Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป มีนาคม 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป มีนาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 14

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

'ผมอยากเป็นทีมชาติ' 'โจอี้บอย' สลัดแร็พโย่ว เจอแล้วความสุขบนฟ้า

Pic_245418

กำลังซุ่มซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น สำหรับทีมพารามอเตอร์ทีมชาติไทย ที่เตรียมยกพลบินไปทำศึกเอเชียนบีชเกมส์ 2012 ครั้งที่ 3 ที่เมืองไห่หยาง มณฑล ชานตง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-22 มิ.ย.นี้

สำหรับรายการนี้ กีฬาพาราไกลดิ้ง จะมีชิงชัยกันทั้งสิ้น 4 เหรียญทอง ซึ่งไทยได้คัดเลือก 5 นักกีฬาระดับหัวกะทิ และแนวหน้าในบ้านเราไปแข่งขัน โดยหนึ่งนั้น คือ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต หรือ "โจอี้บอย" แร็พเปอร์ชื่อดัง ที่หันไปเอาดีด้านสปอร์ตในช่วงนี้ ล่าสุดก็เพิ่งคว้าเหรียญเงิน จากกีฬาแห่งชาติ "ขอนแก่นเกมส์" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาคล้องคอได้อีกด้วย

"ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสดีได้พูดคุยกับเจ้าพ่อแร็พเปอร์เมืองไทย ถึงชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง ที่เขายืนยันว่านี่แหละ คือ "เป้าหมายแรกในชีวิต" มากกว่าเส้นทางสายดนตรี ที่ดัน "เผอิญ" นำพาชื่อเสียงมาให้กับเจ้าตัวเสียอีก

ใครจะรู้ ''โจอี้บอย'' อยากเป็นทีมชาติ

ร่วมทีมชาติพารามอเตอร์ไทย ชุดลุยเอเชียนบีชเกมส์ 2012 ที่จีน มิ.ย.นี้

ร่วมทีมชาติพารามอเตอร์ไทย ชุดลุยเอเชียนบีชเกมส์ 2012 ที่จีน มิ.ย.นี้


ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงนี้เรามักจะเห็นโจอี้บอยตั้งหน้าตั้งตาคลุกอยู่กับกีฬาเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นถึงผู้บริหารค่าย "ก้านคอคลับ" ในเครือ "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ซึ่งเขายืนยันว่า ไม่ได้ทำไป เพราะเพียงแค่อยากปลีกตัว หนีข่าวรักๆ ใคร่ๆ ในวงการบันเทิง อย่างที่เข้าใจกัน

"ผมเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนผมอายุ 13 ผมอยู่ทีมชาติไอซ์ฮอกกี้ ผมเล่นสเก็ตบอร์ด ผมเล่นมาเยอะมาก แต่เรื่องการนำเสนอข่าว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเล่นทีมชาติไม่เห็นมีใครรู้เลย (หัวเราะ) ผมได้แชมป์ประเทศไทย ไม่มีใครสนใจ เขียนแต่เรื่องจะคบกับใคร จะจีบกับใครมากกว่า"

"ที่มาเล่นกีฬา ไม่ใช่อยากหนีข่าว ผมเล่นกีฬามาตั้้งแต่เด็ก ความใฝ่ฝันในชีวิตผม คือ ผมอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ การเป็นนักร้องมันเป็นเรื่องรองลงมา มันเป็นเรื่องโบนัส มันเป็นเรื่องกำไรที่เป็นโอกาสที่เข้ามาในชีวิต แต่เป้าหมายแรกในชีวิตของผม คือการเป็นนักกีฬา ซึ่งมันก็มาถึงแล้ว"

สปอร์ตแมน "ตัวพ่อ" แต่ต้องเลิกหมด

กีฬา อยู่ในสายเลือด

กีฬา อยู่ในสายเลือด


พอได้ดิบได้ดี หลังจากเข้าสู่วงการบันเทิงดนตรี เขายอมรับว่า ต้องหันหลังให้กับการเล่นกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบ โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำเอ็กซ์ตรีม อย่าง "เวกบอร์ด" ซึ่งหลายคนในวงการการันตีว่า ฝีมือของเขา ระดับ "เซียน" เลยทีเดียว

"ด้วยอาชีพที่เรามีอยู่ เราเจ็บตัวไม่ได้ คือผมต้องเลือกกีฬาหลายประเภท แต่ก่อนผมเคยเล่นเวกบอร์ด ถ้าในวงการเวกบอร์ดเมืองไทย ไปถามดูได้ ใครฟลิปเกียร์ได้เป็นคนแรก "โจอี้ บอย ครับ" (หัวเราะ) หรือสเก็ตบอร์ด ผมต้องเลิกหมด เพราะผมเจ็บตัวไม่ได้เลย เพราะตอนที่ผมเล่นกีฬา ผมบาดเจ็บมาก เล่นแรง เล่นหนัก"

