Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป กรกฎาคม 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป กรกฎาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 12

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เปิดทฤษฎีใหม่ ตุตันคาเมนถูกสังหารโดย "ฮิปโป"

Pic_274189

การล่านกในหนองน้ำเป็นกิจกรรมยามว่างของชาวไอยคุปต์.

เรื่องราวของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนผู้โด่งดังในหน้าประวัติศาสตร์ไอยคุปต์ยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักอียิปต์วิทยาและนักวิชาการทั่วทุกมุมโลก ด้วยว่าพระองค์เป็นยุวกษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์อย่างเป็นปริศนาตั้งแต่พระชนมายุเพียงแค่ 18 พรรษา แต่กลับมีทรัพย์ศฤงคารในสุสานมากมายมหาศาลกว่า 5,000 รายการที่ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยทองคำเหลืองอร่าม เยอะจนพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงไคโรต้องสร้างห้องพิเศษขึ้นมาเก็บสมบัติเหล่านี้โดยเฉพาะเลยทีเดียวล่ะ

ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือคำร่ำลือถึงความเฮี้ยนมหาเฮี้ยนของอาถรรพณ์คำสาปในสุสานที่ว่ากันว่าทำให้คณะผู้ค้นพบสุสานต้องประสบเภทภัยล้มตายไปทีละคนสองคน พระนามของพระองค์จึงดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลก

พระพักตร์บนหน้ากากทองของตุตันคาเมน.

พระพักตร์บนหน้ากากทองของตุตันคาเมน.

และในวันนี้ข่าวคราวของพระองค์ก็กลับมาให้แฟนนานุแฟนคอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ได้คลายความคิดถึงกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เงียบหายไปนานตั้งแต่เมื่อครั้งที่ ดร.ซาฮี ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) ประกาศสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของพระองค์อย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 โน่น ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวการที่ปลิดลมหายใจสุดท้ายของยุวฟาโรห์พระองค์นี้ลงไปก็คือ “ยุง” และเชื้อมาลาเรียตัวดีนี่เองครับ

แต่ทว่า หลังจากนั้นไม่นาน ทางสถาบันวิจัย จากประเทศเยอรมนีก็ได้ประกาศทับออกมาอีกว่ามาลาเรียนั้นไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการสิ้นพระชนม์ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าพระองค์อาจจะเป็นโรคเม็ดเลือดแดงผิดปกติจากพันธุกรรมหรือ SCD (Inherited Sickle Cell Disease) ต่างหากเล่า!!

ฟาโรห์ตุตันคาเมนกับพระชายา.

ฟาโรห์ตุตันคาเมนกับพระชายา.

ก็ว่ากันไปครับ เพราะนอกจากมาลาเรียและโรคเม็ดเลือดแดงผิดปกติแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุที่นักอียิปต์วิทยามองข้ามไปไม่ได้และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่น่าสนใจด้วยนั่นก็คือพระองค์อาจจะถูกสังหารโดย “ฮิปโปโปเตมัส” ครับ!!

เอาล่ะสิ อยู่ดีๆโยงมาหาเจ้าฮิปโปตัวโตจ้ำม่ำได้ยังไง เรื่องมันเริ่มมาจากว่า จากการทำซีทีสแกน (CTScan) เมื่อครั้งปี ค.ศ. 2005 โน้น เขาพบว่าพระศพของตุตันคาเมนมีความแปลกประหลาดบางอย่าง (จริงๆต้องบอกว่าหลายอย่างเลยล่ะครับ) เพราะเมื่อดูที่พระศพแล้วแขนทั้งสองข้างแทนที่จะไขว้กันอยู่ที่หน้าอกตามธรรมเนียม กลับได้รับการจัดวางเอาไว้บนหน้าท้อง อีกทั้งเนื้อเยื่อทรวงอกก็เสียหายเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นเหนือสิ่งอื่นใด มัมมี่ของฟาโรห์ตุตันคาเมน “ไม่มีหัวใจ” อยู่ในร่าง!! ซึ่งนับว่าผิดวิสัยมัมมี่ไอยคุปต์เป็นอย่างมาก

รูปสลักฮิปโปในสุสานฟาโรห์ซึ่งเกี่ยวพันกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้า.

