Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ -สุขภาพ พฤษภาคม 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ -สุขภาพ พฤษภาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 31

วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555



พวกสาวๆแหนงหน่ายหนุ่มตาปรือเห็นว่าเป็นคนที่ไม่น่าจะไว้วางใจ

Pic_261170

บรรดาแฟนๆภาพยนตร์ฮอลลีวูด เคยถือกันว่า พระเอกหนังที่มีตาปรือๆเป็นคนมีเสน่ห์ดี แต่นักวิทยาศาสตร์กลับศึกษาพบว่า ที่จริงแล้วพวกสาวๆกลับรู้สึกไม่ชอบหน้าเสียด้วยซ้ำ ด้วยเห็นว่าหน้าตาแบบนี้ ไม่ควรจะไว้ใจเลย

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน กลับเห็นว่า ผู้ชายที่มองดูสตรี แบบเหลือบตามองดูปกติ เหมาะที่จะเป็นคู่ควงที่เชื่อถือได้มากกว่าการมองด้วยดวงตาปรือๆ ทำให้รู้สึกว่า ผู้นั้นไม่น่าเชื่อถือ ได้แต่เพียงคบค้าเล่นๆ เท่านั้น ไม่เหมาะที่จะผูกพันไปกันนานๆ

คณะนักวิจัยได้ศึกษา โดยให้นักศึกษาทั้งหญิงชาย 239 คน มองดูรูปถ่ายชายหนุ่มวัย 20 ปี แต่ละคนมี 2 รูป เป็นรูปใบหน้ามองดูอย่างธรรมดาหนึ่งรูป และมองดูอย่างตาปรือๆอีกรูปหนึ่ง และเมื่อได้ลองทำกลับกันดูบ้าง โดยเปลี่ยนเป็นให้นักศึกษาเหล่านั้นดูรูปถ่ายของผู้หญิงบ้าง ก็ปรากฏผลเป็นความเห็นทำนองเดียวกัน.

พบ 12 ล้านคนไทยสูบบุหรี่ ตายเฉลี่ยปีละ 4.8 หมื่นราย

เผยสถิติคนสูบ คนเจ็บ คนตายเพราะบุหรี่ ทั้งจากทั่วโลกและในไทย เตือนควันบุหรี่มือสองไม่มีระดับปลอดภัย

การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสเสี่ยงป่วยโรคต่างๆ อาทิ มะเร็ง หัวใจ ถุงลมปอดโป่งพอง อัมพฤกษ์ อัมพาต เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แม้จะมีผลเสียต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่ ทาง ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ เผยผลสำรวจ พบว่า ทั่วโลกมีผู้สูบบุหรี่ ราว 1,200-1,300 ล้านคน

หากนำจำนวนดังกล่าวมาแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ ที่แปซิฟิกตะวันตกมีคนสูบบุหรี่มากที่สุดในโลก คิดเป็นร้อยละ 48 ตามด้วยยุโรป ร้อยละ 24 อเมริกา ร้อยละ 11 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร้อยละ 8 ตะวันออกกลาง ร้อยละ 6 และแอฟริกา ร้อยละ 3 ตามลำดับ

ขณะที่ในประเทศไทย ศ.นพ.ประกิต ระบุว่า มีผู้สูบบุหรี่ราว 12.5 ล้านคน อยู่ในภาคอีสานมากที่สุด ร้อยละ 33.6 หรือ 4.2 ล้านคน รองลงมาเป็นภาคกลาง ร้อยละ 23.2 หรือราว 2.9 ล้านคน ตามด้วยภาคเหนือ ร้อยละ 17.6 ล้านคน หรือ 2.2 ล้านคน ภาคใต้ ร้อยละ 16 หรือ 2 ล้านคน และในกทม. พบร้อยละ 8 หรือเท่ากับ 1 ล้านคน

ผลจากการสูบบุหรี่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตเพราะบุหรี่ เฉลี่ยปีละ 6 ล้านคน ในจำนวนนี้ ตายจากโรคมะเร็ง ร้อยละ 33 หรือราว 2.2 ล้านคน ตายเพราะป่วยโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 29 หรือประมาณ 1.87 ล้านคน และจากโรคอื่นๆ ร้อยละ 7 หรือราว 4.8 แสนคน

