Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ พฤศจิกายน 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ พฤศจิกายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 20

 

 

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อมตะหนึ่งเดียวตลอดกาลรถเจมส์ บอนด์ ASTON MARTIN DB5

 

ไทยรัฐออนไลน์

 

Pic_306602

 

จาก Goldfinger ปฐมบทจุดเริ่มต้นของ Aston Martin DB5 พาหนะประจำตัวสายลับ 007 จนมาถึง Sky Fall บทส่งท้ายยนตรกรรมสุดคลาสสิกที่ปรากฏบนแผ่นฟิล์มมายาวนานกว่า 48 ปี...

ไม่ว่าจะเป็นพาหนะแบบใดที่ใช้ในการต่อกรกับเหล่าบรรดาวายร้ายป่วนโลก สุดท้ายแล้ว สายลับ 007 ของเราก็ยังคงหันมาขับรถโบราณอย่าง Aston Martin DB5 สปอร์ตคูเป้สองประตูสุดเก๋าจากกลางยุค 60 นี่คือจักรกลแห่งการเดินทางที่บอนด์ใช้มาตั้งแต่ตอนแรกๆ จนมาถึงตอนล่าสุด อย่าง Sky Fall หนังภาคต่อของเจมส์ บอนด์ ที่มีฉากตอนจบอันยิ่งใหญ่ เชื่อมโยงกับรถยนต์สุดคลาสสิกและการจากไปของใครบางคนที่ทำงานร่วมกับบอนด์มานานแสนนาน

 

Aston Martin DB4 1960


 

Aston Martin DB5 1964


 

 

 

007 Sky Fall



เมื่อครั้งที่ Aston Martin DB4 กำลังถูกพัฒนาขึ้นในปลายยุค 1950 Me John Wyer ผู้จัดการทั่วไปของค่าย Aston Martin ระดมนักออกแบบสุดยอดฝีมือจากอิตาลี มาทำการดีไซน์รูปลักษณ์ของตัวถังตลอดจนงานวิศวกรรมที่กำหนดรายละเอียดปลีก ย่อยอันหลากหลาย เพื่อทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้ สามารถแข่งขันกับรถสปอร์ตจากเยอรมนีและอิตาลีได้โดยปราศจากข้อกังขา ตัวถังของ DB4 บรรพบุรุษของ DB5 จึงถูกปลายปากกาของสำนักงานออกแบบ Carrozzeria Touring Of Milan บรรจงวาดออกมาอย่างหมดจดและงดงาม สปอร์ตสองประตูรุ่นล่าสุดในช่วงปลาย 1950 คันนี้ ขายดิบขายดีจากเรือนร่างและสมรรถนะที่ไม่เป็นสองรองใครในยุคที่ซุปเปอร์คาร์ ยังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ หลังจากนั้นในปี 1964 รถสปอร์ตรุ่นต่อมาซึ่งภายหลังกลายเป็นรถยนต์ที่ถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ ของวงการยนตรกรรมและวงการภาพยนตร์มากที่สุดคันหนึ่งก็ถูกสร้างตามออกมา และมันคือ Aston Martin DB5 หนึ่งในพาหนะหลักที่ไม่มีวันตายของเจมส์บอนด์ 007


 

 

 

 

Aston Martin DB5 1964
ตัวถังของ DB5 ถูกประกอบขึ้นที่ Newport Pagnell ของบริษัท Aston ใน Buckinghamshire การผลิตตัวรถทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด Touring ซึ่งต้องมีน้ำหนักเบา และใช้ชิ้นส่วนที่ทำจากอะลูมินั่มอัลลอยมาทำเป็นตัวถังครอบลงไปบนแชสซี โลหะที่เป็นคานเหล็กหล่อขึ้นรูป แชสซีของ DB5 ถูกออกแบบโดย Harold Beach ช่วงล่างด้านหน้านั้นเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิงก์ ระบบพวงมาลัยแรคแอนพีเนียน รวมถึงดิสเบรกแบบ 4 ล้อก็ยังถูกนำมาใช้ในรถ DB5 ซึ่งในยุคนั้น (1964) ถือได้ว่า Aston Martin DB5 เป็นรถคูเป้ที่มีเทคโนโลยีก้าวล้ำมาก


