Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป มีนาคม 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป มีนาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 31

วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

เผย 10 อันดับโรงเรียนทำคะแนนเฉลี่ย โอเน็ต สูงสุดประเทศ - "มหิดลวิทยานุสรณ์"เหมาแชมป์

ผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2554 ซึ่งประกาศเร็วขึ้นก่อนกำหนดถึง 2 สัปดาห์นั้น

ปรากฏคะแนนเฉลี่ยของผู้มีสิทธิเข้าสอบเกือบ 4 แสนคน ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จากคะแนนเต็มวิชาละ 100 คะแนน มีวิชาเดียวที่คะแนนเฉลี่ยเกินครึ่ง คือวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา 54.6

นอกนั้นพบว่าภาษาไทยได้เฉลี่ย 41.8 สังคมศึกษา 33.3 วิทยาศาสตร์ 27.8 ศิลปะ 28.5 ลดต่ำลงกว่าคะแนนที่สอบได้ในปี 2553 เสียอีก

ขณะที่วิชาอาชีพและเทคโนโลยีที่ได้ 48.7 คณิตศาสตร์ 22.7 และภาษาอังกฤษ 21.8 สูงกว่าปี 2553 นั้น ก็ยังไม่เกินครึ่งอยู่ดี

แต่ลองมาดู 10 อันดับ โรงเรียนที่ทำได้คะแนนเฉลี่ย (Mean) โอเน็ต ก.พ.55 สูงสุดของประเทศ

ที่มา : ข้อมูลจากเว็บไซต์ เด็กดี/ มติชนออนไลน์

จ่อฟัน! 'ตุ๊กตายางฟีเวอร์' เตือนแหล่งสะสมโรค 'ติดเชื้อ' หนักต้องหั่นทิ้ง!

Pic_248411

สคบ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไอซีที จ่อฟัน "ตุ๊กตายาง" เตือนคุณภาพห่วย รักษาความสะอาดไม่ดีโรคเพียบ...!!

หลังจากที่ไทยรัฐออนไลน์เปิดประเด็นเรื่องเว็บไซต์มากมาย โฆษณาชวนเชื่อแบบโจ๋งครึ้มเกี่ยวกับตุ๊กตายางฟีเวอร์เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งกำลังฮิตในหมู่คนไทยจำนวนมากจนกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์...

ความคืบหน้า ล่าสุด นายสงกรานต์ เตชะณรงค์ โฆษกกระทรวงไอซีที กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า ตอนนี้ได้ IP address ของเว็บไซต์ดังกล่าวมาแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นดำเนินการปิดเว็บไซต์เหล่านี้ หลังจากนี้ทางกระทรวงไอทีซีก็จะทำการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จัดการจับกุมผู้กระทำความผิด

“เว็บไซต์เหล่านี้ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ก็อยากให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ เพราะจะเป็นการสนับสนุน ซึ่งเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่พอมีข่าวแล้ว ไอซีทีถึงบล็อกเว็บที่ไม่เหมาะสม เราทำมาโดยตลอด จึงอยากให้ทุกคนอุ่นใจว่าเราไม่ได้นิ่งดูดายและจะจัดการเรื่องนี้เร็วที่สุด”


สคบ.จ่อฟันตุ๊กตายาง...!

ด้าน นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า การโฆษณาชวนเชื่อเช่นนี้เข้าข่ายผิดมาตรา 22 (3) พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ว่าด้วยการโฆษณาสินค้าที่สนับสนุนให้กระทำความผิดกฎหมายโดนตรงและโดยอ้อม หรือผิดศีลธรรม ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 30,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ ซึ่งขั้นตอนหลังจากได้ยูไอพีของเว็บไซต์ที่ลงข่าวดังกล่าวแล้วก็จะทำประสานเจ้าหน้าที่เพื่อรอสืบเบาะแสและจับกุมดำเนินคดีในที่สุด

