Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ มิถุนายน 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ มิถุนายน 55 PDF พิมพ์

หน้า 4

วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ย้อนอดีตเฮลิคอปเตอร์ H43B ของ ทอ.ไทย

Pic_266751

อากาศยานปีกหมุนในอดีตของกองทัพอากาศไทย ยุคแรกเริ่มการบินด้วยเครื่องบินปีกหมุนขึ้น-ลงทางดิ่ง อีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญทางการบิน เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ...

เฮลิคอปเตอร์ สีเงินรูปร่างประหลาด ลำตัวอ้วนสั้นไร้หาง จอดสงบนิ่งอยู่บริเวณโรงเก็บอากาศยานของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ มันคืออากาศยานปีกหมุนขึ้นลงทางดิ่ง ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาคู่กับการบินในยุค 1960 ของกองทัพอากาศไทย โดยเริ่มจากช่วงปลายปี ค.ศ. 1960 รัฐบาลอเมริกันในยุคนั้น ได้มอบอากาศยานแบบต่างๆ ให้กับกองทัพอากาศไทย ตามโครงการช่วยเหลือทางทหารหลากหลายแบบ มีทั้งเครื่องบินขับไล่ โจมตีทั้งแบบใบพัดและไอพ่นเทอร์โบเจ็ต เครื่ิองบินขนส่งและลำเลียงทางยุทธวิธี รวมถึงอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งนั่นก็คือเฮลิคอปเตอร์นั่นเอง

ในห้วงเวลาที่ทัพฟ้าของไทยยังไม่มีเฮลิคอปเตอร์ ที่ใช้ในการกู้ภัยโดยตรงมาก่อน ขณะเดียวกันนั้น เฮลิคอปเตอร์ที่ ทอ. มีประจำการอยู่ ก็มีขนาดที่เล็ก หรือใหญ่จนเกินไป และไม่เหมาะสมต่อการปฏิิบัติภารกิจบินกู้ภัยทางอากาศ ซึ่งอากาศยานแบบปีกหมุนที่มีความเหมาะสมกับภารกิจดังกล่าว ต้องเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มีความปลอดภัยสูง สามารถบินโรยตัวได้เป็นระยะเวลานานๆ ทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้น การขาดแคลนเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย จะส่งผลไปถึงการปราบปรามลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่กำลังระบาดไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้ขาดความสมบูรณ์ทางยุทธวิธี ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ทางทหารของอเมริกัน ที่ประจำอยู่ในฐานทัพบริเวณเอเชียใต้ แผนการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์แบบ H43B HUSKIE ให้กับกองทัพอากาศไทยไว้ใช้บินปฏิบัติภารกิจจึงได้เริ่มต้นขึ้น

กองทัพอากาศไทย ได้ส่งนักบินและเจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ เช่น ช่างอากาศและสื่อสารที่เกี่ยวข้องไปทำการเรียนรู้การบิน การซ่อมบำรุง ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลาสามเดือน โดยมีการฝึกสอนในสนามบินเล็กๆ ที่มลรัฐยูทาห์ หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE ชุดแรกจำนวนสองเครื่องหมายเลข 60-291 / 60-292 ก็เดินทางมาถึงยังประเทศไทยด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 1962 ตามด้วยเครื่อง H43B HUSKIE หมายเลข 60-290 / 61-2920 ทยอยส่งมอบตามหลังมาในวันที่ 12 กรกฎาคม 1962 ต่อมา ทางกองทัพอากาศได้กำหนดชื่อเรียกขานเฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE ว่า ฮ5 โดยเข้าประจำการที่ฝูงบิน 63 กองบิน 6 ดอนเมือง บริษัท Kaman ได้ส่งช่างซ่อมบำรุงชาวอเมริกันมาประจำการในฝูงบิน 63 กองบิน 6 ดอนเมือง เพื่อคอยให้คำแนะนำและฝึกสอนช่างของ ทอ. สำหรับการดูแลซ่อมบำรุงตามชั่วโมงบินที่ได้กำหนดไว้ในคู่มือ

