Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป มิถุนายน 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป มิถุนายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 2

วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ยอดขุนศึกจอมทระนง

Pic_261668

เซี่ยงอวี๋ (จากภาพยนตร์ White Vengeance)

ในประวัติศาสตร์จีนที่ยาวนานนั้นมีเรื่องราวให้คนยุคนี้ได้เรียนรู้กันมากมาย อย่างเช่น ตำนานพิชัยยุทธของซุนหวู่ คำสอนอันทรงคุณค่าของขงจื๊อ การปกครองอย่างโหดเหี้ยมเพื่อให้การรวมประเทศบรรลุผลของจิ๋นซีฮ่องเต้ การศึกที่แพรวพราวไปด้วยกลยุทธ์ล้ำลึกในยุคสามก๊ก นอกจากนั้น ยังมีเรื่องราวของขุนศึกอีกคนหนึ่งที่มีชีวิตจริงอันน่าทึ่งราวกับตัวละครในนวนิยาย ชื่อเขาถูกจารึกไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ชนชาติจีน ถึงความห้าวหาญดุดันแบบยอดนักรบผู้ไม่กลัวตาย แต่ขณะเดียวกันก็มีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักต่อหญิงนางหนึ่ง ทั้งการรบและการรักของเขาถูกเล่าขานผ่านการเวลามาแสนนาน

ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ขอนำแฟนานุแฟนย้อนกลับไปในยุคสมัยที่แผ่นดินจีนแบ่งออกเป็น7 แคว้น จนกระทั่งฉินหวางแห่งแคว้นฉินได้รวบรวมแคว้นทั้ง 7 เข้าเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล และได้สถาปนาตนเองเป็น ฉินสื่อหวงตี้ หรือที่รู้จักในนาม จิ๋นซีฮ่องเต้

ฮั่นเกาจูฮ่องเต้ (หลิวปัง)

ฮั่นเกาจูฮ่องเต้ (หลิวปัง)


แต่ก็เป็นที่ทราบกัน ดีว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่โหดเหี้ยมไร้ความปรานีที่สุด มีความพยายามจะลอบปลงพระชนม์อยู่หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จสวรรคตในปีที่ 210 ก่อนคริสต์กาลพระโอรสองค์ที่ 2 โดยการชักใยอยู่เบื้องหลังของ เจ้าเกา ขันทีคนสนิทของอดีตฮ่องเต้ ก็วางแผนปลอมราชโองการสั่งให้พระราชโอรสองค์ใหญ่ผู้ควรจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ทำการฆ่าตัวตายซะ จากนั้นโอรสองค์รองก็ตั้งตนเป็นจักรพรรดิต่อจากจิ๋นซีฮ่องเต้

แต่ฮ่องเต้องค์ใหม่นี้เหมือนพระราชบิดาอยู่เพียงอย่างเดียวคือความโหดเหี้ยม ส่วนความสามารถในการบริหารประเทศนั้นไม่มีเลย ยุคนั้นจึงเป็นยุคที่เกิดความแตกแยกอีกครั้ง มีกบฏเกิดขึ้นหลายกลุ่ม ซึ่งกบฏ 2 กลุ่มที่ทำให้เกิดเรื่องราวมากมายตามมาคือ กลุ่มของ หลิวปัง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเหมือนผู้ปกครองตำบลหลิวซัน กลุ่มหนึ่ง กับกลุ่มของตระกูลเซี่ยง ซึ่งเป็นตระกูลขุนศึกของแคว้นฉู่ในอดีตที่ถูกรวมเข้าไปอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฉินอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนี้มี เซี่ยงเหลียง เป็นหัวหน้า และมีเซี่ยงอวี๋ เป็นแม่ทัพคนสำคัญ เซี่ยงเหลียงนั้นมีศักดิ์เป็นอาของ เซี่ยงอวี๋
จิ๋นซีฮ่องเต้