“ปัจจุบัน สคบ.มีการสุ่มตรวจในเว็บไซต์เข้มข้นตลอด แต่ก็ยอมรับว่าการโฆษณาชวนเชื่อสินค้าผิดศีลธรรมในอินเทอร์เน็ต และดาวเทียมเหล่านี้มีจำนวนมหาศาลมาก ซึ่งหากตรวจพบแทบจะไม่ต้องพิสูจน์อะไรเลย เพราะผิดกฎหมายชัดเจนแน่นอน นอกจากนี้ยังผิดในประมวลกฎหมายอาญาโทษหนัก ทั้งจำและปรับอีกด้วย อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญอันดับรองลงมาก็คือ คุณภาพของสินค้าที่ไม่ได้ผ่านมาตรฐานเพราะเป็นสินค้าที่ก๊อบปี้มาขายในราคาถูก เรื่องความสะอาดก็ต้องพึงระวัง เพราะถ้าทำความสะอาดไม่ทั่วถึง หรือปล่อยให้ตุ๊กตายางส่ำสอนใช้หลายคน อาจจะเป็นที่เพาะเชื้อโรคซึ่งอันตรายมาก”

ตำรวจ ชี้โม้สรรพคุณชวนเชื่อ ลามก โทษหนัก

ด้าน พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวว่าผิดมาตรา 287 ว่าด้วยเพื่อความประสงค์ แห่งการค้า หรือ โดยการค้า เพื่อการแจกจ่าย เพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า หรือ ยังให้นำเข้า ในราชอาณาจักร ในการค้าเกี่ยวกับ วัตถุ หรือ สิ่งของลามก ต้องระวางโทษ จำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ


“สุดท้ายก็อยากจะประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา เพราะทุกวันนี้ในโลกอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องหลอกลวง ชวนเชื่อเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นการหลอกให้โอนเงินค่อยเห็นสินค้า ซึ่งเขาอาจจะไม่มีสินค้าก็ได้ ในเรื่องคุณภาพเนื่องจากไม่ได้เห็นหน้าร้าน เมื่อส่งสินค้ามาคุณภาพอาจจะไม่ดีใช้แล้วเป็นอันตราย ที่สำคัญถ้าเกิดโอนเงินไปแล้ว คนร้ายไม่ส่งของเราจะฟ้องนิติบุคคลที่ไหนได้ เพราะพวกนี้มักจะจดแบบไม่แสดงตัวตน เบอร์โทรศัพท์ก็ใช้ 02 มือถือก็ไม่ใช่แบบพรีเพดก็ได้ ดังนั้นโปรดอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด”

โรคจิต ระวังติดเชื้อหนักต้องหั่นทิ้ง

ขณะเดียวกัน นายวัลลภ ปิยะมโนธรรม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยา และจิตวิเคราะห์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า สาเหตุที่ทำให้มันได้รับความนิยมก็เพราะปัจจุบันผู้หญิงก้าวร้าวขึ้นและควบคุมได้ยากมากๆ


“ตนเองเฝ้าติดตามเทรนด์นี้มานานแล้ว พบว่าปัจจุบันเทคโนโลยีมันไปไกล และสุดยอดเหมือนกับไอโฟน เราจะพบว่าตุ๊กตายางมันทำได้ทุกอย่าง ทั้งผิวที่นิ่มเหมือนคนมาก หน้าตาก็มีมากมายเปลี่ยนผม เปลี่ยนสีแบบไหนก็ได้ เสียงครางก็มีหลายเสียง แถมยังทำออรัลเซ็กซ์ได้ เลือกความอุ่นได้อีกด้วยศักยภาพมันใช้ได้ดีกว่าผู้หญิง ส่งผลให้ผู้ชายสมัยนี้ไม่ง้อผู้หญิง อยู่กับของแห้งๆ ดีกว่า เนื่องจากควบคุมได้ แถมยังไม่ต้องมีปากมีเสียงทะเลาะกัน ไม่งอแง ไม่กินอาหาร จับแต่งตัวได้ ควบคุมได้ทุกอย่าง”

