Home arrow บทความฟิสิกส์ arrow การควบคุมกระแสไฟฟ้า(Controlling current)
Home    Contacts



การควบคุมกระแสไฟฟ้า(Controlling current) PDF พิมพ์

            ขนาดของกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรขึ้นอยู่กับลักษณะของอุปกรณ์ในวงจร  และแรงเคลื่อนไฟฟ้า    ความต้านทานของอุปกรณ์ต่างๆ  สนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีผลต่อกระแสไฟฟ้าในวงจร
                                     

กฏของโอห์ม    กล่าวว่ากระแสไฟฟ้าในวัตถุ  ณ อุณหภูมิคงที่  เป็นสัดส่วนกับความต่างศักย์ไฟฟ้าคล่อมวัตถุนั้น อัตราส่วนระหว่าง ความต่างศักย์ไฟฟ้า กับกระแสไฟฟ้าคือความต้านทานของวัตถุ  ทั้งนี้วัตถุนั้นจะต้องมีอุณหภูมิคงที่เมื่อใช้กฏของโอห์ม เพราะว่ากระแสไฟฟ้าจะทำให้วัตถุร้อน  ซึ่งจะทำให้ความต้านทานเปลี่ยนไป  กฏของโอห์มใช้ไม่ได้กับวัตถุบางชนิด  เช่น  สารกึ่งตัวนำ

ภาพแสดงกฏของโอห์ม


                                                               
ความต้านทาน (Resisance(R))    เป็นความสามารถของวัตถุในการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าค่าของความต้านทาน ขึ้นอยู่กับ สภาพต้านทาน ของสารที่เป็นส่านประกอบของของวัตถุและรูปร่าง ของวัตถุ  หน่วยของความต้านทานคือ โอห์ม   เมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ในวัตถุจะชนอะตอมและมอบพลังงานให้ทำให้วัตถุร้อน  เป็นการใช้พลังงานจากแหล่งแรงเคลื่อนไฟฟ้า

ภาพแสดงการหาสภาพต้านทานของวัตถุ
                                      

สภาพต้านทาน (Resistivity)  เป็นความสามารถของสารในการต้านกระแสไฟฟ้า  ตัวนำที่ดีมีค่าสภาพต้านทานต่ำ  ฉนวนมีสภาพต้านทานสูง  สภาพต้านทานแปรผกผันกับสภาพนำของสาร  และมีค่าเพิ่มตามอุณหภูมิ
                                      

ตัวต้านทาน (Resistor)  เป็นอุปกรณ์ที่มีค่า ความต้านทาน ตามต้องการ ใช้สำหรับสร้าง ควาต่างศักย์ไฟฟ้าที่ต้องการ ตัวต้านทานมีค่าตั้งแต่น้อยกว่า 1 โอห์มไปจนถึงหลายๆล้านโอห์ม ตัวต้านทานที่พบเห็นมากที่สุดคือ  ตัวต้านทานคาร์บอน  ทำด้วยผงคาร์บอนอัดซึ่งรู้ค่าสภาพต้านทาน
                                       

สภาพนำไฟฟ้า (Conductivity)  เป็นความสามารถของสารที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน สภาพนำไฟฟ้าแปรผกผันกับสภาพต้านทาน  

ภาพตัวอย่างของตัวต้านทานคาร์บอน

 


                                                             
ความต้านทานภายใน  (Internal  resistance)  คือความต้านทานของเซลล์ไฟฟ้า หรือ  แบตเตอรี่ ต่อกระแสไฟฟ้าที่ผ่าน  เป็นความต้านทานภายในเซลล์เนื่องจากข้อต่อภายในและผลของสารเคมี   (เช่น  การเกิดโพราไรเซชั่น) ทำให้กระแสไฟฟ้าในวงจรมีค่าน้อยกว่าที่คาดหวัง

ภาพแสดงการคำนวณหาความต้านทานภายในของเซลล์ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่

 

ตัวแบ่งศักย์ไฟฟ้า  หรือ  ตัวแบ่งโวลเตจ  (Potential  divider sinv Voltage divider) เป็นอุปกรณ์สำหรับสร้างความต่างศักย์ไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดที่มีความต่างศักย์สูง
                                       

กฏของเคอร์ชอฟฟ์   ประกอบด้วย 2 กฏ ซึ่งสรุปสภาพการไหลของกระแสไฟฟ้าขณะใดขณะหนึ่งกฏข้อแรกกล่าวว่า กระแสรวมที่ไหลเข้าไปยังข้อต่อหนึ่งมีค่าเท่ากับกระแสรวมที่ไหลออกจากข้อต่อนั้น
                

กฏข้อที่ 2 กล่าวว่าผลรวมของผลคูณระหว่างกระแสไฟฟ้า และความต้านทาน ของแต่ละส่วนในวงจรมีค่าเท่ากับแรงเคลื่อนไฟฟ้า  ในวงจรนั้น
                                        

ตัวต้านทานแปลี่ยนค่าได้ (Variable  resistor) เป็นอุปกรณ์ที่ความต้่านทานเปลี่ยนได้โดย การเลื่อนจุดสัมผัส  มีลักษณะเป็นขดลวดรอบแกนหรือแผ่นโค้ง  ซึ่งมีจุดสัมผัสแตะอยู่ตัวต้านทานเปลี่ยนค่าได้สามารถใช้เป็นตัวแบ่งศักย์ไฟฟ้า  เรียกว่า  โพเทนชิออมิเตอร์

แสดงชนิดของตัวต้านทานที่เปลี่ยนค่าได้

                                                             
วีตสโตนบริดจ์  (Wheatstone  bridge)  เป็นวงจรที่ใช้วัด ความต้านทาน เมื่อเข็ม  แกนแวนอมิเตอร์ชี้เลข 0 จะสามารถคำนวนความต้านทานที่ไม่รู้ค่าได้  จากตัวต้านทานที่รู้ค่าอีก 3 ตัว
มิเตอร์บริดจ์  เป็นวงจรวีตสโตนบริดจ์ ชนิดหนึ่งซึ่งแทนตัวต้านทานที่รู้ค่า 2 ตัวด้วยเส้นลวดความต้านทานสูงยาว 1 เมตร จุดแตะที่เส้นลวดนี้ต่อกับแกลแวนอมิเตอร์  
 


Create by  sudarat   Keawmaneewan  Classroom 5/2
Thaplaprachauthis  School   Province Uttradit

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36044398
ขณะนี้มี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!