Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์ มีนาคม 55
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
บทความรวมวิทยาศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์ มีนาคม 55 PDF พิมพ์

สารบัญ

เนื่อเรื่อง

หน้า
Lev Landau นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล และครูฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ 1
ผลวิจัยฝั่งอเมริกาสอดคล้อง “เซิร์น” ขยับใกล้ความลับ “ปฏิสสาร” 2
หิ่งห้อยกับคอนเสิร์ตแสง 3
วิจัยพบ "เอิตซี" มนุษย์น้ำแข็งแพ้นม-เป็นโรคหัวใจ 4
การถ่ายภาพแสงสนธยา (Twilight) 5
นักวิจัยสหรัฐฯ พัฒนาเครื่องเปลี่ยน “น้ำเสีย" เป็นไฟฟ้า 6
นักวิจัยญี่ปุ่นทำสายไวโอลินจาก “ใยแมงมุม” 7
เปิดนิทรรศการ "มารี คูรี" หญิงผู้ไม่ยอมแพ้ 8
รู้ไหมว่า... ตัวอะไรหลับนานที่สุด 9
เอาแล้ว! “เอเลี่ยนสปีชีส์” เริ่มคุกคามแอนตาร์กติกา 10
แรงบันดาลใจหากันได้ที่ไหน 11
กลัวอะไรนักหนา “อุกกาบาตเข้าใกล้โลก” 12
คาเวียร์ : ไข่ราคาแพงที่สุดในโลก 13
‘เพชร’ อัญมณีครองโลก เลอค่าอมตะนิรันดร์กาล 14
เครื่องกำจัดมอดในไม้ยางพาราพลังไมโครเวฟ 15
ขวบปี “ฟูกูชิมะ” รังสีไม่อันตรายเท่าความเครียด 16
รู้ไหมว่า ... แผ่นดินไหวญี่ปุ่นทำโลกเปลี่ยนไปอย่างไร 17
เผยวินาที “ชาเลนเจอร์” ระเบิดจากคลิปเก่าเก็บ 26 ปี 18
NAC2012 ขนเทคโนโลยีพร้อมรับภัยพิบัติ 19
Georg Friedrich Bernhard Riemann กับสมมติฐาน Riemann ที่ยากที่สุดในโลก 20
ช่างภาพดาราศาสตร์ยำ “แสงประหลาด” แค่ “คอนเทรล” จากเครื่องบิน 21
ครั้งแรกในภูมิภาคนี้! ถอดจีโนมโคนมคัดพ่อพันธุ์ดีๆ 22
ผลทดลองซ้ำย้ำ “นิวทริโน” ไม่ไวกว่าแสง 23
ไม่เผา! เกษตรกรพะเยาหมักฟางข้าว-ซังข้าวโพดเป็นปุ๋ยลดหมอกควัน 24
การถ่ายภาพปรากฏการณ์แสงโลก (Earth Shine) 25
“แอนตาร์กติกา” มากกว่าแค่หนาวเหน็บ 26
รู้ไหมว่า... “แอนตาร์กติกา” แตกต่างจาก “อาร์กติก” แค่ไหน? 27
2 วัสดุเพื่อการแพทย์ “ลวดดัดฟันไม่เจ็บ-วัสดุดามกระดูกไร้สารพิษ” 28
ลาดกระบังพัฒนาเทคนิคใช้ “ไมโครเวฟ” รักษามะเร็งตับ 29
เปิดกรุ "ไอน์สไตน์" ใครว่าเขาเรียนไม่เก่ง 30
ผู้สร้างอวตารดำเดี่ยว สร้างสถิติสำรวจจุดลึกสุดโลก "ชาเลนเจอร์ ดีป" 31

วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

Lev Landau นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล และครูฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่

Lev Landau

Lev Davidovich Landau เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ.1908 ที่เมือง Baku ในรัสเซีย บิดาสัญชาติยิวเป็นวิศวกรเหมืองน้ำมัน ส่วนมารดาเป็นแพทย์ Landau เรียนหนังสือเก่ง และสนใจฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์มากตั้งแต่เด็ก แต่เป็นคนนิสัยกระด้างจนเกือบถูกไล่ออกจากโรงเรียน กระนั้นก็สามารถเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาได้ตั้งแต่อายุ 13 ขวบ

