Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow การหักเหของแสง
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
การหักเหของแสง PDF พิมพ์
เมื่อแสงเดินทางมากระทบวัตถุแสงจะสะท้อนกลับไปยังตัวกลางเรียกว่าการสะท้อน หรือหักเหเมื่อเดินทางผ่านตัวกลางเรียกว่าการหักเห ในบทนี้เรามาเรียนรู้ธรรมชาติของแสงเมื่อมันเดินทางมากระทบวัตถุกัน


การสะท้อน (Reflection)

 การสะท้อนของแสงเมื่อตกกระทบผิวสะท้อนราบ


การสะท้อนของแสงทำให้เกิดมุมตกกระทบคือมุมที่แสงตกกระทบทำกับเส้นตั้งฉากกับกระจก และมุมสะท้อนคือมุมที่แสงสะท้อนทำกับเส้นตั้งฉากกับกระจก
กฎของการสะท้อนกล่าวว่า เมื่อเกิดการสะท้อนแสงทุกครั้งมุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อนเสมอ

กระจกราบ (Plane Mirrors)
เมื่อวัตถุอยู่หน้ากระจก วัตถุจะสะท้อนลำแสงออกมานับล้านเส้นมายังกระจก แต่ขอเขียนลำแสงตัวแทนมาสัก 4 เส้น เมื่อเกิดการสะท้อนแสงที่กระจกมุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน ทำให้เกิดลำแสงเสมือนตัดกันจนเกิดภาพเสมือนที่หลังกระจก ภาพเสมือนที่หลังกระจกจะมีขนาดเท่ากับวัตถุ และกลับซ้ายเป็นขวา


a.

b.
 a. การเกิดภาพในกระจกเงาราบ
b. การเกิดภาพสะท้อนจำนวนมากเมื่อตั้งกระจกสองอันหันเข้าหากัน


การสะท้อนบนพื้นผิวขรุขระ (Diffuse Reflection)
เมื่อแสงสะท้อนที่ผิวขรุขระ แสงจะสะท้อนออกไปหลายทิศทาง
a.
b.
 a. การสะท้อนคลื่นวิทยุบนจารรับสัญญาณดาวเทียมเป็นการสะท้อนบนผิวขรุขระ
b. แผนภาพการสะท้อนบนผิวขรุขระ


พื้นผิวถนนที่แห้งอยู่มีการสะท้อนแสงบนพื้นผิวขรุขระจึงมีแสงสะท้อนมายังตาเรา แต่เมื่อถนนนองไปด้วยน้ำ ผิวน้ำทำให้เกิดการสะท้อนบนผิวเรียบทำให้แสงจากรถสะท้อนไปด้านหน้ารถอย่างเดียวมีเพียงแสงส่วนน้อยที่สะท้อนเข้าตาเราทำให้เรามองพื้นถนนหลังฝนตกไม่ชัดเจน

 

เมื่อแสงเดินทางจากตัวกลางหนึ่งตกกระทบกับผิวของอีกตัวกลางหนึ่ง แสงจะเกิดการสะท้อนขึ้นกลับมาในตัวกลางเดิม โดยแสงที่สะท้อนออกมาจะเปลี่ยนแปลงตามพื้นผิว โดยถ้าพื้นผิวเรียบแสงสะท้อนจะเป็นระเบียบ แต่ถ้าผิวขรุขระ แสงสะท้อนจะกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ
เปรียบเทียบการสะท้อนบนผิวเรียบและผิวขรุขระ


กฎการสะท้อนของแสง (Law of Reflection)
มุมตกกระทบคือมุมที่รังสีตกกระทบ (Incident ray) ทำกับเส้นปกติ (Normal) ของผิวสะท้อน และ มุมสะท้อน (Reflected ray) คือมุมที่รังสีสะท้อนทำกับเส้นปกติ

