Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow อาณาจักรพืช
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
อาณาจักรพืช PDF พิมพ์

พืชที่มีท่อลำเลียง (Vascular plants)

    พืชที่มีท่อลำเลียงแตกต่างจากกลุ่มไบโอไฟต์คือมีขนาดใหญ่อาศัยอบู่บนพื้นดินเป็นส่วนใหญ่ มีใบที่ทำหน้าที่รับพลังงานแสง มีรากที่ช่วยในการยึดเกาะและดูดน้ำและแร่ธาตุต่างๆ และเพื่อเป็นการช่วยค้ำจุนท่อลำเลียงของพืชจึงต้องมีเนื้อเยื่อที่เสริมให้ความแข็งแรงคือ ligninified tissue ซึ่งพบในผนังเซลล์ชั้นที่สอง (secondary wall)

   เนื้อเยื่อลำเลียงสามารถ ลำเลียงน้ำและสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของพืชได้ตลอดทุกส่วนของพืช นอกจากนั้น เนื้อเยื่อผิวยังทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแกสและป้องการสูญเสียน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พืชที่มีท่อลำเลียงเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุดประมาณ 250,000 ชนิด สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ

พืชที่ไม่มีเมล็ด (seedless vascular plants)
พืชที่มีเมล็ด (seed plants)
2.1 พืชเมล็ดเปลือย (Gymnosperm)
2.2 กลุ่มพืชมีดอก (Angiosperm)

    พืชที่มีท่อลำเลียงชั้นต่ำ (Lower vascular plant or seedless plant) พืชที่มีท่อลำเลียงชั้นต่ำกลุ่มนี้ไม่สร้างเมล็ด สามารถรักษาสมดุลน้ำภายในได้อย่างมี ประสิทธิภาพ น้ำจะสูญเสียไปเมื่อปากใบเปิดและขณะเดียวกันก็มีการแลกเปลี่ยนแกสเพื่อใช้ ใ นการสังเคราะห์ด้วยแสงไปพร้อมกันแต่จะมีการทดแทนน้ำที่สูญเสียไปโดยการดูดน้ำ ของรากขึ้นอยู่กับน้ำที่เสียไป แต่เมื่อความต้องการน้ำของพืชมีมากเกินความสามารถของราก ที่จะดูดน้ำได้ ปากใบก็จะปิดเพื่อป้องการสูญเสียน้ำที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

นอกจากนี้พืชที่ไม่มีเมล็ดมีลักษณะโดยทั่วไปดังนี้
1. วงชีวิตของพืชไม่มีเมล็ดคล้ายกับไบโอไฟต์ และสาหร่าย ต้นสปอร์โรไฟต์ที่เป็น diploid มีเกิดการแบ่งตัวแบบ meiosis ได้สปอร์ เมื่อสปอร์งอกเกิดเป็นต้นแกมมีโตไฟต์ซึ่งจะสร้างแกมมีทคือไข่และสเปิร์ม เมื่อไข่และสเปิร์ม ผสมกันจะได้เป็นไซโกท
2. ไข่สร้างจาก archegonium และสเปิร์มสร้างจาก antheridium
3. ไซโกทงอกจะอาศัยอาหารจากต้นแกมมีโตไฟต์
4.มี chlorophyll a b และ carotenoid แป้ง มีผนังเซลล์เป็นสารประกอบเซลล์ลูโลส มีสเปิร์มที่เคลื่อนที่ได้
5. มีเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยสารลิกนินเพิ่มความแข็งแรง
6. sporophyte และ gametophyte ดำรงชีวิตอิสระต่อกัน ระยะ sporophyte เด่นกว่าgametophyte พืชมีท่อลำเลียงชั้นต่ำสามารถแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้

Division Psilophyta

    พืชกลุ่มนี้ถือว่าเป็นพืชมีท่อลำเลียงที่มีวิวัฒนาการต่ำที่สุด เนื่องจากไม่มีรากและใบที่แท้จริง มีลำต้นใต้ดิน (rhizome) มี rhizoid และมีส่วนที่คล้ายใบเรียก prophylls มีลักษณะเป็นใบ เกล็ด ลำต้นมีสีเขียวทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ด้วยแสง พืชในกลุ่มนี้ที่นำมาศึกษาคือ Psilotum (Whisk fern) หรือเรียกอีกอย่างว่า หวายทะนอย Psilotum พบแพร่กระจายทั่วไป สามารถปลูกในเรือนเพาะชำได้

