Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์ มิถุนายน 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์ มิถุนายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 8

วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

“ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์” ปรากฏการณ์ค้นหาระยะห่างโลก-ดวงอาทิตย์

ภาพจำลองปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (สเปซด็อทคอม)

ศ.ดร.เดวิด รูฟโฟโล

เหตุการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์เป็นข่าวใหญ่ในอดีต (ภาพจากสเปซด็อทคอม)

นักดาราศาสตร์กระจายตัวไปทั่วโลกเพื่อเก็บข้อมูลปรากฏการณ์ครั้งนี้ (สเปซด็อทคอม)

การสังเกตจากมุมที่ต่างกันช่วยให้คำนวณหาระยะห่างของวัตถุที่อยู่ไกลๆ (ภาพจากสเปซด็อทคอม)

ความสำคัญของ “ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย” ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ปรากฏการณ์แห่งศตวรรษ” ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ต้องรอเวลานับร้อยปีจึงจะเกิดปรากฏการณ์นี้ แต่ในอดีตนักดาราศาสตร์เคยเดินทางไปทั่วโลก เพื่อบันทึกข้อมูลขณะเกิดปรากฏการณ์ เพื่อคำนวณหาระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ แล้วใช้เป็นหน่วยวัดขนาดของระบบสุริยะเราเลยทีเดียว

สำหรับปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (Transit of Venus) นั้นจะเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งในรอบ 243 ปี โดยมีรอบการเกิดปรากฏการณ์เป็นคู่ แต่ละคู่จะห่างกัน 121.5 (+/- 8) ปี (และแต่ละครั้งใน 1 คู่นั้นจะเกิดห่างกัน 8 ปี) หากครั้งแรกของคู่แรกเกิดห่างจากครั้งแรกของคู่หลัง 129.5 ปี ครั้งแรกของคู่หลังจากห่างจากครั้งแรกของรอบถัดไป 113.5 ปี

ตัวอย่าง เช่น เหตุการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ครั้งแรกของคู่วันที่ 6 มิ.ย.55 นี้ คือ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.47 ซึ่งเกิดห่างจากครั้งแรกของคู่ก่อนหน้าในปี 9 ธ.ค.2417 เป็นเวลา 129.5 ปี และห่างจากครั้งแรกของคู่ถัดไปซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 ธ.ค.2660 เป็นเวลา 113.5 ปี ส่วนอีกครั้งถัดไปหลังจากนั้นจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ธ.ค.2668

ศ.ดร.เดวิด รูฟโฟโล อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสุริยะจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า ปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ เพราะนักดาราศาสตร์ใช้เป็นปรากฏการณ์วัดระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะการวัดสิ่งต่างๆ ในจักรวาลนั้นเปรียบเทียบด้วยระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์

นักดาราศาสตร์วัดระยะทางจากปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้อย่างไรนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านพายุสุริยะจากมหิดลอธิบายว่า หากเรามองวัตถุ โดยปิดตาขวาแล้วมองด้วยตาซ้าย และปิดตาซ้ายแล้วมองด้วยตาขวา จะเห็นวัตถุกระโดดไปกระโดดมา ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้อธิบายว่า เมื่อมุมเปลี่ยนเราสามารถวัดระยะทางได้ ลักษณะเดียวกันนี้ถูกนำไปหาระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์

ในอดีตนั้นมีการส่งนักดาราศาสตร์ไปสังเกตปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ทั่วโลก จากนั้นวัดเวลาที่ดาวศุกร์เริ่มผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ความแตกต่างของเวลาทำให้ทราบมุม และเมื่อทราบมุมทำให้นักดาราศาสตร์หาทราบระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ได้ โดยผู้ที่เสนอแนวคิดในการใช้ปรากฏการณ์นี้คือ เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ (Edmond Halley) ผู้พบดาวหางฮัลเลย์ ที่เสนอไว้ในปี 2221 แต่กว่าดาวศุกร์จะผ่านหน้าดวงอาทิตย์ต้องรอถึงปี 2304 ซึ่งเขาได้เสียชีวิตไปก่อน