แดดร้อนอ่ะ

แดดร้อนอ่ะ


รวมถึงกีฬามวยไทย ซึ่งเขาเปิดเผยว่า เป็นทั้งแฟนคลับ และเพื่อนของ "บัวขาว ป.ประมุข" สตาร์นักมวยไทย ที่เพิ่งกลายเป็นข่าวดังหายตัวออกจากค่าย ก่อนออกมาแถลงข่าวประกาศแยกตัวกับค่ายป.ประมุข ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึง "จา พนม" นักแสดงขาบู๊ของเมืองไทยอีกด้วย

"ผมรู้จักบัวขาวครั้งแรกตอนไปญี่ปุ่น เพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น บอกว่า มีนักมวยไทยคนหนึ่งดังมาก เก่งมาก จากนั้น เราก็ได้ยินชื่อเรื่อยมา จนกระทั่งเขามาที่ร้านอาหารของผม ก็เลยคุยกันมาตั้งแต่ตอนนั้น พอมีต่อย มีโชว์ ก็จะไปเยี่ยมไปชมตลอด ส่วน จา พนม ก็เป็นเพื่อนผมเหมือนกัน ทำให้เวลาจะไปไหนค่อนข้างอุ่นใจมากๆ (หัวเราะ) แต่ผมคงไม่คิดเล่นมวยไทยจริงจัง เพราะร่างกายเราไม่เอื้อ คงต่อยแค่ออกกำลังกายพอ"

''อยากบิน'' จุดเริ่มต้น สู่พารามอเตอร์

ติดเครื่องให้หน่อย

ติดเครื่องให้หน่อย


โจอี้บอย เล่าถึงความเป็นมาในการเล่นพารามอเตอร์ของตัวเองว่า เนื่องจากตนเห็นกีฬาชนิดนี้มานานแล้ว ก่อนที่จะรู้สึก "ปิ๊ง" เข้าเต็มเปา เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จนทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเข้าคอร์สฝึกฝนการเล่นร่มบินกับผู้เชี่ยวชาญ จนตอนนี้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักพารามอเตอร์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

"จริงๆ เห็นมานานแล้ว แต่มาปิ๊งตอนนั่งกินข้าวอยู่ที่กาญจนบุรี อยู่ๆ เห็นบินผ่านมาตัวหนึ่ง ก็เลยคิดว่า คนเราเกิดมายังไม่เคยบินเลย และนี่ก็เป็นความฝันที่น่าจะใกล้เคียงที่สุดในการบินได้ อีกทั้งยังเป็นกีฬาการบินที่ค่อนข้างถูกที่สุด ประหยัดที่สุด อุปกรณ์อย่างราคาหลักหมื่นถึงหลักแสน 2 แสนก็แพงที่สุดแล้ว จากนั้นกลับมาถึงบ้าน เข้าอินเทอร์เน็ตหาอาจารย์ และไปเรียนกับเขา แล้วก็บินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บินแล้วมันติด

เตรียมโบยบิน ทะยานขึ้นฟ้า

เตรียมโบยบิน ทะยานขึ้นฟ้า


"มันเป็นทั้งกีฬา การท่องเที่ยว นันทนาการ และยานพาหนะ จริงๆแล้วมันเป็นกีฬาที่คนเล่นเยอะ แต่คนในเมืองอาจไม่ค่อยรู้จัก เพราะมันไม่มีที่จะบิน ส่วนใหญ่ต่างจังหวัดบินกันให้เพียบ ไม่ว่าจะบินไปเที่ยว บินทอดผ้าป่า ทอดกฐิน เพราะว่าบริเวณเขาเหมาะสม แล้วยังได้เพื่อนด้วย ทุกจังหวัดมีนักบิน เราไปเที่ยวสุราษฎร์ธานี ทีมเขาก็จะพาบินไปเกาะสมุยนี้ ถ้าบินไปเชียงใหม่ เขาก็จะพาบินไปเขื่อน ดูเขื่อนแม่กวง ไปบ่อสร้าง และก็มีโอกาสได้รับใช้ชาติอีกหลายๆ ด้าน อย่างเป็นจิตอาสา เป็นต้น"

ประทับใจสุด ได้แชมป์ประเทศไทย

โชว์ลีลาการบังคับอย่างคล่องแคล่ว

โชว์ลีลาการบังคับอย่างคล่องแคล่ว


แม้จะบินมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้ว แต่นักร้องแร็พเปอร์ขวัญใจวัยโจ๋ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุดในการบินพารามอเตอร์ เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ เมื่อปีที่แล้ว นั่นคือ การคว้าแชมป์ประเทศไทย พร้อมคว้าถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาครองได้สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อน