    ส่วนอีกสกุลคือ Tmesipteris มักพบอิงอาศัยกับพืชอื่นเช่น tree fern Tmesipteris ไม่นิยมปลูกนำมาปลูก ท่อลำเลียงในลำต้นของ Psilotum เป็นแบบ protostele ลำต้นแตกเป็นคู่ หรือ dichotomous branching สร้าง sporangia อยู่บริเวณด้านข้างของกิ่ง ซึ่ง sporangia ประกอบด้วย 3 sporangia เชื่อมติดกัน เรียก synangium ภายในเกิดการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสได้สปอร์

    เมื่อสปอร์งอกเกิดเป็นแกมมีโตไฟต์ขนาดเล็กสีน้ำตาลอาศัยอยู่ในดิน หรืออาจมีหลาย รูปแบบเช่นรูปร่างทรงกระบอกมีการแตกแขนง และมีเชื้อราเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกัน เชื้อราเอื้อประโยชน์ให้กับแกมมีโตไฟต์โดยช่วยดูดซึมสารไนเตรท ฟอสเฟตและ สารอินทรีย์อื่นๆ ให้กับแกมมีโตไฟต์ อวัยวะสืบพันธุ์สร้างขึ้นบริเวณผิว สร้างทั้ง archegonium และ antheridium อยู่ในแกมมีโตไฟต์เดียวกันดังนั้นจึงจัดเป็น monoecious gametophyte หรือ bisexaul Antheridium สร้างยื่นออกมาจากผิวของแกมมีโตไฟต์ซึ่งภายในมีสเปิร์ม ลักษณะ คล้ายเหรียญม้วนงอ มีแฟกเจลลาจำนวนมาก

   ส่วน archegonium สร้างฝังลงไปภาย ในแกมมีโตไฟต์ เนื่องจากแกมมีโตไฟต์นี้มีทั้งอวัยวะสืบพันธ์เพศผู้และเพศเมียอยู่ภาย ในแกมมีโตไฟต์อันเดียวกัน ดังนั้นการผสมระหว่างไข่และสเปิร์มสามารถเกิดภายใน แกมมีโตไฟต์อันเดียว (self-fertilization) หรือต่างแกมมีโตไฟต์ (cross-fertilization) ก็ได้ หลังจากได้รับการผสมแล้วไซโกทแล้วจะแบ่งตัวเพื่อเจริญเป็นต้นสปอร์โรไฟต์ต่อไป


    พืชที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนี้มีประมาณ 1,100 ชนิด โดยมากจะพบอยู่ใน 2 สกุล คือ Lycopodium (club moss) ประมาณ 400 ชนิด และ Selaginella (spike moss) ประมาณ 700 ชนิด พบแพร่กระจายทั่วไป Lycopodium : club moss ช้องนางคลี่ สร้อยนางกรอง หางสิงห์ สปอรโรไฟต์ มีความหลากหลายมาก สปอร์โรไฟต์ที่เจริญเติบโตเต็มที่ มีใบบางใบเปลี่ยนแปลง ไปทำหน้าที่รองรับ sporangium ซึ่งเรียกใบนี้ว่า sporophylls ซึ่งมักไม่ทำหน้าท ี่ในการสังเคราะห์ด้วยแสง และมักพบรวมกันอยู่เป็นกลุ่มหรือเป็นกระจุกอยู่บริเวณปลายของ กิ่งเรียกโครงสร้างดังกล่าวว่า strobili แต่ละ sporophyll จะมี sporangium การสร้างสปอร์ Lycopodium สร้างสปอร์ที่มีลักษณะขนาดรูปร่างคล้ายกัน ซึ่งเรียกสปอร์แบบนี้ว่า homospores (homo=same)

สปอรโรไฟต์


    การสร้างสปอร์ Selaginella สร้างสปอร์ 2 ชนิด มีลักษณะขนาดรูปร่างแตกต่าง ซึ่งเรียก สปอร์แบบนี้ว่า heterospores (hetero=different) สปอร์มีทั้งขนาดใหญ่ มีจำนวนน้อย เรียก megaspores จะเกิดขึ้นใน megasporangia ใบที่รองรับ megasporangia เรียกว่า megasporophylls เมกกะสปอร์จะเจริญเป็นแกมมีโตไฟต์เพศเมีย และสปอร์ ที่มีขนาดเล็ก มีจำนวนมาก เรียก microspores จะเกิดขึ้นใน microsporangia ใบที่รองรับ microsporangia เรียกว่า microsporophylls จะเจริญเป็นแกมมีโตไฟต์เพศผู้ สปอร์ทั้งสองชนิดนั้นมักพบเกิดภายในสตรอบิลัสอันเดียวกัน Megasporangia แบ่งตัวแบบไมโอซิสให้เมกกะสปอร์อาจมีเพียง 1 เซลล์แบ่งตัวให้เมกกะสปอร์ 4 เซลล์ ส่วน microsporangiaจำนวนหลายเซลล์ที่แบ่งตัวให้ไมโครสปอร์จำนวนมากมาย


