Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow ‘ลูกคิด’ เครื่องคิดคำนวณเลขมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
‘ลูกคิด’ เครื่องคิดคำนวณเลขมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก PDF พิมพ์
 

 

 

“ลูกคิดมีรูปแบบโดดเด่นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่คือ ด้านบนและล่าง ด้านบนจะมีลูกคิด 2 เม็ดขณะที่ด้านล่างในรางไม้จะมี 5 ลูกแบ่งเป็นแถวเรียงกันไป การคิดด้วยลูกคิดสามารถได้ผลลัพธ์ทันที โดยไม่ต้องเขียนลงในกระดาษเพียงแต่เลื่อนลูกคิดขยับขึ้นลง”

หนึ่งในเครื่องคำนวณเลขที่ได้รับการกล่าวขานมายาวนาน “ลูกคิด” สิ่งประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์มากประโยชน์กว่าการช่วยคิดเลขชิ้นนี้ ล่าสุดมีรายงานข่าว มติการประชุมว่าด้วยมรดกโลกครั้งที่ 8 ประจำปี 2556 ของคณะกรรมการองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศ เป็นทางการให้อุปกรณ์ “ลูกคิดจีน” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลกชิ้นใหม่ล่าสุด

 

การคิดเลขด้วยลูกคิดซึ่งให้ผลแม่นยำเช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต หัวหน้าหลักสูตรจีนศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความรู้เล่าถึงลูกคิดจีน วิธีการคิดเลขด้วยลูกคิดที่ได้รับการประกาศเป็น

มรดกทางวัฒนธรรมว่า ลูกคิดได้รับการยกย่องเป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ตามที่มีการรายงานของจีนก็มีการเสนอไว้นับแต่ปี ค.ศ. 2009   

 

“ลูกคิดเป็นเครื่องมือหนึ่งในการคิดคำนวณ คิดเลขซึ่งสมัยโบราณเครื่องคิดเลขอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่แพร่หลาย ลูกคิดมีแพร่หลายใช้กันอยู่ทั่วไปในร้านค้าต่าง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ช่วยการคำนวณทำให้มีเครื่องมือในการคำนวณง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการบวก ลบ คูณ หาร โดยเฉพาะเรื่องของการบวก ลบ สามารถคิดคำนวณด้วยลูกคิดได้โดยง่าย นอกจากนี้ลูกคิดยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ชาวจีนคิดค้น ภาคภูมิใจและยังเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอันดับที่ 30 ที่ได้รับการประกาศจากยูเนสโก โดยก่อนหน้านี้ก็มีหลายอย่างที่เป็นประดิษฐกรรมของชาวจีนไม่ว่าจะเป็น เข็มทิศ กระดาษ และเมื่อมีกระดาษก็มีในเรื่องของการพิมพ์โดยการพิมพ์แบบโบราณอาจไม่ทันสมัย แต่อย่างไรแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการเรียนการสอนเผยแพร่ไปด้วยจากการที่ประดิษฐ์กระดาษสำหรับการเขียนขึ้น จากนั้นเมื่อมีกระดาษก็มีในเรื่องของหมึกพิมพ์ การใช้พู่กันตามมาเป็นต้น”                                                         

 

ประวัติการสร้างลูกคิดมีข้อมูลกล่าวถึงนักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวจีนเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นและจากภาพวาดเก่าแก่ ชิงหมิงซั่งเหอถู่ ที่มีลูกคิดปรากฏอยู่ ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้ลูกคิดอย่างชัดเจน หากเทียบ พ.ศ. กับประเทศไทยก็น่าจะอยู่ในช่วงก่อนยุคสุโขทัยเป็นภาพที่ยืนยันอย่างหนึ่งให้เห็นถึงเรื่องราวของลูกคิดที่มีใช้ทั้งในกลุ่มพ่อค้า นักธุรกิจหรือแม้แต่ผู้เรียนคณิตศาสตร์ก็นำมาใช้เช่นเดียวกับเครื่องคิดเลขที่มีใช้กันในทุกสาขาอาชีพซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแพร่หลาย สิ่งที่เกี่ยวเนื่องชัดเจนแสดงให้เห็นถึงเรื่องของการค้าขายที่เกิดขึ้น โดยในช่วง 40-50 ปีก่อนที่เครื่องคิดเลขจะแพร่หลาย ภาพการคิดคำนวณด้วยลูกคิดปรากฏให้เห็นโดดเด่นและนอกจากลูกคิดซึ่งไม่เพียงเป็นอุปกรณ์เครื่องมือช่วยคำนวณ แต่ยังมีส่วนแสดงให้เห็นทางด้านการศึกษา การคำนวณในด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเลข                                                                           