"ประทับใจสุดคงเป็นปีที่แล้วที่เป็นแชมป์ประเทศไทย ถ้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือเป็นรางวัลสูงสุดของการแข่งขัน เราหวังอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำได้ แต่ว่าการแข่งขันทุกประเภท มันมีเรื่องของดวง การแข่งขันทุกประเภทมันเป็นการแข่งขันกับตัวเอง เราซ้อมมาดี แต่วันจริงจะทำได้ดีแค่ไหน มันก็เป็นเรื่องของดวง เรื่องของลม เรื่องดินฟ้าอากาศ ทุกอย่างมีส่วนสำคัญ"

ยอมรับเป็นกีฬาที่เสี่ยง

โชว์บินเหนือต้นไม้

โชว์บินเหนือต้นไม้


สำหรับกีฬาพารามอเตอร์ จะมีกติการแข่งขันกันหลากหลาย โดยสามารถแบ่งแยกประเภทคร่าวๆ ได้แก่ ครอสคันทรี (cross country) ซึ่งต้องบินหาพิกัดให้ถูกจุด ภายในระยะเวลาที่ประมาณการ, ประเภทอีโคโนมิก (economic) หรือการบินประหยัดเชื้อเพลิง และประเภทสลาลม (slalom) หรือการบินเรียดอยู่กับพื้น คล้ายๆกับการแข่งรถหรือเจ็ตสกี ที่ต้องมีการเลี้ยวเข้าทุ่น ซึ่งโจอี้บอยยอมรับว่า ตนเองถนัดประเภทนี้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ปฏิเสธว่า พารามอเตอร์เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่มีความเสี่ยงในการเล่นไม่น้อย แต่เชื่อว่า หากนักกีฬาได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และมีสติ ก็จะช่วยให้เปอร์เซ็นต์ของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นแทบจะเป็น "ศูนย์" เช่นกัน

ยิ้มกลางอากาศ

ยิ้มกลางอากาศ



"ยิ่งเป็นกีฬาที่เสี่ยง เราก็ต้องใช้ความระมัดระวังปลอดภัยมากขึ้นอีกหลายเท่า กีฬาประเภทนี้ ไม่ใช่ว่า เครื่องดับแล้วลงมาจอดเลย มันต้องมีทักษะ ถามว่า เครื่องดับอันตรายไหม เครื่องดับก็จะร่อนลงช้าๆ ปกติทั่วไป แต่ถ้าคนไม่เคยฝึกซ้อม ก็จะไม่รู้ว่าจะไปลงตรงไหน หลังคา เสาไฟฟ้า หรือลานกว้างๆ ดังนั้นอยู่ที่เราฝึกฝน ซึ่งถ้าเราฝึกฝนมาอย่างดีแล้ว อันตรายก็ไม่มีแน่นอน"

"กีฬาพารามอเตอร์ ต้องใช้สติเยอะมากกว่ากำลัง เพราะมันพลาดไม่ได้ มันไม่เหมือนกีฬาพวกนั้น ที่เมื่อพลาดก็บาดเจ็บขาหัก แต่อันนี้พลาดไม่ได้ อันนี้พลาดแล้วเรื่องใหญ่ พอไม่พลาด มันก็ช่วยเซฟเรื่องอาการบาดเจ็บไปในตัว กีฬานี้เลยเป็นกีฬาที่ผู้ใหญ่เล่นเยอะ คอนโทรล ใจเย็น มีสติมาก ผมรู้สึกว่า ผมเล่นกีฬาได้เหมาะกับวัยผมแล้ว (หัวเราะ)"

หวิดได้ไปสวรรค์จริงๆ

ซวยและ เครื่องไม่ติด

ซวยและ เครื่องไม่ติด


แต่ถึงจะรู้และเชี่ยวชาญ ขนาดนี้ โจอี้บอย ก็เคยมีประสบการณ์ "เฉียดตาย" มาแล้วเช่นกัน จากอุบัติเหตุระหว่างทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครกู้ภัย ช่วยเหลือน้ำท่วมใหญ่ ในเขตปริมณฑล จังหวัดนนทบุรี และปทุมธานี เมื่อปลายปี พ.ศ.2554

"มันไม่ใช่เกิดจากการเล่น แต่เกิดจากการที่เราเลือกที่จะเสี่ยงเอง อย่างช่วงน้ำท่วมที่มีข่าว โดนใบพัดเฮลิคอปเตอร์ เป็นภารกิจทางทหารขอมาให้เราบินสำรวจเส้นทางน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นภารกิจที่เสี่ยงบินเข้ามาในเมือง และพื้นล่างเป็นน้ำหมด เพราะฉะนั้น ถ้าตกลงมาเดือดร้อนแน่ อุปกรณ์ป้องกันที่เรามี คือ ร่มสำรองตัวที่สอง หากเกิดอะไรขึ้นมา อุปกรณ์ชูชีพมันจะช่วยเซฟได้ในประมาณหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ปกติ ร่มบินหลายๆคนก็จะเข้าไปช่วยงานกู้ภัยอยู่แล้วเหมือนกัน"

ฝันเป็นจริงแล้ว แต่ยังไม่หยุด!

