Home arrow บทความทั่วไป arrow บทความทั่วไป มีนาคม 55
Home    Contacts



บทความทั่วไป มีนาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 11

วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

มนต์เสน่ห์ไชน่าทาวน์ ย่านคนจีนในต่างแดน

Pic_244382

ซุ้มประตูย่านโซโห ลอนดอน

ประเทศจีนเป็นดินแดนที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และแพร่ขยายไปอยู่อาศัยในต่างแดนจำนวนมากเช่นกัน จึงไม่เป็นการประหลาดที่เราจะพบเห็นชุมชนคนจีนอยู่แทบทุกมุมโลก ทั้งในแอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป หรือในทวีปเอเชียด้วยกันเอง ย่านคนจีนนี้เรียกกันว่า “ไชน่าทาวน์ (Chinatown)” ซึ่งมักจะเป็นแหล่งธุรกิจการค้าสำคัญ เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมของชาวจีน และในปัจจุบันก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในทุกประเทศ

ย่านไชน่าทาวน์แต่ละแห่งจะมีสภาพที่แตกต่างกันไป บางแห่งเป็นสลัมแออัด หลายแห่งมีความรุ่งเรืองและทันสมัย และหลายแห่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นในยุคใหม่ เพื่อให้เป็นศูนย์ธุรกิจและการจัดกิจกรรมต่างๆของสังคม ไม่เฉพาะแต่ชาวจีน แต่สำหรับท้องถิ่นในดินแดนนั้นๆด้วย

ซุ้มประตูย่านไชน่าทาวน์ นางาซิกิ

ซุ้มประตูย่านไชน่าทาวน์ นางาซิกิ

ความเป็นมาของไชน่าทาวน์หลายแห่งมีประวัติย้อนกลับไปยาวไกลในอดีต และอาจมีชื่อเรียกย่านคนจีนนั้นโดยเฉพาะ อาทิ ย่าน นางาซากิ ในญี่ปุ่น ย่าน ไบนอนโด ในกรุงมะนิลา, ฟิลิปปินส์ ย่าน ฮอยอัน ในเวียดนาม ซึ่งทั้ง 3 แห่งนี้ก่อร่างสร้างมานานกว่า 400 ปีแล้ว คือราวปี ค.ศ.1600 ย่านโกลด็อค ที่ชนจีนในนครจาการ์ตา, อินโดนีเซีย อยู่อาศัยมาตั้งแต่ ค.ศ. 1740 หรือย่าน เยาวราช ในกรุงเทพฯของเราก็มีมาตั้งแต่ราว ค.ศ. 1782 (พ.ศ. 2325)

สำหรับซีกโลกตะวันตก ไชน่าทาวน์ในนครซานฟรานซิสโก จัดว่าเป็นชุมชนคนจีนที่เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดของอเมริกา ก่อร่างสร้างขึ้นมาในกลางศตวรรษที่ 19 และต่อมาก็มีเกิดขึ้นในหลายเมือง ทั้งนิวยอร์ก ชิคาโก ฟิลาเดลเฟีย ไปจนกระทั่งโตรอนโตในแคนาดา โดยชาวจีนรุ่นแรกๆจะทำมาหากินด้วยแรงงาน เช่น เป็นคนงานสร้างทางรถไฟข้ามทวีป (Transcontinental Railroad) อันโด่งดังของอเมริกา เป็นกรรมกรเหมืองแร่ แต่ที่ตั้งร้านค้าขายหรือร้านอาหารก็มีบ้าง หลายคนเผชิญโชคด้วยการขุดหาทองคำในยุค “ตื่นทอง” (Gold Rush) ราว ค.ศ. 1849

ร้านอาหารจีนในย่านโซโห ลอนดอน

ร้านอาหารจีนในย่านโซโห ลอนดอน

ทว่า ประวัติศาสตร์ของสถานที่อันเป็นไชน่าทาวน์แห่งกรุงลอนดอนอันลือลั่นนั้น ย้อนยุคไปได้ไกลถึงปี ค.ศ. 1666 ครั้งที่เกิดมหาอัคคีเผาผลาญลอนดอนจนวอด วาย ทำให้ผู้คนหันมาสนใจที่ดินแถบตะวันตกของเมือง ซึ่งปัจจุบันเรียกกันว่า “โซโห (Soho)” ซึ่งครั้งนั้นยังมีสภาพเป็นไร่นา โดยในปี 1677 ท่านลอร์ด เกอร์ราร์ด (Loard Gerrard) ขุนนางเจ้าของที่ดินได้ให้นักพัฒนาที่ดินเข้ามาดำเนินการสร้างถนนและอาคารต่างๆขึ้น (อ้อ คำว่า “โซโห” นั้น ว่ากันว่า มาจากเสียงกู่ร้องที่ผู้ดีอังกฤษใช้กระตุ้นหมาในเกมล่ากระต่ายครับ)