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิต กล่าวว่า ภาษาจิตวิเคราะห์บอกว่ามันสะท้อนความสัมพันธ์ในอนาคตที่เปราะบาง อีกหน่อยอาจจะมีการแต่งานน้อยลง เพราะต่างคนต่างแยกกันไปใช้อุปกรณ์สร้างความสุขที่ตนเองชอบ ถือว่าเป็นภาวะอันตราย ซึ่งกระแสนี้ในเมืองไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

“ถามว่าคนที่ชอบใช้ตุ๊กตายางหรืออุปกรณ์สร้างความสุขนั้นเข้าขั้นโรคจิตไหม ก็ไม่ จิตแพทย์เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า ภาวะสังคมเพี้ยน เป็นสังคมตัวใครตัวมัน แต่ถามว่าต้องรักษาไหม คนที่มาหาหมอโรคจิตต้องมีความทุกข์ แต่ใช้ตุ๊กตายางเขามีความสุขมากๆ จะมาบำบัดทำไม ที่อเมริกามีผลวิจัยมาว่า เขาดูแลตุ๊กตายางและอุปกรณ์ให้ความสุขมากกว่าภรรยาซะอีก อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ เรื่องความสะอาดเพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค อาจจะทำให้อวัยวะเพศติดเชื้อหนัก ซึ่งอันตรายต่ออวัยวที่อ่อนไหวมาก” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิเคราะห์กล่าวเตือน.

Twitter : raydo_thairath

พจนานุกรมคำศัพท์เกย์ เรียนรู้ไว้ไม่เสียหลาย

Pic_248680

คอลัมน์เกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ขอลองเปลี่ยนอารมณ์สักเล็กน้อย ด้วยพจนานุกรมคำศัพท์แปลกๆ แฝงความนัย ซึ่งบัญญัติโดยเพศที่สาม โดยใช้สำหรับพูดเล่นในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

สลัมบอมเบย์ = ใช้ว่าบุคคลที่กระทำกิริยาดิบเถื่อน

ดงตาล = กะเทยที่ชอบพูดเรื่องในวงการบันเทิง

โป๊ะแตก = ผู้ชายที่เผลอหลุดความเป็นสาวออกมาจากเรือนร่าง

เพื่อนปุก = ผู้หญิงทำตัวเป็นผู้ชาย ( ทอม )

ญาติคุณสัน = กะเทยเจ้าแม่ศัลยกรรม

สตรอเบอรี่หน้าเงือก = มีความหมายว่า กะเทยเด็ก หน้าไม่สวย แต่ทำตัวแรง

กล้ามปู = ผู้ชายกล้ามโต แต่มีใจเป็นหญิง

สไบพริ้ว = กล่าวชมเชยบุคคลที่แต่งตัวงดงาม เป๊ะไปทุกกระเบียดนิ้ว

ก.ท.ม. = อักษรย่อตรงตัวว่า 'กะ' 'เทย' 'เก๊ก' 'แมน'