การสะท้อนของแสงที่มีระเบียบจะได้

1. มุมตกกระทบมีค่าเท่ากับมุมสะท้อน
2. รังสีตกกระทบ รังสีสะท้อนและเส้นปกติ จะอยู่ในระนาบเดียวกัน

http://www.youtube.com/watch?v=ay_M1jZ41xE&feature=youtu.be

ภาพที่เกิดจากกระจกเว้าและกระจกนูนจากวัตถุที่ห่างจากกระจกในระยะต่างๆ


การหักเห (Refraction)
อัตราเร็วของแสงในน้ำและในแก็วต่ำกว่าอัตราเร็วของแสงในอากาศ แสงเดินทางในสุญญากาศเดินทางด้วยอัตราเร็ว
c = 300,000 km/s
แสงเดินทางในน้ำอัตราเร็วเป็นสามส่วนสี่ของอัตราเร็วแสงในสุญญากาศ แสงเดินทางในเพชรอัตราเร็วเป็น 40 %ของอัตราเร็วแสงในสุญญากาศ
การที่แสงหักเหออกไปจากแนวเดิมเมื่อเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างชนิดกัน เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การหักเหของแสง การเดินทางของแสงเมื่อมีการหักเหแสงทำให้แสงเดินทางระยะทางมากขึ้นแต่ใช้เวลาในการเดินทางน้อยลงเสมอ ตัวอย่างเช่น เมื่อแสงเดินทางจากในน้ำมายังอากาศตามรูปข้างล่างจากจุด B มายังจุด A แสงใช้เวลาในการเดินทางตามเส้นประเนื่องจากใช้เวลาเดินทางตามเส้นประใช้เวลาสั้นกว่าเดินทางตามเส้นทึบเพราะการเดินทางตามเส้นประในน้ำมีระยะสั้นขึ้น ถึงแม้ว่าต้องเดินทางในอากาศยาวขึ้นก็ไม่ทำให้เสียเวลาในการเดินทางของแสง เนื่องจากแสงเดินทางในอากาศได้เร็วกว่าเดินทางในน้ำ

 

การหักเหของแสงเกิดขึ้นเพื่อลดพลังงานของการเดินทางของแสง


 การหักเหของแสงผ่านชั้นบรรยากาศโลกทำให้ภาพดวงอาทิตย์ตกที่เห็นสูงกว่าตำแหน่งจริงเสมอ

http://www.youtube.com/watch?v=PLpj3dI9y1c&feature=youtu.be



ทุกครั้งที่เราดูพระอาทิตย์ตก เราเห็นพระอาทิตย์เป็นเวลาหลายนาทีทั้งๆที่มันตกอยู่ไปใต้ของฟ้าแล้ว บรรยากาศโลกเบาบางที่ระดับสูงแต่หนาแน่นที่ระดับพื้นดิน แสงเดินทางในอากาศที่เบาบางได้เร็วกว่าอากาศที่หนาแน่น แสงจากดวงอาทิตย์จึงค่อยๆหักเหไปตามความหนาแน่นของอากาศที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น ดวงอาทิตย์เมื่อเวลาจะลับขอบฟ้าแสงจากขอบบนของดวงอาทิตย์จะหักเหมากกว่าแสงจากของล่างของดวงอาทิตย์ เราจึงเห็นพระอาทิตย์ตกเป็นรูปวงรี


มิลาจ (Mirage)
เราคุ้นเคยกับมิลาจกันดี ตอนที่เราขับรถไปตามถนนร้อนๆเราจะเห็นเหมือนว่ามีบ่อน้ำเกิดขึ้นกลางถนนแต่พอเข้าไปดูใกล้ๆบ่อน้ำนั้นจะหายไป สิ่งที่เราเห็นนี้เรียกว่ามิลาจเกิดขึ้นจากการที่อากาศบนพื้นถนนร้อนกว่าอากาศด้านบนทำให้แสงที่มาจากท้องฟ้าหักเหโค้งเหนือพื้นถนนแล้วเข้าตาเรา

a.

