Home arrow บทความทั่วไป arrow รถไฟฟ้าใต้ดิน
Home    Contacts



รถไฟฟ้าใต้ดิน PDF พิมพ์

ในด้านรูปแบบของสถานีนั้นจะออกแบบโดยคำนึงถึงสภาพใต้ดินที่ทำการก่อสร้าง แบ่งเป็น 3 แบบคือ
1.รูปแบบชานชาลาข้าง ( Station with Side Platform) จะแยกชานชาลาสำหรับขาไปและขากลับ
2.รูปแบบชานชาลากลาง (Station with Center Platform) ผู้โดยสารจะใช้ชานชาลาร่วมกันทั้งขาไปและขากลับ
3.รูปแบบชานชาลาที่มี 2 ชั้นหรือต่างระดับ ( Station with Stack Platform) จะใช้ก่อสร้างในกรณีที่ไม่มีพื้นที่ในการก่อสร้างเพียงพอ เนื่องจากสภาพภูมิประเทสบังคับ เช่น ท่ออุโมงค์ส่งน้ำของการประปา เสาเข็มยาวของสะพานลอยและอาคารสูง เป็นต้น
เมื่อเราทราบถึงรูปแบบต่างๆของสถานีแล้วลองมาทำความรู้จักกับระบบการทำงานของรถไฟฟ้ากัน บ้างว่ามีการทำงานอย่างไร ลักษณะของตัวรถไฟฟ้าใต้ดินก็จะคล้ายกับรถของบีทีเอส ใช้เหล็กสแตนเลสวัสดุประกอบตัวรถ ซึ่งเป็นรถของบริษัทซีเมนส์ ขับเคลื่อนด้วยกระแสไฟฟ้าโดยจะจ่ายไฟมาจากรางที่สามที่ขนานคู่ไปกับรางรองรับตัวรถ ขนาดของตู้จะยาวประมาณ 20 เมตร กว้าง 3.2 เมตร สูง 3.8 เมตร สามารถจุผู้โดยสารได้ 320 คน โดยมีประตูด้านละสี่ประตูต่อตู้ ควบคุมการเปิดปิดด้วยคนขับ ตัวรถขับเคลื่อน 2 แบบ คือ แบบที่มีระบบขับเคลื่อนคือมอเตอร์ รถแบบนั้นจะมีคนขับอยู่ด้วย และอีกแบบคือไม่มีระบบขับเคลื่อน ซึ่งก็คือตู้พ่วงนั่นเอง ในการขับเคลื่อนก็อาศัยกระแสไฟฟ้าที่ส่งตรงมาจากรางรถไฟ โดยไฟฟ้าเริ่มปล่อยตัวที่ 69 kV (kV คือ กิโลโวล์) ซึ่งจะมีสถานีย่อยจะแปลง แรงดันลงมาเหลือ 24 kV ก่อนจะส่งไปตามสายเข้าอุโมงค์ในแนวเส้นทางของรถไฟในแต่ละสถานีก็จะมีอุปกรณ์ปรับแรงดันไฟฟ้าลงมาเหลือ 750 V โดยเป็นไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งเป็นระดับแรงดันไฟฟ้าที่จะใช้ในการขับเคลื่อนรถ
ลองหันมาดูที่อัตรค่าโดยสารกันบ้างว่ามีการคิดอัตราค่าโดยสารอย่างไร
-ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฏาคม 2547 – 12 สิงหาคม 2547 อัตราค่าโดยสารจะคิด 10 บาท ตลอดสาย
-ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2547 – 3 กรกฏาคม 2548 คิดค่าโดยสารตามระยะทาง บุคคลทั่วไป คิดค่า โดยสาร 12-31 บาท เด็กที่มีความสูงระหว่าง 90-120 เซนติเมตร และผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ได้รับการลดหย่อน ค่าโดยสาร อัตรา 6-16 บาท เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร ใช้บริการฟรี หมายเหตุ:อัตราค่าโดยสารนี้ลดราคาแล้ว 15% จากราคาจริง
-ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฏาคม 2548 คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง โดยบุคคลทั่วไป คิดค่าโดยสาร ปกติเริ่มต้นที่ 14 บาท สูงสุดที่ 36 บาท เด็กที่มีความสูงระหว่าง 90-120 เซนติเมตร และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป ได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร อัตราเริ่มต้นที่ 7 บาท สูงสุดที่ 18 บาท เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร ใช้บริการฟรี
นอกจากนี้ยังมีบริการบัตรที่จะให้ในการโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมี 2 ประเภท คือ
1.เหรียญโดยสาร (Single Journey Token) ลักษณะคล้ายหรียญ 10 บาท ทำด้วยพลาสติกสีดำข้างในฝังไมโครชิป สำหรับการเดินทางหนึ่งเที่ยว และสามารถใช้เดินทางได้ในวันที่ออกเหรียญและสถานีที่ออกเหรียญเท่านั้น สามารถออกเหรียญได้ที่เครื่องออกบัตรโดยสารอัตโนมัติและห้องออกบัตรโดยสารแต่ในระยะเริ่มต้นให้ออกเหรียญได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารเท่านั้น ซึ่งจะใช้เป็นบัตรผ่านประตูเพื่อเข้าไปใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน
2.บัตรเติมเงิน ลักษณะคล้ายบัตรเครดิต ใช้สำหรับเดินทางหลายเที่ยว ในครั้งแรกต้องเติมมูลค่าอย่างน้อย 300 บาท มูลค่าที่ใช้ได้ 250 บาท และค่ามัดจำ 50 บาท โดยจะคืนค่ามัดจำให้เมื่อนำบัตรมาคืนที่สถานีใดก็ได้ การเติมเงินครั้งต่อไปอย่างน้อย 100 บาท และเป็นขั้นของ 100 บาท มูลค่าที่สะสมไว้ในบัตรคือ 100 บาท สามารถออกบัตรได้ที่ห้องออกบัตรโดยสาร
 