รูปสลักฮิปโปในสุสานฟาโรห์ซึ่งเกี่ยวพันกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้า.

ยิ่งสำรวจก็ยิ่งเจอแต่เรื่องแปลกประหลาด เรื่องของการไม่มีหัวใจอยู่ในร่างได้รับการยืนยันอีกครั้งจากเอกสารวิชาการด้านอียิปต์โบราณเมื่อปี ค.ศ. 2011 ดังนั้นประเด็นการหายไปของหัวใจและบรรดาเนื้อเยื่อทรวงอกจึงเป็นหัวข้อที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย เมื่อกล่าวถึงสาเหตุการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ซึ่งหลากหลายสาเหตุก่อนหน้านี้ไม่สามารถให้คำตอบเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนเลยแม้แต่สาเหตุเดียว ไม่ว่าจะเป็นมาลาเรีย ขาหักติดเชื้อ หรือโรคเม็ดเลือดแดง ล้วนแล้วแต่ไม่สามารถโยงเข้ากับเรื่อง “(หัว) ใจหาย” ได้เลย

เมื่อดูจากสภาพของมัมมี่แล้วลองจินตนาการดูว่าสาเหตุใดบ้างที่จะสามารถทำให้เกิดแผลร้ายแรงขึ้นที่ทรวงอกเช่นนี้ได้ หนึ่งในนั้นก็คือการถูกสัตว์ร้ายในยุคนั้นตะปบเอา แล้วมีสัตว์ใดบ้างล่ะที่จะทำเช่นนั้นได้ หนึ่งเดียวที่นักอียิปต์วิทยาโยนตำแหน่ง “ผู้ต้องหา” ให้ก็คือ “ฮิปโปโปเตมัส” นี่แหละครับ
อ้าว!! แล้วสัตว์อื่นจะทำร้ายพระองค์จนเป็นแผลฉกรรจ์แบบนี้ไม่ได้เลยหรือ

เครื่องเคลือบรูปฮิปโปโปเตมัสของชาวไอยคุปต์.

เครื่องเคลือบรูปฮิปโปโปเตมัสของชาวไอยคุปต์.

ก็อาจเป็นไปได้ครับ แต่ถ้าลองสมมติว่าพระองค์ ถูกสิงโตทำร้าย ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ทหารองครักษ์จะไม่สามารถจัดการสิงโตได้ก่อนที่พระองค์จะเสียท่าจนถึงขั้นเนื้อเยื่อทรวงอกหลุดลุ่ยออกไปเช่นนี้ หรือถ้าจะเป็นวัวป่า (Aurochs Bull) ล่ะ ก็มีความเป็นไปได้ว่าวัวป่าเหล่านี้สูญพันธุ์ไปตั้งแต่ช่วงก่อนหน้ายุคของฟาโรห์ตุตันคาเมนแล้วครับ ถ้าเช่นนั้นผู้ต้องสงสัยจะเป็นจระเข้หรือเปล่า แต่เมื่อลองวิเคราะห์จากสภาพมัมมี่และแผลบนร่างกายของพระองค์แล้ว ดูยังไงก็ไม่สอดคล้องกับรอยฟันของจระเข้เลยสักนิด

ถ้าเป็นว่าพระองค์ตกลงมาจากรถม้าล่ะ ลองจินตนาการตามว่าถ้าพระองค์แว้นรถม้าด้วยความเร็วสูงจนตกลงมา ร่างของพระองค์ก็จะต้องกลิ้งหลุนๆไปตามความเร็วของรถ แผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายก็ควรที่จะต้องแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งร่าง ไม่น่าจะกระจุกอยู่เพียงแค่จุดเดียว อีกทั้งตามเป็นจริงแล้ว จังหวะที่พระองค์ร่วงลงมาก็น่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองแบบอัตโนมัติให้รีบเอามือยันหรือบังหน้าอกเอาไว้ จึงไม่น่าที่จะเกิดแผลอันตรายขนาดนั้นขึ้นบนทรวงอกได้เลย

พระศพมัมมี่ของตุตันคาเมน.

พระศพมัมมี่ของตุตันคาเมน.