b.
 a. การเกิดมิลาจ b. ภาพมิลาจ


ต้นเหตุของการหักเห (Cause of Diffraction)
จากหัวข้อเรื่องการหักเหและมิลาจข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าแสงเดินทางตามเส้นทางที่ใช้เวลาในการเดินทางน้อยที่สุดเสมอ เหมือนดั่งว่าแสงมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้วมีสาเหตุที่แท้จริงของการหักเหแสง
เมื่อแสงเดินทางจากอากาศมายังน้ำจะหักเหเข้าหาเส้นตั้งฉาก เนื่องจากหน้าคลื่นด้านซ้ายตกถึงน้ำก่อนจึงเคลื่อนที่ช้ากว่าด้านขวาซึ่งยังอยู่ในอากาศอยู่แสงจึงหักเหเข้าหาเส้นปกติ เปรียบเทียบเหมือนกับว่าหน้าคลื่นเป็นล้อรถที่วิ่งจากพื้นแก้วมายังพื้นหญ้า เมื่อวิ่งมาถึงพื้นหญ้าล้อซ้ายจะเคลื่อนที่มาถึงพื้นหญ้าก่อนทำให้ล้อซ้ายเคลื่อนที่ช้ากว่าล้อขวาซึ่งยังอยู่ในพื้นแก้ว ทำให้ล้อรถเบนเข้าหาเส้นตั้งฉากนั่นเอง

 สาเหตุของการหักเห เนื่องจากหน้าคลื่นแสงด้านขวาเคลื่อนที่ในอากาศจึงเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าหน้าคลื่นข้างซ้ายที่มาถึงน้ำก่อน จึงเกิดการหักเหของแสงเบนเข้าหาเส้นตั้งฉาก เปรียบเหมือนการผลักรถเด็กเล่นจากพื้นแก้วเอียงเข้าหาพื้นหญ้าจะเห็นว่ารถจะหักเหเข้าหาเส้นตั้งฉาก

รุ้งกินน้ำ (Rainbows)
ฟ้าหลังฝนช่างสวยงามมองแล้วมีความสุขทุกที ถ้าเราหันหลังให้ดวงอาทิตย์จะเห็นสายรุ้งสายฝนสร้างละอองน้ำนับล้านๆหยด ค่อยๆถักทอสีสัน 7 กลุ่มสี ละอองน้ำทุกหยดทำหน้าที่เหมือนปริซึมกระจายแสงขาวออกเป็น 7 กลุ่มสี

a.
b.

 a. การหักเหของแสงผ่านปริซึมได้แสงสีรุ้ง 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง

b.คล้ายกับกรณีแสงผ่านหยดน้ำทำให้ได้สีรุ้ง 7 สีเช่นกัน


ดูที่ละอองน้ำแต่ละหยดเมื่อแสงอาทิตย์เข้ามายังหยดน้ำทางด้านบน จะเกิดการหักเหของแสงครั้งแรก แสงสีม่วงหักเหมากที่สุด แล้วเมื่อแสงเดินทางมายังด้านหลังของละอองน้ำเกิดการสะท้อนกลับหมดภายในสะท้อนแสงกลับมายังด้านหน้าเกิดการหักเหแสงครั้งที่สองได้แสงสีม่วงอยู่ด้านบน และเมื่อหยดน้ำทุกหยดเกิดการหักเหแสงและสะท้อนเหมือนๆกันทำให้ได้ผลรวมของแสงขนาดใหญ่เห็นเป็นรุ้งกินน้ำอันสวยงาม

 แผนภาพการเกิดรุ้ง

a.
b.
a.รุ้งประถมภูมิอยู่วงในมีสีนับจากวงในดังนี้ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง รุ้งทุติยภูมิอยู่วงนอกมีสีนับจากวงในดังนี้ แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม ม่วง
b. ถ้าเราอยู่บนเครื่องบินเราจะเห็นรุ้งเป็นวงกลม


รุ้งประถมภูมิ (Primary Rainbows)

