และก็ได้นำสินค้าจำพวก เครื่องหนัง, ทองรูปพรรณ และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ กลับไปขายในไต้หวัน จนสร้างรายได้ให้เขาเป็นกอบเป็นกำ … เหตุผลที่วิกรม ต้องดิ้นรนทำมาค้าขายแบบนี้ก็เพราะเขามีปัญหากับพ่อ ทำให้พ่อไม่ส่งเสียจึงต้องพยายามหาทางส่งเสียตัวเอง และในที่สุดเขาก็เรียนจบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ต่อมาเขาก็ได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในสาขาวิชาการบริหารทั่วไป จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกด้วย

             สิ่งที่วิกรมได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กช่วยหล่อหลอมจนมาถึงวันที่เขาเปิดบริษัทของตัวเอง จากบริษัทส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ, ธุรกิจค้าส่งอาหารอย่างทูน่า, ผลิตอาหารกระป๋องส่งขายต่างประเทศ จนมาถึงโรงงานผลิตอาหารที่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จนมาเป็น บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรม หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจเช่าทำเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โดยในนิคมอุสาหกรรมจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ อาทิ บ้านพัก หรือ อพาร์ทเมนต์ และสิ่งอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ซึ่งบริษัทอมตะมีนิคมอุตสาหกรรมหลัก ๆ 3 แห่ง คือ อมตะนคร จังหวัดชลบุรี, อมตะซิตี้ จังหวัดระยอง และอมตะซิตี้ เบียนหัว ที่อยู่ในประเทศเวียดนาม

วิกรม กรมดิษฐ์

             บริษัทในเครืออมตะนั้นมีมากมาย ได้แก่ บริษัท อมตะซิตี้ จำกัด, บริษัท อมตะ (เวียดนาม) จำกัด, บริษัท อมตะ วอเตอร์ จำกัด, บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด, บริษัท อมตะ แมนชั่นเซอร์วิส จำกัด, บริษัท อมตะ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, บริษัท อมตะ คอนโดทาวน์ ระยอง จำกัด, บริษัท อมตะ เพาเวอร์ จำกัด, บริษัท อมตะ จัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด, บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้ บิลท์ จำกัด, บริษัท เวีย โลจิสติกส์ จำกัด, บริษัท โรงพยาบาลวิภาราม (อมตะนคร) จำกัด และบริษัท เวีย ทรานส์ จำกัด

             นอกเหนือจากการบริหารกิจการในเครืออมตะแล้ว คุณวิกรมยังเคยทำงานด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นฐานะผู้จัดรายการวิทยุ ที่ใช้ชื่อรายการว่า "CEO Vision" และก็ยังเคยเป็นคอลัมนิสต์ให้กับหนังสือพิมพ์คมชัดลึก, มติชน และโพสต์ทูเดย์ แถมยังเคยเขียนหนังสือ "ผมจะเป็นคนดี" กับ "มองโลกแบบวิกรม" ที่ขายได้ในระดับแสนเล่มมาแล้ว อีกทั้งด้วยความที่คุณวิกรมเป็นนักบริหารที่มีความสามารถจึงทำให้เขาถูกสัมภาษณ์ลงนิตยสารมากมาย อาทิ Thai Commerce, Thailand Timeout และ Forbes เป็นต้น

             ส่วนงานด้านอื่น วิกรมเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กับที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังเคยเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, ประธานคณะกรรมการไทย ไต้หวัน สภาอุตสาหกรรม

             สิ่งที่ทำให้ผู้ชายที่ชื่อวิกรม มีทุกสิ่งทุกอย่างในทุกวันนี้นั่นก็คือ ความเป็น "นักฝัน" ของเขา ซึ่งเขาเคยเขียนไว้ในหนังสือ "มองโลกแบบวิกรม" ว่า "ผมเป็นคนชอบหลอกตัวเองด้วยการสร้างความรู้สึกในแง่ดีบ่อยๆ กระทำจนเป็นนิสัยในการล่อหลอกตัวเองให้ทำในสิ่งที่ฝันไว้ เพราะความฝันคือเข็มทิศ เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต เป็นน้ำหล่อเลี้ยงมนุษย์ และที่สำคัญ ความฝันไม่เสียสตางค์"