สำหรับกองทัพอเมริกันเองนั้น ได้นำเอาเจ้าเฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE ออกใช้งานในสงครามเวียดนาม และยังมีหน่วยบินที่ใช้เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ ประจำการอยู่ตามฝูงบินของสหรัฐฯที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยอีกด้วย นอกเหนือไปจากการบินช่วยเหลือและกู้ภัยอากาศยานที่ถูกยิงตกหรือประสบ อุบัติเหตุแล้ว ในบางกรณีทาง ทอ. ของพวกอเมริกัน ยังได้นำเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ มาบินลาดตระเวนตามแนวขอบของสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังกองกำลังซุ่มโจมตีของเวียดกง ที่มักลอบเข้ามาใช้จรวดหรืออาวุธหนัก ยิงถล่มเครื่องบินอยู่เป็นประจำ ภายหลังจากสนามบินทหารที่จังหวัดอุดรธานีและอุบลราชธานี ถูกหน่วยกล้าตายของเวียดกงซึ่งเป็นทหารเวียดนามเหนือ เข้ามาใช้อาวุธพวกจรวดประทับบ่ากับปืนเล็กกลลอบโจมตี

เฮลิคอปเตอร์ แบบที่ 5 หรือ H43B HUSKIE เป็นอากาศยานขนาดเบาลำตัวกว้าง ออกแบบมาเพื่อใช้ในการกู้ภัยหรือลาดตระเวนทางยุทธวิธี ในกรณีที่อากาศยานเกิดอุบัติเหตุจนทำให้มีไฟไหม้ เจ้า H43B HUSKIE จะรับหน้าที่บินเข้าไปช่วยเหลือนักบินหรือผู้โดยสารบนเครื่อง ลำตัวของมันถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกคนได้ถึง 10 คน จากการวางตำแหน่งเก้าอี้นั่งแบบสองแถว หรือหากจะนำมันมาบินปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุง เช่น ลำเลียงสิ่งของสัมภาระทางทหาร เฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE สามารถพับเก้าอี้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสิ่งของ (ต้องอยู่ในระวางบรรทุก) รวมถึงมันยังดัดแปลงให้ใส่เปลสนาม เพื่อลำเลียงทหารที่ได้รับบาดเจ็บกลับมารักษาพยาบาลได้ถึงสี่เปล

เนื่องจากเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่มีลำตัวกะทัดรัด ออกไปในแนวค่อนข้างกว้างและเตี้ย ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่าเฮลิคอปเตอร์แบบอื่น มันจึงสามารถร่อนลงจอด บนพื้นที่ที่เป็นไหล่เขาที่มีความลาดเอียงได้ถึง 30 องศา ฐานล้อเล็กและสั้นมีฐานสกีติดตั้งอยู่ด้วย เพื่อทำให้ลงจอดในพื้นที่ทุรกันดาร ออกแบบมาเพื่อรับแรกกดจากน้ำหนักของตัวเครื่อง ที่ถ่ายเทลงมาระหว่างการแตะพื้น ในกรณีที่ต้องลงจอดท่ามกลางสภาพพื้นที่เป็นทรายหรือดินที่อ่อนนุ่ม ที่บริเวณใต้ลำตัวของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ จะมีตะขอที่ใช้เกี่ยวยกสิ่งของ ตะขอดังกล่าวสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 2,500 ปอนด์ ซึ่งอาจเป็นลังอาวุธ ถังน้ำดับเพลิง ถังอากาศ ส่วนด้านข้างลำตัวของ H43B HUSKIE ทำการติดตั้งกว้านไฟฟ้า สำหรับยกผู้ป่วยหรือสิ่งของจากพื้นขึ้นสู่ค็อกพิต กว้านไฟฟ้าของ H43B HUSKIE รับน้ำหนักได้ 600 ปอนด์ และใช้นักบินที่หนึ่งในการควบคุมการใช้กว้านไฟฟ้า โดยจะให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลังนักบินที่หนึ่ง ทำหน้าที่ช่วยเหลือดึงสิ่งของหรือผู้ป่วยเข้ามาภายในลำตัวเครื่อง