นอกจากดาวศุกร์แล้ว ศ.ดร.รูฟโฟโลกล่าวว่ายังมีดาวเคราะห์วงในระบบสุริยะอีกดวงที่ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้เช่นกัน คือ ดาวพุธ ซึ่งมีความถี่ในการผ่านหน้าดวงอาทิตย์มากกว่า โดยเกิดขึ้นทุกๆ 7 ปี และฮัลเลย์ได้ใช้ดาวพุธในการคำนวณหาระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ก่อน แต่มีความแม่นยำน้อย เพราะดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก จึงโคจรเร็วและมีความต่างเวลาแค่ระดับวินาที ทำให้ยากต่อการวัด แต่ถ้าวัดด้วยดาวศุกร์จะวัดได้แม่นยำกว่า ถึงอย่างนั้นก็วัดได้ยากอยู่ดี

เหตุการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์นั้น กัปตัน เจมส์ คุก (Captain James Cook) ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียก็เป็นหนึ่งในคณะสังเกตปรากฏการณ์ โดยนักฟิสิกส์ชาวอเมริกันคนเดิมเล่าว่า หลังจากกัปตันคุกบันทึกข้อมูลปรากฏการณ์เสร็จ ก็ได้อ่านคำสั่งลับที่ห้ามเปิดจนดว่าจะเสร็จสิ้นสังเกตการณ์ว่า ให้เดินเรือต่อไปเพื่อพิสูจน์ว่ามีทวีปอยู่ซีกโลกใต้อีกหรือไม่ และทำให้เขาค้นพบออสเตรเลียในที่สุด

อย่าง ไรก็ดี ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ผ่านหน้าดาวฤกษ์ไม่ได้เกิดแค่ในระบบสุริยะ และยังได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน เพราะเป็นวิธีใหม่ในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดเล็กใกล้เคียงกับ โลก โดยก่อนหน้านี้มีอีกวิธีในการค้นหาดาวเคราะห์ด้วยการสังเกตการส่ายของดาว ฤกษ์อันเป็นผลจากมวลของดาวเคราะห์โคจรรอบดาวฤกษ์ แต่วิธีนี้ใช้หาได้เฉพาะดาวเคราะห์ที่มีมวลมากๆ

ศ.ดร.รูฟโฟโลกระบุว่า ปัจจุบันมีความนิยมหาดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก และเมื่อปีที่ผ่านมามีการค้นพบดาวเคราะห์เคปเลอร์ 22บี (Kepler22b) ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกไม่มาก และมีโอกาสพบน้ำด้วย โดยอาศัยเทคนิคการผ่านหน้าดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์ดังกล่าว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เดียวกับการผ่านหน้าดวงอาทิตย์ของดาวศุกร์

ปัจจุบัน มีหลายวิธีที่ใช้วัดระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ได้ เช่น การใช้เรดาห์หรือคลื่นวิทยุกระจายจากผิวดวงจันทร์หรือดาวอังคารเพื่อนำไป คำนวณหาระยะทาง ซึ่งให้ความแม่นยำถึงระดับเซนติเมตร เป็นต้น ดังนั้นปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์จึงมีความสำคัญต่องานวิจัยและ การศึกษาดาราศาสตร์น้อยมาก แต่ก็พอมีบ้างอย่างการศึกษาขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เพื่อปรับเทียบเทคนิคการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

ถึงอย่างนั้น ศ.ดร.รูฟโฟโลกล่าวว่าเราดูเหตุการณ์เพราะมีความน่าสนใจ และเป็นเรื่องน่าสนุกที่เห็นวงกลมสีดำผ่านหน้าดวงอาทิตย์ และเป็นเรื่องทางสังคม หากเราชมปรากฏการณ์ในช่วงนี้จะเห็น “จุดมืด” (dark spot) จำนวนมาก โดยจุดมืดนี้เป็นที่มาของพายุสุริยะ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมไทยคม 5 ในปีที่ผ่านมา



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 31 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 7995752  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!