Home arrow นักวิทยาศาสตร์ arrow ชีวประวัติและผลงานของ "อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก"
Home    Contacts



ชีวประวัติและผลงานของ "อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก" PDF พิมพ์

       ช่วงระหว่างปี 2484-2489 คลาร์กเข้ารับราชการทหารเป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบเรดาร์ของกองทัพอากาศ และเริ่มเขียนนิยายวิทยาศาสตร์เล่มแรกในช่วงนั้น

รอยยิ้มใจดีของคุณปู่คลาร์ก


       
       ปี 2488 คลาร์กได้เขียนรายงานทางเทคนิคเกี่ยวกับดาวเทียมค้างฟ้า และถูกตีพิมพ์ในวารสาร ไวร์เลส เวิลด์ (Wireless World) ฉบับเดือน ต.ค. ปีเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นที่มาของดาวเทียมสื่อสารในเวลาต่อมา ที่โคจรอยู่ที่ระดับความสูง 36,000 กิโลเมตร ซึ่งสมาพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (International Astronomical Union : IAU) เรียกวงโคจรของดาวเทียมนี้ว่า "วงโคจรคลาร์ก" (Clarke Orbit) หรือ "วงโคจรค้างฟ้า"
       
       หลังสงครามสิ้นสุด คลาร์กเข้าเรียนต่อที่คิงส์คอลเลจ ลอนดอน และสำเร็จการศึกษาทางด้านปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมสาขาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ในปี 2491 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ผลงานนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องแรกของคลาร์ก "พรีลูด ทู สเปซ" (Prelude to Space) ได้รับการตีพิมพ์ จากการใช้เวลาเขียนเพียง 3 สัปดาห์ ในช่วงฤดูร้อนของปี 2490

รอยยิ้มใจดีของคุณปู่คลาร์กที่บัดนี้กลายเป็นความทรงจำไปแล้ว


       
       ปี 2592 คลาร์กทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการให้กับวารสาร ไซน์ แอบสแทรคท์ (Science Abstracts) ก่อนจะผันตัวเองออกมาเป็นนักเขียนเต็มเวลาในปี 2493
       
       ทั้งนี้ คลาร์กเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมระหว่างดาวเคราะห์อังกฤษ ระหว่างปี 2490-2493 และอีกวาระหนึ่งในปี 2496
       
       ปี 2496 คลาร์กสมรสกับมาริลิน เมย์ฟิลด์ (Marilyn Mayfield) หญิงหม้ายชาวอเมริกันที่มีลูกติดอีก 1 คน แต่หลังจากนั้นเพียง 6 เดือน ก็แยกทางกัน แต่หย่าขาดจากกันจริงๆ ในปี 2507 โดยที่คลาร์กไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลย

หนังสืออัตถชีวประวัติของอาร์เธอร์ ซี คลาร์ก ยังคงวางอยู่เป็นอนุสรณ์บนโต๊ะในห้องทำงานของเขา


       
       คลาร์กเริ่มสนใจการสำรวจใต้ทะและอพยพไปอยู่ที่ศรีลังการในปี 2499 เขาเขียนหนังสือเกี่ยวกับมหาสมุทรอินเดียอีกหลายเล่ม ทั้งที่เป็นเรื่องจริง นิยาย และบทความ และยังได้ร่วมกับไมค์ วิลสัน ถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับ เกรท แบริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef) ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่มาของนวนิยายเรื่อง เดอะ ดีพ เรนจ์ (The Deep Range)
       
       ปี 2505 คลาร์กประสบอุบัติเหตุที่ศีรษะจนเป็นอัมพาต และสั่งลาท้องทะเลที่รักด้วยผลงานเรื่อง ดอลฟิน ไอส์แลนด์ (Dolphin Island) และหลังจากฟื้นตัวเขาก็เริ่มงานสแตนลีย์ คูบริก ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง 2001: อะ สเปซ โอดิสซีย์ (2001: A Space Odyssey)
       
       ปี 2523 ชื่อเสียงของคลาร์กโด่งดังมากยิ่งขึ้นเขาหันมาทำรายการโทรทัศน์และเป็นพิธีกรด้วยตัวเองในรายการ "อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก มิสทีเรียส เวิลด์" (Arthur C. Clarke's Mysterious World) และในปี 2525 กับรายการ "อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก เวิลด์ ออฟ สเตรนจ์ เพาเวอร์" (Arthur C. Clarke's World of Strange Powers) ระหว่างนั้นก็เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐฯ และอินเดีย
       
       ปี 2529 สมาคมนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์อเมริกัน (Science Fiction Writers of America) ยกย่องคลาร์กให้เป็น "แกรนด์ มาสเตอร์" (Grand Master) ทางด้านนิยายไซไฟ

ผลงานจากปลายปากกาของอาร์เธอร์ ซี คลาร์ก


       
       ปี 2541 คลาร์กได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวิน (Knighthood) จากสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ และมีบรรดาศักดิ์เป็นท่านเซอร์
       
       คลาร์กใช้ชีวิตอยู่ในศรีลังกามากว่าครึ่งชีวิตจนได้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของศรีลังกาไปแล้ว ซึ่งสามารถอยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องต่อวีซ่า และเขาก็ได้รับการยกย่องจากชาวศรีลังกาอย่างมากและยกให้เป็น "ความภูมิใจของศรีลังกา" พร้อมกับมอบรางวัล The Lankabhimanaya award (Pride of Lanka) ให้เป็นเกียรติ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2548
       
       ในช่วงบั้นปลายชีวิต อาการป่วยด้วยโรคโปลิโอทวีความรุนแรงมากขึ้นจนมาระยะหลังคลาร์กต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นตลอดเวลา และในวันที่ 16 ธ.ค.50 คลาร์กก็ได้ฉลองวันเกิดและการเดินทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ของเขาในวาระครบ 90 ปี ซึ่งมีเพื่อนพ้องมาร่วมยินดีมากมาย



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36701362
ขณะนี้มี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!