เครื่องยนต์ ของ H43B HUSKIE เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์ป T53 L1B ของบริษัท Lycoming ผู้ผลิตเครื่องยนต์ของอากาศยานชั้นนำของโลก เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ แล้วบินขึ้นได้ภายในเวลา 4-5 นาทีเท่านั้น สำหรับการเช็กระบบการทำงานต่างๆ แล้วจึงสามารถนำเครื่องขึ้นบินได้ทันที แตกต่างจากเฮลิคอปเตอร์รุ่น H34C/D ที่ต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องยนต์และตรวจตราระบบทำการบินนานถึง 10 นาที เครื่องยนต์มีกำลังสูง เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วนของน้ำหนักตัวต่อแรงม้า (H43B HUSKIE มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดที่ 9,000 ปอนด์) เครื่องยนต์ T53 L1B ของบริษัท Lycoming ที่ติดตั้งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE มีแรงม้ารวม 880 แรงม้า โดยมันสามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดที่ระดับ 105 ไมล์ต่อชั่วโมง ส่วนความเร็วเดินทางจะอยู่ที่ระดับ 90 ไมล์ต่อชั่วโมงซึ่งค่อนข้างช้าไปนิด แต่อย่าลืมว่ามันคือเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกออกแบบให้บินกู้ภัยลาดตระเวน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะทำให้ความเร็วสูงสุดของ H43B HUSKIE ไปเท่ากับเฮลิคอปเตอร์โจมตี

H43B HUSKIE มีใบพัดประธานหรือ Main Roter โดยไม่มีใบพัดหางแต่อย่างใดทั้งสิ้น ใบพัด Main Roter ทั้งสองชุดนั้นจะหมุนสวนทางกัน เพื่อสร้างแรงยกโดยมีความสัมพันธ์กันตลอดในระหว่างทำการบิน การที่วิศวกรของบริษัท Kaman ได้ออกแบบให้ ฮ H43B HUSKIE มีใบพัดประธานถึงสองใบ เพื่อให้ส่วนหางของตัวเครื่องมีความปลอดภัย สามารถขนสิ่งของหรือลำเลียงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องกลัวอันตรายจากการหมุนของใบพัดที่ส่วนหาง ใบพัดของ H43B HUSKIE ยังมีขนาดความกว้างไม่มาก ทำให้มันบินลัดเลาะไปตามภูมิประเทศ ที่เป็นป่าเขาในระดับความสูงที่ต่ำกว่าปกติได้ดี การมีแพนหางระดับและแพนหางดิ่งรวมกัน ทำให้มันสามารถเปลี่ยนทิศทาง ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวแม้จะมีลำตัวอ้วน รวมถึงมันยังมีเสถียรภาพทางการบินที่ดี เมื่อต้องผจญกับกระแสลมแรง เมื่อนักบินต้องบินฝ่าสภาพอากาศที่แปรปรวนอีกด้วย

เดือนพฤษภาคม 1967 เฮลิคอปเตอร์แบบที่ 5 หรือ H43B HUSKIE ของกองทัพอากาศไทยได้ถูกโอนย้ายมาประจำการอยู่ในฝูงบิน 31 กองบิน 3 ซึ่งเป็นกองบินที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ สำหรับหมู่บินเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมด โดยมีฐานอยู่ในที่ตั้งเดิม (บน.6 ในปัจจุบัน) หลังจากนั้นในช่วงกลางปี 1971 H43B HUSKIE ทั้งสี่ลำได้ถูกย้ายให้ไปประจำการที่โคราช และมี ฮ5 บางลำถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในแถบภาคเหนือของประเทศ ซึ่งมีทั้งที่จังหวัดน่านและบริเวณเทือกเขาของจังหวัดพิษณุโลก เลย และเพชรบูรณ์ มีที่ตั้งของกองบินที่สนามบินหล่มสัก รับหน้าท่ี่บินค้นหาและกู้ภัย ให้กับอากาศยานบางลำที่ีเกิดอุบัติเหตุหรือถูกยิงตก รับหน้าที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ส่งกลับสายการแพทย์ โดยทำการลำเลียงทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากการปะทะกับผู้ก่อการร้ายส่งโรงพยาบาล รวมถึงยังเป็นอากาศยานปีกหมุน ที่รับหน้าที่บินส่งกำลังบำรุงพวกอาวุธและเสบียง ให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปราม ผกค. อีกด้วย ในปี 1974 หลังจากรับใช้ชาติมานานหลายปี เฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE บางลำก็ไม่สามารถขึ้นบินได้อีกเนื่องจากปัญหาขาดแคลนอะไหล่ ทำให้เฮลิคอปเตอร์แบบที่ 5 มีความพร้อมทางการบินลดลง ตามด้วยคำสั่งให้ปลดประจำการ H43B HUSKIE ทั้งสี่ลำ เนื่องจาก ทอ. ได้รับเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะดีกว่ามาใช้งาน จวบจนถึงทุกวันนี้ ยังคงหลงเหลือเฮลิคอปเตอร์ H43B HUSKIE เพียงแค่ลำเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ฮ 5 หมายเลข 5-2/05 สีเงินหางส้ม โดยยังคงอยู่ในสภาพดีและมีชิ้นส่วนครบ มันยังคงจอดสงบนิ่งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ รอการมาเยือนของผู้ที่รักการบิน เพื่อย้อนรำลึกถึงอากาศยานที่เคยรับหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงความมานะ บากบั่น ของบรรพบุรุษ ในการสร้างสรรค์กำลังทางอากาศ และกิจการบินของไทย ท่ามกลางหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อ และชีวิต เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดนั่นก็คือเพื่อประเทศชาตินั่นเอง.

