Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow ดอกไม้
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
ดอกไม้ PDF พิมพ์

ส่วนประกอบของดอกไม้


เมื่อ พืชเจริญเติบโตเต็มที่จะออกดอก ดอกของพืชบางชนิดมีสีสันสวยงาน บางชนิดมีกลิ่นหอม บางชนิดมีน้ำหวาน สิ่งต่างๆเหล่านี้พืชใช้ในการดึงดูดแมลงให้ลงมาตอม เพื่อให้ช่วยในการผสมพันธุ์ ดอกของพืชประกอบด้วยส่วนต่างๆที่สำคัญ ได้แก่ ก้านดอก กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียแต่ดอกไม้แต่ละชนิดมีลักษณะและส่วนประกอบต่างๆกัน ดอกไม้บางชนิดมีส่วนประกอบครบ บางชนิดมีส่วนประกอบไม่ครบ

ตัวอย่างดอกไม้ชนิดต่าง ๆ



ตัวอย่างส่วนประกอบของดอกไม้


1. กลีบเลี้ยง กลีบเลี้ยงเป็นส่วนที่อยู่นอกสุด มักมีสีเขียวคล้ายใบ กลีบเลี้ยงจะช่วยห่อหุ้มส่วนที่อยู่ข้างในของดอกไว้ ในขณะที่ดอกยังอ่อนอยู่เพื่อป้องกันอันตรายจากแมลง


2. กลีบดอก กลีบดอก เป็นส่วนที่อยู่ถัดมา มักมีสีสวย และมีกลิ่นหอม ช่วยให้ต้นไม้มีความสวยงามดอกไม้บางชนิดจะมีต่อมน้ำหวานอยู่ที่โคนกลีบดอกทำ ให้ดอกมีกลิ่นหอมช่วยล่อแมลงให้บินมาตอมและผสมเกสร เมื่อดอกยังตูมอยู่จะช่วยหุ้มเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียไว้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียไว้ผสมพันธุ์ ถ้าดอกไม้ไม่มีเกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียก็ไม่สามารถผสมพันธุ์

ตัวอย่างกลีบดอกของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ

3. เกสรตัวผู้ เกสรตัวผู้ เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป เป็นอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของพืชเกสรตัวผู้ประกอบด้วย
(3.1) อับละอองเรณู ซึ่งมีละอองเรณูอยู่ภายในมีลักษณะเป็นผงสีเหลือง และภายในละอองเรณูมีเซลล์ สืบพันธุ์
(3.2) ก้านชูอับละอองเรณู






4. เกสรตัวเมีย เกสรตัวเมียเป็นส่วนที่อยู่ชั้นในสุด ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ประกอบด้วย
(4. 1) ยอดเกสรตัวเมีย คือ ส่วนปลายสุดของก้านเกสรตัวเมีย มีลักษณะเป็นปุ่ม มีขนหรือ
(4.2) ก้านเกสรตัวเมีย คือ ส่วนที่อยู่ต่อจากยอดเกสรตัวเมียลงมา มีลักษณะเป็นท่อยาว เรียวลงมาถึงรังไข่
(4.3) รังไข่ คือ ส่วนที่อยู่ติดกับฐานรองดอกมีลักษณะพองโตออกเป็นกระเปาะ
(4.4) ออวุล คือ ส่วนที่เรียงอยู่ภายในรังไขมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ เล็ก ๆ สีขาวนวล


ส่วนประกอบเกสรตัวเมียของดอกแค




การแบ่งประเภทของดอกโดยใช้การมีหรือไม่มีเกสรตัวผู้และตัวเมียเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
1. ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect flower) หมายถึง ดอกไม้ที่มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย รวมอยู่ในดอกเดียวกัน เช่น ดอกมะเขือ ดอกถั่ว ดอกผักบุ้ง ดอกบัว ดอกมะม่วง ดอกแพงพวย เป็นต้น
2.ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect flower) หมายถึง ดอกไม้ที่มีเฉพาะเกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียเพียงอย่างเดียว เช่น ดอกข้าวโพด ดอกบวบ ดอกตำลึง ดอกฟักทอง ดอกแตงกวา เป็นต้น