             ชีวิตในวัยเด็กของเขานั้นไม่เคยมีแม้ห้องส่วนตัว เขาจึงฝันอยากจะมีอาณาจักรส่วนตัวที่เขาจะมีอิสระและทำอะไรก็ได้ตามใจ ฝันนั้นจึงกลายมาเป็นอาณาจักร "อมตะนคร" และ "บ้าน" ก็เป็นอีกฝันที่คุณวิกรมปรารถนา เขากำลังสร้างบ้าน 2 หลัง หลังหนึ่งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ พื้นที่ดังกล่าวเมื่อก่อนเป็นเพียงไร่ข้าวโพดธรรมดา แต่ปัจจุบันเต็มไปด้วยธรรมชาติมากมาย ทั้งสระน้ำขนาดเกือบ 3 ใน 4 ของเนื้อที่, ภูเขา ที่นำดินจากการขุดสระมาสร้าง, ถ้ำ ที่สร้างขึ้นเอง และในถ้ำยังมีห้องนอน ห้องรับแขก ภาพวาดเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว ที่เลียนแบบประติมากรรมจากผาแต้มอีกด้วย

             ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากความฝันของเขาทั้งนั้น วิกรมเคยบอกว่า เขาอยากมีภูเขา อยากมีถ้ำเป็นของตัวเอง แต่การจะไปซื้อหรือยึดที่เป็นของหลวง หรือของรัฐคงไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องสร้างธรรมชาติเหล่านั้นขึ้นมา  นอกจากนี้ในเนื้อที่ดังกล่าวยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ที่เขาปลูกไว้ และคาดว่าอีกไม่กี่ปีบนเนื้อที่ของเขาจะเป็นป่าสงวนย่อม ๆ เลยทีเดียว … ท่ามกลางธรรมชาติ วิกรมยังได้สร้างบ้านในสระน้ำอีกด้วย โดยเขาได้ตั้งชื่อไว้ว่า "ศานติสงบ" อันเป็นสถานที่ที่เขาจะได้สัมผัสความสงบจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลูกฝังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ

บ้าน วิกรม กรมดิษฐ์

             ส่วนบ้านอีกหลังของวิกรมอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ใช้ชื่อว่า "Amata Castle" โดยเขาตั้งใจสร้างให้เป็นปราสาทหินทรายฝังบรอนซ์หลังใหญ่ ภายในจะมีทั้งสเตเดียมแบบกรีกโรมัน, ห้องบอลรูม และสวนป่าหิมพานต์ พร้อมทั้งยังเปิดเป็นหอศิลป์โชว์ภาพเขียนของศิลปินในเมืองไทย อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของโบราณและของใช้ส่วนตัวที่มีค่าทางจิตใจต่อตัวเขาอีกด้วย

วิกรม กรมดิษฐ์

             อย่างไรก็ตามแม้ว่า วิกรม กรมดิษฐ์ จะเป็นมหาเศรษฐี มีเงินจำนวนมหาศาล แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยละทิ้ง และยังคงดำเนินการคือการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย มีชีวิตที่สุขสงบ มีความสุขกับการเขียนหนังสือ ไม่เข้ามานั่งบริหารธุรกิจหลายร้อนล้านเอง แต่คอยให้คำแนะนำและคอยชี้ทางให้กับลูกน้อง … หลายคนที่สนิท  ได้สัมผัสกับชีวิตอันเรียบง่าย มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของเขา ก็ทำให้บ่อยครั้งมีคำถามว่า "คุณวิกรมไม่คิดลงเล่นการเมืองเหรอ ไม่คิดไปช่วยพัฒนาประเทศชาติบ้างเหรอ" เขาก็บอกว่าเขาไม่คิดเล่นการเมือง และทุกวันนี้เขาก็มีส่วนช่วยประเทศชาติในการเพิ่ม GDP ให้กับประเทศ เพราะ บริษัทของเขามี GDP สูงถึง 7% องค์กรเดียว จาก 100% ของผลรวมทุกองค์กรทั่วประเทศ และทุกวันนี้เขาก็มีความสุขกับชีวิต มีส่วนช่วยพัฒนาประเทศชาติ ช่วยสร้างธรรมชาติ มีส่วนเขียนหนังสือกระจายความรู้ให้กับคนอีกหลาย ๆ คน และนี่ก็คือวิถีชีวิตของเขาแล้ว ….

             นี่เป็นแค่เพียงเรื่องราวส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ วิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจหลายร้อยล้าน นักปรัชญาของเมืองไทย และผู้ที่ใช้ชีวิตที่สุขสงบกับธรรมชาติที่เขาสร้างขึ้นมาเอง แม้บางครั้งจะมีเสียงด่าถึงสไตล์การขับรถเร็ว รวมถึงอีโก้ในตัวเขา แต่ในด้านวิสัยทัศน์และการใช้ชีวิตของเขา นับว่าเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนชื่นชมมากทีเดียว ….

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36423050

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!