เอกสารอ้างอิง ข้อมูลประกอบบทความจาก
TANGO พฤษภาคม 2555

Specifications
General characteristics Crew:Four: two pilots, two rescue crew
Length:25 ft 0 in (7.6 m)
Main rotor diameter:2× 47 ft in (14.3 m)
Height:17 ft 2 in (5.18 m)
Gross weight:9,150 lb (4,150 kg)
Power plant:1 × Lycoming T53turboshaft, 860 hp (640 kW)each
Performance Maximum speed:120 mph (190 km/h)
Cruise speed:105 mph (169 km/h)
Range:185 miles (298 km)
Service ceiling:25,000 ft (7,620 m)


ขอเชิญชมการแสดงการบิน เนื่องในโอกาสวันครบรอบ ๑๐๐ ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ
๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕ เป็น “วันครบรอบ ๑๐๐ ปีการบินของบุพการีทหารอากาศ” กำเนิดขึ้นเมื่อย้อนกลับไปในวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕ เมื่อ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ได้ทำการฝึกบินตามหลักสูตรของสโมสรการบินพลเรือนฝรั่งเศส ด้วยเครื่องบินเบรเกต์ ชนิดปีก ๒ ชั้น ณ โรงเรียนการบินเมืองวิลลา คูเบลย์ และ นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร ได้เริ่มทำการบินกับเครื่องบินนิเออปอรต์ ปีกชั้นเดียว ที่โรงเรียนการบินมูร์เมอลอง เลอกรองด์ ส่วน นายร้อยเอก ทิพย์ เกตุทัต ได้เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบิน นิเออปอรต์ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๕๕ ภายหลังสำเร็จการศึกษา ทั้งสามท่านได้กลับมาก่อตั้งกิจการด้านการบินของสยาม จนพัฒนาก้าวหน้ามาเป็น กิจการการบินทั้งทหาร และพาณิชย์ของประเทศไทย เป็นที่ประจักษ์มาร่วม ๑๐๐ ปี


ในโอกาสสำคัญนี้ พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีดำริให้จัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงเกียรติประวัติ และคุณูปการของบุพการีทหารอากาศในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ณ อาคารคลังสินค้า ๓ ท่าอากาศยานดอนเมืองระหว่างวันที่ ๒๙ มิถุนายน - ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จัดการแสดงการบินของอากาศยานแบบต่าง ๆ และหมู่บินผาดแผลง BLUE PHOENIX การสวนสนามทางอากาศของอากาศยานแบบต่างๆ ของกองทัพอากาศ และนิทรรศการการบิน “วันครบรอบ ๑๐๐ ปีการบินของบุพการีทหารอากาศ” โดยพี่น้องประชาชน สามารถเข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้


วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ชมนิทรรศการ “ครบรอบ ๑๐๐ ปีการบินของบุพการีทหารอากาศ” และการมอบรางวัลจาก การประกวดวาดภาพเชิงประวัติศาสตร์ด้วยสีน้ำมันหรือสีอะคริลิก หัวข้อ “๑๐๐ ปี บุพการีทหารอากาศกับการพัฒนาอากาศยานไทย” , การประกวดเรียงความ หัวข้อ “กองทัพอากาศกับประชาชน” , การประกวดจัดบอร์ดนิทรรศการ หัวข้อ “บุพการีทหารอากาศ” , การประกวดโมเดลเครื่องบินกระดาษหัวข้อ “อากาศยานของกองทัพอากาศไทย” และการประกวดโมเดลเครื่องบินพลาสติก หัวข้อ “อากาศยานของกองทัพอากาศไทย” ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ


สำหรับกำหนดการแสดงการบิน ในวันที่ ๒๙ – ๓๐ มิถุนายน และ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ณ อาคารคลังสินค้า ๓ ท่าอากาศยานดอนเมือง ภายใต้ชื่อ “ภารกิจพิชิตน่านฟ้า” ตอน Love is in the Air “รักสะท้านฟ้า” จะเป็นการแสดงการบิน และการสวนสนามทางอากาศ ประกอบการแสดงสื่อมัลติวิชั่นประกอบการแสดงภาคอากาศผ่านจอ LED และการบรรเลงเพลงจาก วงออร์เคสตร้าของกองทัพอากาศ โดยจะเริ่มทำการแสดง ในเวลา ๑๔.๐๐ - ๑๕.๒๐ น. แบ่งการแสดงออกเป็น ดังนี้


องค์ที่ ๑ “รักบุพการีเท่าน่านฟ้า” เป็นการแสดงเบิกน่านฟ้า ต่อเนื่องด้วยการยกย่องเชิดชู บุพการีทหารอากาศ ที่วางรากฐานการบินของประเทศจนพัฒนาเป็นกองทัพอากาศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า ๑๐๐ ปี
เวลา ๑๔.๐๐ น. เครื่องบินขับไล่แบบ F-16A ทำการบินเปิดเบิกน่านฟ้า Synchronize ผ่านพิธีเปิดงาน
จากนั้น เครื่องบินโจมตีและธุรการแบบ AU-23A จะบินลากป้ายสัญลักษณ์งาน ๑๐๐ ปีฯ
เวลา ๑๔.๐๓ น. หมู่บินสวนสนามบินผ่านพิธีฯ ประกอบด้วย
เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 A/B จำนวน ๑๒ เครื่อง
เครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F จำนวน ๔ เครื่อง
เครื่องบินโจมตีแบบ ALPHA JET จำนวน ๔ เครื่อง
เครื่องบินฝึกขับไล่แบบ L-39 จำนวน ๖ เครื่องบิน
เครื่องบินฝึกแบบ PC-9 จำนวน ๔ เครื่อง
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนแบบ SAAB 340 จำนวน ๑ เครื่อง
เครื่องบินลำเลียงแบบ BT-67 จำนวน ๑ เครื่อง
เครื่องบินฝึกแบบ DA-42 จำนวน ๔ เครื่อง
เครื่องบินฝึกแบบ T-41 จำนวน ๔ เครื่อง
องค์ที่ ๒ “รักนภาแห่งสยาม” เป็นการแสดงถึงความรักเกียรติและศักดิ์ศรีของชาติ ปกป้องน่านฟ้าไทยให้เป็นอธิปไตยมาถึงปัจจุบัน
เวลา ๑๔.๐๙ น. การแสดงการป้องกันภัยทางอากาศ โดยเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F, F-16 A/B
และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนแบบ SAAB 340 AEW
เวลา ๑๔.๒๑ น. การแสดงโจมตีทางอากาศ ของเครื่องบินขับไล่แบบ F-16A/B
เวลา ๑๕.๒๒ น. การแสดงการบินสนับสนุนกำลังภาคพื้นและเหล่าทัพอื่นๆ ของเครื่องบินโจมตีแบบ ALPHA JET
เวลา ๑๕.๒๕ น. การแสดงการบินโจมตี และสนับสนุนการค้นหาช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ ของ
เฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1 H พร้อมด้วย เครื่องบินแบบ ALPHA JET และ F-16 A/B

