Home arrow บทความฟิสิกส์ arrow Physicist ศตวรรษแห่งการค้นคว้าครั้งยิ่งใหญ่
Home    Contacts



Physicist ศตวรรษแห่งการค้นคว้าครั้งยิ่งใหญ่ PDF พิมพ์
 อนุภาคมูลฐาน ชีวิตและจักรวาล สัมพันธ์กันอย่างไร อะตอมคือหน่วยที่เล็กที่สุด กลับมีลักษณะคล้ายกับระบบสุริยะจักรวาล ของเรา ซึ่งเป็นหน่วยของจักรวาล ดาวเคราะห์ต่าง ๆ ที่หมุนรอบดวงอาทิตย์เปรียบเสมือนอิเลกตรอนในชั้นต่าง ๆ ที่หมุนรอบนิวเคลียส หรือแม้กระทั่ง การหมุนของจักรวาลก็ยังมีลักษณะเช่นนี้ ระบบที่เล็กที่สุดกับระบบที่ใหญ่ที่สุด กลับมีความสัมพันธ์กัน อย่างน่าประหลาด ใครจะผู้เฉลยปัญหา ของจักรวาลข้อนี้ …


          หากแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในคืนเดือนมืด จะพบกับดวงดาวต่าง ๆ มากมาย ทำให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ กัน บ้างก็ชื่นชมกับความสวยงาม เพียงเปลือกนอก บ้างก็พลอดรักกับคู่รักที่อยู่แนบอก บ้างก็เพ้อฝันถึงใครคนหนึ่ง ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ของท้องฟ้า จะรู้มั้ยว่าบนโลกใบนี้ ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามจะซึมซับถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาล ความรู้สึกที่บังเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเราเป็นเพียงมดตัวกระจ้อย ที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าอำนาจอันยิ่งใหญ่ ที่หาทราบได้ว่า มันคืออะไร

          ย้อนกลับไปซักประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 ผมได้พบกับความยิ่งใหญ่ อันน่าประหลาด ของท้องฟ้าในยามค่ำคืน จากทางโทรทัศน์ช่อง 11 ในตอนบ่าย ๆ ของวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ผมโดดเรียนอยู่กับบ้าน ด้วยความบังเอิญ ในขณะที่ผมกำลังกดรีโมท เปลี่ยนช่องไปดูช่องอื่น ๆ ที่สามารถให้ความบันเทิงแก่ผมได้ แต่รายการ โทรทัศน์ในวันนั้น ไม่สามารถให้ความบันเทิงแก่ผมได้เลย แล้วผมก็เลือกดูช่อง 11 เขาบอกว่า แสงจากดวงดาวต่าง ๆ ที่เดินทางมายังโลกเรานั้นต้องใช้เวลากว่าร้อยปีแสง นั่นคือ แสงต้องใช้เวลาเดินทางร้อยกว่าปีกว่าจะมาถึงโลกเรา ดังนั้น ถ้าเราแหงนหน้าดูดาวบนท้องฟ้า ดวงดาวที่เราเห็นนั้นหาใช่ปัจจุบันไม่ แต่เป็นภาพของดาวเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งในปัจจุบันดวงดาวดวงนั้น อาจจะระเบิด หายไปแล้วก็ได้ ผมเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาทันที นั่นแสดงว่า ถ้าคืนนี้ผมมอง ดูดาวบนท้องฟ้า ผมจะพบแต่ดวงดาวในอดีต หลังจากที่นั่งตรึกตรอง อยู่นาน ผมเริ่มเข้าใจ และรู้สึกดื่มด่ำไปกับอดีตที่ผ่านมาของจักรวาลบนท้องฟ้า ตั้งแต่นั้นมา คำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจผมมาจนถึงบัดนี้คือ เราน่าจะเห็นจุดกำเนิดของจักรวาลได้จากท้องฟ้า ถ้าหากว่ามีอายุมากพอ ?

          ผมได้พบว่าฟิสิกส์เป็นสาขาวิชาที่ใกล้กับคำตอบที่สุด ผมจึงมุ่งมั่นที่จะเรียนฟิสิกส์มาตั้งแต่อยู่ชั้น ม.ต้น พอขึ้นชั้น ม.ปลาย ผมได้สอบเข้า เป็นนักเรียนในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(พสวท.) ทำให้ผมได้สัมผัสกับบรรยากาศ ในการทำ lab มากขึ้น แล้วผมก็รู้สึกว่าการทำ lab มันขัดกับความรู้สึกส่วนตัวของผม ผมพบแต่ข้อผิดพลาดในการทำ lab และมันทำให้ผมได้รู้ว่า 2+2 ได้แค่ประมาณ 4 แต่ไม่เท่ากับ 4 เป็นความโชคดีของผมที่ตอนปิดเทอมภาคฤดูร้อนตอนอยู่ชั้น ม.4 ผมได้มาเข้าค่ายของโครงการพัฒนาอัจฉริยะภาพ ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและเยาวชน เหมือนกับเป็นสิ่งที่ผมได้ค้นหามานาน นั่นก็คือ การทำ lab กับคอมพิวเตอร์ กระดาษทด ตำราวิชาการ และเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ สิ่งที่ผมได้พบในห้อง lab ของอาจารย์วิรุฬห์ คือ ห้องสมุดขนาดย่อม ๆ ที่มีตำราและวารสารทางวิชาการมากมาย