จิ๋นซีฮ่องเต้


พวกกบฏได้ไปเชิญเชื้อสายของกษัตริย์แคว้นฉู่ผู้กลายเป็นสามัญชนชื่อ หวังซุน มาเป็นหัวหน้าแล้วยกขึ้นเป็น ฉู่ไหวอ๋อง ในทำนองว่าเพื่อให้คนเห็นว่าการต่อต้านการปกครองของราช– วงศ์ฉินนั้นไม่ได้ทำเพื่ออยากเป็นใหญ่ แต่เพื่อฟื้นฟูแคว้นฉู่กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง ต่อมาหลิวปังถูกกองทหารของฉินไล่ฆ่า จึงนำครอบครัวและกองกำลังของตนเข้าไปหาเซี่ยงอวี๋ที่เมืองฉู่ และเมื่อมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ล้มล้างราชวงศ์ฉิน-ฟื้นฟูรัฐฉู่ ทั้งสองจึงจับมือสาบานเป็นพี่น้องกัน ต่อมาเซี่ยงเหลียงเสียชีวิตจากการถูกซู่มโจมตีโดยทหารฉินที่นำโดย หวางลี่ เซี่ยงอวี๋จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแทน

ฝ่ายกบฏมีเป้าหมายอยู่ที่การเข้ายึดเมืองหลวงคือเมืองเสียนหยางให้ได้ ตามแผนการหลิวปังและทัพของเขาจะเข้าตีทางทิศตะวันตก ส่วนทัพของเซี่ยงอวี๋นั้นจะโจมตีทางทิศตะวันออก ทั้งสองให้คำมั่นสัญญากันว่า หากใครสามารถเข้าเมืองเสียนหยางได้ก่อนก็จะได้เป็นเจ้าเมือง

ที่ปรึกษาคนสนิทของเซี่ยง-อวี๋คือ จื่อฉี ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายของหยูจีภรรยาสุดที่รักของเซี่ยงอวี๋ด้วย จื่อฉีคอยเตือนให้ระวังหลิวปังให้ดี เพราะมีลักษณะมีคนหน้าเนื้อในเสือ ขณะที่มือซ้ายถือจอกเหล้าอวยพรเรานั้น มือขวาก็ถือดาบซ่อนไว้ข้างหลังด้วย แม้ว่าหลิวปังเคยกล่าวว่าจะไม่เข้าโจมตีเมืองเสียนหยางก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เซี่ยงอวี๋ได้เป็นเจ้าเมือง แต่จื่อฉีก็บอกว่า อย่าไปเชื่อ
การลอบสังหารหลิวปังในงานเลี้ยง.

การลอบสังหารหลิวปังในงานเลี้ยง.


ในปีที่ 207 ก่อนคริสตกาล กองทัพของเซี่ยงอวี๋ที่มีกำลังราว 2 หมื่นนายเข้าโจมตีเมืองจี้ลู่ที่มีทหารรักษาอยู่ถึง 2 แสนนาย แม้ว่าจะมีทหารน้อยกว่าถึง 10 เท่า แต่ด้วยความอาจหาญการศึก เมืองจี้ลู่ก็ถูกตีจนแตก จากเมืองจี้ลู่ต้องผ่านเมืองจี้หยวนซึ่งมีกองทัพจำนวน 3 แสนนาย แต่ครั้งนี้กองทัพของเซี่ยงอวี๋ถูกตลบหลัง ฝ่ายฉินแอบส่งกองทัพน้อยไปลอบโจมตีเมืองฉู่ซึ่งเป็นฐานของพวกกบฏ เพื่อให้เซี่ยงอวี๋ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แบ่งทหารที่มีน้อยอยู่แล้วกลับไปป้องกันเมืองฉู่

