Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป มิถุนายน 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป มิถุนายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 26

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

'ซีเอ็นเอ็นโก' เผยเคล็ด 10 วิธี แสร้งเป็นคนกรุงเทพฯ

Pic_270239

Photo : m.wikitravel.org

ซีเอ็นเอ็นโก เผยเคล็ด 10 วิธี แสร้งเป็นคนกรุงเทพฯยุคใหม่ ชี้หนุ่มสาวต้องแต่งตัวสวยหล่อ ใช้แบรนด์เนม แต่ลากแตะ ทานอาหารฟิวชั่น ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม กลัวแดด เป็นต้น...

"ซีเอ็นเอ็นโก" เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ในเครือของสำนักข่าวระดับโลก "ซีเอ็นเอ็น" เผยแพร่บทความวิธีการแสร้งเป็นคนกรุงเทพฯ "How to be a Bangkok local: 10 tips on faking it" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บรรณาธิการของซีเอ็นเอ็นโก ได้ชี้แจงว่า เป็นการจัดทำขึ้นเพื่อความขบขันและความบันเทิงเท่านั้น ด้วยเกรงว่านักท่องเที่ยวอาจจดจำข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร ซึ่งบทความนี้ได้จากการสังเกตพฤติกรรมของคนในเมืองหลวงยุคใหม่ ว่าใช้ชีวิตประจำวันกันเช่นไร และไม่ได้ทำงานที่ผับบาร์ทุกคน หรือเคร่งศาสนาเข้าวัดทำบุญทุกเช้า เป็นต้น

สำหรับการแสร้งเป็นคนเมืองกรุงฉบับ ซีเอ็นเอ็นโก มีดังต่อไปนี้

10. แต่งตัวอย่างไร
ชาย: สวมใส่เสื้อโปโลแบรนด์หรู อาทิ ราล์ฟ ลอเรน, พอล สมิธ หรือกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ กับกางเกงขาสั้น ลากรองเท้าแตะ ไม่ว่าจะชายหาดหรือโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวก็ตาม และอย่าลืมดึงคอเสื้อให้ตั้งด้วย
หญิง: พยายามแต่งกายให้เหมือนศิลปินเคป๊อปเกาหลี และแต่งให้เหมือนสมาชิกคนใดคนหนึ่งของวง แม้บางทีบางต้องพึ่งมีดหมอบ้างก็ตาม ส่วนกระเป๋าถือหรือเครื่องประดับทั้งหลายแหล่ ก็ต้องเป็นแบรนด์หรูเช่นกัน อาทิ ชาแนล มัลเบอร์รี แอร์เมส หลุยส์วิตตอง หรือโคช รวมทั้งถือไอแพดสีชมพูด้วย

9. เลือกร้านอาหารแบบไหน
อาหารตามร้านข้างถนนส่วนใหญ่จะถูกเลือกทานเมื่อ ก.ยังเป็นนักศึกษา ข.เมื่อมีเวลาพักจากงานเพียง 1 ชั่วโมง ค.คอทองแดงหิวตอนตี 2 นอกเหนือจากนั้นต้องเลือกร้านแพงๆ ตกแต่งสวยๆ อาหารฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น ไทยสไตล์ฟิวชั่น ที่หาได้แถวๆ ทองหล่อ หรือห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน และต้องอย่าลืมใส่มายองเนสในซูชิ ซอสมะเขือเทศในพิซซ่า และถ่ายรูปทุกจานขึ้น "อินสตาแกรม"

8. ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างไร
เมื่อถึงชานชาลา ให้ยืนต่อคิวหลังเส้นสีเหลือง เมื่อรถไฟมาถึงไม่ต้องรอให้คนข้างในออกมาก่อน และไม่ต้องกังวลถึงคิวที่ต่ออยู่ ให้พุ่งตัวเข้าไปเลยคนแรก (วิธีนี้ใช้ได้กับกับการรอขึ้นลิฟต์เช่นกัน) เมื่อขึ้นรถไฟแล้วไม่มีที่นั่ง จงยืนพิงเสาเพื่อความสบายของตัวเองเป็นหลัก ไม่ต้องสนใจว่าจะมีใครจับเสาอยู่หรือไม่ แต่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้แล้งน้ำใจไปเสียทีเดียว เมื่อพบสตรีมีครรภ์ คนสูงอายุ หรือแม่ที่มากับลูกเล็ก อย่าแกล้งหลับเสียล่ะ ต้องลุกให้นั่งแทน และบางทีก็ต้องลุกให้กับสาวที่สวมส้นสูงด้วยเพราะคงเมื่อยน่าดู

