Home
  
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์  มกราคม  56 PDF พิมพ์

หน้า 19

 

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

เพราะความรู้เองก็ไหลมาตามท่อ...ยังจะนั่งรอให้ใครสร้างให้?

แด่อนาคตของชาติ และคุณครูที่เคารพทุกท่าน...ที่ถูกบังคับให้เวียนว่ายในกระแสทุนนิยม

วันนี้นั่งคุยกับน้องๆ ปริญญาตรีเกี่ยวกับปัญหาที่นักศึกษาสมัยนี้มักเรียกร้อง "สิทธิ" มากขึ้นโดยที่ไม่สนใจ "หน้าที่" ของตัวเอง น้องๆ สะท้อนความคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเชื่อมโยงกับระบบทุนนิยม เพราะนักเรียนนักศึกษาสมัยนี้ต้องการเรียนแบบ "ประหยัดพลังงาน" คือ "ลงทุนน้อยแต่ต้องได้กำไรมาก"

สิ่งที่ต้องการ คือ ต้องอ่านน้อยๆ ทำแล็บน้อยๆ สอนน้อยๆ การบ้านน้อยๆ ต้องบอกแนวข้อสอบจะได้ไม่เสียเวลาอ่าน แต่พอได้คะแนนน้อยหรือเกรดไม่สวยก็โวยวายโอดครวญอย่างกับโลกจะพังลงมาทั้งใบ โดยที่ไม่เคยสนใจมองตนเองเลยว่าได้ทำหน้าที่ของนักศึกษาอย่างถูกต้องและ เต็มที่กับการเรียนรู้ของตนเองขนาดไหน หรือเข้าใจว่าอะไรคือแก่นแท้ของการเรียนในระดับอุดมศึกษา

ครูอาจารย์ที่บังคับหรือเข้มงวดแม้แต่เรื่องที่ควรเข้มงวดก็จะกลายเป็น "ไอ้โหดหรือนังแม่มด" กันไปหมด บางคนถึงกับขู่จะฟ้องผู้บริหารหรือพยายาม "ล็อบบี้”ให้พวกครูขาโหดถูกประเมินไม่ ผ่าน ครูอาจารย์หลายคนจึงตกในภาวะจำยอม เพราะแค่ภาระงานหนักหน่วงที่ต้องทำเแลกกับเงินเดือนแค่พอยาไส้ก็จะไม่ ไหวอยู่แล้ว จึงเลือกปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของเด็ก คือ "ตามใจ และทำให้ง่าย" ฟังดูดี แต่นี่อาจเป็นต้นเหตุจะทำให้การศึกษาแย่ลงโดยไม่ตั้งใจ? หากลองจินตนาการดูว่าถ้าทุกบทเรียนถูกลดระดับเพื่อทำให้ "ง่าย ตามใจ และไม่เครียด" สะสมไปเรื่อยๆ ก็เหมือนกดหัวกราฟความเข้มงวดให้ลดลง แต่นั่นกลับแปรผกผันกับข้อมูลและองค์ความรู้มากมายมหาศาลที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

วิธีเรียนที่ง่ายและตามใจเหล่านี้คือทางออกที่ดีจริงแล้วหรือในโลกที่อยู่ยาก มากข้อมูล และมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกว่าในอดีต?

น้องๆ ยกตัวอย่างหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นการสอน "วิธีอยู่กินอย่างเป็นสุขในสังคมทุนนิยม" ชื่อ "เงินทองไหลมาตามท่อ" ที่แปลมาจาก "The Parable Of The Pipeline" หนังสือเรื่องนี้มีใจความสำคัญโดยเปรียบเทียบวิธีหาน้ำของคนในหมู่บ้านมากินมาใช้ ไปจนถึงการขายน้ำเพื่อแลกเงิน ซึ่งเป็นแนวคิดทางการตลาดตามสมัยทุนนิยมที่บังคับคนทั้งโลกให้วิ่งตาม โดยวิธีการของผู้ชายสองคนที่มีความแตกต่างในการหาน้ำมากินมาใช้

ตอนต้นเรื่องผู้ชายทั้งสองคนต้องเดินหาบน้ำไปใส่ตุ่มในหมู่บ้าน วันไหนขี้เกียจก็แน่นอนว่าต้องไม่มีน้ำจะกินจะใช้ ผู้ชาย คนแรกจึงต้องขยันหาน้ำทุกวันๆ ไม่เคยหยุด แต่คนที่สองเริ่มหาวิธีใช้น้ำที่ง่ายขึ้น เค้าลงทุนคิดค้น "ท่อน้ำ" เพื่อต่อน้ำจากแหล่งน้ำมาใช้โดยตรง เพื่อจะลดเวลาและพลังงานในการหาบน้ำ จนตอนหลังพัฒนาไปสู่ธุรกิจ "ขายน้ำ" จนเทียบได้ว่าเงินทองมันไหลมาตามท่อ แถมยังโยนคำถามไปที่ชายคนแรกว่า "คุณยังสบายอยู่ไหม?" ชายคนแรกแม้จะรู้สึกเหนื่อย แต่ก็กัดฟันตอบว่า "ฉันสบายดี" เพราะเขาทำได้เพียงเท่านั้น คือ ไม่หาบน้ำ ก็ต้องจ่ายเงินซื้อน้ำ