รุ้งประถมภูมิเกิดขึ้นที่วงรุ้งด้านใน รุ้งประถมภูมิเกิดจากการที่แสงมายังละอองน้ำด้านล่างๆ แสงเดินทางเข้าทางด้านบนของละอองน้ำทำให้ได้รุ้งกินน้ำวงในสุดสีม่วงวงนอกสุดสีแดง

รุ้งทุติยภูมิ (Secondary Rainbows)


รุ้งทุติยภูมิเกิดขึ้นที่วงรุ้งด้านนอก รุ้งทุติยภูมิเกิดจากการที่แสงมายังละอองน้ำด้านบนๆ แสงเดินทางเข้าทางด้านล่างของละอองน้ำทำให้ได้รุ้งกินน้ำวงในสุดสีแดงวงนอกสุดสีม่วง


การสะท้อนกลับหมดภายใน (Total Internal Reflection)


 เมื่อแสงจากก้นบ่อทำมุมเกิน 48 ํ กับเส้นตั้งฉากแสงนั้นจะสะท้อนกลับหมดภายใน
เนื่องจากอัตราเร็วของแสงในน้ำน้อยกว่าอัตราเร็วของแสงในอากาศ เมื่อแสงเดินทางจากน้ำออกไปยังอากาศจึงเบนออกห่างจากเส้นตั้งฉาก เมื่อลำแสงตกกระทบทำมุมมากกว่า 48 ํ ลำแสงหักเหจึงสะท้อนกลับหมดภายในกลับมายังน้ำอีก การสะท้อนกลับหมดภายในนี้สะท้อนแสงได้ 100%ซึ่งดีกว่าการสะท้อนของ
กระจกเงาเพราะกระจกเงาสามารถสะท้อนแสงได้มากที่สุด 90% มุมที่แสงสะท้อนกลับหมดภายใน
เรียกว่ามุมวิกฤต (Critical Angle) ซึ่งตัวกลางต่างๆมีค่ามุมวิกฤตไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น มุมวิกฤตของน้ำคือ 48 ํ มุมวิกฤตของแก้วคือ 43 ํ มุมวิกฤตของเพชรคือ 24.5 ํ เป็นต้น

มุมตกกระทบตั้งแต่มุมวิกฤตขึ้นไปทำให้เกิดการสะท้อนกลับหมดภายใน
แสงจะกระทบผิวน้ำแล้วสะท้อนกลับลงน้ำอีก

a.

b.
a. การสะท้อนกลับหมดภายในของปริซึมในกล้องส่องทางไกลช่วยทำให้กล้องส่องระยะไกลขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มความยาวของตัวกล้อง
b. เพรชแวววาวเพราะการสะท้อนกลับหมดภายใน


ประโยชน์ของปริซึมสองอันที่ใช้สะท้อนแสงกลับหมดภายในจากเลนส์วัตถุมายังเลนส์ตาคือช่วยเพิ่มระยะระหว่างเลนส์ให้มากขึ้น ทำให้กล้องสองตามีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับกล้องยาว
และปริซึมทั้งสองนี้ยังช่วยปรับซ้ายขวาของภาพให้ถูกต้องตามความเป็นจริงอีกด้วย
มุมวิกฤตของเพชรคือ 24.5 ํ น้อยกว่าตัวกลางทุกชนิด แสงทุกลำแสงที่หักเหออกจากเพชรทำมุมมากกว่า 24.5 ํ กับเส้นตั้งฉากเสมอ ทำให้เกิดการสะท้อนกลับหมดภายในมากมายเกิดกระจายแสงออกเป็นสีรุ้งระยิบระยับจับตา

a.


c.
 a.ใยแก้วนำแสงนิยมใช้ในการทำสายอินเตอร์เนท
b. ใช้ใยแก้วนำแสงในการส่องดูในข้อเข่าพ้อมกับการผ่าตัดเรียกการผ่าตัดผ่านกล้อง
c.การทดลองยิงลำเลเซอร์ให้สะท้อนกลับหมดภายในไปตามลำน้ำ