องค์ ที่ ๓ “รักประชาทั่วเขตคาม” เป็นการแสดงการปฏิบัติกิจของกองทัพอากาศ ปฏิบัติหน้าที่แก่ประเทศชาติ และ การแสดงภารกิจของกองทัพอากาศ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
เวลา ๑๔.๓๔ น. การแสดงการสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130H
การแสดงการบินปฏิบัติฝนหลวงตามโครงการพระราชดำริ และการปฏิบัติการดับไฟป่า
ของเครื่องบินลำเลียงแบบ BT-67
องค์ที่ ๔ “เทิดพระนามองค์พระมหากษัตริย์ไทย” เป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และ เฉลิมพระเกียรติ ๘๕ พรรษา มหาราชา
เวลา ๑๔.๓๘ น. การแสดงโชว์การวิ่งขึ้นของเครื่องบินพระที่นั่ง และการบินผ่านของเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง
เครื่องบินลำเลียงแบบ ATR-72-500
เครื่องบินลำเลียงแบบ AIRBUS 310
เครื่องบินลำเลียงแบบ BOEING 737-800
เฮลิคอปเตอร์แบบ S-92 และเฮลิคอปเตอร์แบบ BELL-412 EP
ขณะเดียวกัน พื้นเบื้องล่างหน้าพิธี จะเป็นการแสดงสวนสนามแปรขบวนเลข ๘๕ จากวงดุริยางค์ทหารอากาศ พร้อมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์
องค์ พิเศษ “กองทัพอากาศไทย ก้าวไกลวิสัยทัศน์แห่งศตวรรษใหม่” เป็นการแสดงปิดท้ายด้วยความประทับใจ พร้อมทั้งแสดงถึงวิสัยทัศน์ความมุ่งหวังที่จะก้าวไปสู่กองทัพอากาศชั้นนำใน ภูมิภาค (One of The Best Air Forces in ASEAN)
เวลา ๑๔.๔๐ น. การแสดงโชว์เดี่ยวของเครื่องบินขับไล่แบบ GRIPEN 39 C
เวลา ๑๔.๔๘ น. การแสดงโชว์เดี่ยวของเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 A
เวลา ๑๔.๕๔ น. การแสดงการบินผาดแผลงของหมู่บินผาดแผลง BLUE PHOENIX
เวลา ๑๕.๐๕ น. หมู่บินเครื่องบินฝึกแบบ CT-4E ทำการบินหมู่แปรอักษรตัวเลข “100”
จากนั้นเป็นการบินปล่อยควันสีธงชาติไทย ของเครื่องบินโจมตีและธุรการแบบAU-23A
กำหนดการซ้อมทำการบินแสดง มีดังนี้
ซ้อมย่อย วันอังคารที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ เฉพาะหัวหน้าหมู่บิน
ซ้อมใหญ่ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ และวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕
ซ้อมใหญ่ (ผู้บังคับบัญชา) วันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕
วันที่ ๒๙ – ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ซึ่งเปิดให้พี่น้องประชาชนเข้าชมฟรี ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการของกองทัพอากาศ หน่วยราชการต่างๆ สถานศึกษาทางการบิน และบริษัทการบินต่าง ๆ การตั้งแสดงอากาศยานของกองทัพอากาศ กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตร มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนต่างๆ สำหรับกำหนดการแสดงภาคอากาศ มีดังนี้
เวลา ๐๙.๐๐ น. เริ่มเปิดการแสดงนิทรรศการภายในอาคารคลังสินค้า ๓ อาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมือง
เวลา ๑๐.๐๐ น. การแสดงการบินของสำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตร
เวลา ๑๐.๒๐ น. การแสดงการบินของเครื่องบินผาดแผลงแบบ EA300L ของวิทยาลัยการบินนานาชาตินครพนม
เวลา ๑๐.๕๐ น. การแสดงการบินผาดแผลงเดี่ยวของเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 C ของกองทัพอากาศสิงคโปร์
เวลา ๑๑.๕๕ น. การแสดงการบินของหมู่บินผาดแผลง JUPITER ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย
(ใช้เครื่องบินแบบ KT-1 ซึ่งผลิตในเกาหลีใต้)
เวลา ๑๔.๐๐ น. การสวนสนามและการแสดงภาคอากาศของกองทัพอากาศ
วันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ไม่มีการแสดงภาคอากาศ แต่เปิดให้พี่น้องประชาชนเข้าชมการจัดนิทรรศการของกองทัพอากาศ หน่วยราชการต่างๆ สถานศึกษาทางการบิน และบริษัทการบินต่าง ๆ การตั้งแสดงอากาศยาน
วันจันทร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เป็นรอบวีไอพี และพิธีการของกองทัพอากาศ ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปีการบินของบุพการีทหารอากาศ ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การตั้งแสดงอากาศยาน และการแสดงสวนสนามทางอากาศ และการแสดงการบินเฉพาะของกองทัพอากาศ ระหว่างเวลา ๑๔.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ไม่มีการแสดงภาคอากาศส่วนของหน่วยงานนอกกองทัพอากาศในช่วงเช้า.


Arcom roumsuwan
E-Mail

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 24 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10167096  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!