แสดง strobilus ของ Selaginella

    เมกกะสปอร์แบ่งตัวหลายครั้งภายในผนังสปอร์เกิดเป็นแกมมีโตไฟต์เพศเมีย เมื่อเจริญเติบโต เต็มที่ ผนังของสปอร์จะแตกออกซึ่งจะเห็น archegonium ทำนองเดียวกันกับไมโครสปอร์ก็จะ เจริญเป็นแกมมีโตไฟต์เพศผู้ จากนั้นจะสร้าง antheridium มักพบ 1 antheridium ต่อแกมมีโตไฟต์ 1 อัน จากนั้นสร้างสเปิร์มที่มีเฟกเจลลา 2 เส้น สเปิร์มจะว่ายน้ำจาก แกมมีโตไฟต์เพศผู้ไปผสมกับไข่ได้ไซโกทจะเจริญเป็นเอมบริโอ แกมมีโตไฟต์ของ Lycopodium ที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงเองได้ มักพบเชื้อราเข้ามา อาศัยอยู่ด้วยและมักอายุสั้น ส่วนแกมมีโตไฟต์ที่ดำรงชีวิตแบบ saprophyte จะมีชีวิตนาน (ประมาณ 10 ปี) ทั้ง antheridium และ archrgonium มักเกิดตามรอยแตกของผนังสปอร์ แม้ว่าแกมมีโตไฟต์ของ Lycopodium เป็น bisexaul แต่มักพบว่าการผสมมัก เป็นการผสมข้าม ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ไม่พร้อมกัน ซึ่งจะมีการสร้าง antheridium หลังจากนั้นจึงสร้าง archegonium

    พืชในกลุ่มนี้ที่มีชีวิตอยู่เหลือเพียงสกุลเดียวคือ Equisetum เนื้อเยื่อผิวมีส่วนประกอบ ประเภทซิลิกา สมัยก่อนนำมาใช้ขัดถูชามให้มีความเงางาม Equisetum พบทั่วไป ลำต้นใต้ดินที่เป็น rhizome สามารถแตกแขนงไปได้มาก ซึ่งบางครั้งพบว่า เป็นปัญหาสำหรับเกษตรกรได้เหมือนกัน เพราะการทำลายจะทำลายได้ เฉพาะลำต้นที่อยู่เหนือส่วนลำต้นใต้ดินก็ยังคงมีชีวิตอยู่และสามารถแตกเป็นต้นใหม่ได้ ส่วนของลำต้นมีสีเขียวใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง ใบมีลักษณะเป็นเกล็ดติดกันเรียง ตัวรอบข้อ ดังภาพ

    การสร้างสปอร์มีเพียงชนิดเดียวจัดเป็น homospores และสร้างภายใน sporangia ซึ่งแต่ละ sporangia นั้นจะเกิดบนก้านชูที่เรียกว่า sporangiophores แต่ละ sporangiophores จะมี sporangia ที่รูปร่างคล้ายไส้กรอกประมาณ 8-10 อัน แขวนอยู่บริเวณด้านล่าง ทั้งหมดอยู่ภายในโครงสร้างของ strobilus เมื่อสปอร์แก่เกิดการกระจายสปอร์ ซึ่งผนังชั้นนอกสุดของสปอร์จะเปลี่ยนไปเป็น elaters ช่วยในการกระจายสปอร์ ซึ่งอีเลเตอร์มีคุณสมบัติไวต่อความชื้น (hygroscopic) ปกติจะขดม้วนเป็นเกลียวรอบสปอร์ไว้ เมื่ออากาศแห้งอีเลเตอร์จะกางออก ดีดสปอร์ออกไปไกลๆ

   เมื่อสปอร์ตกอยู่บริเวณที่มีความชื้นอีเลเตอร์จะขดม้วนเหมือนเดิม จะเห็นว่าอีเลเตอร์จะพบทั้งในลิเวอร์เวิร์ทและใน Equisetum แต่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากอีเลเตอร์ในลิเวอร์เวิร์ทนั้นเปลี่ยนแปลงมาจากเซลล์ แต่ใน Equisetum นี้ เป็นเพียงผนังชั้นนอกสุดของสปอร์เท่านั้น แกมมีโตไฟต์ของ Equisetum มีสีเขียวใส สามารถสังเคราะห์ด้วยแสง แตกแขนงได้ บริเวณด้านล่างจะมี rhizoid และสร้าง antheridium และ archegonium ภายใน แกมมีโตไฟต์อันเดียวกันจึงจัดเป็น monoecious antheridium สร้างบริเวณด้านบนและ archegonium เกิดฝังอยู่ภายในแกมมีโตไฟต์ จากนั้นสเปิร์มและไข่ผสมกันได้ไซโกท และเจริญเป็นเอมบริโอต่อไป

