Home arrow นักวิทยาศาสตร์ arrow กาลิเลโอ
Home    Contacts



กาลิเลโอ PDF พิมพ์



       ดังนั้น จึงนับได้ว่ากาลิเลโอ เป็นผู้ที่ทำการทดลองทำให้เกิดหลักเกณฑ์ ในทางวิชาพลศาสตร์ (Dynamic) ซึ่งเป็นวิชากลศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่ว่าด้วยวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่


       ในเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลนั้น กาลิเลโอเชื่อตามทฤษฎีของคอเพอร์นิคัส (Copernicus) แต่ก็ไม่สามารถจะทดลองให้เห็นจริงได้ เพราะขาดเครื่องมือ ต่อมาในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1609 ขณะที่กาลิเลโออยู่ที่เมื่องเวนิช ก็ได้ยินข่าวเลื่องลือกันว่า ที่ประเทศฮอลแลนด์ ได้มีผู้สร้างกล้องโทรทรรศน์ (Telescope) ขึ้นได้แล้ว เขาเองก็กำลังมีความสนใจเรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นในเดือนมกราคม ค.ศ.1610 เขาจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ขึ้นเป็นครั้งแรก มีกำลังขยายเพียง 3 เท่า ต่อมาเขาพยายามปรับปรุงทำจนกระทั่ง มีกำลังขยายได้ถึง 32 เท่า ใช้ส่องดูดาวบนท้องฟ้า เขาได้พบความจริงหลายอย่าง เช่น ผิวของดวงจันทร์ไม่เรียบอย่างที่เห็นด้วยตาเปล่า ผิวของดวงจันทร์ขรุขระ เช่นเดียวกับผิวของโลก มีภูเขาและหุบเขา เขาได้ค้นพบว่าดาวเคราะห์ ต่างกับดาวฤกษ์ พวกดาวเคราะห์มีลักษณะเหมือนดวงจันทร์ ส่วนดาวฤกษ์นั้น มีแสงสว่างพุ่งออกมา


        เกี่ยวกับทางช้างเผือก Milky Way กาลิเลโอก็พบว่าประกอบด้วยดาวเล็กๆ เป็นจำนวนมากมาย เมื่อ ค.ศ.1610 กาลิเลโอก็ได้พบว่าดาวพฤหัสบดี (Jupiter) มีดวงจันทร์เป็นบริวารถึง 4 ดวง ต่อมาเขาได้พบว่าดาวเสาร์ (Saturn) มีวงแหวน มีสีต่างกันถึง 3 แถบ และดาวศุกร์ (Venus) เว้าแหว่งคล้ายกับดวงจันทร์ และได้พบจุดดำ (Sun Spot) ในดวงอาทิตย์


         การค้นพบปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าด้วยกล้องดูดาว ของกาลิเลโอนี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดัง มาจนกระทั่งทางเมืองเวนิส ได้ส่งคนมาเชิญเขาไปบรรยาย เกี่ยวกับการค้นพบ และการสร้างกล้องโทรทรรศน์ของเขาด้วย กาลิเลโอจึงได้เดินทางไปยังเมืองเวนิส และนำเอากล้องโทรทรรศน์ของเขาไปด้วย เขาได้ทำการทดลองให้เจ้าเมือง และบรรดาขุนนางผู้ใหญ่ดู โดยเอากล้องไปตั้งไว้บนหอคอยของโบสถ์ กลางเมืองเวนิส แล้วส่องให้ดูเรือต่างๆ ที่แล่นเข้ามาในปากอ่าว ปรากฏว่าเห็นได้ชัดเจนดี ยังความตื่นเต้นให้แก่เจ้าเมือง และขุนนางเหล่านั้นอย่างใหญ่หลวง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ถูกพวกที่เชื่อถือในทฤษฎี ของอริสโตเติลต่อต้านอย่างมาก พวกนี้พยายามยุแหย่ และทำให้เขวไปในทางต่างๆ แต่พวกนี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้


        ต่อมาใน ค.ศ.1610 กาลิเลโอได้ออกจากเมืองปาดัว (Padua) ไปอยู่ยังเมืองฟลอเรนซ์ โดยเป็นนักปราชญ์ประจำราชสำนักของ Grand Duke


       ณ ที่นี้เองเขาจึงได้มีเวลา ที่จะทำการค้นคว้าทดลอง และวิจัยเกี่ยวกับทางดาราศาสตร์ และกล้องโทรทัศน์ของเขา นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสแสดงปาฐกถาในที่ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องความรู้ใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ แต่เมืองนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรุงโรม และศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นพวกที่เชื่อถือ ตามความคิดของคริสโตเติลด้วย เหตุนี้เองบรรดาพวกศาสตราจารย์ต่างๆ และพวกที่ยังเชื่อถือ ในความคิดของคริสโตเติล ได้ทำตัวเป็นศัตรูกับกาลิเลโอ ได้พยายามยุยงและปลุกปั่นต่างๆ นานา ไปยังกรุงโรม โดยหาว่ากาลิเลโอดูหมิ่นศาสนา ในที่สุดกาลิเลโอก็ถูกควบคุมตัว ไปแถลงความมุ่งหมายในการสอนคนทั่วไป เกี่ยวกับจักรวาลต่อหน้าโป๊บ กาลิเลโอได้แถลงความจริงใจของเขาต่อหน้าโป๊บ แสดงถึงเจตนาที่แท้จริงของเขาว่า ต้องการให้ประชาชนเข้าใจความจริง ไม่ได้มุ่งหมายจะขัดขวาง หรือยุยงให้ผู้คนไม่เชื่อถือในศาสนา ในครั้งแรกโป๊บก็เห็นใจเขา และเข้าใจเขาทุกอย่าง แต่เมื่อถูกยุยงมากๆ เข้า โป๊บก็คล้อยตามไปในฝ่ายตรงกันข้ามกับกาลิเลโอ จึงได้สั่งห้ามไม่ให้กาลิเลโอ ทำการสอนวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แก่ประชาชนอีก ถ้าไม่เชื่อก็จะถูกลงโทษทรมาน โดยการเผาไฟทั้งเป็น ในที่สุดเมื่อไม่มีทางใดจะหลีกเลี่ยงได้ กาลิเลโอจึงต้องยอมสัญญาว่าเขาจะไม่สอนใครๆ อีก เขาจึงถูกปล่อยตัวกลับเมืองฟลอเรนซ์


       ใน ค.ศ.1661 เมื่อเขาถูกเรียกตัว ไปแก้ข้อหาเรื่องหมิ่นศาสนานั้น เขาได้นำเอากล้องโทรทัศน์ของเขาติดตัวไปด้วย และได้นำไปแสดงให้แก่ประชาชน ในกรุงโรมดูด้วย นอกจากนั้นเขายังได้เขียนหนังสือ เกี่ยวกับจุดดำในดวงอาทิตย์ ในหนังสือ Letters on The Solar Spots ซึ่งอธิบายทัศนะเก่า และทัศนะใหม่เกี่ยวกับระบบสุริยะ และเขาเชื่อในระบบสุริยะ ของโคเปอร์นิคัสซึ่งเชื่อว่า โลกและดาวเคราะห์ หมุนรอบดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ของระบบสุริยะ ความจริงเรื่องนี้ กาลิเลโอไม่ได้มีเจตนาจะดูหมิ่นศาสนาคริสต์เลย



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36701505
ขณะนี้มี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!