Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ กันยายน 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ กันยายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 6

 

วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

เมื่อสภาพอากาศวิปริต!

Pic_288900

สัปดาห์นี้สารคดีไทยรัฐออนไลน์อิงกับเรื่องสภาพอากาศวิปริต ตรงกับชีวิตประจำวันที่เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก...

ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดขั้วมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่เคย เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2010 ฝนตกหนักในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ พื้นที่หลายส่วนของแนชวิลล์วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 34 เซนติเมตร มากกว่าสถิติสูงสุดเมื่อปี 1979 คือ 16.75 เซนติเมตรถึงสองเท่า หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น ฝนห่าใหญ่ทิ้งน้ำฝนวัดปริมาณได้ถึง 28 เซนติเมตร ใส่เมืองรีอูดีจาเนรูภายใน 24 ชั่วโมง ก่อให้เกิดโคลนถล่มคร่าชีวิตผู้คนหลายร้อยคน ราวสามเดือนหลังอุทกภัยในแนชวิลล์ ฝนตกหนักทำลายสถิติในปากีสถานทำให้เกิดอุทกภัยที่สร้างความเดือดร้อนแก่ ผู้คนกว่า 20 ล้านคน และเมื่อปลายปี 2011 น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองไทยส่งผลให้โรงงานหลายร้อยแห่งใกล้กรุงเทพฯ จมอยู่ใต้บาดาล จนเกิดปัญหาขาดแคลนฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ไปทั่วโลก

ไม่ใช่แค่ฝนตกหนักเท่านั้นที่เป็นข่าว ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมายังเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ อาทิ รัฐเทกซัส ออสเตรเลีย และรัสเซีย เช่นเดียวกับแอฟริกาตะวันออกซึ่งผู้คนหลายหมื่นต้องใช้ชีวิตในค่ายผู้ลี้ภัย ขณะที่คลื่นความร้อนอันตรายโจมตียุโรป และพายุทอร์นาโดจำนวนมากมายเป็นประวัติการณ์ก็พัดกระหน่ำพื้นที่หลายรัฐของ สหรัฐฯ ความสูญเสียจากปรากฏการณ์เหล่านี้ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากสภาพ อากาศทั่วโลกในปี 2011 พุ่งสูงถึงราว 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสูงกว่าปีก่อนหน้าราวร้อยละ 25

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุการณ์สุดขั้วเหล่านี้คือสัญญาณอันตรายของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในโลก อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ หรือเพียงแค่เรากำลังเผชิญกับช่วงเวลาเคราะห์ซ้ำกรรมซัดตามธรรมชาติเท่านั้น

คำตอบสั้นๆ ก็คือ อาจจะทั้งสองอย่าง พลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดหายนะครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงไม่กี่ปีที่ ผ่านมา คือวัฏจักรภูมิอากาศตามธรรมชาติโดยเฉพาะเอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña)
สองปรากฏการณ์แปรปรวนในมหาสมุทรแปซิฟิกแถบศูนย์สูตรที่ส่ง ผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก ในช่วงเอลนีโญ แอ่งกระแสน้ำอุ่นขนาดใหญ่ซึ่งปกติอยู่บริเวณกลางมหาสมุทรแปซิฟิกจะแผ่ขยายไปทางตะวันออกจนถึงอเมริกาใต้

ครั้นถึงช่วงลานีญา กระแสน้ำอุ่นดังกล่าวจะหดตัวและถอยร่นกลับสู่มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตก ความร้อนและไอน้ำจากกระแสน้ำอุ่นดังกล่าวก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง จนแผ่อิทธิพลจากเขตร้อนไปยังกระแสลมกรดที่พัดผ่านช่วงละติจูดกลางหรือเขต อบอุ่น ขณะที่แอ่งกระแสน้ำอุ่นหดและขยายตัวตามแนวเส้นศูนย์สูตรนั้น เส้นทางเคลื่อนที่ของกระแสลมกรดก็พลอยขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างเหนือกับใต้ ส่งผลให้พายุที่เกิดในทวีปต่างๆ เปลี่ยนเส้นทางไป เอลนีโญมีแนวโน้มจะทำให้เกิดพายุใหญ่ทางใต้ของสหรัฐฯ และเปรู ขณะส่งภัยแล้งและไฟป่าไปยังออสเตรเลีย ส่วนลานีญาทำให้ฝนตกหนักจนน้ำท่วมออสเตรเลียและส่งภัยแล้งไปยังพื้นที่ทาง ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ และรัฐเทกซัส รวมถึงภูมิภาคอันห่างไกลกว่านั้น เช่น แอฟริกาตะวันออก