ดูเหมือนว่าหลากหลายสาเหตุที่เล่ามาจะไม่สอดคล้องกับรูปแบบของแผลฉกรรจ์บนร่างของพระองค์เลยแม้แต่น้อย จะเหลือก็เพียงแค่ “ฮิปโปโปเตมัส” อย่างเดียวเท่านั้นที่น่าจะทำให้เกิดแผลเช่นนี้ขึ้นมาได้ ถ้าถามความเป็นไปได้ว่าชาวไอยคุปต์ มีโอกาสถูกฮิปโปสังหารหรือไม่ สามารถตอบได้เต็มปากเลยครับว่ามีแน่ๆ

เพราะฟาโรห์องค์แรกของไอยคุปต์นามว่าเมเนส (Menes) ก็ได้รับการบันทึกเอาไว้ว่าพระองค์ถูกฮิปโปสังหาร อีกทั้งฮิปโปยังเป็นสัตว์ที่เป็นตัวแทนของเทพเซธ (Seth) เทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย พายุ และความอลหม่าน ดังนั้นจึงไม่แปลกถ้าเราจะจินตนาการว่าหลังจากช่วงที่พระบิดาของตุตันคาเมนหรือซึ่งก็คือฟาโรห์นอกรีตอัคเคนาเตน (Akhenaten) ทำการปฏิรูปศาสนานั้น ตุตันคาเมนพยายามนำความเชื่อแบบพหุเทวนิยมหรือการนับถือเทพเจ้าหลายองค์กลับมายังไอยคุปต์อีกครั้ง จึงออกทำการออกล่าฮิปโปเพื่อแสดง “นัย” ว่าพระองค์สามารถกำจัดความอลหม่านลงไปได้ แต่โชคร้ายที่ผู้ถูกล่าในครั้งนั้นกลับกลายมาเป็นตัวพระองค์เสียเอง

การทำซีทีสแกนมัมมี่ของฟาโรห์ตุตันคาเมน.

การทำซีทีสแกนมัมมี่ของฟาโรห์ตุตันคาเมน.

เพราะฮิปโปในธรรมชาตินั้นดุร้ายเอาการ ไม่ได้น่ารักน่ากอดแบบตุ๊กตาหรือตัวการ์ตูนฮิปโป ตามสถิติแล้วฮิปโปตัวเมียมีน้ำหนักตัวได้มากถึง 2.2 ตัน ส่วนตัวผู้นั้นก็ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เพราะมีน้ำหนักตัวได้มากถึง 3.7 ตัน!! ขนาดลำตัวยาวได้ตั้ง 5.2 เมตร สามารถเคลื่อนที่ทั้งในน้ำและบนบกได้เร็วถึง 29 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เร็วกว่าคนอีกครับ) แถมพลังในการ “กัด” ของมันก็รุนแรงชนิดที่แม้แต่จระเข้ยังไม่กล้าแหย็ม ด้วยเขี้ยวคู่ที่ขากรรไกรล่างอันแข็งแกร่ง เรียกได้ว่างับกร้วมเดียว แยกคนเป็น2 ส่วนได้เลยล่ะ...

แล้วถ้าตุตันคาเมนออกล่าฮิปโปตัวเขื่องนี้ แต่พลาดท่าล่ะ!? ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะมีแผลฉกรรจ์ที่ทรวงอก เพราะถ้าลองจินตนาการว่าระหว่างที่พระองค์กำลังล่องเรือออกล่าฮิปโปนั้น พระองค์ก็ได้เปลี่ยนสถานะจากผู้ล่าเป็นผู้ถูกล่าไปโดยไม่ทันตั้งตัว เจ้าฮิปโปพุ่งเข้าชนเรือด้วยกำลังมหาศาล จนทำให้ยุวฟาโรห์ตกลงไปในน้ำ อีกทั้งจากการศึกษากระดูกขาที่ผิดปกติของพระองค์ ซึ่งคาดว่าทรงเป็นโรคเท้าแปด้วยแล้ว ยิ่งจินตนาการได้ง่ายเข้าไปอีกว่าพระองค์อาจจะหนีไม่ทันและตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายกระหายเลือดตัวนี้ในที่สุด

จระเข้แม่น้ำไนล์.

จระเข้แม่น้ำไนล์.

