Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป มิถุนายน 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป มิถุนายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 23

วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ชีวิตช่างเหลือเชื่อของนักธุรกิจวัยรุ่นพันล้าน อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์

Pic_268801

ผู้บุกเบิกสินค้า สาหร่ายอบหรอบ 'เถ้าแก่น้อย'

คนบางคนอาจต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตในการที่จะก้าวขึ้นเป็นเถ้าแก่ แต่สำหรับหนุ่มน้อย อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ผู้นี้ได้ขึ้นทำเนียบเป็น “เถ้าแก่น้อย” ด้วยวัยเพียง 20 ปีต้นๆ และกลายเป็น “นักธุรกิจวัยรุ่นพันล้าน” คนแรกของเมืองไทย เจ้าของธุรกิจสาหร่ายอบกรอบชื่อดัง “เถ้าแก่น้อย” ที่มียอดขายปีละกว่า 2 พันล้านบาท แต่กว่าเขาจะมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะฟลุก! ทุกบาทที่เขาได้มาล้วนมาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของตัวเอง ที่ต้องทุ่มเททำงานด้วยความมุ่งมั่น เพื่อที่จะก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จ

แม้เส้นทางชีวิตของเถ้าแก่น้อยตัวจริงคนนี้ เคยถูกถ่ายทอดผ่านแผ่นฟิล์ม แต่ก็ไม่สะใจเท่ากับการได้สัมผัสตัวจริงเสียงจริงของเขาต็อบ หรือ อิทธิพัทธ์ เถ้าแก่วัย 27 ปี เจ้าของบริษัทเถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งได้ให้เวลากับ หน้าสตรี ไทยรัฐ ปอกเปลือกชีวิตและความคิดของเขาในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และได้ผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่น ที่ทุกข์และสุขมาอย่างถึงแก่น

นับถึงวันนี้สาหร่ายเถ้าแก่น้อยมีอายุเท่าไหร่แล้วคะ

นับถึงวันนี้สาหร่ายเถ้าแก่น้อยมีอายุเท่าไหร่แล้วคะ

“จะครบปีที่ 8 ในเดือนกันยายนนี้ครับ จริงๆไม่ได้คิดว่าจะตั้งเป็นบริษัท แต่พอเราต้องเอาสินค้าเข้าร้านเซเว่นฯ จึงต้องจดทะเบียนในรูปบริษัท ตอนนั้นผมอายุแค่ 19 ปี ไม่ได้รู้จักใครในบริษัทซีพี แต่ด้วยความที่ผมเป็นเด็กติดเซเว่นฯ ซื้อของกินเป็นประจำ และตอนนั้นกำลังท้อแท้กับการค้าสาหร่ายนี้แหละครับ ไปฝากขายแถวเยาวราชเขาก็ไม่รับ จำได้ว่าเดินเข้าไปซื้อไส้กรอกในเซเว่นฯ กิน พอเดินออกมา มองไปรอบตัว ล้วนแต่มีร้านเซเว่นฯ ผมจึงรีบโทร.ถาม 1133 ขอเบอร์ซีพี จนได้คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ เขาให้เอาของไปให้ทดสอบ แต่ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ก็ไม่ได้คำตอบ ต้องโทร.ถามเขาว่า สินค้าผมมีปัญหาอะไร เขาตอบมาว่า สินค้าของผมขายในเซเว่นฯ ไม่ได้ ขี้เหร่ เพราะอยู่ในซองใสมีแค่สติกเกอร์ รูปลักษณ์

ใช้ไม่ได้ เป็นโอทอปเกินไป ส่วนราคาที่ตั้งไว้ 69 บาทก็ขายไม่ได้ ร้านสะดวกซื้อต้อง 10-20 บาท และเขายังบอกอีกว่า สินค้าอยู่ได้ 7 วัน ของยังไม่ถึงสาขาก็เสียแล้ว สินค้าต้องเก็บได้ 6 เดือน เมื่อกลับไปดูก็จริงอย่างที่เขาบอก สินค้าของผมขี้เหร่กว่าสินค้าโอทอปทั่วไปอีก ผมก็มานั่งคิดว่า จะสู้หรือถอย สุดท้ายผมก็เดินหน้าสู้ เอาสิ่งต่างๆที่เขาว่ามาปรับใหม่ทั้งหมด”

ตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 20 ปี คิดอะไรอยู่ จึงทำให้สู้ไม่ถอยเช่นนี้