Lev Landau



ประเทศรัสเซียหลังการปฏิวัติใหญ่ในปี 1917 มีความโกลาหลในด้านการศึกษามาก ไม่มีใครยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ของประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาใดเลย นักเรียนที่ยังไม่จบชั้นมัธยมศึกษาสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ นิสิตปริญญาตรีสามารถเข้าเรียนปริญญาโทได้โดยไม่ต้องนำปริญญาบัตรมาแสดงเป็นหลักฐาน คนที่จะจบปริญญาเอกก็ไม่จำเป็นต้องทำวิทยานิพนธ์ และคนที่จะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็ไม่จำเป็นต้องได้รับปริญญาเอก

ระบบการศึกษาลักษณะนี้ จึงเหมาะกับบุคลิกและนิสัยของ Landau มาก เพราะ Landau เป็นคนที่ไม่ชอบพิธีกรรม ถ้าเห็นขั้นตอนบางเรื่องไม่จำเป็น ก็จะไม่ทำ ดังนั้น เมื่อพ่อแม่มีความเห็นว่า Landau ในวัย 13 ปี มีอายุน้อยเกินที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจส่ง Landau ไปเรียนฆ่าเวลาที่โรงเรียนเทคนิคแห่งเมือง Baku เป็นเวลา 1 ปี จากนั้น Landau ได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Baku ในคณะคณิตศาสตร์กับฟิสิกส์ แล้วย้ายไปเรียนฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย Leningrad ซึ่งมีภาควิชาฟิสิกส์ที่ดีที่สุดในรัสเซียสมัยนั้น ขณะเรียนที่นั่น Landau มีเพื่อนร่วมชั้นชื่อ George Gamow, Vladimir Fock และ Yakov Frenkel

ปี 1925 เป็นเวลาที่โลกฟิสิกส์กำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬาร เพราะ Werner Heisenberg และ Erwin Schrödinger เพิ่งให้กำเนิดวิชากลศาสตร์ควอนตัม Landau วัย 17 ปี รู้สึกตื่นเต้นในความอัศจรรย์ของวิชานี้มาก จึงได้ทุ่มเทเวลาศึกษา อีกหนึ่งปีต่อมาก็สามารถตีพิมพ์ผลงานวิจัยชิ้นแรกเรื่อง ความเข้มของเส้นสเปกตรัมที่เกิดจากโมเลกุลซึ่งประกอบด้วยอะตอมสองอะตอมลงในวารสาร Zeitschrift für Physik ซึ่งเป็นวารสารฟิสิกส์ชั้นนำของโลก และในปีต่อมา Landau ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง เมทริกซ์ความหนาแน่นเพื่อใช้บอกสถานะควอนตัมของระบบเป็นครั้งแรก
ผลงานเหล่านี้ทำให้ Landau ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต โดยไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์

การค้นพบที่สำคัญ 10 เรื่องของ Landau ที่บรรดาศิษย์ทำให้เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสอายุครบ 50 ปี



ในปี 1929 มูลนิธิ Rockyfeller ได้เข้ามาช่วยการศึกษาของรัสเซีย โดยการมอบทุนวิจัยให้นักฟิสิกส์รัสเซียที่มีไฟแรง เดินทางไปฝึกวิจัยที่สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลก เช่นที่ Berlin, Leipzig, Copenhagen และ Zurich ในเยอรมนี เดนมาร์ก และสวิสเซอร์แลนด์ Landau เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือก จึงเดินทางไปที่ Institute for Theoretical Physics ที่ Copenhagen ซึ่งมี Niels Bohr (รางวัลโนเบลฟิสิกส์ปี 1922) เป็นผู้อำนวยการเพื่อวิจัยเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และ Landau ได้พบว่าการทำวิจัยกับ Bohr เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่เขาได้รับในชีวิต เพราะ Bohr เป็นครูฟิสิกส์ที่เก่ง ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมากจึงได้ปลูกฝังนิสัย และสไตล์การทำงานให้ Landau นอกจาก Bohr แล้ว Landau ยังได้พบปะและสนทนากับนักฟิสิกส์ผู้มีชื่อเสียงวัยเดียวกันหลายคน เช่น Heisenberg, Paul Dirac และ Wolfgang Pauli

ในปี 1931 หลังการฝึกงาน Landau เดินทางกลับรัสเซียเพื่อเป็นอาจารย์ที่ Physico - Technical Institute ใน Leningrad และอีกหนึ่งปีต่อมาได้ย้ายไปรับตำแหน่งหัวหน้าภาคฟิสิกส์ที่ Ukranian Physico – Technical Institute แห่งมหาวิทยาลัย Kharkov

ขณะทำงานที่ Kharkov Landau ได้ผลิตงานวิจัยสำคัญหลายเรื่อง เช่น เรื่องปรากฏการณ์โฟโตอิเลกตริกในสารกึ่งตัวนำ และได้พบว่า แก๊สอิเล็กตรอน นอกจากจะแสดงปรากฏการณ์ Pauli paramagnetism แล้ว ยังแสดงปรากฏการณ์ Landau diamagnetism ด้วย