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ในไทย คิดเป็น 48,244 คนต่อปี ซึ่งบุหรี่ทำให้คนไทยในจำนวนนี้ป่วยและตายด้วยโรคมะเร็งมากที่สุด ร้อยละ 37.4 ตามด้วยโรคทางเดินหาย ร้อยละ 29.9 โรคหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 22.6 และโรคอื่นๆ ร้อยละ 9.9

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีคนไทย 14,204 คน จากจำนวนผู้เสียชีวิต 48,244 คนต่อปีนั้น เสียชีวิตก่อนวัย 60 ปี แสดงให้เห็นว่า การสูบบุหรี่ทำให้คนไทยที่สูบอายุสั้นลงเฉลี่ย 12.1 ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่รับควันบุหรี่มือสอง ก็มีความเสี่ยงป่วยด้วยโรคหัวใจ ร้อยละ 25-30 และเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด ร้อยละ 20-30 ที่สำคัญ มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า “ไม่มีระดับที่ปลอดภัยในการได้รับควันบุหรี่มือสอง” แถมการสูดควันบุหรี่มือสองแม้ในระยะเวลาสั้นๆ ส่งผลให้เกล็ดเลือดเกาะตัวกันง่ายขึ้น ทำให้เลือดข้นขึ้น ทำลายผนังบุหลอดเลือด หัวใจเต้นแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย ก่อความระคายเคืองและทำลายเยื่อบุผนังทางเดินหายใจ ระบบทางเดินหายใจของคนสุขภาพดีเกิดปฏิกิริยาอักเสบ และทำให้คนเป็นโรคหอบหืดจับหืดบ่อยและรุนแรงยิ่งขึ้น.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่อ้วน ลดเสี่ยงมะเร็ง

เทคนิคเลือกกาแฟดื่มแล้วไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม แถมช่วยขับถ่ายสะดวก ชะลอเซลล์เสื่อม
คุณศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผจก.ฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันนอล บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ในงานเปิดตัว “เนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิม สูตรใหม่”

กาแฟ ไม่ว่าจะแบบร้อน เย็น ปั่น คงเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของใครหลายคน หากแต่น้ำตาล ครีม หรือนมที่ใส่เสริมเข้าไปนั้น อาจเป็นปัจจัยทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ จึงกลายปัญหาคับข้องใจของบรรดาคอกาแฟ ที่อยากดื่มด่ำกลิ่น รส และความรู้สึกตื่นตัว แต่ก็กลัวอ้วน

กรณีที่ตัดใจจากกาแฟไม่ได้ ต้องรู้จักเลือกกาแฟที่ดื่มแล้วไม่อ้วน ที่ง่ายที่สุด อาจหันไปดื่มกาแฟดำ แต่คงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ เพราะความเข้มข้นนั้นอาจบีบหัวใจได้ ขณะที่การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ครีมเทียมสูตรไขมันต่ำ เติมเพิ่มรสชาติให้กาแฟก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

สำหรับผู้ที่ไม่นิยมชงเอง แต่เน้นแบบปรุงสำเร็จ คุณศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันนอล บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญกาแฟดื่มแล้วไม่อ้วน แนะเทคนิคเลือกกาแฟสำเร็จรูป โดยเริ่มจากดูฉลากข้างผลิตภัณฑ์ เพื่อดูปริมาณน้ำตาล ไขมัน และแคลอรี่ จะต้องไม่สูง

นอกจากนี้ส่วนประกอบสำคัญของกาแฟปรุงสำเร็จที่ดื่มแล้วไม่อ้วน ควรมี "ใยอาหาร" ประมาณร้อยละ 30 เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย "สารสกัดจากถั่วขาว" ในปริมาณ 500 มิลลิกรัม จะให้ประสิทธิภาพดักเอนไซม์ย่อยแป้งได้สูงถึงร้อยละ 65 ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายแป้งเหล่านั้นออกมาตามปกติ ดังนั้นจึงเหลือเข้าสู่ร่างกายเพียงร้อยละ 35 ถือเป็นการลดปริมาณไขมันสะสมไปโดยอัตโนมัติ