กะเทยOtop = กะเทยบ้านนอก

เงือก = เกย์ไม่สวย

จูออน = กะเทยน่ากลัว ตัวใหญ่หน้าหยาบ ชอบจิกผู้ชายอย่างไร้ยางอาย

กรูปรี = ใช้กระทบกระเทียบบุคคลที่ทำตัวแรดแบบแรงๆ

กุ้งนาง = กะเทยที่สวยหวานเหมือนผู้หญิง

คำศัพท์หลังจากนี้ ถือว่าเป็นคำศัพท์ติดเรต ฉ18

คัน = อาการลงแดงอยากได้ผู้ชาย

คันธมาศ = เกย์ที่แสดงอาการชอบผู้ชายแบบไม่อายสังคม

เค = คำเรียกอวัยวะเพศชายหรือองคชาต

จิก = การเดินเข้าไปคุยกับผู้ชายแปลกหน้า โดยหวังสานความสัมพันธ์ระหว่างกัน

จุดพลุ = การเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่ม

ฉ้อราษฎร์ = การแย่งแฟนเพื่อนมาเป็นแฟนของตนเอง

สโตก = ช่วยตัวเอง

สอยมะม่วง = การใช้ปากอมพวงสวรรค์หรือลูกอัณฑะ

ซีดี = คำย่อเรียกถุงยางอนามัย โดยรากศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ 'คอนดอม' (condom)

แฉะ = อาการอยากมีเพศสัมพันธ์จนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่

ตำแตง = ผู้ชายสร้างโลกสวยด้วยมือเรา

ตำแจ่ว = ความหมายคล้าย ตำแตง แต่นิยมใช้ในหมู่กะเทยแถบอีสาน

ฉีกทุเรียน =เปิดประตูหลังให้กว้าง พร้อมรับข้าศึก

ถวายบัว = การทำรักด้วยปาก

ผัดไทย = มาจากคำว่า 'ผ(ลั)ดไทย' ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า การมีเพศสัมพันธ์กันโดยผลัดกันรุก ผลัดกันรับ

ฟิน = เสร็จหรือลุล่วงกามกิจ

ลวกก๋วยเตี๋ยว = สำเร็จความใคร่

จ๊ะเอ๋ = โรคเอดส์

กิ๊บ = พวงสวรรค์ผู้ชาย

อย่างหรอย = รากศัพท์มาจากภาษาใต้ แปลว่าสุดยอด เยี่ยมยอด

ขอย้ำว่าภาษาข้างต้นเป็นเพียง “ภาษาพูดเล่น” ขอกลุ่มคนที่มองโลกในแง่มุมสนุกสนาน โดยเน้นเพียงแค่เพิ่มอรรถรสสำหรับการพูดคุยสนทนาให้สนุกมากขึ้นเท่านั้น.

เครื่องมือสแกนผี...กับทฤษฎีกดติดวิญญาณ!

Pic_248736

อาทิตย์ก่อน มีพี่นักข่าวที่น่ารักท่านนึงโทรมาขอความเห็นเรื่อง "ความเชื่อของซีกับ ภาพถ่ายกดติดวิญญาณ"... ทิ้งข้อสงสัยในใจซีเยอะมากมาย เหมือนกับตอนดูหนังเรื่อง Shutter จบแล้วภาพยังติดในหัว แต่ไม่น่ากลัวขนาดนั้น...

ดูรูปแต่แรกก็สงสัย อยากตั้งชื่อภาพถ่ายว่า "ผีจัดเต็ม" เพราะภาพคุณลุงในรูปจากข่าว แบบว่าเห็นชัดมาก!!! จนความคิดแรกในหัวซีคือ เราจะเห็นวิญญาณกันเต็มตาขนาดนี้เลยเหรอคะ?... แต่ถ้าไม่มั่ว...คนถ่ายเค้าเอาแอพอะไรมาหลอกตา หรืออะไร มันถึง....ทำไมๆๆๆ...เต็มไปหมด!!!


มาวิเคราะห์ดูสักตั้งว่า "เหตุผลอะไรที่คนส่วนใหญ่เชื่อปักใจว่า...เนี้ยแหละภาพกดติดวิญญาณ"

สมมติฐานข้อที่ 1 คือ ถ้าคนถ่ายอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ไฮเทคมาก...คนเกินครึ่งจะรีบเชื่อว่าช็อตเด็ดนั้นจะเป็นของจริง!!!

