Home arrow นักวิทยาศาสตร์ arrow ริชาร์ด ไฟยน์แมน (Richard Phillips Feynman) อัจฉริยะอารมณ์ดี
Home    Contacts



ริชาร์ด ไฟยน์แมน (Richard Phillips Feynman) อัจฉริยะอารมณ์ดี PDF พิมพ์

หนทางสู่สวีเดน

                ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 นักฟิสิกส์จำนวนมากได้พยายามที่จะค้นหาทฤษฎีที่สามารถใช้อธิบายปรากฎการณ์ทางแม่เหล็กและไฟฟ้าที่มีสนามต่อเนื่องในระดับเล็กให้ได้โดยความหวังสูงสุดอยู่ที่ทฤษฎีควอนตัมอิเล็กโทรไดนามิกส์ (Quantum Electrodynamics) หรือ เรียกย่อๆ ว่า QED แต่ QEC ที่ได้ในขณะนั้นยังมีข้อบกพร่องอยู่เพราะมักจะมีปริมาณอนันต์ (infinity) ปรากฎอยู่เสมอ จึงทำให้ทฤษฎีดังกล่าวมีความผิดพลาด

                ไฟยน์แมน ซึ่งไม่เคยสนใจทฤษฎีสนามควอนตัม (Quantum Field Theory) มาก่อนเลย ได้พยายามแก้ข้อบกพร่องของทฤษฎี QED โดยใช้เทคนิคที่เขาคิดขึ้นมาเองที่เรียกว่าพร็อพพะเกเตอร์  (propagator) ขึ้นมาเพื่อนำมาใช้บอกโอกาศที่อนุภาคจะเคลื่อนที่จากจุด ๆ หนึ่งไปสู่อีกจุด ๆ หนึ่งโดยไฟยน์แมนได้สร้างกฎเกณฑ์ในการคำนวณพร็อพพะเกเตอร์เหล่านี้ในรูปของแผนกภาพที่เรียกว่า ไฟยน์แมนไดอะแกรม (Feynman diagram) ซึ่งเป็นเทคนิคที่สามารถ ใช้อธิบายกลไกหรือกระบวนการที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างอนุภาคอิเล็กตอนกับโฟตอน ซึ่งในปัจจุบัน พบว่าสามารถใช้วิธีการนี้ในการอธิบายอันตรกิริยา (interaction) ระหว่างอนุภาคมูลฐานทุกชนิดได้

                จากความพยายามดังกล่าว ทำให้ไฟยน์แมนประสบความสำเร็จในการแก้ไขข้อบกพร่องของ QED ได้อย่างสมบูรณ์ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี ค.ศ. 1965 ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นชื่อ โทโมนากะ (Shin – itiro Tomonaga) และนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันอีกท่านหนึ่งคือจูเลียน ชวิงเจอร์ (Julian Schwinger) อันเนื่องมาจากทั้งสามท่านเป็นผู้พัฒนาทฤษฎีควอนตัมอิเล็กโทรไดนามิกส์หรือ QED ให้สมบูรณ์ โดยที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคนนี้ต่างก็ใช้วิธีการของตนเองในการพัฒนา QED ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

                ในปัจจุบันนี้ QED เป็นทฤษฎีทีได้รับการยอมรับว่ามีความถูต้องแม่นยำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟิสิกส์ และได้รักการทดลองเพื่อยืนยันความถูกต้องด้วยผลการทดลองจากห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ทั่วโลกมากกว่า 14 แห่ง

                เนื่องจากไฟยน์แมนเป็นคนที่มีบุคลิกเรียบง่าย  และ รักสงบจึงทำให้ในตอนแรกเขาตัดสินใจว่าจะไม่รับรางวัลโนเบลแต่อย่างใด เพราะเขาคิดว่าทฤษฏีที่เขาเป็นคนพัฒนาขึ้นมานี้มีคุณค่าอยู่ในตัวเองมากพออยู่แล้ว แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจรับรางวัลโนเบลเพราะเขาคิดว่าถ้าเขาตัดสินใจไม่รับรางวัลก็ยิ่งจะทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่สนใจของคนจำนวนมากไปในทันที

                นอกจากนี้ไฟยน์แมนมักจะมองเห็นตัวแปรต่าง ๆ ในสมการคณิตศาสตร์เป็นอักษรสีต่าง ๆ ซึ่งนับว่าเป็นความสามารถแก้สมการทางฟิสิกส์ และโจทย์คณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมากได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งปัจจุบันการแพทย์เรียกอาการแบบนี้ว่า ซินเนสทีเซีย (synesthesia) ปรากฏการณ์นี้เกิดกับคนพิเศษในโลกนี้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นโดยจะทำให้คนที่เป็นมีการรับรู้แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ เช่น การมองเห็นตัวเลขหรือตัวอักษรเป็นสี (colored letters and numbers) เป็นต้น



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 35932691
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!