 

 


เครื่องยนต์ของ DB5 ใช้เครื่องเบนซินแถวเรียงทวินแคม 6 กระบอกสูบ เครื่องยนต์ตัวนี้พัฒนาขึ้นโดย Tadek Marek วิศวกรเครื่องกลชาวโปแลนด์ที่เคยร่วมทำงานกับ Aston Martin ในปี 1954 เครื่อง 6 สูบทวินแคมตัวนี้ สร้างแรงม้าได้ประมาณ 240 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 5,500 รอบต่อนาที และทำให้รถ DB5 ที่หนักถึง 1.3 ตันมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 8 วินาที และตะกายไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 20 วินาที ซึ่งในยุคนั้น มีรถสปอร์ตน้อยคันนักที่จะเร่งความเร็วได้แบบนี้


 


 



รถ DB5 มีพื้นฐานโครงสร้างและงานวิศวกรรมของระบบเครื่องยนต์ ชุดส่งกำลัง (เกียร์) ช่วงล่าง และรูปลักษณ์มาจาก DB4 รุ่น Series-5 Evolution ที่มีฐานล้อกว้างมากขึ้น รวมถึงแนวสันหลังคาที่ถูกยกให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มเติมพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ไม่ให้อึดอัดคับแคบจนเกินไป เครื่องยนต์ปริมาตรความจุ 3,995 ซีซี 6 กระบอกสูบ แถวเรียงถูกขยายอ่างน้ำมันเครื่องให้ใหญ่มากขึ้นอีก 4 มิลลิเมตร ระบบจ่ายเชื้อเพลิงของ Aston Martin DB5 วางคาร์บูเรเตอร์ของ SU 3 ตัว (1 ตัวต่อ 2 กระบอกสูบ) ทำให้มันแรงกว่ารุ่นพี่อยู่ถึง 42 แรงม้า ระบบส่งกำลังวางเกียร์ธรรมดา 5 สปีดของ ZF บริษัทผู้ผลิตเกียร์ชั้นนำของทวีปยุโรป ระบบเกียร์แบบธรรมดา 5 อัตราทดนั้น แรกเริ่มเดิมทีเป็นออฟชั่นเสริมพิเศษ ซึ่งเข้ามาแทนที่เกียร์แบบ 4 สปีดอันแสนจะเฉื่อยชา ต่อมาในภายหลัง เกียร์อันทรงประสิทธิภาพของ ZF ได้กลายมาเป็นของมาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ใน DB5 ตั้งแต่ออกจากประตูโรงงาน ส่วนระบบคลัตช์ใช้ของ Borg And Beck ที่สามารถจับม้าทั้ง 240 ตัวให้ลงสู่พื้นถนนได้ตามที่วิศวกรและผู้บริหารของ Aston ต้องการ ส่วนรถ DB5 ของเจมส์บอนด์ จะมีอุปกรณ์แนวๆ เช่น ปืนกลอัตโนมัติที่กันชนด้านหน้า ดุมล้อแบบกงจักรที่ใช้ทำลายยางรถของพวกวายร้าย ระบบเรดาร์แบบอนาล็อก ซันรูฟพร้อมเบาะผู้โดยสารตอนหน้าที่สามารถดีดตัวออกได้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และแผ่นป้ายทะเบียนแบบหมุนเปลี่ยนได้


 

 

 


ภายในห้องโดยสารของ DB5 มีความหรูหราตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษมาดสุขุมนุ่มลึก เบาะและแผงประตูห่อหุ้มด้วยหนังแท้ พวงมาลัยโลหะวงโตสไตล์โบราณบานบุรีขอบทำจากไม้เนื้อดีสีเหลือง กระจกไฟฟ้าเป็นของที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น ซึ่งรถยนต์น้อยคันจะมีติดตั้งมาให้จากโรงงาน ระบบแอร์ของ Normalair เป็นออฟชั่นเสริมที่เจ้าของต้องเสียเงินเพิ่ม แม้จะงดงามแต่ประสิทธิภาพโดยรวมของ DB5 ยังคงเป็นรองรถสปอร์ตยี่ห้อ Jaguar รุ่น E-Type ที่วิ่งได้เร็วกว่ามาก และเจ้าเสือกระโดดคู่แข่งเพื่อนร่วมชาติมีราคาเพียงแค่ครึ่งเดียวของ DB5