 

ตัวอย่าง : ภายในรถ

หากมองในแง่ของความปลอดภัยสามารถรับรองได้ว่า 100% ทางด้านความปลอดภัยด้านอัคคีภัย รถไฟฟ้าใต้ดินใช้มาตรฐานของสมาคม ป้องกันอัคคีภัยแห่งสหรัฐอเมริกา (Nation Fire Protection Association) หรือในชื่อ เอ็นเอฟพีเอ โดยเฉพาะมาตรฐานภายใต้รหัส เอ็นเอฟพีเอ 130 อันเป็น มาตรฐานที่รถไฟฟ้าใต้ดินในหลายประเทศนำมาใช้ในการกำหนดโครงสร้างระบบการรักษาความปลอดภัยในกรณีเกิดไฟไหม้หรืออุบัติภัยในรถไฟฟ้าใต้ดิน
ถ้าสังเกตุให้ดี ทุกแห่งของสถานีจะมีอาคารแท่งสูงสี่เหลี่ยมอยู่ใกล้ ซึ่งอาคาร ที่ว่าคืออาคารระบายอากาศของอุโมงค์และสถานี รวมทั้งทำหน้าที่เป็นทางออกฉุกเฉินของผู้โดยสารรถไฟฟ้าสำหรับขึ้นสู่ผิวดินได้ ในระหว่างสถานีก็มีการติดตั้งอาคารระบายความร้อนเช่นกัน รวมไปถึงวัสดุโครงสร้างของสถานีก็เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟและยังมีการติดตั้งทีวีวงจรปิดตรวจความเคลื่อนไหว ภายในสถานีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดปัญหาการโจรกรรมขณะใช้บริการรถไฟฟ้า สำหรับบางคนที่กลัวว่าจะเกิดกรณีน้ำท่วมนั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะทางขึ้นลงสถานีทุกแห่งจนถึงปลายอุโมงค์ที่อู่ซ่อมห้วยขวางและรวมถึงอาคารระบายอากาศทุกแห่ง ซึ่งเป็นจุดที่น้ำจากภายนอกอาจไหลเข้าสู่ระบบ รถไฟฟ้าใต้ดินถูกออกแบบให้มีความสูงกว่าระดับน้ำท่วมที่สูงสุดในจุดนั้นๆในรอบ 200 ปี อีกทั้งยังบวกเพิ่มเผื่อไว้อีก 1 เมตร หากน้ำยังไหลเข้าไปได้อีกแสดงว่ากรุงเทพต้องกลายเป็นทะเลแน่ๆ ได้รับประกันขนาดนี้แล้วยังไงก็ลองหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อสนองนโยบายในการประหยัดน้ำมันและช่วยลดปัญหารถติดในกรุงเทพฯได้อีกอีกทางหนึ่งด้วย

 



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36131952
ขณะนี้มี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!