จากประสบการณ์เรียนหนังสือที่ไม่เป็นระบบ ทำให้ Landau เมื่อเป็นอาจารย์ คิดปฏิรูประบบการเรียนฟิสิกส์ในรัสเซียให้เป็นระเบียบ โดยอาศัยความมีชื่อเสียงในฐานะนักวิจัยของตน เขาจึงกำหนดให้ ในการสำเร็จและได้รับปริญญาเอก นิสิตทุกคนต้องทำวิทยานิพนธ์ และเกณฑ์นี้ได้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่ปี 1934 เป็นต้นมา

ในมุมมองของ Landau เขารักที่จะเป็นครูตั้งแต่สมัยยังเป็นนิสิตในมหาวิทยาลัย และเมื่อได้เป็นอาจารย์ดังที่ตั้งใจ Landau ผู้ตระหนักดีว่า นิสิตไม่มีตำราระดับสูงอ่าน จึงทำหลักสูตร “Theoretical Minimum” สำหรับนิสิตที่ต้องการจะเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี โดยหลักสูตรนี้ครอบคลุมเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานของฟิสิกส์ทฤษฎีเท่าที่จำเป็น

จากนั้นก็ได้เรียบเรียงตำราฟิสิกส์ทฤษฎี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆ ของฟิสิกส์ทุกด้าน หนังสือชุดนี้ ชื่อ Course of Theoretical Physics มีทั้งหมด 10 เล่ม และเป็นตำราคลาสสิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

ในฐานะนักฟิสิกส์ทฤษฎี Landau ตระหนักในความสำคัญของคณิตศาสตร์มาก ดังนั้น เวลานิสิตคนใดต้องการทำงานวิจัยกับ Landau เขาจะต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้น ในเบื้องต้น เมื่อจำนวนผู้สมัครมีจำนวนไม่มาก Landau สามารถออกข้อสอบฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ แล้วตรวจคำตอบเองได้ แต่เมื่อนิสิตทุกคนต่างก็ต้องการ Landau เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา Landau จึงต้องมอบงานคัดเลือกให้ผู้ช่วยทำแทน แล้วตนเป็นคนสัมภาษณ์

ในช่วงเวลานี้ งานวิจัยของ Landau ได้ก้าวหน้ามาก และมีผลงานสำคัญๆ ตีพิมพ์มากมาย เช่น ในปี 1937 Landau เสนอทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงสถานะลำดับที่สอง อีก 4 ปีต่อมาเสนอทฤษฎีฮีเลียมเหลว ซึ่งกลายเป็นของเหลวยวดยิ่งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 2.18 องศาสัมบูรณ์ ในปี 1950 เสนอทฤษฎี Ginzburg-Landau ในตัวนำยวดยิ่ง ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นของ Landau กับศิษย์ชื่อ Vitaly Ginzburg ในปี 1956 เสนอทฤษฎีของเหลว Fermi ซึ่งใช้อธิบายสมบัติของของเหลวที่อุณหภูมิใกล้ศูนย์องศาสัมบูรณ์

ผลงานเหล่านี้สร้างชื่อเสียงให้ Landau มาก ทำให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกของ Soviet Academy of Sciences, รางวัล Order of Lenin, ตำแหน่ง Hero of Socialist Labour ในฐานะที่มีผลงานที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ ได้รับเลือกเป็นสมาชิกต่างชาติของ Danish Academy of Sciences, Dutch Academy of Sciences, Royal Society ของอังกฤษและ National Academy of Sciences ของสหรัฐอเมริกา และสุดท้ายคือรางวัลที่มีเกียรติสูงสุด คือ รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 1962 จากผลงานการสร้างทฤษฎีของเหลวควอนตัม

แม้จะได้รับรางวัล และเกียรติยศมากมาย แต่ Landau ก็ไม่เคยลืมตัว หรือยกตัว เขาใช้ชีวิตเป็นอาจารย์ และนักฟิสิกส์อย่างเรียบง่าย เช่น ไม่ต้องการพิธีรีตอง และไม่ถือชั้นวรรณะ ลูกศิษย์ทุกคนสามารถเข้าหา เพื่อปรึกษาหารือได้ตลอดเวลา แต่ก็มีข้อจำกัดให้ถามเฉพาะปัญหาวิชาการเท่านั้น เมื่ออายุมากขึ้น อารมณ์และมารยาทของ Landau ดูอ่อนโยนขึ้น แต่ถ้าเป็นเรื่องของความถูกต้องเชิงวิชาการแล้ว Landau ไม่อนุญาตให้มีการต่อรอง การใช้เกณฑ์เช่นนี้นี่เองที่ทำให้ การวิจัยฟิสิกส์ทฤษฎีในรัสเซียเข้มแข็งอย่างไม่เป็นรองใครในโลก