 

“ลูกคิดมีรูปแบบเอกลักษณ์โดดเด่นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่คือ ด้านบนและล่าง ด้านบนจะมีลูกคิด 2 เม็ด ขณะที่ด้านล่างในรางไม้จะมี 5 ลูก แบ่งเป็นแถวเรียงกันไป รูปแบบดังกล่าวสามารถช่วยคิดคำนวณได้อย่างละเอียด การคิดด้วยลูกคิดสามารถได้ผลลัพธ์ทันที โดยไม่ต้องเขียนทดลงไปในกระดาษเพียงแต่เลื่อนลูกคิดขยับขึ้นลง ในภาษาจีนเรียกว่า จูซ่วน จู แปลว่ามุก หรือลูกกลม ๆ ซ่วน มีความหมาย ว่านับหรือคิด

 

บางครั้งอาจเรียกว่า ซ่วนผัน หมายถึง กระดานคิดหรือกระดานคำนวณ ช่วยทำให้การคำนวณเลขสะดวกขึ้นเห็นถึงผลลัพธ์ชัดเจน โดยไม่ทำให้สิ้นเปลืองกระดาษและนอกเหนือจากช่วยอำนวยความสะดวกในการคิดเลขแล้ว ในความโดดเด่นของลูกคิดยังแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการคิดเลข อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้แม้แต่คนที่คิดเลขไม่เก่งก็สามารถทำให้ปรากฏผลลัพธ์ได้ชัดเจนโดยไม่หลงลืม”   

 

การที่ลูกคิดมีใช้กันทั่วไปยังแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่เพียงเฉพาะในประเทศจีน ถึงวันนี้ลูกคิดก็ยังคงมีใช้กันอยู่แต่อาจจะไม่เหมือนวันวาน ทั้งนี้มีเครื่องคิดเลขซึ่งมีความกะทัดรัดและเห็นถึงผลลัพธ์การคำนวณที่ชัดเจนและง่ายขึ้นแสดงให้เห็นความเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่อย่างไรแล้วสิ่งที่ปรากฏมีคุณค่าควรแก่การรักษาไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือไม่เปลืองกระดาษ ไม่ต้องอาศัยไฟก็สามารถคิดคำนวณผลลัพธ์ได้

 

ประเทศจีนมีมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับจากยูเนสโกอยู่หลายรายการ ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมรวมถึงการแสดง เครื่องดนตรี ฯลฯ มรดกทางวัฒนธรรมในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่รวมไปถึงเทคโนโลยีการประดิษฐ์ สิ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจึงไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ แต่หมายถึงแนวคิดในการประดิษฐ์ลูกคิดไม่ใช่ลูกคิดที่เป็นอุปกรณ์ แต่เป็นการยอมรับในแนวความคิดการประดิษฐ์                                                        

 

ขณะที่ลูกคิดมีความรุ่งเรืองมานับพันปี สิ่งประดิษฐ์และการคิดคำนวณด้วยลูกคิดยังคงถ่ายทอดให้เห็นเด่นชัดในด้านการค้าขาย ผศ.จรัส บุณยธรรมา อาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความรู้เพิ่มอีกว่า การคิดคำนวณเลขด้วยลูกคิดส่วนหนึ่งได้นำมาใช้ในการเรียนการสอนฟิสิกส์ทางอินเทอร์เน็ตโดยจะมีบทที่ว่าด้วยเรื่องการวัดซึ่งเป็นฐานสำคัญของวิชาฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ต้องอาศัยการวัดที่แน่นอน การวัดจะอธิบายถึงเรื่องเครื่องมือวัดซึ่งก็ได้นำเรื่องของลูกคิดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอน                                                                               

 

“การท่องสูตรลูกคิดจึงไม่ใช่เรื่องยากหากท่องได้ก็ดีดลูกคิดได้ อีกทั้งกระดานลูกคิดก็สามารถพกพาได้สะดวก การใช้ลูกคิดจึงแพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศจีน ร้านค้าในสมัยก่อนทุกร้านจะมีลูกคิดไว้คิดราคาสินค้า เหมือนกับที่คนสมัยนี้มีเครื่องคิดเลข อีกทั้งการคิดคำนวณด้วยลูกคิดในปัจจุบัน มีหลายช่องทางให้ศึกษาทั้งเว็บไซต์ หนังสือ ฯลฯ รวมถึงยังมีการพัฒนาโปรแกมสร้างลูกคิดเสมือนจริงขึ้นโดยสามารถคิดคำนวณเลขได้ให้นักเรียน นักศึกษาที่สนใจเข้าไปศึกษาได้ด้วยตนเอง”