เหตุผลสนับสนุนคือ เอ้า...ก็มันน่าเชื่อออก... กลุ่มคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญกับการตัดต่อภาพ หรือเครื่องมืออะไรไฮเทค และไม่ได้มีเวลาส่วนใหญ่ไปสนุกสนานกับการแกล้งคนทำนองนั้น คงไม่ว่างมาวางแผนกับสถานการณ์แบบนี้ชัวร์... จริงปะล่ะ

สมมติฐานข้อที่ 2 คือ อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำ...ถ้าไม่ใช่สมาร์ทโฟน หรือกล้องเทพ...คนจะรีบเชื่อ ว่าจะเป็นของจริง!!!


"นี่เค้าใช้กล้องมือถือรุ่นราคาถูกนะ ไม่น่าแต่งภาพหรอก"
ชัวร์ ค่ะ...สมาร์ทโฟนอย่างไอโฟน จะทำภาพแบบนี้ง่ายมาก...แค่โหลดแอพพวก HauntedFace , GhostCamera หรือแค่แอพทั่วไป ไม่ได้ใส่เอฟเฟกต์ผีมากเท่าไหร่อย่าง Twinmaker ยังทำให้เหมือนถ่ายติดกุ๊กกู๋....ได้เลยค่ะ บรื๋อออออ...ขนหัวลุก!

ทั้งนี้ ทั้งนั้น มือถือที่ถ่ายถูกหรือแพง มันเอามาวิเคราะห์คนใช้ได้ด้วยไง!!! ระดับการอำเราน่าจะต่ำไปตามความ "Lowtech" ของเครื่องมือที่ถ่ายกับความรู้ในการถ่ายของคนด้วย...คิดแบบมีเหตุผล กว่าจะถ่ายกว่าจะโอนข้อมูลมาตัดต่อ อันนี้อาจอำลำบาก

แต่อย่างไรก็ ดี...สมมติฐานข้อนี้ ตัดสินแบบเหมารวมคือ สรุปได้ว่า...ก็ชั้นอยากจะเชื่อ!!!.. ไม่มีความแม่นยำนักแต่พอจะคิดเร็ว...ก็อาจได้ผล สร้างความเชื่อได้...เพราะกล้องดีๆ หน่อยจะสามารถตั้งให้เปิดหน้ากล้องได้ นานๆ...เราจะได้ภาพซ้อนเหมือนหลอนๆ คืออำคนได้ ในกรณีมีกล้องดีแล้วเล่นลูกเล่นเป็นหน่อยทำภาพหลอนได้ไม่ยาก!

สมมติฐานที่ 3 คือ สถานการณ์ให้...คาแรกเตอร์ได้


หากดูเหมือนเป็นภาพกดติดวิญญาณหลังอุบัติเหตุแล้วคน (หรือผี) ที่ถ่ายติดมาดูมี ความคล้ายคลึงจนคนใกล้ชิดแบบญาติสนิทผู้เสียชีวิตตะลึงได้...ส่วนมากไม่แปลก จริงๆ ที่เค้าจะเชื่อว่าใช่ ไม่ใช่เหรอคะ ก็อย่างที่เขียนเป็นคอนเซปต์ว่า "สถานการณ์ให้...แล้วคาแรกเตอร์ได้" มันเลยลงตัวน่าเชื่อจริงๆ ไง

สาวไอทีแบบซี...เห็นแบบนี้ก็เป็นคนขวัญอ่อนอยู่นะคะ กว่าจะค้นคว้าหลายแนวคิดในการถ่ายภาพกดติดวิญญาณ และความเป็นไปได้ ไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนหลับรึเปล่า...เอาเป็นว่า ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับ "การเลือกเชื่อ" ของแต่ละคน เพราะบนโลกเรามีหลายความเชื่อ และเหตุผลดีๆ ให้เลือกเชื่อเสมอ อยู่ที่ว่าเราเชื่ออะไรแล้วเป็น "ผลดีกับเราและโลกบ้าง" คุณล่ะคะ ทฤษฎีความเชื่อเหมือนซีบ้างรึเปล่า?


ซี ฉัตรปวีณ์
Twitter.com/ceemeagain
youtube.com/chatpawee



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36288100

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!