ในช่วงที่เป็นอาจารย์ Landau แทบไม่ได้อ่านวารสารหรือตำราฟิสิกส์เลย แต่ก็สามารถติดตามความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ด้วยการติดต่อกับเพื่อนๆ และศิษย์ด้วยการเข้าฟังสัมมนาทุกสัปดาห์ เป็นเวลานานถึง 30 ปี Landau ไม่เคยคิดว่า เขาไปสัมมนาเพียงเพื่อฟังเล่นๆ เขาคาดหวังให้ผู้ที่พูดสัมมนานำเสนอเนื้อหาที่ชัดเจน สามารถพิสูจน์สมการทุกสมการ และตอบคำถามได้อย่างปราศจากข้อกังขาใดๆ หลังสัมมนา Landau จะพยายามแก้ปัญหาโดยวิธีของตนเอง คือ ไม่เลียนวิธีของคนที่ให้สัมมนา เมื่อหัวข้อสัมมนามีหลากหลาย ดังนั้น ความสามารถในการแก้ปัญหาของ Landau จึงมีมากด้วย ตามปกติ Landau ชอบวิธีคิดที่ทำให้ปัญหายากมีวิธีแก้แบบง่ายๆ และไม่ชอบวิธีคิดที่ทำให้ปัญหาง่าย ต้องใช้วิธีแก้แบบยากๆ เพราะ Landau ยึดหลักการที่ว่า ความไม่ซับซ้อน และความเป็นระเบียบ คือการทำงานวิจัยฟิสิกส์ทฤษฎีที่ดี

ในด้านการชื่นชมนักฟิสิกส์ทฤษฎีด้วยกัน Landau ได้จัดแบ่งนักฟิสิกส์ทฤษฎีออกเป็นห้ากลุ่ม คือ กลุ่ม 1 ซึ่งมีผลงานมากกว่า กลุ่ม 2 ประมาณ 10 เท่า และกลุ่ม 2 มีผลงานมากกว่ากลุ่ม 3 เป็น 10 เท่า เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าจัดลักษณะนี้ Landau ได้จัดให้ Bohr, Heisenberg, Schröedinger และ Dirac อยู่ในกลุ่ม 1 ตัว Landau อยู่ในกลุ่ม 2 ส่วน Einstein นั้น Landau จัดให้อยู่ในกลุ่ม 0.5

ตลอดชีวิต Landau ทำงานหนักมากไม่ใช่เพราะต้องการชื่อเสียง แต่เพราะอยากรู้อยากเห็น และอยากเข้าใจธรรมชาติทุกเรื่อง
นอกจากฟิสิกส์แล้ว Landau ยังสนใจประวัติศาสตร์ด้วย แต่ไม่ใยดีเรื่องดนตรี และบัลเลต์

ตามปกติลูกศิษย์ของ Landau มักเรียกชื่อเล่นของอาจารย์ว่า Dau และทุกคนรู้สึกใจหายเมื่อทราบว่า Landau ประสบอุบัติเหตุรถยนต์จนพิการไปตลอดชีวิตในปี 1962 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับรางวัลโนเบล ดังนั้น รางวัลจึงทำให้ Landau รู้สึกดีขึ้นมาก

Landau เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน สิริอายุ 60 ปี แม้ตัวจะจากไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของ Landau ก็ยังอยู่กับวงการฟิสิกส์ของรัสเซียตลอดไป


*********************

เกี่ยวกับผู้เขียน



สุทัศน์ ยกส้าน
ประวัติการทำงาน - ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์

ประวัติการศึกษา - ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน, ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

ชูจุดเด่น “บล็อกประสาน” กันน้ำท่วมจบ-จัดสวนได้ต่อ

บล็อกประสานนอกจากใช้จัดสวนแล้วยังนำมาเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมได้

ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา “บล็อกประสาน” ผลงานวิจัยที่ยาวนานมากว่า 20 ปี ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันน้ำท่วมระดับครัวเรือน และแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าวัสดุอื่นๆ แต่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จึงกลายเป็นจุดเด่นของอุปกรณ์สร้างบ้านชนิดนี


