Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ -สุขภาพ พฤษภาคม 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ -สุขภาพ พฤษภาคม 55 PDF พิมพ์

หน้า 13

วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

หยุดโรคร้ายภัยผู้หญิง ''กันมะเร็ง'' ''ตั้งแต่เด็ก'' แนวใหม่

''มะเร็ง'' ยังคงเป็นกลุ่มโรคที่มวลมนุษยชาติยังต้องเกรงกลัว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวงการแพทย์ก็มีองค์ความรู้เท่าทันโรคร้ายนี้มากในระดับหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าการรักษาอาจจะยังทำได้ยากยิ่ง แต่ยุคนี้กับการปฏิบัติตนที่เป็นการป้องกันภัยมะเร็งก็เป็นความรู้ที่เรียนรู้ได้ไม่ยาก ก็อยู่ที่จะปฏิบัติกันได้แค่ไหน นอกจากนี้ กับมะเร็งบางชนิดนั้นในยุคนี้ก็มีการคิดค้น ’วัคซีนป้องกัน“ ได้ระดับหนึ่ง อย่าง ’มะเร็งปากมดลูก“ อีกโรคร้ายภัยผู้หญิง

ในไทยขณะนี้ก็กำลังมีแนวคิดส่งเสริมการใช้

ทั้งนี้ มะเร็งปากมดลูกนั้น การป่วย-การรักษาก็จะแบ่งระยะเหมือนมะเร็งอื่น ๆ คือแบ่งออกเป็นระยะตั้งแต่ 0-4 โดยการรักษาก็ไล่ขึ้นไปตั้งแต่ผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่เลาะต่อมน้ำเหลืองในเชิงกราน ถ้าเป็นระยะ 2 เซลล์มะเร็งกระจาย ก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ ต้องฉายรังสี และให้เคมีบำบัดหรือคีโม ซึ่งได้ผลราว 60%, ระยะ 3 เซลล์มะเร็งยิ่งกระจาย ซึ่งการใช้รังสีรักษา และให้เคมีบำบัด ในระยะ 3 นี้จะหวังผลได้เพียงแค่ 20-30%

ระยะ 2 ถึงระยะ 3 จะต้องให้คีโมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 5 สัปดาห์ และฉายรังสีทุกวัน 5 สัปดาห์ ถ้าถึงระยะ 4 เซลล์มะเร็งกระจายทั่วร่างกาย การให้คีโม และรักษาตามอาการ หวังผลได้เพียง 5-10% ซึ่งโอกาสรอดน้อยมาก และนอกจากนี้ ย้อนกลับไปดูที่ระยะ 2 แม้ผลการรักษาจะมีโอกาส 60% ที่จะหาย แต่อีก 40% คือยังมีโอกาสเป็นใหม่อีก ซึ่งถ้าเป็นอีกก็จะยิ่งรักษายากมาก โอกาสมีแค่ 5-10% เท่านั้น เพราะมะเร็งจะดื้อยา

นี่ฉายภาพการรักษาที่ยาก สิ้นเปลือง ทรมาน

การป่วยเป็น “มะเร็งปากมดลูก” เกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพ็ปพิลโลมาไวรัส หรือเอชพีวี (Human Papilloma virus : HPV) ชนิดที่ก่อมะเร็ง ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่เคยมี กำลังมี หรือจะมีเพศสัมพันธ์ในอนาคต ล้วนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก โดยมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม และในประเทศไทยก็มีผู้ป่วยจำนวนมาก บางรายเป็นคนดัง บางรายเป็นดารา ซึ่งก็มีข่าวการเสียชีวิตอยู่เนือง ๆ ควบคู่กับข่าวความทรมาน ของผู้ที่ป่วย ครอบครัว กับอาการของโรค และกับค่าใช้จ่ายในการรักษา

กับเรื่อง “มะเร็งปากมดลูก” ในประเทศไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ระบุเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า...แต่ละปีมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตเพราะมะเร็งปากมดลูกกว่า 5,200 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 60 พบในกลุ่มอายุ 15-59 ปี แต่การเกิดในหญิงไทยที่พบมากสุดคืออายุ 40-45 ปี โดย พบผู้ป่วยใหม่ปีละประมาณ 10,000 ราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคนี้ปีละประมาณ 275,000 ราย

สำหรับในไทย ที่ผ่านมาอัตราการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครอบคลุมผู้หญิงที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มีราว 10 ล้านคน ได้ร้อยละ 70 ซึ่งก็ต้องถือว่าการควบคุมป้องกันมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยยังได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากประเพณี ความเชื่อ และความเขินอาย ไม่กล้าพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่

เมื่อป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว จะต้องใช้เวลารักษาติดต่อกัน 4-5 ปี ค่ารักษาต่อรายเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านบาท และบางรายการรักษาก็ไม่ได้ผล เพราะรู้และรักษาเมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามแล้ว

ทั้งนี้ กับการควบคุมป้องกันมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยให้ได้ผลดีขึ้น ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดเรื่องการใช้ ’วัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี“ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ ควบคู่กับการตรวจคัดกรองเพื่อการรู้และรักษาได้ทัน โดย วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยไว้ว่า...นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ให้ศึกษาเรื่องนี้ โดยล่าสุดมีตัวเลขผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่ควรรับวัคซีนป้องกันประมาณ 4 แสนราย ส่วนใหญ่จะเน้น เด็กหญิงกลุ่มอายุ 12 ขวบ อย่างไรก็ดี ที่ยังต้องศึกษาคือเรื่องราคาวัคซีนที่ยังสูง ซึ่งโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ เคยศึกษาว่าไม่ควรเกินเข็มละ 200 บาท จุดนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณา

ด้าน นพ.สุรวิทย์ ระบุถึงเรื่องวัคซีนนี้ว่า...กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดจะใช้ฉีดให้เด็กหญิงอายุ 12 ขวบ ที่กำลังเรียนชั้น ป.6 ซึ่งยังไม่มีเพศสัมพันธ์ ฉีดคนละ 3 เข็ม จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตลอดชีวิต ซึ่งขณะนี้หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงมาเลเซีย บรรจุการฉีดวัคซีนนี้เป็นนโยบายวัคซีนแห่งชาติ และพบว่าได้ผลดี โดยในไทยขณะนี้ได้ให้กรมอนามัยทำโครงการ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท โดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเร็ว ๆ นี้ ซึ่งวัคซีนดังกล่าวขณะนี้
ราคาเข็มละประมาณ 1,000 บาท แต่ถ้ามีการใช้ปริมาณมาก ๆ ราคาน่าจะถูกลงประมาณเท่าตัว ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้ม เมื่อเทียบกับการสิ้นเปลืองในการรักษา

แนวคิดการฉีด ’วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก“ นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก 6 องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ คือ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย สมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ (ไทย) ซึ่งหลังดำเนินการก็มั่นใจว่าภายใน 5-10 ปี ไทยจะลดปัญหามะเร็งปากมดลูกได้กว่าร้อยละ 70

ก็นับว่าน่าสนใจ และน่าติดตาม ’แนวทางใหม่“

’ป้องกันมะเร็งตั้งแต่วัยเด็ก“ สำหรับหญิงไทย.



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10055952  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!