ต่อมาในศตวรรษที่ 18 บริษัท อีสต์ อินเดีย ได้จ้างกรรมกรจากประเทศจีนจำนวนหลายพันคนเพื่อทำงานในเรือสินค้า ซึ่งเมื่อเรือกลับมาถึงลอนดอน ชาวเรือจีนบางส่วนก็ขึ้นฝั่งมาทำมาหากิน โดยถึงปี 1914 ก็ได้มีร้านค้าของคนจีนตั้งอยู่ราว 30 ร้านในบริเวณใกล้ท่าเรือ เป็นร้านขายสินค้าและร้านอาหารขนาดเล็ก กับร้านบริการซักรีดเสื้อผ้า จากนั้นก็เติบโตเรื่อยมา โดยชาวชุมชนประกอบด้วยคนจีนเอง ภริยาซึ่งเป็นชาวอังกฤษ และลูกหลานเลือดผสมซึ่งเรียกว่าเด็กยูเรเชียน (Eurasian)

รูปจำลองย่านโซโห เมืองไทย

รูปจำลองย่านโซโห เมืองไทย

ถึงปี 1950 ชาวจีนในลอนดอนเริ่มค้าขายไม่คล่องและขาดแคลนที่อยู่ จึงมีการย้ายมาอยู่ในเขตโซโห ทำให้เกิดมีสถานบันเทิงยามราตรี ตลอดจนร้านค้าให้เช่าขึ้นมาก มาย ซึ่งก็เผอิญมีปรากฏการณ์ใหม่ นั่นคือทหารอังกฤษกลับคืนจากสมรภูมิสงครามโลกในดินแดน ตะวันออกไกล ทหารเหล่านั้นติดใจในรสชาติอาหารของเอเชียและแสวงหาที่กิน จึงได้เกิดภัตตาคารร้านอาหารคนจีนขึ้นในย่านโซโห ทำให้คนจีนอพยพมาขุดทองในแถบนี้ขึ้นอีกจนโด่งดัง กลายเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของชาวจีน มีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ การบริการเดินทางท่องเที่ยวและอื่นๆจนทุกวันนี้

เอกลักษณ์เด่นๆของโซโหและไชน่าทาวน์ทั่วไปนั้นก็มีอาทิ “ประตูจีน” ซึ่งเป็นปากทวารทางเข้าที่มีซุ้มประดับงดงาม อาจมีรูปปั้นสิงโตตั้งตระหง่าน 2 ข้างเสา ซึ่งบางทีเป็นของขวัญที่เมืองจีนมอบให้มา “ประตูจีน” จัดว่าเป็นหน้าเป็นตาของไชน่าทาวน์และดึงดูดใจนักท่องเที่ยว เห็นปั๊บ ก็รู้ปุ๊บทันทีว่าที่นี่แหละคือย่านคนจีนละ

ไชน่าทาวน์ นิวยอร์ก

ไชน่าทาวน์ นิวยอร์ก

ถัดมาก็ได้แก่ป้ายชื่อถนนและตรอกซอย ตลอดจนป้ายโฆษณาตามร้านรวง 2 ข้างทาง ที่จะเป็นแบบ 2 ภาษา (Bilingual Sign) คือมีทั้งภาษาจีนกับภาษาท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ไชน่าทาวน์ลอนดอน ก็จะเห็นป้ายหรือธงที่แขวนไว้เป็นภาษาจีนกับอังกฤษควบคู่กันไปตลอดทั้งย่าน แลเห็นก็รู้ได้ทันทีเช่นกันว่าพลัดเข้ามาอยู่ในย่านโซโหแล้ว

อาคารร้านค้าต่างๆก็บ่งบอกถึงความเป็นจีน ซึ่งในอดีตนั้นส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารประเภทจับฉ่าย (chop suey) ร้านซักรีด และที่เห็นทั่วไปคือโรงสูบฝิ่น (opium dens) เพราะฝิ่นเป็นตัวช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ส่วนงานซักรีดก็ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษา (ฝรั่ง) ในการสื่อสารมากนัก และด้วยเหตุที่กุลีคนจีนครั้งโน้นไม่สามารถพาเมียมาอยู่ด้วย จึงเกิดกิจการโรงโสเภณีอาหมวยไว้บริการในบางไชน่าทาวน์ ทว่าพอย่างเข้าศตวรรษที่ 20 สภาพการณ์ต่างๆที่ว่านี้ก็ค่อยๆเลือนหายไป ไชน่าทาวน์ยุคใหม่จะมีร้านค้าทันสมัยโอ่อ่า มีภัตตาคารที่แขวนเป็ดย่างและหมูแดงยั่วน้ำลาย รวมทั้งอาหารซีฟู้ดอร่อยๆ เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ชวนให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมเยือนไชน่าทาวน์