“ตอนนั้นผมเป็นคนคิดอะไรไม่เยอะ คิดน้อย เป็นข้อเสียนะครับ และเป็นคนทำอะไรแล้วจะหลงใหล ศึกษาเต็มที่ เหมือนที่ผมเล่นเกมแล้วติดเกม ก็คิดว่าเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เรื่องความกลัวเนี่ยมีตลอดเวลาครับ กลัวจนกลายเป็นความกล้า และกล้าที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เรากลัว นับตั้งแต่ผมเห็นน้ำตาคุณแม่ ตอนที่ไปหยิบเงินให้ผมเพราะที่บ้านทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เริ่มมีปัญหาได้รับผลกระทบตอนเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 ตอนนั้นผมเริ่มขายเกาลัดแล้ว จึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเรียนอยู่ปี 1 ผมบอกป๊าว่า ขอเลี้ยงดูตัวเอง ช่วงนั้นผมยุ่งอยู่กับการขายเกาลัดจนไม่มีเวลาไปเรียนด้วย แต่ทุกครั้งที่มีวิกฤติผ่านเข้ามา มันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนตลอด นับตั้งแต่เด็กที่ผมขายของเกมออนไลน์ทางเว็บไซต์ ช่วงเวลา 2 ปีที่ขายของ คิดว่าได้ปีละล้าน ช่วงนั้นเรียน ม.4-ม.5 เป็น “ป๋าต๊อบ” เลยครับ ซื้อของแจกเพื่อน พาเพื่อนๆไปเที่ยวไปกินทุกวัน มีเงินเหลือเก็บไม่กี่แสนให้แม่ไปดาวน์รถยนต์มาคันหนึ่ง แล้วผมผ่อนต่อ ที่เหลือหมดไปกับเรื่องกินและเที่ยวครับ”

วิกฤติที่เปลี่ยนชีวิตมีอะไรบ้างคะ

วิกฤติที่เปลี่ยนชีวิตมีอะไรบ้างคะ

“ตั้งแต่ช่วงแรก พอเลิกขายของเกมออนไลน์ ก็เอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนขายเครื่องเล่นดีวีดี เครื่องมันถูก คุณภาพเลยไม่ค่อยดี เล่นไปไม่เท่าไหร่หัวอ่านก็พัง ต้องเอาไปแก้ให้เขา ผลปรากฏขาดทุน ช่วงนั้นผมไปเดินงานไทยเฟกซ์ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ไปเห็นเครื่องคั่วเมล็ดเกาลัดจากญี่ปุ่น แต่ความที่ไม่มีเงินลงทุนมาก เลยใช้วิธีเช่าเครื่องเป็นแฟรนไชส์ เอาไปขายในห้าง จำได้เลยครับว่า ที่ห้างเขาให้เขียนว่าสินค้าชื่ออะไร ผมไม่ทันได้นึกเอาไว้ก่อน จำได้ก่อนจะออกมาจากบ้าน ได้ยินป๊าคุยกับเพื่อนเขาว่า “ลูกอั๊วจะเป็นเถ้าแก่น้อย” ผมเลยเอาชื่อ “เถ้าแก่น้อย” มาตั้งชื่อสินค้า ลองผิดลองถูกจนขายดีขยายไปถึง 20 สาขาในเวลาไม่นาน กิจการกำลังไปได้ดีก็เกิดวิกฤติ ผู้บริหารห้างฯคนใหม่ขอให้ผมย้ายออกทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ เพราะเครื่องคั่วเกาลัดของผมทำให้เพดานห้างฯดำ แล้วเกิดควัน ผมก็ต่อรอง โดยไปทาสีเพดานให้ทุกสาขา ซื้อเครื่องไปดูดควัน สุดท้ายเขาก็ไม่ยอม ผมเลยแก้ปัญหาด้วยการไปเช่าห้องข้างๆห้างฯไว้คั่วเกาลัด แล้วขนไปขายในห้าง แต่ไม่เวิร์ก ยอดขายตกฮวบ ผมแก้วิกฤติด้วยการหาสินค้าอื่นมาเสริมการขาย พอดีได้ชิมสาหร่ายซองจากเพื่อน ทำให้ผมสนใจและคิดสูตรของตัวเอง เอาไปขายที่ร้านเกาลัด ปรากฏว่าขายดียิ่งกว่าเกาลัดอีก ทำให้ผมคิดขยายไปในที่อื่นๆ รวมทั้งที่เซเว่นฯ