7. วิธีเลี่ยงวิตามินดี
ในประเทศไทย หากแลดูขาวผ่องจะได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ ให้พกร่มตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่ารังสีจากดวงอาทิตย์จะไม่มาสัมผัสผิว แต่ถ้าไม่มีก็ใช้กระเป๋า หรือหนังสือขึ้นมาบังแดดขณะเดินถนน และลงทุนซื้อครีมไวท์เทนนิ่งทาด้วย ถ้าจะว่ายน้ำในโรงแรมหรูก็ต้องรอให้อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปก่อนเช่นกัน

6. ดื่มอย่างไร
บาร์ไวน์กำลังได้รับความนิยม ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องไวน์หรอก แค่สั่งตามชื่อที่ฟังแล้วดูดีหน่อยก็พอ เมื่อได้มาแล้วก็ถือแล้ววนๆ สูดกลิ่น แล้วบอกว่า "อื้มมม เป็นไวน์ที่ดีนะ" แล้วอย่าลืมใส่น้ำแข็งในเบียร์ และเติมน้ำเปล่าในเหล้าเพื่อให้สีเจือจางจนเหมือนชาดอกคาโมไมล์เสียก่อน

5. วิธีจัดการสถานการณ์คับขัน
สร้างความผิดพลาดในที่ทำงาน เผลอเหยียบเท้าคนอื่น ไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร ไม่ยอมรับผิด "แค่ยิ้ม" ตามสโลแกนสยามเมืองยิ้มเท่านั้น

4. สื่อสารแบบไหน
ทุกคนคือครอบครัว พนักงานเสิร์ฟเป็นน้อง คนขับแท็กซี่เป็นลุง เจ๊ขายผัดไทยเป็นป้า การ "ไหว้" เป็นวัฒนธรรมการทักทายมาแต่โบราณ ด้วยการพนมมือเข้าด้วยกัน โดยผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าจะไหว้ผู้ที่อาวุโสมากกว่าในการทักทาย การขอบคุณก็ทำแบบนั้นเช่นกัน แต่อย่าไล่ไหว้ไปทั่ว คนท้องถิ่นอาจมองดูน่ารักเมื่อนักท่องเที่ยวทำแบบนั้น แต่มันดูเหมือนคุณอ่อนหัดมากกว่า สำหรับผู้หญิงลงท้ายประโยคด้วย "ค่ะ" ผู้ชาย "ครับ" ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ตาม ทำให้ดูนุ่มนวลและสุภาพมากขึ้น อย่างเช่น "กลิ่นตัวคุณทำให้ฉันคลื่นไส้ค่ะ" หรือ "ผมไม่ชอบคุณครับ" และหากจะส่งข้อความทางโทรศัพท์ หรือแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก ให้ใช้ "555" เพราะออกเสียง "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เหมือนการหัวเราะนั่นเอง

3. วิธีตั้งชื่อตัวเอง
ไม่มีใครในกรุงเทพฯ หรือในประเทศไทย ที่เรียกชื่อจริงกันหรอก นอกเสียจากชื่อเล่นของคุณจะยาวเกิน 20 ตัวอักษร ตั้งชื่อเล่นสั้นๆ เรียกง่ายๆ ให้ตัวเองเสีย ยี่ห้อรถยนต์ก็ได้รับความนิยมมากพอตัว อยากขับเมอร์เซเดสไหม? งั้นตั้งชื่อว่า "เบนซ์" แล้วกัน หรือ "แอปเปิล" ดีล่ะ ไม่มีอะไรแปลกหรอกกับคำสั้นๆ 1-2 พยางค์


2. วิธีการเดินทาง
ไม่นั่งตุ๊กตุ๊กหรอก นอกเสียจากจะบรรทุกผักจำนวนมากมาจากตลาด คนกรุงเทพฯไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ แม้รถไฟฟ้าบีทีเอสจะอยู่ห่างไปอีกแค่ช่วงตึกหนึ่งก็เถอะ บ้างก็ขึ้นแท็กซี่ ทำทุกอย่างเพื่อเลี่ยงการเผชิญความร้อน แม้ต้องติดแหง็กบนถนน 2 ชั่วโมงก็ตาม และก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแท็กซี่ไม่ยอมไปส่งที่สยาม หรือสีลม เพราะการจราจรมันแน่นจนคนขับเองก็ไม่อยากจะไป

1. ใช้บันไดเลื่อนแบบชาวกรุงฯ
เมืองอื่นๆ ในโลก อาจกำหนดให้ยืนฝั่งใดฝั่งหนึ่งของบันไดเลื่อน เพื่อให้ผู้ที่เร่งรีบสามารถวิ่งแซงไปได้ แต่ไม่ใช่ที่นี่เพราะไม่มีใครรีบหรอก ยืนกลางบันไดมันไปเลย แต่เมื่อมีคนเอ่ย "ของทางหน่อย" ก็จะถูกสายตาชิงชังเปร่งรัศมีมองมาทันที.

Photo : Jermvut Kitchai

Photo : Jermvut Kitchai



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 41453901
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!