ที่เมืองฉู่ เมื่อถูกกองทัพของฉินเข้าโจมตี กองกำลังที่มีไม่มากก็ไม่สามารถป้องกันเมืองได้ ฉู่ไหวอ๋องจึงทิ้งเมืองหนีไป หยูจีภรรยาของเซี่ยงอวี๋ต้องหนีตายไปหาหลิวปังพร้อมกับหลี่จื้อภรรยาของหลิวปังเอง แต่ทางด้านหลิวปังนั้นหลังจากวางแผนแบ่งงานกันกับเซี่ยงอวี๋แล้ว กลับไม่ยอมลงมือทำอะไรเพราะเชื่อคำแนะนำของที่ปรึกษาที่ให้อยู่เฉยไว้ก่อน แม้กระทั่งเมื่อกองทัพฉินเข้าตีเมืองฉู่ก็ไม่ได้กลับไปช่วย

เมื่อเห็นว่าจะ หวังพึ่งหลิวปังคงไม่ได้แล้ว หยูจีจึงขอแยกตัวไปหาเซี่ยงอวี๋โดยมีทหาร คนสนิทของหลิว–ปังคุ้มกัน แต่ระหว่างทางถูกทหารฉินซุ่มโจมตี เป็นเหตุให้นางถูกจับตัวส่งไปเมืองเสียนหยาง

ทางด้านเซี่ยงอวี๋ หลังจากพยายามโจมตีเมืองจี้หยวนอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ก็สามารถเอาชนะได้ในที่สุด แต่เมื่อทราบว่าทหารฉินจับตัวนางหยูจีภรรยาของตนไป เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งทหารไล่ตามฆ่า ทหารฉินที่ทัพแตกอย่างไม่ปรานี ว่ากันว่าทหารฉินถูกฆ่าโหดในครั้งนั้นไม่น้อยกว่า 2 แสนนาย ความแค้นของเซี่ยงอวี๋นั้นรุนแรงมากถึงขั้นให้ฆ่าแบบเผาหรือฝังทั้งเป็น ชื่อเสียงของเซี่ยงอวี๋ในเรื่องความโหดเหี้ยมกลายเป็นที่เล่าลือกันไปทั่วปฐพี
การต่อสู้บนหลังม้าของนักรบในยุคนั้น.

การต่อสู้บนหลังม้าของนักรบในยุคนั้น.


หลิวปังอาศัยจังหวะเวลานั้นเองรีบรุกเข้าโจมตีเมืองเสียนหยาง ที่ภายในกำลังระส่ำระสายหนักเพราะฮ่องเต้บริหารงานไม่เป็น แถมติดสุขอย่างโงหัวไม่ขึ้น ในช่วงคับขันฮ่องเต้หูไห่ก็ถูกลอบปลงพระชนม์โดยขันทีเจ้าเกา แล้วสถาปนา เจ้าชายจื่ออิง ขึ้นนั่งบัลลังก์แทน แต่เจ้าเกาก็ถูกเจ้าชายองค์เดียวกันนี้สังหารในที่สุดแล้วก็ยอมจำนนยกเมืองเสียนหยางให้หลิวปัง

หลังจากรวบรวมกำลังพลแล้วเซี่ยงอวี๋ก็ยกทัพไปตั้งค่ายอยู่นอกเมืองเสียนหยาง หลิวปังจึงออกไปพบกับเซี่ยงอวี๋พร้อมกับบอกว่าจะยกทรัพย์สมบัติในเมืองเสียนหยางให้ทั้งหมด เพื่อเป็นการขอโทษที่ตนยกทัพไปตีเมืองเสียนหยางก่อน ฝ่ายคนของเซี่ยงอวี๋ไม่พอใจหลิวปังอยู่แล้ว จึงวางแผนสังหารหลิวปัง โดยจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จกันที่ค่าย แผนการคือ ระหว่างงานเลี้ยงให้ยอดฝีมือออกมาร่ายรำโชว์ลีลาเพลงกระบี่ แล้วหาจังหวะสังหารหลิวปังเสียโดยทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ แต่หลิวปังก็รอดชีวิตไปด้วยการช่วยเหลือของทหารคนสนิทที่ติดตามไปด้วย