หากตุตันคาเมนเคยถูกทำร้ายดังที่ว่านี้เมื่อกว่า 3,000 ปีที่ผ่านมาจริงๆแล้วล่ะก็ ทรวงอกของพระองค์อาจจะเปิดเหวอะหวะ ร่างของพระองค์ก็ผล็อยร่วงจมลงไปในน้ำ ก่อนที่จะถูกงมขึ้นมาอีกครั้งโดยทหารองครักษ์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถอธิบายถึงการที่พระองค์มีแผลฉกรรจ์บริเวณทรวงอกได้เป็นอย่างดี

และด้วยว่าพระองค์พ่ายแพ้ต่อความชั่วร้าย แผลบริเวณทรวงอกของพระองค์ก็น่าจะได้รับความชั่วร้ายตรงนี้มาด้วย และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่มัมมี่ตุตันคาเมนต้องมีเครื่องรางมากมายหลายชิ้นพันอยู่กับผ้าลินินที่บริเวณทรวงอกถึง 13 ชั้นและนักบวชจำเป็นต้องเปลี่ยน ตำแหน่งการวางแขนและมือของพระองค์จากการไขว้กันที่ทรวงอกมาเป็นวางไว้บนหน้าท้องก็ด้วย สาเหตุนี้เช่นกันครับ

ฮิปโปโปเตมัส อาจเป็นฆาตกรตัวจริง.

ฮิปโปโปเตมัส อาจเป็นฆาตกรตัวจริง.

ส่วนหัวใจ อวัยวะสำคัญที่หายไปนั้นอาจจะหลุดลุ่ยออกไปในจังหวะที่ฮิปโปจู่โจมหรือไม่เช่นนั้นก็เป็น ไปได้ว่าหัวใจซึ่งอยู่บริเวณที่ฮิปโปทำร้ายได้รับการพิจารณาจากนักบวชว่าถูกครอบงำด้วยความชั่วร้ายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เหมาะสมกับการนำมาฝังร่วมกับพระศพ เหล่านักบวชก็เลยอาจจะนำหัวใจไปเผาหรือนำไปฝังที่อื่นเพื่อไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาแปดเปื้อนสุสานก็เป็นได้ นั่นทำให้ไม่มีใครทราบอย่างแน่ชัดว่าหัวใจของตุตันคาเมนไปอยู่ ณ แห่งหนตำบลใดกันแน่

อีกหนึ่งหลักฐานทางโบราณคดีที่สนับสนุนเรื่องนี้ก็คือสุสานในหุบผากษัตริย์ของฟาโรห์อัย (Ay) ผู้ซึ่งครองราชย์ต่อจากตุตันคาเมน ถึงแม้ว่าภาพต่างๆบนผนังจะถูกลบทำลายออกไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังพอจะเห็นเค้าโครงของภาพฟาโรห์อัยกำลังล่าฮิปโปโปเตมัสในหนองน้ำได้อยู่ ภาพในบริเวณนี้เสียหายจนแทบจะมองไม่ออกแล้ว แต่ดูจากท่าที่พระองค์ง้างฉมวกแล้วน่าจะเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นฮิปโปเช่นกันครับ

ฟัน ปาก และกรามอันทรงพลังของฮิปโป.

ฟัน ปาก และกรามอันทรงพลังของฮิปโป.

ภาพการล่าฮิปโปของอัยอาจจะต้องการสื่อเป็นนัยว่าพระองค์สามารถ “สยบ” ความชั่วร้ายที่เข้ามาทำร้ายฟาโรห์องค์ก่อนลงไปได้ และอาจจะใช้ภาพนี้อ้างสิทธิโดยชอบธรรมในการขึ้นครองราชย์ก็เป็นได้

หลักฐานมากมายอาจบ่งบอกว่าแท้ที่จริงแล้วยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนถูกฮิปโปสังหารอย่างเหี้ยมโหด แต่นักอียิปต์วิทยาอีกหลายท่านก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เอาเป็นว่าตราบเท่าที่ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องคนไหนสร้างเครื่องย้อนเวลาให้พวกเรากลับไปดูสาเหตุที่แท้จริงได้ แนวคิดเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสที่ว่ามานี้ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีที่มองข้ามไปไม่ได้เลยทีเดียวล่ะครับ.


ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 41451085
ขณะนี้มี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!