 

ผศ.จรัส กล่าวเพิ่มทิ้งท้ายอีกว่า ลูกคิดที่นำมาสอนในวิชาฟิสิกส์ที่เป็นบทแรกเรื่องการวัด สร้างความน่าสนใจให้กับผู้เรียนได้โดยเสียงดีด เสียงเขย่าลูกคิดที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นสื่อการเรียนการคำนวณสำคัญต่างจากใช้เครื่องคิดเลข นอกจากนี้ลูกคิดยังเป็นพื้นฐานหนึ่งของคอมพิวเตอร์ อีกทั้งหลักการคิดลูกคิดยังเป็นฐานให้กับนักประดิษฐ์ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเป็นการผสมผสานอารยธรรมโบราณของจีนเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ไว้ได้อย่างลงตัว.

 

............................................................................

 

เครื่องคำนวณในยุคแรก

 

การนับจำนวนของมนุษย์เริ่มขึ้นจากการใช้นิ้ว  ต่อมามีความพยายามที่จะสร้างเทคโนโลยีด้านการคำนวณมาช่วยในการทำงานของตนเอง  ประดิษฐ์อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการคำนวณ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาช่วย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า ชาวจีนในสมัยโบราณพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยในการคำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด

 

นอกเหนือจาก ลูกคิด องค์ความรู้ในเรื่องเครื่องคำนวณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ฟิสิกส์ราชมงคล www.rmuthphysics.com ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวถึงเครื่องคำนวณอีกหลายรูปแบบ ได้แก่  แท่งเนเปียร์ (Napier’s rod) นักคณิตศาสตร์ชาวสกอตแลนด์  จอห์น เนเปียร์ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยการคำนวณดังกล่าวขึ้นโดยเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้ช่วยให้สามารถ ทำการคูณและหารได้ง่ายเหมือนกับทำการบวก หรือลบโดยตรง

 

ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rule) วิลเลียม ออตเทรต นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณขึ้นซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการสร้างคอมพิวเตอร์แบบอนาลอกในยุคต่อมา

 

เครื่องบวกลบ (Pascal’s Calculato) เบลส์ ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องบวกลบขึ้น โดยใช้หลักการหมุนของเฟือง และการทดเลขเมื่อเฟืองหมุนไปครบรอบ แสดงตัวเลขที่หน้าปัด

 

เครื่องคำนวณ ของ กอดฟรีด ไลปนิซ  พ.ศ. 2216 กอดฟรีด ไลปนิซ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันได้ทำการปรับปรุงเครื่องคำนวณของปาสกาลให้สามารถคูณ และหารได้ ในปี ค.ศ. 1673 โดยการปรับฟันเฟืองให้ดีขึ้น ใช้การบวกซ้ำ ๆ แทนการคูณเลข จึงทำให้สามารถทำการคูณและหารได้โดยตรง ซึ่งอาศัยการหมุนวงล้อของเครื่องและยังค้นพบเลขฐานสอง คือ เลข 0 และเลข 1 ซึ่งเป็นระบบเลขที่เหมาะในการคำนวณ แต่ตัวเครื่องคำนวณยังอาศัยการหมุนวงล้อของเครื่องนับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ดูจะยุ่งยากให้กลับเป็นเรื่องง่าย

 

เครื่องทอผ้าใช้บัตรเจาะรู โจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด ( Joseph Marie Jacquard) ชาวฝรั่งเศสพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่ง ควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ และแบบดังกล่าวสามารถนำมาสร้างซ้ำ ๆ ได้อีกหลายครั้ง เครื่องทอผ้าเครื่องนี้ถือเป็นเครื่องที่ทำงานตามโปรแกรมคำสั่งเป็นเครื่องแรก ๆ

 

เครื่องหาผลต่าง ชาร์ลส์ แบบเบจ ( Charles Babbage) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์เครื่องมือนี้ขึ้นเพื่อใช้คำนวณและพิมพ์ ค่าทางตรีโกณมิติและฟังก์ชั่นทางคณิตศาสตร์ และได้พยายามสร้างเครื่องคำนวณอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Analytical Engine โดยมีแนวคิดให้แบ่งการทำงานของเครื่องออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล, ส่วนควบคุม และส่วนคำนวณ แนวคิดนี้ได้รับการนำมาใช้เป็นต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันจึงยกย่องว่า ชาร์ลส์ แบบเบจ เป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์    

 

ทีมวาไรตี้ 


Views: 3022

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 21 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10378356  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!