การสะท้อนกลับหมดภายในนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย อย่างเช่นนำมาใช้กับใยแก้วนำแสงซึ่งยอมให้แสงสะท้อนกลับหมดภายในใยแก้ว ใยแก้วนำแสงใช้ในการส่งสัญญาณอินเตอร์เนทความเร็วสูง (แต่การใช้อินเตอร์เนทใยแก้วนำแสงยังไม่แพร่หลายเนื่องจากยังมีราคาแพงถ้าเทียบกับการใช้สายเคเบิลทองแดงที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน) การใช้ใยแก้วนำแสงสามารถส่งสัญญาณหลายสัญญาณไปพร้อมกันได้โดยไม่มีการรบกวนกัน
เราใช้ใยแก้วนำแสงในการผ่าตัดผ่านกล้องโดยแพทย์จะส่งใยแก้วไปส่องดูอวัยวะภายในคนไข้พร้อมกับบังคับมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่สอดเข้าไปพร้อมกับใยแก้วนำแสง วิธีนี้ช่วยให้คนไข้ไม่ต้องทนอาการบาทเจ็บเนื่องจากการผ่าตัดเปิดแผล

เลนส์ (Lenses)
เราใช้เลนส์ในชีวิตประจำวันกันมากมาย แสงที่หักเหในเลนส์ทำให้เราได้ภาพที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงได้ เราลองแบ่งเลนส์ให้ออกเป็นส่วนๆจะเห็นได้ว่ารูป a คือเลนส์นูน ส่วนปลายบนและล่างหักเหแสงมารวมกัน ส่วนกลางเลนส์แสงผ่านไปตรงๆไม่มีการหักเห เลนส์นูนจึงเป็นเลนส์รวมแสง ส่วนรูป b คือเลนส์เว้า ส่วนปลายบนและล่างของเลนส์หักเหแสงกระจายออกจากกัน ส่วนกลางเลนส์แสงผ่านไปตรงๆไม่มีการหัก เลนส์เว้าจึงเป็นเลนส์กระจายแสง

 เปรียบเทียบให้เลนส์เป็นปริซึมที่เรียงแถวกัน 
a. เลนส์นูน b. เลนส์เว้า


จุดโฟกัสคือจุดที่ลำแสงหักเหมารวมกัน ระยะโฟกัสวัดจากกึ่งกลางเลนส์มาถึงจุดที่แสงหักเหมารวมกัน


ภาพจากเลนส์นูน (Image from Converging Lens)
เราใช้เลนส์นูนขยายภาพ อย่างเช่นที่หมอดูใช้ดูลายมือ เมื่อมือของเราอยู่ใกล้เลนส์ระยะของมือน้อยกว่าโฟกัส แสงที่หักเหจะไม่ตัดกันเป็นภาพจริงแต่เราจะเอาแสงที่ได้รับไปประมวลผลเหมือนกับว่าแสงนั้นออกมาจากวัตถุโดยตรง เราเรียกภาพลักษณะนี้ว่าภาพเสมือน
ถ้าแสงของวัตถุมาจากระยะไกล เมื่อผ่านเลนส์เว้าเลนส์เดียวแสงจะมาตัดกันจริงที่หลังเลนส์ ได้ภาพหัวกลับเราเรียกภาพนี้ว่าภาพจริง

a.

b.
a. เลนส์นูนให้ภาพเสมือนเมื่อวัตถุอยู่ที่ระยะน้อยกว่าโฟกัส
b. เลนส์นูนให้ภาพจริงสามารถเอาฉากรับได้เมื่อวัตถุอยู่ห่างจากเลนส์เกินระยะโฟกัส


ภาพจากเลนส์เว้า (Image from Diverging Lens)


ภาพที่ได้จากเลนส์เว้าเป็นภาพเสมือนหัวตั้งขนาดเล็กกว่าวัตถุเสมอ เราใช้เลนส์เว้าที่ช่องมองภาพของกล้องถ่ายรูปเพื่อมองภาพที่เราจะถ่ายเห็นครบทุกส่วนเนื่องจากเลนส์เว้าจะช่วยย่อ ภาพของวัตถุให้มีขนาดเล็กลง