Division Pterophyta เฟิน

    พืชในกลุ่มนี้ได้เฟิน มีสมาชิกประมาณ 12,000 ชนิด จัดเป็นดิวิชั่นที่ใหญ่ที่สุดในพืชกลุ่ม ไม่มีเมล็ด มีความหลากหลายมาก บางชนิดพบอยู่ในเขตร้อน บางชนิดอยู่ในเขตอบอุ่นหรือ แม้กระทั่งทะเลทราย จำนวนชนิดของเฟินเริ่มลดลงเนื่องจากความชื้นที่ลดลง และเนื่องจาก เฟินเป็นพืชที่มีความหลากหลายมาก บางสกุลมีใบขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรพืช เช่น Marattia เป็นสกุลหนึ่งของเฟินต้น มีใบยาวถึง 9 เมตร กว้างประมาณ 4.5 เมตร นอกจากนี้ยังมี เฟินสกุลอื่นที่อาศัยอยู่ในน้ำ เช่น Salvinia (จอกหูหนู) และ Azolla (แหนแดง) มีใบขนาดเล็กมาก ส่วนเฟินที่นิยมนำมาเป็นตัวอย่างในการศึกษาถึงลักษณะทั่วไปของ เฟินมักอยู่ในออเดอร์ Filicales มีสมาชิกประมาณ 10,000 เช่น Pteridium aquilinum

    ลักษณะทั่วไปของเฟิน ใบเรียกว่าฟรอน (frond) ใบเจริญจากลำต้นใต้ดินหรือเหง้า ใบอ่อนมีลักษณะเฉพาะม้วนคล้ายลานนาฬิกาเรียกว่า circinate vernation เกิดจากการ เจริญไม่เท่ากันของผิวทั้งสองด้าน ผิวด้านล่างเจริญเร็วกว่าด้านบน ใบเฟินบางชนิดทำหน้า ที่ขยายพันธุ์เช่น บริเวณปลายสุดของใบเกิดเป็นเนื้อเยื่อเจริญและแบ่งตัวให้พืชต้นใหม่เรียก เฟินแบบนี้ว่า walking fern (Asplenium rhizophllum)

    นอกจากนี้ใบเฟินยังมีลักษณะพิเศษอีกอย่างคือไม่สร้างสตรอบิลัสแต่บริเวณด้านท้องใบ สร้างสปอร์ สปอร์อยู่ภายใน sporangia ซึ่ง sporangia อาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า sorus (พหูพจน์ : sori) บางชนิดจะมีเยื่อบางหุ้มซอรัสไว้ เรียกเยื่อนี้ว่า indusium สปอร์เฟินมีรูปร่างคล้ายกันเรียก homospores แต่ละsporangia ล้อมรอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่า annulus ซึ่งมีผนังหนาไม่เท่ากัน ผนังด้านนอกบางมาก และแตกออกเมื่ออากาศแห้งทำให้สปอร์กระจายไปได้ เฟินส่วนใหญ่เป็น homosporous สปอร์งอกเป็น protonema เจริญเป็นแกมมีโตไฟต ์รูปร่างคล้ายรูปหัวใจ (heart-shaped) ยึดกับดินโดยใช้ rhizoid แกมมีโตไฟต์สร้างอวัยวะ สืบพันธุ์ทั้ง 2เพศ จึงจัดเป็น monoecious โดย archegonium เกิดบริเวณรอยเว้า ตรงกลางของหัวใจ (apical notch) ฝังลงในแกมมีโตไฟต์

   ส่วน antheridium เกิดบริเวณด้านบน สเปิร์มว่ายมาผสมกับไข่ที่ archegonium เกิดเป็นสปอร์โรไฟต์ หลังจากนั้นแกมมีโตไฟต์จะสลายไป เฟินที่สร้าง heterospores เช่น Azolla (แหนแดง) มีใบขนาดเล็กมาก อีกสกุลได้แก่ Marsilea (ผักแว่น) จัดเป็นเฟินน้ำ ส่วนของรากฝังอยู่ในโคลนมีเพียงใบเท่านั้นที่ยื่นขึ้นมา เหนือน้ำ สปอร์จะถูกสร้างในโครงสร้างที่เรียกว่า sporocarps



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 24 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 5674922  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!