บรรยากาศและมหาสมุทรเป็นของไหลที่สับสนอลหม่าน และยังมีความผันผวนอื่นๆ ที่ส่งอิทธิพลต่อสภาพลมฟ้าอากาศในสถานที่และเวลาหนึ่งๆ กระนั้น มหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนกลับส่งผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากส่งความร้อนและไอน้ำปริมาณมหาศาลขึ้นสู่บรรยากาศ ปรากฏการณ์เอลนีโญหรือลานีญาแบบสุดขั้วจึง “เปิดเวที” หรือทำให้สภาพการณ์ต่างสุกงอมสำหรับปรากฏการณ์ธรรมชาติวิปริตที่เกิดขึ้นใน หลายภูมิภาคทั่วโลก

แต่ลำพังวัฏจักรธรรมชาติเพียงอย่างเดียวไม่ สามารถอธิบายภัยพิบัติรุนแรงขั้นทำลายสถิติหลายครั้งเมื่อไม่นานมานี้ได้ โลกอุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ความชื้นในบรรยากาศเพิ่มขึ้นอย่างมาก การติดตามและเฝ้าสังเกตการณ์สภาพอากาศตลอดหลายสิบปีบ่งชี้ว่า การสะสมตัวตลอดระยะเวลาอันยาวนานของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศได้กักเก็บความ ร้อนและทำให้พื้นดิน มหาสมุทร และบรรยากาศร้อนขึ้น ถึงแม้บางแห่งโดยเฉพาะมหาสมุทรอาร์กติกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าที่อื่นๆ แต่อุณหภูมิเฉลี่ยที่พื้นผิวโลกสูงขึ้นราวครึ่งองศาเซลเซียสในช่วงสี่สิบปี ที่ผ่านมา เมื่อปี 2010 อุณหภูมิสูงถึง 14.51 องศาเซลเซียส เท่ากับสถิติสูงสุดเมื่อปี 2005

พอถึงสิ้นศตวรรษนี้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจสูงขึ้น 1.5 ถึง 4.5 องศาเซลเซียส ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์บอนที่เราปล่อยจากปัจจุบันถึงตอนนั้น นักวิทยาศาสตร์คาดว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เส้นทางการไหลเวียนโดยทั่วไปของลมและฝนจะขยับไปทางขั้วโลกทั้งสอง ในลักษณาการเดียวกับที่พืชและสัตว์บางชนิดกำลังทำอยู่เพื่อหลบหนี (หรือใช้ประโยชน์จาก) สภาพอากาศที่อุ่นขึ้น นักภูมิอากาศวิทยารายงานว่า แนวฝนเขตร้อน (tropical rain belt) แผ่ขยายกว้างขึ้นแล้ว พื้นที่แห้งแล้งกึ่งโซนร้อนกำลังแผ่ไปทางขั้วโลกมากขึ้นและเข้าสู่ภูมิภาค ต่างๆ เช่น ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ทางใต้ของออสเตรเลีย และยุโรปใต้ ทำให้ภูมิภาคเหล่านี้มีโอกาสเกิดภัยแล้งรุนแรงและยาวนานขึ้น ถัดจากภูมิภาคกึ่งโซนร้อนขึ้นไปเป็นช่วงละติจูดกลาง ซึ่งรวมถึง 48 รัฐตอนล่างหรือในภาคพื้นทวีปของสหรัฐฯ เส้นทางพายุกำลังเคลื่อนสู่ขั้วโลกเช่นกัน ซึ่งเป็นแนวโน้มระยะยาวนอกเหนือจากการผันผวนตามฤดูกาลในแต่ละปีของลานีญา หรือเอลนีโญ