การแบ่งประเภทของดอกโดยใช้ส่วนประกอบของดอกเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภทคือ
1. ดอกครบส่วน (Complete flower) หมายถึง ดอกไม้ที่มีส่วนประกอบครบทุกส่วนคือมีกลีบเลี้ยงกลีบดอก เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย เรียงตามลำดับจากชั้นนอกสุดเข้าไปยังชั้นในสุด เช่น ดอกแพงพวย ดอกการเวก ดอกชงโค ดอกผักบุ้ง เป็นต้น
2. ดอกไม่ครบส่วน (Incomplete flower) หมายถึง ดอกไม้ที่มีส่วนประกอบไม่ครบ ทุกส่วน ซึ่งอาจจะมีส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไป เช่น ดอกตำลึง ดอกแตงกวา ดอกบวบ ดอกข้าวโพด เป็นต้น


ตัวอย่างดอกสมบูรณ์เพศ
ดอกไม้บางชนิดมีเกสรเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นซึ่งเรียกว่า ดอกไม่สมบูรณ์เพศเช่นดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกตำลึง เป็นต้น ดอกที่มีแต่เกสรตัวผู้รียกว่า ดอกตัวผู้และดอกที่มีแต่เกสรตัวเมียเรียกว่า ดอกตัวเมีย

 
ตัวอย่างของดอกไม่สมบูรณ์เพศ

ดอกไม้บางชนิดไม่มีกลีบดอก เช่น ดอกหน้าวัว ดอกคริสต์มาส บางชนิดมีกลีบดอกเล็ก ไม่เด่นออก มา เช่น ดอกเฟื่องฟ้า ดอกดอนย่า ดอกไม้เหล่านี้จะมีส่วนที่เป็นใบเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกลีบดอก ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลีบดอกได้



การถ่ายละอองเรณู
การถ่ายละอองเรณู หมายถึง การที่ละอองเรณูที่แก่จัดแล้วปริแตกออกจากอับเรณู แล้วปลิวไปตกบนยอดเกสรตัวเมีย ซึ่งวิธีการนี้อาจจำแนกออกเป็น ๒ ประเภท คือ
1. การถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกัน เป็นการถ่ายละอองเรณูโดยละอองเรณูไปตกบนยอดเกสรตัวเมียภายในดอกเดียวกัน

2. การถ่ายละอองเรณูข้ามดอก เป็นการถ่ายละอองเรณูโดยละอองเรณูไปตกบนยอดเกสรตัวเมียของอีกดอกหนึ่ง
การถ่ายละอองเรณู เกิดขึ้นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โดยอาศัยลม น้ำ สัตว์บางชนิด เช่น นก แมลง และมนุษย์ เป็นต้น ช่วยในการถ่ายละอองเรณูการงอกของละอองเรณู เมื่อละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย ซึ่งมีสารละลายน้ำตาลอยู่ สารละลายน้ำตาลจะทำให้ละอองเรณูงอกเป็นหลอดยาวแทงไปตามก้านเกสรตัวเมีย การงอกของละอองเรณู เมื่อละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย ซึ่งมีสารละลายน้ำตาลอยู่ สารละลายน้ำตาลจะทำให้ละอองเรณูงอกเป็นหลอดยาวแทงไปตามก้านเกสรตัวเมีย