          ในตอนนั้น อาจารย์ได้พูดถึง History of Physics อาจารย์ได้พูดถึงว่าฟิสิกส์นั้นมีลำดับที่มาอย่างไร นับตั้งแต่ การทดลอง ของกาลิเลโอ ที่หอเอนเมืองปิซ่า มาถึงนิวตัน แฮมิลตัน ไฮเซนเบิร์ก โชว์ดิงเจอร์ และฟายน์แมน ทำให้ผม ได้สัมผัสถึงอุปนิสัยและแนวคิดอันลึกซึ้งของนักฟิสิกส์แต่ละคน มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมประทับใจมาก อาจารย์เล่าให้ฟังว่า มีคนเคยถามนิวตันว่า "ทำไมถึงได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกฎการเคลื่อนที่ กฎ-แห่งแรงโน้มถ่วง หรือแคลคูลัส" นิวตันตอบว่า "นั่นก็เพราะผมยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้กว้างไกล" การยืนอยู่บนไหล่ ของยักษ์นั้น หมายถึงการที่ได้ศึกษางานวิจัยของคนอื่น แล้วต่อยอดงานวิจัยของคนอื่นให้มีผลดียิ่งขึ้น แล้วผมก็ได้สัมผัสถึงคำพูด ของนิวตัน ในอีกหลายวันต่อมา เมื่อผมต้องการที่จะเขียนโครงงานทางฟิสิกส์ทฤษฎี ทั้งที่ผมยังด้อยความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ พื้นฐานอยู่มาก นั่นก็คือ ตอนนี้ผมยังอยู่แค่ปลายเท้าของยักษ์ อาจารย์วิรุฬห์จึงให้ผมศึกษาคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์พื้นฐาน ไปก่อน ทำให้ผมได้รู้จักกับการทำ lab ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในชีวิตเกี่ยวกับเรื่องของตะกอนในทะเลสาบสงขลา แต่มันก็ทำให้ผมสนุก และสามารถผ่านเข้ามาอยู่ในโครงการระยะยาวได้

          ทฤษฎีควอนตัมเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผมอย่างยิ่ง ตั้งแต่ได้พบกับอาจารย์วิรุฬห์ การมองอนุภาคที่มีขนาดเล็ก ระดับอิเล็กตรอนเป็นคลื่น แล้วใช้สมการคลื่นของโชว์ดิงเจอร์ศึกษาพฤติกรรมของมัน หรือการใช้ทฤษฎีอินทิเกรต ตามเส้นทาง ของฟายน์แมนศึกษาทางเดินของมัน ความท้าทายอยู่ที่แนวคิดที่ขัดแย้งกับสามัญสำนึกอย่างยิ่ง ทำให้เราต้องใช้จินตนาการ อย่างสูงสุด เหมือนกับเราท่องไปในโลกอีกโลกหนึ่งที่แปลก พิสดาร และน่าตื่นเต้น ซึ่งตอนนี้ผมกำลังทำโครงการ "ศึกษาวิวัฒนาการ ของทฤษฎีควอนตัม" ทำให้ผมได้สัมผัสกับแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ และรู้สึกถึงความต่อเนื่อง ของแนวคิดของ นักวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้พัฒนาทฤษฎีควอนตัมขึ้นมา เพื่อที่สักวันหนึ่งผมก็จะสร้างแนวคิดของผมขึ้นมาบ้าง

          จินตนาการที่ยิ่งใหญ่ คณิตศาสตร์ที่สวยงาม แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายเรื่องราวที่เป็นพื้นฐานของชีวิตได้ กระบวนการแบ่งเซลล์สืบพันธ์ ที่ทำให้เกิดเป็นเราขึ้นมา ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้อย่างกระจ่างว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีกลไกใดมาผลักดัน เรารู้แต่เพียงว่ากระบวนการ ดำเนินไปอย่างไร การจำลอง DNA ในช่วงระยะอินเตอร์เฟส ก่อนเกิดการ แบ่งตัวไมโอซิส มีกระบวนการอย่างไร ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น ยังเป็นคำถาม ที่น่าท้าทายอยู่ในปัจจุบัน ฟิสิกส์สามารถ ศึกษาพฤติกรรมของสิ่งที่เล็กที่สุด จนถึงสิ่งที่ใหญ่ที่สุดระดับจักรวาลได้ แต่นั่นเป็นระบบที่ไม่มีชีวิต สำหรับหน่วย พื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเซลล์นั้นกลับมีพฤติกรรมที่น่าประหลาดและน่าสนใจยิ่งกว่า การนำจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ และคณิตศาสตร์ที่สวยงาม สำหรับศึกษาระบบที่ไม่มีชีวิตมาศึกษาพฤติกรรมของระบบที่มีชีวิต เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์กับผลลัพธ์ที่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร และถ้าหากทำได้ จะทำให้สามารถสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของชีวิต วิญญาณและจักรวาลได้หรือไม่ การค้นหาสิ่งที่ลี้ลับที่สุดของชีวิตและจักรวาลนั้น ไม่สามารถทำได้ โดยฟิสิกส์เพียงสาขาเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ทั้งหมดที่มนุษยชาติมีมา ศตวรรษแห่งการค้นคว้าครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะมาถึง ผมต้องการที่จะเป็นหนึ่ง ในผู้ที่ค้นหานี้ …

          อีกไม่นานผมจะต้องไปยืนอยู่บนไหล่ยักษ์ให้ได้

โดย : นายธนานุวัติ อกนิษฐ์กุล
ปริญญาตรีปี 2 คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง : ศ.ดร.วิรุฬห์ สายคณิต สาขาที่สนใจพิเศษ ฟิสิกส์ทฤษฎี
เข้าร่วมโครงการปี 2541 อนาคตที่วาดหวังไว้ อาจารย์/นักวิจัยสาขาฟิสิกส์

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36323192

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!