เมื่ออยู่บนท้องฟ้า ต้องมีสติตลอดเวลา

เมื่ออยู่บนท้องฟ้า ต้องมีสติตลอดเวลา


กับรายการใหญ่ระดับนานาชาติครั้งแรก โจอี้บอย ยอมรับว่า ตนเองไม่ได้กดดันอะไรมากมาย เพราะรู้สึกว่าได้เติมเต็มความฝันเรียบร้อยไปแล้ว นับตั้งแต่ได้แชมป์ประเทศไทย อย่างไรก็ดี เชื่อว่า โอกาสครั้งนี้ ทัพร่มบินทีมชาติไทย มีลุ้นที่จะสร้างประวัติศาสตร์ได้เช่นกัน

"จริงๆ ผมสุดไปแล้ว ตั้งแต่ผมได้แชมป์ ผมรู้สึกว่า ผมได้ทำตามฝันแล้ว การมาติดทีมชาติ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เผอิญมีแมตช์ใหญ่แข่งขัน เป็นครั้งแรกของพารามอเตอร์ ในกีฬามวลชน อย่างเอเชียนเกมส์ ผมตั้งเป้าอย่างน้อย ทีมไทยต้องมีเหรียญกลับมา เพราะผมเชื่อว่า ทีมไทยมีฝีมือติด 1 ใน 5 ของโลก ฉะนั้น ถ้าในระดับเอเชีย แน่นอนเราไม่เป็นรองใคร"

ภาพลักษณ์ศิลปิน 'ขี้เหล้า-เมายา'

จริงจังในการให้สัมภาษณ์

จริงจังในการให้สัมภาษณ์


กับข่าวคราวที่เรามักเห็นกันอยู่บ่อยๆ กรณีที่ศิลปินนักร้อง ถูกโยงภาพลักษณ์ที่ไม่ดีๆ อย่างประเด็นเรื่องของ "ติดเหล้า-เมายา" ซึ่งโจอี้บอย ยอมรับว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ตนคงไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้ แต่ก็เชื่อว่า ศิลปินแต่ละคนก็มีความเชื่อ ความชอบที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับตัวเอง สิ่งที่หายใจเข้า หายใจออก คือ "กีฬา"

"ส่วนตัวของผม จริงๆแล้วอย่างที่บอก เป้าหมายในชีวิตผมอยากเป็นนักกีฬามากกว่านักดนตรีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การเป็นนักร้องก็เป็นอาชีพ ส่วนกีฬาก็เป็นสิ่งที่เราทำ เพื่อความบันเทิง และก็สนุก ผมว่าผมเป็นคนชอบเอาชนะ แต่งานที่เราทำมันงานเป็นศิลปะ อย่างงานเพลง งานหนัง มันเอาชนะกันไม่ได้ มันเป็นศิลปะ แต่กีฬานี่แน่นอน วัดกันไปเลย"

พร้อมจะบินแล้วครับ

พร้อมจะบินแล้วครับ


ทิ้งท้าย โจอี้บอย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ชีวิตในวัย 36 ปี ของเขา หมดไปกับเกมกีฬาเป็นส่วนใหญ่ หลังจากผ่านพ้นช่วงวัยที่อยากรู้ อยากลอง มาแล้ว

"ตอนนี้ชีวิตครึ่งๆ ระหว่าง กีฬากับบันเทิง กีฬาอาจจะเกินมาด้วยซ้ำ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ผมเล่นสารพัดอย่างเหลือเกิน ทั้งตีกอล์ฟ ยิงธนู เจ็ตสกี พายเรือ ฯลฯ ส่วนใหญ่เล่นสนุกสนาน เพราะช่วงวัยรุ่น ผมเที่ยวเตร่ กินเหล้า ทำมาหมดแล้ว ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่โตแล้ว เราเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นผู้ใหญ่มันทำให้เรามีสติ รู้ว่าอะไรสนุก ไม่สนุก และความสนุกแบบสำมะเลเทเมามันก็ผ่านไปแล้ว และมันก็คงเป็นความสนุกแบบนี้ที่เราค้นหา"

Twitter : Thairath_sport



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36288235
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!