โซโห ลอนดอน ยามค่ำคืน

โซโห ลอนดอน ยามค่ำคืน

สำหรับร้านค้าเล็กๆน้อยๆที่เป็นองค์ประกอบก็มี อาทิ ร้านขายยาจีนประเภทสมุนไพร หรือของป่าหายากจำพวกหนวดเต่าเขากระต่าย กระดูกเสือ อุ้งตีนหมี ดีงูเห่า ไปจนกระทั่งแผ่นหูฉลาม รังนกนางแอ่น ฯลฯ ล้วนเป็นเสน่ห์อีกอย่างของไชน่าทาวน์

และสิ่งที่จะขาดมิได้ก็คือ บรรยากาศของศาสนาพุทธและเต๋าที่อวลด้วยกลิ่นธูปและกำยาน ที่ชาวจีนใช้ประกอบในการบูชาเทพเจ้าที่พวกเขานับถือ และโดยเฉพาะเมื่อถึงเทศกาลสำคัญๆ เช่น ตรุษจีน ก็จะได้ยินเสียงประทัดปึงปังทุกหนทุกแห่ง มีการฉลองรื่นเริงทั้งเชิดสิงโตและแห่มังกร

ทั้งหมดนี้เป็นเอกลักษณ์และธรรมเนียมประเพณีที่ชาวจีนต่างถิ่นไม่เคยละเลยที่จะปฏิบัติ

มาดูไชน่าทาวน์ของไทยเราบ้าง แน่นอน ทุกคนควรรู้จักดีว่านั่นคือ “ย่านเยาวราช”

อาคารโรงละครเก่าแก่ในโซโห ลอนดอน

อาคารโรงละครเก่าแก่ในโซโห ลอนดอน

ความเป็นมาของถนนเยาวราช เริ่มมาจากเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำริให้มีการตัดถนนให้มากขึ้นนอกเหนือจากถนนเจริญกรุง เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าขายให้เจริญยิ่งขึ้น และกรมโยธาธิการก็ได้ออกประกาศในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2434 แจ้งถึงการตัด “ถนนเยาวราช” เพื่อมิให้ราษฎรตกใจว่าจะซื้อเป็นของหลวง และรีบขายไปในราคาถูก

กระนั้นการก่อสร้างถนนเยาวราชมีอุปสรรคจากราษฎรและเจ้าของที่ดินหลายราย ต้องใช้เวลานานถึง 8 ปี จาก พ.ศ.2434-2443 จึงแล้วเสร็จ ได้ระยะทางยาวราว 1 กิโลเมตร จากนั้นมาถนนเยาวราชก็กลายเป็นแหล่งชุมชนของทั้งคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน เป็นย่านธุรกิจการค้า ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านอาหาร กระทั่ง “ตึก 9 ชั้น” ที่เป็นอาคารสูงที่สุดแห่งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ก็สร้างขึ้นบนถนนสายนี้ จนได้ชื่อจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น “ไชน่าทาวน์”

ไชน่าทาวน์ ซานฟรานซิสโก

ไชน่าทาวน์ ซานฟรานซิสโก

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้นี้ บริเวณใกล้เคียงถนนเยาวราชคือถนนบำรุงเมือง “ย่านโบ๊เบ๊” ก็จะมีย่านธุรกิจใหญ่เพิ่มความคึกคักขึ้นมาอีกเป็นทวีคูณ ในทำเลที่ตามหลักฮวงจุ้ยกล่าวว่าเป็น “ท้องมังกร” ค้าขายดี กำไรงาม โดยบริษัทบำรุงเมือง พลาซ่า ได้เตรียมทุ่มงบประมาณสองพันล้าน! เพื่อจัดหนัก สร้าง “โซโห” ศูนย์แฟชั่นค้าส่งครบวงจร 24 ชั่วโมง มีทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์อาหาร ธนาคาร ที่จอดรถ (เยาวราชหาที่จอดรถยากมาก) บนเนื้อที่กว่า 82,000 ตารางเมตร

อีกไม่นานก็คงได้รู้กันว่า “โซโห” ของไทยเราจะลือเลื่องเทียบเท่า “โซโห ลอนดอน” หรือไม่.


โดย อุดร จารุรัตน์ และ
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน



 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
สถิติผู้เยี่ยมชม: 36288158

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!