 

 



สิ่งที่ทำให้ DB5 ถูกบันทึกลงไปในหน้าประวัติศาสตร์คือ การที่มันได้เข้าไปมีบทบาทในภาพยนตร์เจมส์บอนด์ตอน Goldfinger ออกฉายในปี ค.ศ. 1964 ซึ่งจริงๆ แล้วพระเอกของเราจะต้องควบรถประจำตัวยี่ห้อ Jaguar รุ่น E-Type โดยที่ Ken Adam โปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อผู้กำกับหนังเจมส์ บอนด์ ขอไป ทาง Jaguar ได้ตอบปฏิเสธกลับมาอย่างไม่มีเยื่อใย รวมถึง David Brown เจ้าของบริษัท Aston Martin เองก็ไม่ค่อยจะเต็มใจนักกับการขอยืมรถ DB5 มาเข้าฉาก แต่ในที่สุด David Brown ก็ตอบตกลงและส่งรถรุ่นนี้มาให้ทีมงานใช้ประกอบฉาก รถ DB5 พ่นสี Silver Birch จึงได้ออกมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มนับจากนั้นเป็นต้นมา ค่าย Aston Martin นั้นถือว่ารถรุ่น DB4 ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแต่รุ่น DB5 กลับทำยอดขายถล่มทลายมากกว่า 2 เท่าภายในเวลาไม่นานนักหลังจากหนังเจมส์ บอนด์ ออกฉาย ยอดการผลิตทั้งหมด 1,021 คันภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันมันคือรถคลาสสิกที่มีราคาสูงติดอันดับโลกไปโดยปริยาย หลังจากนั้นมันก็กลายมาเป็นรถสปอร์ตจากอังกฤษที่โด่งดังมากที่สุดในโลก นับจากปี 1964 มาจนถึงปี 2012 รวมระยะเวลาที่ยาวนานเกือบ 50 ปีที่มันรับใช้สายลับ 007 ตั้งแต่ Goldfinger ถึง Sky Fall ซึ่งเป็นหนังบอนด์ตอนล่าสุดที่กำลังฉายอยู่ในช่วงเวลานี้.


 

ASTON MARTIN DB5 SPECIFICATIONS
engine manufacturer.......................................Aston Martin
engine code.....................................................?
cylinders..........................................................Straight 6
capacity...........................................................4 litre 3,996 cc (243.851cu in)
bore×stroke.....................................................96mm × 92mm 3.78 × 3.62in
bore/stroke ratio..............................................1.04
valve gear........................................................DOHC 2 valves per cylinder 12 Total valves
maximum power output..................................329.5PS(325bhp) (242.4kW) at 5500rpm
specific output.................................................81.3bhp/litre1.33bhp/cu in
maximum torque.............................................390Nm(288ft·lb) (39.8kgm) at 3,850rpm
specific torque.................................................97.6Nm/litre
engine construction..........................................?
sump.................................................................?
compression ratio............................................9.4:1
fuel system......................................................3 We carbs
bmep (brake mean effective pressure)...........1226.4kPa(177.9psi)
maximum rpm................................................6,700
crankshaft bearings........................................?
engine coolant................................................Water
cylinder volume.............................................666
aspiration.......................................................Normal
compressor....................................................N/A
intercooler.....................................................None
catalytic converter.........................................None
engine position..............................................front longitudinal
drive wheels...................................................rear wheel drive
gearbox..........................................................ZF 5 speed manual

wheelbase.......................................................2,489 mm
track (front)....................................................1,372 mm
track (rear).....................................................1,359 mm
length.............................................................4,572 mm
width..............................................................1,676 mm
height.............................................................1,346 mm
ground clearance.............................................?
length:wheelbase ratio....................................1.84
kerb weight....................................................1,465 kg 3,230 lb

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom


 



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 41 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 8205533  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!