บล็อกประสานจากกระสอบทรายและวัสดุเหลือทิ้ง


ดร.อนุชา เล็กสกุลดิลก รองผู้ว่าการบริหารและรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า จากเหตุอุทกภัยเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาทางสถาบันได้ทำการทดสอบภาคสนามเพื่อสร้างความมั่นใจถึงศักยภาพใน การป้องกันและฟื้นฟูภัยจากน้ำท่วม และบล็อกประสานซึ่งเป็นผลงานวิจัยมานานกว่า 20 ปี ของสถาบันก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะช่วยรับมือกับอุทกภัยในอนาคต

ทั้งนี้ บล็อกประสานคือวัสดุก่อสร้างที่ผลิตขึ้นด้วยการผสมวัตถุดิบ เช่น ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย หรือวัสดุเหลือทิ้งอื่นๆ เป็นต้น กับปูนซีเมนส์และน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม จากนั้นอัดเป็นก้อนด้วยเครื่องอัด โดยอาศัยแรงคนหรือแรงจากเครื่องอัดก็ได้ ลักษณะของบล็อกประสานมีรูและเดือยบนตัวบล็อก ปกติใช้เพื่อก่อสร้างโดยไม่ต้องใช้เสา ไม่ต้องฉาบปูนและทาสี อาศัยเพียงการหยอดน้ำปูนเพื่อให้บล็อกประสานแต่ละก้อนยึดกัน

นายองอาจ และ ดร.ชุติมา กับตัวอย่างแนวกันน้ำท่วมรูปโค้ง



ทางด้าน ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ วว.กล่าวเปรียบเทียบค่าใช้วัสดุต่างที่ใช้ในวางเป็นแนวกันน้ำท่วมว่า สำหรับการบล็อกประสานนั้นอาจมีต้นทุนสูงกว่าการใช้วัสดุอื่นๆ โดยกรณีสร้างแนวกั้นน้ำสูง 60 เซนติเมตร ในระยะ 1 เมตรนั้น การใช้คอนกรีตบล็อกจะมีราคา 480 บาท อิฐมวลเบา 510 บาท กระสอบทราย 1,425 บาท และบล็อกประสาน 720 บาท

แม้ว่าบล็อกประสานจะมีราคาแพงกว่าการใช้คอนกรีตบล็อกและอิฐมวลเบา แต่เราสามารถนำบล็อกประสานกลับมาใช้ใหม่ได้ เพราะในการก่อแนวกั้นสำหรับบล็อกประสานนั้นไม่จำเป็นต้องฉาบปูนและยังจัดเรียงได้เองได้ นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าการใช้กระสอบทรายเกือบครึ่งหนึ่งและกระสอบทรายที่ใช้แล้วก็จะถูกกำจัดทิ้ง

"ก่อนน้ำมาท่านก็ใช้บล็อกประสานจัดสวนไปก่อน พอน้ำมาแล้วก็นำมากั้นน้ำ เมื่อน้ำลดก็นำไปจัดสวนได้ต่อ" ดร.อนุชาชี้จุดเด่นของบล็อกประสาน พร้อมระบุด้วยว่าทาง วว.เคยใช้บล็อกประสานนี้สร้างถังน้ำสูงถึง 3 เมตร

สำหรับความสูงในการใช้บล็อกประสานก่อสร้างคันกั้นน้ำนั้น ความสูงไม่ควรเกิน 60 เซนติเมตร เพราะสูงเกินกว่านั้นน้ำก็สามารถเข้าสู่ตัวบ้านทางช่องทางอื่นได้ และในการก่อแนวกั้นน้ำนั้นสามารถทำได้ทั้งในแนวตรงหรือแนวโค้ง หากเป็นแนวโค้งก็จะมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น จากนั้นให้คลุมด้วยพลาสติกหรือใช้ยาแนวกันซึมทาตามรอยต่อระหว่างกล้อนบล็อกประสาน

พร้อม กันนี้ ทาง วว.ยังได้นำวัสดุสำหรับผลิตกระสอบทรายมาใช้ผลิตบล็อกประสาน โดย นายองอาจ นวลปลอดนักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัยฝ่ายนวัตรรมวัสดุ วว.บอกทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า วัสดุทำกระสอบทรายนั้นเหมาะแก่การผลิตบล็อกประสานมากที่สุดเพราะผสมทรายและ หินฝุ่นเมื่อนำมาผสมปูนซีเมนส์แล้วผลิตเป็นบล็อกประสานจะมีความแข็งแรงมาก

**************
ผู้สนใจบล็อกประสาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับบริการได้ที่ ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ วว. โทร. 0-2577-9432-33 , 0-2577-9435 ในวันและเวลาราชการ หรือ E-mail :



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 33 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10165520  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!