Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ -สุขภาพ กรกฎาคม 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ -สุขภาพ กรกฎาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 12

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ลูกน้อยพูดช้า แค่ไหนเข้าข่าย "ปากหนัก"

เจ้าตัวน้อยพูดช้า เรื่องกังวลลำดับต้นๆ ของพ่อแม่ กุมารแพทย์ชี้ ช้าแค่ไหนจึงเรียก พูดช้า-ปากหนัก พร้อมทางแก้ไข
แพทย์หญิงเสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก

ความกังวลอันดับต้นๆ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ คือ สงสัยว่าลูกน้อยมีพัฒนาการทางการพูดช้ากว่าที่ควรหรือไม่ เรื่องนี้ แพทย์หญิงเสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก กล่าวในงานเปิดตัว 20 สุดยอดคุณแม่ Mommy Bear Blogger ปี4 ว่า

"ปัญหาเด็กพูดช้า" หรือที่เรียกว่า "ปากหนัก" กรณีนี้มักพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง วิธีเช็คง่ายๆ คือ ถ้าเด็กอายุ 1 ปี ควรพูดได้เป็นคำแล้ว และพูดได้อย่างน้อย 1-2 คำ เมื่อเข้าวัย 1 ขวบครึ่ง ต้องพูดเป็นคำได้สัก 5-8 คำ ที่สำคัญต้องเป็นคำที่มีความหมาย เช่น หม่ำ คือ ต้องการสื่อว่า หิว หรือกำลังกิน ไม่ใช่พูดลอยๆ

ล่วงเข้าสู่ขวบปีที่ 2 ลูกควรพูดได้ 200-250 คำ หรือสามารถสร้างวลีได้ เช่น กินนม เปิดตู(เปิดประตู) ดังนั้น ถ้าความสามารถของลูกในด้านการพูดยังไม่เข้าข่ายข้างต้น อาจเข้าข่ายพูดช้าปากหนัก

พ่อแม่ที่พบว่าลูกพูดช้าแล้วพากันมาปรึกษาหมอนั้น แพทย์หญิงเสาวภา เผยว่า หมอจะเริ่มจากการดูประวัติครอบครัว ว่าเคยมีใครพูดช้าหรือไม่ เพราะกรณีนี้สามารถเป็นปัจจัยข้อหนึ่งได้

นอกจากนี้จะดูเรื่องการเลี้ยงดู โดยเฉพาะการให้เวลาทำกิจกรรม และการสื่อสารกับลูก ที่มีการโต้ตอบกันโดยตรงมากน้อยแค่ไหน ตลอดจนไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียวบ่อยๆ หรือให้ดูทีวีมากเกินไป ยิ่งถ้าลูกพูดช้า หมอไม่แนะนำให้เด็กเล่นกับอุปกรณ์เทคโนโลยีจอสัมผัสมากนัก เนื่องจากเด็กจะสูญเสียทักษะทางสังคม

อย่างไรก็ตาม แม้เด็กจะพูดช้า แต่เด็กก็ยังสามารถสื่อสารผ่านท่าทางได้ เช่น ส่งของให้แล้วมองตาเพื่อสื่อสาร ทำท่าทางเล่นจะเอ๋กับพ่อแม่ ทว่าเด็กที่พูดช้าบวกกับการไม่สื่อสารทางอื่นๆ อาจเข้าข่าย "ออทิสติก"

อาการที่อาจบ่งชี้ว่า เด็กเป็นออทิสติก คือ พูดช้า ร่วมกับมีปัญหาการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมบกพร่องระหว่างเด็ก-ผู้ใหญ่ ซึ่งดูง่ายๆ คือ เด็กมักไม่ค่อยสบตา ไม่พยายามสื่อสาร เช่น อาจชี้ว่าต้องการอะไร แต่เมื่อส่งของให้ผิดก็จะเฉยๆ

ทั้งนี้ หากสงสัยเด็กจะเป็นออทิสติก ควรปรึกษาแพทย์ เพราะมักเป็นโรคอื่นด้วย เช่น สมาธิสั้น สติปัญญาบกพร่อง ทางแก้ที่หมอขอแนะคือ ให้เวลาอยู่กับเด็กมากๆ ทำกิจกรรมกับเขา ใช้น้ำเสียงดึงดูดเขา ให้เขาพยายามมองหน้าเรา เหล่านี้ถือเป็นการช่วยเหลือเด็กออทิสติกได้ดี จากนั้นแพทย์จะแก้อาการอื่นที่เป็นอยู่ด้วย.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 104 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 8025879  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!