ถึงกระนั้นก็ตาม หลิวปังยังทำเป็นอ่อนน้อมต่อเซี่ยงอวี๋เช่นเดิม ในขณะที่เซี่ยงอวี๋ก็เหมือนถูกผีสิงอีกครั้ง เมื่อนางหลี่จื้อภรรยาของหลิวปังไปบอกว่าหยูจีที่ถูกจับมาเมืองเสียนหยางนั้นฆ่าตัวตายไปแล้ว เพราะถูกฮ่องเต้องค์ก่อนขืนใจ เซี่ยงอวี๋สั่งเผาพระราชวัง สั่งฆ่าทหารฉินที่ตกเป็นเชลยจนแทบหมดสิ้น แต่เมื่อได้ทราบจากขันทีว่านางหยูจียังมีชีวิตอยู่ในคุกใต้ดินในพระราชวัง เขาก็ฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยบรรดาผู้หญิงที่ถูกกักขังและนำภรรยาออกจากคุกได้สำเร็จ ความรักของเขาที่มีต่อนางกลายเป็นตำนานรักแท้ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่นจนถึงทุกวันนี้

ต่อมา หลิวปังตั้งตนขึ้นเป็น ฮั่นหวาง ปกครองอาณาจักรฉินเดิมทั้งหมด แต่ก็มีคนหนึ่งละที่ไม่ยอมศิโรราบให้แน่ๆ นั่นคือ เซี่ยงอวี๋ หรือซีฉู่ป้าหวาง (สำเนียงจีนแต้จิ๋วออกเสียง ว่า ไซฌอปาอ๋อง)
การสัประยุทธ์อันดุเดือดของเซี่ยงอวี๋

การสัประยุทธ์อันดุเดือดของเซี่ยงอวี๋


การสู้รบกันระหว่างกองทัพของเซี่ยงอวี๋ซึ่งต้องการสร้างรัฐฉู่ขึ้นใหม่ กับฝ่ายฮั่นของหลิวปังนั้นดำเนินมาเป็นเวลาถึง 4 ปี การศึกในช่วงนั้นเป็นที่รู้จักในชื่อว่า สงครามฉู่ฮั่น ผลัดกัน แพ้ผลัดกันชนะหลายต่อหลายครั้ง แต่ภายหลังฝ่ายฮั่นได้กุนซือและแม่ทัพฝีมือดีไปช่วยหลายคน จึงเป็นฝ่ายมีชัยในที่สุด ศึกครั้งสุดท้ายนั้น กองทัพจำนวนหลายแสนของฮั่นปิดล้อมทัพของฉู่ เซี่ยงอวี๋แม่ทัพฉู่ตัดสินใจฝ่าวงล้อมออกไป แต่ก็ไปจนมุมที่ริมฝั่งแม่น้ำสายหนึ่ง วิญญาณนักรบวัย 30 ปีที่ไม่ยอมเป็นผู้แพ้ ทำให้เขาตัดสินใจเชือดคอฆ่าตัวตายในที่สุด

วีรกรรมอันลือลั่นจากการสู่รบและยอมตายไม่ยอมสยบของเซี่ยงอวี๋นั้น เล่าขานกันมาจนชั่วลูกชั่วหลาน สร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นซีรีส์ทางทีวีก็มากมาย ตอนนี้ก็มี DVD เรื่อง “White Vengeance ฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น” กับเรื่องราวการขับเคี่ยวในสงครามของ 2 พี่น้องร่วมสาบาน จากหน้าประวัติศาสตร์อันเป็นตำนานของแผ่นดินมังกร

ภายหลังจากเซี่ยงอวี๋สิ้นชีพไปแล้ว เมื่อฝ่ายต่อต้านหมดผู้นำ แผ่นดินจีนก็กลับมาเป็นหนึ่งอีกครั้ง ฮั่นหวางหรือหลิวปังก็สถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ชื่อ ฮั่นเกาจูฮ่องเต้ เป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ฮั่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


โดย ลุงดำ และ ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36147574

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!