และเป็น "เมล็ดกาแฟสด" เมล็ดกาแฟที่ไม่ผ่านการคั่ว เพราะจะอุดมด้วยสารคลอโรเจนิก แอซิด หรือสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดโอกาสเกิดมะเร็งเนื้อร้าย ส่วนสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึงด้วย คือ "มีปริมาณไขมันต่ำ และไม่มีโคเลสเตอรอล"

ยังมีข้อควรรู้ที่อาจทำคอกาแฟอึ้ง! โดยคุณศรีประภา เผยว่า กาแฟเย็น 1 แก้ว ที่ยังไม่ได้เติมน้ำตาลหรือนมเพิ่ม ก็สามารถให้พลังงาน (แคลอรี่) พอๆ กับข้าวกระเพราไก่ 1 จาน ดังนั้น หากดื่มแล้ว แนะนำให้ควบคุมอาหารในมื้ออื่นๆ ของวัน ในผู้หญิงถ้าได้พลังงานไม่เกิน 1,200 กิโลแคลอรี่/วัน ผู้ชายไม่เกิน 1,600-1,700 กิโลแคลอรี่/วัน น้ำหนักตัวก็จะไม่เพิ่มขึ้น.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

กิน "แกงส้มปลากรอบ" เสริมแคลเซียม

ป้องกันโรคกระดูกพรุนตอนแก่ แนะกินอาหารมีแคลเซียมสะสมไว้เป็นเกราะป้องกัน เผยอาหารที่ควรกิน และช่วงเวลาที่ควรเริ่ม

กระดูกพรุน ภาวะที่ไม่มีใครอยากเป็นในยามแก่ชรา และวันนี้เมื่อยังไม่แก่ก็พอมีเวลาสร้างเกราะป้องกันได้ โดยทีมโภชนาการจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีคำแนะนำว่าให้เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม ซึ่งมีอยู่ในนมวัว นมถั่วเหลือง ผักใบเขียว เต้าหู้ งา กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย ทั้งนี้ควรรับประทานสลับกันไป อย่าเน้นเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น รับประทานงามากเกินไปต้องระวังเรื่องไขมันด้วย

การสะสมแคลเซียมเพื่อป้องกันกระดูกพรุนควรเริ่มเมื่ออายุ 35 ปี เนื่องจากในวัยดังกล่าว แคลเซียมจะไม่มีเหลือเก็บอยู่ในร่างกายเหมือนช่วงวัยก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อไม่อยากให้ขาด ก็ต้องรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างสม่ำเสมอ บ้างอาจเรียกว่า เริ่มสะสมกันใหม่ แต่หากละเลยหรือเริ่มช้ากว่านี้ ร่างกายอาจมีแคลเซียมไม่เพียงพอ เสี่ยงกระดูกบางจนพรุนได้

สำหรับเมนูสุขภาพ สัปดาห์นี้ ชวนทำ "แกงส้มปลากรอบ" เพื่อเสริมแคลเซียมให้ร่างกาย โดยแกงส้มนี้ควรเน้นใส่ผักใบเขียว และที่แนะนำเป็นพิเศษ คือ "ยอดแค" เพราะอุดมด้วยแคลเซียมอย่างที่ต้องการ

หากจะเข้าครัวทำแกงส้มรับประทาน เริ่มจากล้างผักที่จะใส่ หั่นให้ได้ขนาดพอดีคำ จากนั้นต้มน้ำครึ่งหม้อ พร้อมใส่น้ำพริกแกงส้ม เมื่อน้ำเริ่มร้อนจึงใส่ผัก รอให้น้ำเดือดแล้วเติมน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ แต่ไม่ควรหนักเค็ม เมื่อรสชาติได้ที่แล้ว เติมปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบลงไป ต้มต่อสักครู่ พอให้น้ำแกงส้มซึมเข้าปลา เป็นอันเสร็จ ตักใส่ชาม รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ถือเป็นเมนูคุ้นลิ้นที่ทำได้ไม่ยาก.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์


Views: 20826

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 27 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10056016  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!