ปัจจัยที่ช่วยในการถ่ายละอองเรณู
ปัจจัยที่ช่วยในการถ่ายละอองเรณู เพื่อให้พืชมีดอกเกิดการปฏิสนธิ สร้างผลและเมล็ดในการสืบพันธุ์ ได้แก่
1. ลม เป็นตัวช่วยพัดพาละอองเรณูให้ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย มักเกิดกับดอกที่มีขนาด มีน้ำหนักเบา ไม่มีกลิ่น และมีเป็นดอกจำนวนมาก เช่น ดอกของพืชตระกูลหญ้าชนิดต่าง ๆ
2. สัตว์ ได้แก่ แมลง ( ผึ่ง ผีเสื้อ ) นกบางชนิด ค้างคาวบางชนิด เป็นตัวช่วยให้เกิดการถ่ายละอองเรณู จากดอกหนึ่งไปยังอีกดอกหนึ่งได้ มักเกิดกับที่มีสีสวย มีกลิ่นหอม หรือมีต่อมน้ำหวาน ซึ่งเป็นตัวล่อให้สัตว์เหล่านี้เข้าหา
3. น้ำ อาจเป็นน้ำที่เรารดให้แก่พืชหรือน้ำฝนที่ตกลงมา จะเป็นตัวพาละอองเกสรตัวผู้จากดอกที่อยู่ด้านบน ให้ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมียของดอกที่อยู่ด้านล่างได้

4. คน ทำการถ่ายละอองเรณู เพื่อให้พืชเกิดการผสมพันธุ์ และได้พืชที่มีลักษณะพันธุ์ดีตามที่ต้องการ

การปฏิสนธิ

การ ปฏิสนธิ คือ การที่เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้เข้าผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย โดยหลังจากที่ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมียแล้ว ละอองเรณูจะงอกหลอดแทงลงไปในก้านเกสรตัวเมียจนถึงไข่อ่อน ( ออวุล ) ที่อยู่ภายในรังไข่ ภายในหลอดละอองเรณูจะมีเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้อยู่ ซึ่งจะเข้ามาไปผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย(เซลล์ไข่ ) ที่อยู่ในไข่อ่อนโดยผ่านทางรูเปิดที่อยู่ข้างใต้ ได้เป็นเซลล์ใหม่อยู่ภายในไข่อ่อน ( เซลล์ใหม่ที่ได้ก็ คือเซลล์ที่จะเจริญเป็นต้นพืชต้นใหม่ )
การเปลี่ยนแปลงของดอกหลังปฏิสนธิ
หลัง จากการปฏิสนธิ ยอดและก้านชูเกสรตัวเมียจะเหยี่ยวลง กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียก็จะแห้งแล้วร่วงหลุดไป ส่วนรังไข่ และ ออวุล หรือไข่ จะเจริญเติบโตต่อไป โดย รังไข่ จะเจริญกลายเป็น ผล ส่วน ออวุล หรือไข่ จะเจริญไปเป็น เมล็ด ซึ่งภายในเมล็ดจะเก็บต้อ่อน และอาหารสะสมไว้ภายใน เพื่อเกิดเป็นต้นใหม่
เมื่อ เมล็ดพืชแพร่กระจายไปในที่ต่าง และไปตกในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการงอกของเมล็ด เมล็ดก็จะงอกเป็นต้นใหม่ต่อไป วิธีนี้ทำให้พืชดอกที่อยู่ตามธรรมชาติสามารถแพร่ได้โดยไม่สูญพันธุ์ไป
ข้อควรจำ....

- ภายหลังการปฏิสนธิซ้อน มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในของพืชดอกดังนี้- รังไข่ เจริญไปเป็น ผล
- ผนังหุ้มรังไข่ เจริญไปเป็น เปลือก เนื้อของผล
- ออวุล เจริญไปเป็น เมล็ด
- ไซโกต(ไข่+สเปิร์ม) เจริญไปเป็น ต้นอ่อน
- โพล่า นิวเคลียส + สเปิร์ม เจริญไปเป็น เอนโดรสเปิร์ม(อาหารเลี้ยงต้นอ่อน)
- ANTIPODAL และ SYNERGIDS สลายตัว