เรื่องนี้เทียบเคียงการใช้ชีวิตในระบบทุนนิยมว่า ต้องพยายามหาทางลัดหรือฉกฉวยโอกาส ที่เกิดตามช่องว่างของความต้องการให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์ เมื่อน้ำถูกเปรียบกับเงินที่ทุกคนกระหายยากต้องกินต้องใช้ ชายคนที่หาบน้ำวันยันค่ำจึงถูกเทียบกับคนที่มีชีวิตตามกระแส แม้หาเงินได้มากมายแค่ไหนก็ต้องเหน็ดเหนื่อยขึ้นเท่านั้น ใช้ตัวเองอย่าไม่ สนใจสุขภาพข้างหน้า ไม่เหมือนกับชายคนสร้างท่อที่ลงทุนมากเหนื่อย มากในช่วงแรก แต่กลับสบายในระยะยาว ถือเป็นการบริหารสุขภาพทางการเงินให้มั่งมีอย่างมั่นคง

ตอนแรกน้องๆ สะท้อนว่า หนังสือ เล่มนี้อาจจะจำลองทิศทางการเรียนของนักศึกษาในยุคปัจจุบัน คือ ไม่อยากหาบน้ำเอง ทางไหนลัดได้ก็อยากลัด การเรียนน้อยๆ ทำงานน้อยๆ อาจจะเหมือนการสร้างท่อของตัวเองไม่ต้องเหนื่อยหน่ายกับการเรียนที่เยอะแยะ น่าเบื่อ ชั้นเรียนไหนที่ให้เกรดดีๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยจึงเป็นชั้นเรียนในฝัน เพราะจะทำให้ตนเองจบการศึกษาด้วยเกรดหรูหรา หรือมีเวลาไปทำกิจกรรมนอกห้องเรียนตามความสนใจ ถือเป็นลงทุนเพื่อเบิกทางให้ไปสร้างท่อหาเงินในชีวิตจริงนอกรั้วมหาวิทยาลัย

แต่จริงๆ แล้วมันเป็นอย่านั้นหรือไม่? เรียนน้อยแล้วได้กำไรเป็นไปได้ไหม? อะไรคือการสร้างท่อที่แท้ในสถาบันการศึกษา?

สำหรับผม ภาพสะท้อนที่เห็นจากแนวคิดนี้กลับต่างไป หากน้ำคือความรู้ การสร้างท่อต้องเทียบเคียงกับกระบวนการเรียนรู้ไม่ใช่พลังงานที่ใช้ในการเรียน? นักเรียนที่นั่งเรียนไปวันๆ หรือแหกตาอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำโดยไม่เคยรู้ว่าในแต่ละวิชา เนื้อหาสาระอะไรสำคัญ อะไรควรทำความเข้าใจก่อนหลัง อะไรคือแก่นของวิชา อะไรคือทักษะที่จะนำไปใช้ในอนาคต ก็เปรียบเหมือน "คนโง่" ในสังคมทุนนิยม ที่วันๆ เอาแต่หาบน้ำใส่ตุ่ม ไม่เคยมองตนเองและหาโอกาสในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ หากวันไหนตัวเองอ่อนแอ หรือแหล่งน้ำหมดไปก็ กลายเป็น "ซอมบี้ทางการศึกษา" สืบหาความรู้ด้วยตนเองก็ไม่ได้ สร้างองค์ความรู้ใหม่ก็ไม่เป็น สุดท้ายก็คงไม่พ้นสภาพ "ขอทานทางความคิด" ที่นั่งรอความรู้และการชี้นำจากคนอื่น หรืออาจจะพัฒนาตนเองให้ร้ายกาจจนกลาย เป็น "หัวขโมยปัญญาชน" มือไวพร้อมฉกฉวยความรู้หรือวิธีคิดคนอื่นมาอย่างหน้าด้านๆ

กลับกันหากอยากให้ตัวเองมีสุขภาพดีในกระบวนการเรียนรู้ ก็ควรเริ่มต้นด้วยความใส่ใจกับองค์ประกอบสำคัญของการเรียน คือโครงสร้างของสาระ ทักษะเฉพาะ และประสบการณ์จากกิจกรรมที่ทำในห้องเรียน เหมือนการลงทุนสร้างท่อทางความคิดของให้ต่อเชื่อมกับแหล่งน้ำ หากวันไหนหมดแหล่งน้ำก็ยังหาแหล่งใหม่ได้ ท่อของตัวเองมีปัญหาก็แก้ไขได้ เมื่อมีวัสดุทางความคิดใหม่มาก็ปรับใช้ท่อแบบใหม่รองรับได้ หรือแม้กระทั่งแหล่งน้ำไหนที่เน่าเสียจนกินไม่ได้ ก็ไม่เดือดร้อน หาวิธีกรอง หาวิธีกลั่นน้ำมากิน โดยไม่ต้องมัวแต่โทษระบบ โทษครู หรือโทษบทเรียนว่ามัน "ไม่ได้เรื่อง" โดยไม่เคยมองตัวเองว่า "แย่กว่า"?

ทักษะ ประสบการณ์ กระบวนการคิด และกระบวนการเรียนรู้ที่ได้จากห้องเรียนจึงเหมือนท่อส่งน้ำ ที่อาจจะไม่มีใครสอนให้ทำ แต่ "คนจริง" ที่ฉลาดพอต้องเริ่มลงมือหรือถอดบทเรียนด้วยตนเอง เพราะ การเรียนสมัยนี้เริ่มน่ากลัวกว่าการหาบน้ำไปวันๆ เนื่องจากแนวโน้มของห้องเรียนกลายเป็นการนั่งงอมืองอเท้า เรียกร้องให้มีคนมาสร้างท่อน้ำให้ บางคนง้มหน้าก้มตาแต่จะไขก็อกของตัวเอง บางคนเรียกร้องขนาดให้เอาน้ำมากรอกใส่ปาก ไม่อยากลงทุนแม้กระทั่งขยับตัว เพราะกลัวจะ "ขาดทุน" และไม่เคยรู้ว่า "กำไร" ที่หมายมุ่งมันเป็น "แบงก์ปลอม!"



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 28 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10043108  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!