ช่วงไหนในชีวิตที่รู้สึกหนักสุดๆ


“คงเป็นช่วงที่จะเอาสาหร่ายเข้าเซเว่นฯ ต้องตัดสินใจหลายอย่าง หลังจากที่ปรับปรุงคุณภาพสินค้าจนเขายอมรับ แต่เขาบอกว่าจะมาตรวจโรงงานภายใน 3 เดือน ผมยังไม่มีโรงงานเลยตอนนั้น และไม่มีเงินสร้าง เดินเข้าไปกู้แบงก์ โดยมีแผนการตลาดเรียบร้อย แต่แบงก์บอกว่า ผมเด็กเกินไป ไม่ให้กู้ ตอนนั้นคิดว่าจะเลิกคบเซเว่นฯ หรือเดินหน้า สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเดินหน้า เพราะผมเป็นคนเห็นโอกาสแล้วอยากจะทำ เลยขายแฟรนไชส์เกาลัด ขายรถ คิดในใจว่า “ระหว่างรอรถเบนซ์ เราต้องนั่งรถเมล์ไปก่อน” เอาเงินมาลงทุนทำโรงงาน ทางเซเว่นฯส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจ เพิ่งเห็นผมครั้งแรก คิดว่าผมยังเป็นนักศึกษาอยู่ เลยต้องเล่าประวัติกันเป็นชั่วโมง เขาก็เห็นใจและแนะนำให้แก้ไข ระหว่างรอคอยคำตอบกลับว่าผ่าน-ไม่ผ่าน ผมจำได้เลยว่า ทั้งครอบครัว ป๊า แม่ พี่ๆ และผม มายืนรอหน้าเครื่องแฟกซ์ พอได้รับคำตอบว่าผ่าน ดีใจกันหมด แต่ปัญหามาเกิดอีก เพราะเขาถามว่า ผมสนใจจะส่งของให้เขา 3,000 สาขาไหม ตอนนั้นผมคิดว่าแค่ 300 สาขา เอาใกล้บ้านก็พอ เพราะพนักงานรวมผมมีเพียง 6 คน จะทำทันไหม ช่วงเวลาที่ต้องทำส่งให้ทันตามจำนวน แทบไม่ได้กินได้นอน สภาพผมแย่มาก ตาเป็นหมีแพนด้า จนแม่และพี่สาวต้องเข้ามากอดให้กำลังใจ ทั้งบ้านและญาติต่างขนกันมาช่วยกันทำ จนทันครบตามจำนวน แต่ช้าไปเพียงชั่วโมงเดียว วันนั้นผมรีบขับรถและวิ่งไปส่งของ เลือดกำเดาไหลโดยไม่รู้ตัวเลยครับ”

วันนั้นคิดว่าจะเดินมาไกลถึงวันนี้ไหม

วันนั้นคิดว่าจะเดินมาไกลถึงวันนี้ไหม

“ไม่เคยคิดครับ ผมเป็นคนไม่ชอบวางแผนระยะยาว ไม่คิดยาวถึง 20-30 ปี คิดแค่ 2-3 ปีข้างหน้า แต่เป็นคนที่จะทำงานให้ดีที่สุด ผมมองว่าถ้าเราจะดีในวันข้างหน้า ก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดต่างหาก นอกจากนี้ ป๊า ซึ่งเป็นไอดอลคนหนึ่งของผมก็สอนเสมอว่า อย่าทำอะไรเกินตัว ให้รู้จักพอเพียง ลงทุนอะไรให้คิดว่า หากขาดทุนให้รับได้ ไม่ต้องถึงตาย”

อะไรเป็นกำลังใจที่สู้ชีวิตมาถึงวันนี้


“ผมเป็นคนหลงใหลความสำเร็จครับ คือถ้ามองว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะไม่มีแรงผลักดันให้เราลุกขึ้นจากเตียง ทุกวันนี้ผมเข้านอนเร็ว เพื่อที่จะได้ตื่นเช้า อยากลุกขึ้นจากเตียง มาทำงานให้สำเร็จ มันเป็นกำลังใจให้ผมลุกขึ้นมาทำอะไรให้ชีวิตเราดีขึ้น แม้จะมีคู่แข่งขันเข้ามา แต่คิดว่าผมได้เปรียบที่เข้ามาตกปลาก่อนคนอื่น”

เคยเสียดายชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่ต้องทำงานหนัก ต่างจากคนอื่นๆไหม

เคยเสียดายชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่ต้องทำงานหนัก ต่างจากคนอื่นๆไหม

“ไม่เลยครับ ผมเที่ยวมาเยอะแล้วช่วงเด็ก ตอนนี้มีอาจารย์บอกให้กลับไปเรียน ผมก็ลงเรียนอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ได้มองว่า ตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นๆ ผมจะโชคดีกว่าคนอื่นๆ ตรงที่ผมรู้ความต้องการของตัวเองเร็วกว่าคนอื่นเท่านั้น การที่เราจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ 20 ต้นๆ ไม่ใช่ว่าจะดีไปทุกอย่าง หากเรามีเวลาเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราไม่ลำบาก และประสบความสำเร็จได้ในอนาคต”

แล้วในวันข้างหน้า จากเถ้าแก่น้อยก้าวไปเป็นเจ้าสัวแล้ว คิดจะทำอะไรต่อ

“ผมอยากขยายธุรกิจให้คนทั่วโลกรู้จัก เถ้าแก่น้อย ตอนนี้คนในเอเชียรู้จักบ้างแล้ว ในอีก 10 ปีหากยอดขายเป็นหมื่นล้านเมื่อไร ผมจะลาออกจากซีอีโอ ไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท และอาจมีเวลาเพื่อไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนรัก เพราะผมคิดว่า ชีวิตผมมาไกลเกินที่คาดหมายเยอะแล้วครับ”

เส้นทางชีวิตของ “เถ้าแก่น้อย” คนนี้ คงเป็นแรงผลักดันให้หลายคนได้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตเพื่อเป้าหมายในวันข้างหน้าได้บ้าง!


ทีมข่าวหน้าสตรี



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 41451155
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!