ภาพที่เกิดจากเลนส์เว้าและเลนส์นูนจากวัตถุที่ห่างจากเลนส์ในระยะต่างๆ

ทดลองด้วยตัวเอง


ความผิดปกติด้านสายตา
สายตาสั้น
สายตาสั้นเกิดจากภาพตกก่อนถึงเรตินาทำให้มองภาพไกลๆไม่ชัด  แก้ไขด้วยการใช้เลนส์เว้า
แสดงสายตาสั้น
สายตายาว
สายตายาวเกิดจากภาพตกหลังเรตินาทำให้มองภาพใกล้ๆไม่ชัด  แก้ไขด้วยการใช้เลนส์นูน
แสดงสายตายาว

องค์ประกอบของดวงตาส่วนหน้า



เราจะป้องกันภาวะสายตาสั้น หรือไม่ให้สายตาสั้นมากขึ้นได้หรือไม่ ? 
          ได้แน่นอน ถ้าหากเรารู้ถึงกลไกการเกิดปัญหาสายตาสั้น ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว โดยมี ข้อแนะนำดังต่อไปนี้ คือ


1. พยายามให้เด็กอ่านหรือมองระยะไกลทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อวง แหวน ( Ciliary muscle ) คลายตัว  อย่างเช่นมองทุ่งหญ้าสีเขียว  ไม่ใช่ทิวทัศเมืองที่มีแต่สีขาวสะท้อนแสงแสบตาเป็นอันตรายต่อสายตาด้วย
ฮ้า  มันชื่นใจจริงๆ

2.ถ้ามีภาวะสายตาสั้นและมองไกลไม่ชัด ควรตัดแว่นให้เด็กใส่ เพื่อใช้มองไกลให้ชัด เจน และควรถอดแว่นตาทุกครั้งที่ใช้สายตาระยะใกล้ ( อ่านหรือเขียนหนังสือ )
น่าสงสารน้องเขากำลังทำลายสายตาตัวเอง
ด้วยการใส่แว่นสายตาสั้นอ่านหนังสือ

3. อย่าให้เด็กหมกมุ่นกับกิจกรรมที่ใช้สายตาระยะใกล้มากเกินไป เช่นการเล่นเกมส์ คอมพิวเตอร์ การดูโทรทัศน์ ควรหากิจกรรมที่ทำในที่โล่งแจ้งที่แดดไม่ร้อนเกินไป เพื่อกระตุ้นการใช้สายตาระยะไกล


4.สอนให้เด็กใช้ฝ่ามือ กดลูกตาผ่านบริเวณเปลือกตาที่ปิดสนิท เพื่อส่งแรงดันกดลูกตา ให้สั้นลง และคลายอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อวงแหวน ทำวันละ 1 ครั้ง ๆ ละ 60 วินาที ก่อนนอน และเวลามีอาการสายตาล้าจากการใช้สายตาระยะใกล้นานๆ
5. ห้ามใช้เครื่องวัดสายตาอัตโนมัติ  เครื่องวัดแบบอัตโนมัติ  จะทำให้สายตาคุณเสียได้  เพราะเป็นการวัดที่ใช้เลนส์ขนาดต่างๆที่ไม่เหมาะสมกับสภาพตาของเราถ้าวัดแล้วสายตาสั้นเพิ่มแน่นอน  หรือไม่ถ้าสายตาดีอยู่แล้วก็สายสาสั้นได้เลยทันที
อย่าเสี่ยงเลยผมขอร้อง
6. วัดสายตาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เช่น วัดด้วยแผนภาพรูปตัว E  ด้วยการดูแลของจักษุแพทย์ใกล้บ้านท่าน  
ถ้าสายตาสั้นจะเห็นแบบด้านขวา

7. เหนื่อยนัก  ใช้สายตามากเกินไปก็นอนซะนะ ฝันดี


Views: 88896

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 61 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10048527  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!