ตัวแปรที่คาดเดาได้ยากที่สุดตัวหนึ่งของสภาพอากาศโลกใน อนาคต คือมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งสูญเสียน้ำแข็งทะเลช่วงฤดูร้อนไปแล้วถึงร้อยละ 40 นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา อุณหภูมิในฤดูใบไม้ร่วงของส่วนที่กลายเป็นทะเลเปิดในปัจจุบันสูงขึ้น 2 ถึง 5 องศาเซลเซียส เนื่องจากห้วงน้ำสีเข้มดูดซับแสงอาทิตย์ซึ่งครั้งหนึ่งน้ำแข็งเคยสะท้อนกลับ สู่บรรยากาศ หลักฐานใหม่ชี้ว่า อุณหภูมิโลกที่อุ่นขึ้นกำลังทำให้กระแสลมกรดในขั้วโลกเปลี่ยนไปโดยเบี่ยง เส้นทางการเคลื่อนตัวไปในแนวเหนือ-ใต้มากขึ้นอย่างช้าๆ นี่อาจช่วยอธิบายว่า เพราะเหตุใดฤดูหนาวปีที่แล้วภูมิภาคอเมริกาเหนือจึงค่อนข้างอบอุ่น ขณะที่ในยุโรปหนาวจัด กระแสลมกรดที่ขยับขึ้นเหนือมากกว่าปกตินำอากาศอุ่นเข้าสู่แคนาดา และเมื่อขยับลงใต้มากกว่าปกติเข้าไปในยุโรป มันก็นำลมหนาวกับหิมะไปสู่ภูมิภาคนั้นด้วย เนื่องจากเส้นทางของกระแสลมกรดเบี่ยงเบนไปมาทุกปี สภาพอากาศอันแปรปรวนสุดขั้วจึงอาจเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน

ภัยจากสภาพอากาศสุดขั้วบางอย่างมีความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนอย่างค่อนข้างชัดเจน ยิ่งบรรยากาศอบอุ่นขึ้นเท่าไร โอกาสที่จะเกิดคลื่นความร้อนทำลายสถิติก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เมื่อปี 2010 ทั่วโลกมีอยู่ถึง 19 ประเทศที่รายงานว่า อากาศร้อนทำลายสถิติที่เคยบันทึกไว้ในแต่ละประเทศ

เมื่อความชื้นในบรรยากาศสูงขึ้น ปริมาณฝนก็มากขึ้นตามไปด้วย เจอรัลด์ มีห์ล นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติ บอกว่า ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาในสหรัฐฯ “เราได้รับฝนจากพายุลูกหนึ่งๆ ในปัจจุบันมากกว่าที่เคยได้เมื่อเทียบกับ 30 หรือ 40 ปีก่อนครับ” เขาเสริมว่า ภาวะโลกร้อนทำให้โอกาสของการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มสูงขึ้น

มูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นและความถี่ในการเกิดภัยธรรมชาติ เป็นความผิดของสภาพอากาศเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ภัยพิบัติเหล่านี้ยังเพิ่มขึ้นเพราะมีคนเข้าไปอยู่ในเส้นทางอันตรายมากขึ้น ด้วย ในรัฐเทกซัส แอริโซนา และแคลิฟอร์เนียการตั้งชุมชนในพื้นที่ที่เคยเป็นผืนป่าทำให้ทรัพย์สินสุ่ม เสี่ยงต่อไฟป่า เช่นเดียวกับการพัฒนาที่ดินในรัฐริมชายฝั่งอย่างฟลอริดา นอร์ทแคโรไลนา และแมริแลนด์ ก็เปิดโอกาสให้บ้านตากอากาศและโรงแรมที่พักถูกเฮอริเคนและพายุอื่นๆ เล่นงานได้ ขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างรวดเร็วของมหานครในประเทศกำลังพัฒนาแถบเอเชียและแอฟริกาก็ ทำให้ผู้คนหลายล้านเสี่ยงต่อคลื่นความร้อนและอุทกภัยมากขึ้น

เจย์ กัลเลดจ์ นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์แก้ไขปัญหาภูมิอากาศและพลังงาน เปรียบเปรยว่า ภัยพิบัติจากสภาพอากาศก็เหมือนกับอาการหัวใจวาย “เวลาหมอแนะนำวิธีป้องกันอาการหัวใจวาย หมอคงไม่พูดว่า คุณต้องออกกำลังกายนะครับ แต่สูบบุหรี่ต่อไปได้ตามสบาย” วิธีที่ฉลาดในการรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วก็คือ การพุ่งเป้าจัดการกับปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชที่ทนทานต่อภัยแล้ง การสร้างอาคารที่รับมือน้ำท่วมและลมแรงได้ การบังคับใช้นโยบายที่ไม่สนับสนุนให้คนสร้างอาคารบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยง และแน่นอนว่าต้องรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย

เรื่อง ปีเตอร์ มิลเลอร์ ข้อมูลจากนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกฉบับภาษาไทย http://www.ngthai.com/ngm/1209/default.asp



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 42 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 8178465  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!