การเจริญเติบโตของพืชดอก
พืช ดอกแต่ละชนิดถ้าขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด จะเริ่มนับว่ามีต้นใหม่ตั้งแต่มี การงอกของต้นอ่อนในเมล็ด ถ้าขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นโดยไม่ได้ใช้เมล็ด ก็เริ่มตั้งแต่การ เกิดรากของลําต้นที่แตกออกมาใหม่พืชที่งอกเป็นต้นอ่อนจากเมล็ดจะมีการเจริญ เติบโต อย่างมีขั้นตอนตามชนิดและพันธุ์ของพืช แต่เราก็พบอยู่เสมอว่า พืชชนิดเดียวกันปลูก พร้อม ๆ กัน มีบางต้นเจริญงอกงามดี โตเร็ว บางต้นเจริญเติบโตช้า ต้นเล็ก แคระแกร็น หรือบางต้นปลูกได้ไม่นานก็ตายที่เป็นดังนี้เพราะพืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้อง อาศัยปัจจัยในการ เจริญเติบโตอย่างเพียงพอ จึงจะดํารงชีวิตอยู่ได้เช่นเดียวกับคนและสัตว์ เมื่อเปรียบเทียบกับคน ปัจจัยที่สําคันในการดํารงชีวิตของคนคือปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ถ้าคนขาดปัจจัยสี่ การดํารง ชีวิตก็จะไม่เป็นสุข หากยิ่งขาดมากขึ้นก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้


ปัจจัยสําคัญในการดํารงชีวิตของพืชที่ทําให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างดี มี 4 อย่างคือ
1. นํ้าเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับพืชตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่เริ่มตั้งแต่เมล็ดพืชขณะ จะเริ่มงอกต้นใหม่ ต้องอาศัยนํ้าให้ความชุ่มชื้น
2. อากาศ อากาศเป็นของผสมที่ประกอบด้อยก๊าชหลายชนิด เช่น ก๊าซออก ซิเจนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนเป็นต้น ก๊าซที่สำคัญสำหรับพืชมาก คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะพืชต้องใช้เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร
3. แสงแดด พืชส่วนใหญ่ต้องใช้แสงแดดมาช่วยในการสังเคราะห์แสง โดย เฉพาะพืชดอก ถ้าขาดแสงแดดก็จะสังเคราะห์ไม่ได้ทำให้ไม่มีอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของลำต้น ในที่สุดจะต้องเหี่ยวเฉาตายไป
4. แร่ธาตุ แร่ธาตุเปรียบเสมือนอาหารดิบที่ยังไม่ได้ปรุงให้ใช้แระโยชน์ได้ พืชได้แร่ธาตุส่วนใหญ่จากดิน ในลักษณะของสารละลายที่ปนขึ้นไปกับนี้ แต่ธาตุ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืชมีหลายชนิด แต่ที่มีความสำคัญมากมี 3 ชนิด คือธาตุ ไนโตรเจน ธาตุโพแทสเซียม และธาตุฟอสฟอรัส ถ้าพืชขาดแร่ธาตุอาหารดังกล่าวมาแล้วถ้าแม้จะมีน้ำ อากาศ แสงแดดอย่าง เพียงพอ พืชก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้และอาจตายได้ไปในที่สุด



นอกเหนือจากปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตของพืชที่สำคัญทั้ง 4 อย่าง คือ น้ำ อากาศ แสงแดด และแร่ธาตุ ยังมีปัจจัยอื่น ที่ช่วยให้พืชมีการเจริญเติบโตได้ดี เช่น อุณหภูมิที่พอเหมาะกับพืชแต่ละชนิดแต่ละพันธุ์ หากเรานำพืชในเขตหนาวไปปลูกในเขตร้อน การเจริญเติบโตก็จะไม่มี สภาพของดินที่เป็นดินร่วน ดินเหนียว ดินทราย ก็มีผลโดยตรงต่อ การเจริญของพืช

picture_08.jpg (390×182)

วีดีโอบรรยายธรรมชาติของดอกไม้
http://www.youtube.com/watch?v=a56GKdd24so&feature=youtu.be

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
อาจารย์วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล

Views: 33955

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 59 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 6124642  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!