Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow เหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดเมื่อ 20 ปีก่อน
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
เหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดเมื่อ 20 ปีก่อน PDF พิมพ์

โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ.2546 เมื่ออุบัติเหตุของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลได้ผ่านไป 16 ปี องค์การอนามัยโลก (The World Health Organization , WHO) ซึ่งเป็นผู้ติดตามผลกระทบทางรังสีต่อสุขภาพของประชาชน ได้มีการวิเคราะห์ผลการศึกษาพบว่า ในประเทศ Belarus ประเทศ Ukraine และประเทศ Russian Federation ซึ่งเป็นบริเวณที่มีสารกัมมันตรังสีตกลงสู่พื้นดินในปริมาณสูง มีอัตราการเป็นมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ในเด็กสูงขี้นกว่าอัตราปกตินับตั้งแต่ปีพ.ศ.2529 เป็นต้นมา ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการรับไอโอดีนรังสี อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ และ โดยปกติจะไม่ทำอันตรายให้ถึงแก่ชีวิต

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เซอร์โนบิล ภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ
(โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เซอร์โนบิล ภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ)

      แม้ว่าขณะที่เกิดเหตุจะมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนน้อย แต่ผลพวงสะสมของสารกัมมันตภาพรังสีกลับกินพื้นที่กว้างไกลและรุนแรงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้นัก ซึ่ง ณ วันนี้ควาทรงจำของเหตุหายนะกำลังเริ่มจากหาย แต่กัมมันตภาพรังสีก็ยังคงฝังติดแน่น โดยที่ไม่มีใครตอบได้ว่าจะหมดลงเมื่อใด
       
       เช้าตรู่ของวันที่ 26 เม.ย.29 เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 1 ใน 4 ของโรงงานไฟฟ้าเชอร์โนบิล ในสหภาพโซเวียต เกิดระเบิดขึ้น แต่ทางรัฐบาลมอสโควแห่งสหภาพโซเวียตกลับมีปฎิกิริยาอย่างเชื่องช้าต่ออุบัติภัยดังกล่าว แม้ว่านานาประเทศในละแวกใกล้เคียงจะตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีลอยไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร
       
       การขาดข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง ทำให้มีการอ้างความเสียหายแค่เพียงจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิด ส่วนปัญหาการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีที่ไม่เห็นเป็นรูปธรรมก็ยังคงเป็นปัญหามาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ แม้จะผ่านเลยมาแล้ว 20 ปีก็ตาม
       
       จึงนับได้ว่าเหตุการณ์โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดจนทำให้เกิดสารกัมมัตภาพรังสีรั่วไหลไปไกลในหลายพื้นที่นั้น นับเป็นอุบัติภัยทางนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การใช้นิวเคลียร์

แผนที่แสดงที่ตั้งของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล


       
       ย้อนเหตุระเบิด 20 ปีก่อน
       
       ระหว่างช่วงต่อวันที่ 25-26 เม.ย.2529 ทีมวิศวกรกะกลางคืนได้ทำการทดลองที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 โดยทดสอบว่าระบบทำความเย็นจะสามารถดึงกระแสไฟฟ้าจากเตาปฏิกรณ์มาใช้อย่างไร หากเกิดกรณีไฟตกหรือพลังงานต่ำกว่าความต้องการ
       
       การทดสอบดังกล่าวเริ่มขึ้นในเวลา 23.00 น. (ประมาณ 03.00 น. เวลาประเทศไทย) ด้วยการใช้การสูบที่ควบคุมกระบวนการฟิสชันในเตาปฏิกรณ์ ให้ดูดซับนิวตรอนและทำให้ปฏิกิริยาลูกโซ่ช้าลง ทำให้พลังงานที่ออกมาลดลงจากเดิม 20% เพื่อเตรียมการทดลอง
       
       ปิดระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อการทดสอบ
       
       อย่างไรก็ดี ระหว่างเตรียมการทดลองยังมีการสูบอีกหลายตัวที่ลดการทำงานและผลลัพธ์ลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเตาเกือบอยู่ในสภาพปิดการทำงาน ซึ่งทำให้วิศวกรเกรงว่าเตาจะไม่เสถียร จึงดึงกระบวนการกลับเพื่อให้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้น
       
       และในเวลา 00.30 น. ก็เริ่มการทดสอบขึ้น เมื่อเวลา 01.00 น. พลังงานของเตาเหลืออยู่เพียง 7% รวมกับก้านสูบบางตัวถูกทำให้เพิ่มการทำงานขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระบบปิดตัวเองอัตโนมัติก็ถูกปิดไม่ให้ทำงาน เพื่อให้เตาได้เดินหน้าท่ามกลางสภาพพลังงานต่ำกว่าปกติ
       
       จนกระทั่งเวลา 01.23 น. พลังงานของเตาเพิ่มขึ้นมาเป็น 12% ขณะที่การทดสอบเริ่มขึ้น และวิศวกรก็เพิ่มการทำงานของก้านสูบ แต่ในเวลาไม่ถึง 1 นาทีระดับพลังงานก็เกิดมีปัญหา และเตาปฏิกรณ์ก็เริ่มร้อนเกินพิกัด
       
       ในที่สุด....ก็ร้อนจน ระเบิด !!
       
       ทันทีที่เกิดความร้อนสูงเกิน ระบบปิดตัวเองก็ทำงานทันทีแต่ว่า ไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ทำให้วิศวกรตัดสินใจอย่างฉับพลันตัดกระแสไฟฟ้าด้วยตัวเอง เพื่อหวังให้ก้านสูบต่างๆ กลับเข้าที่ แต่ความร้อนสูงเกินไปจากแกนของเตาปฏิกรณ์ก็ละลายก้านสูบจนเปลี่ยนรูปและขยับไม่ได้
       
       อีกไม่กี่นาทีถัดมา ความร้อนสูงกว่าปกติถึง 100 เท่า ก้อนวัตถุที่อยู่ในแกนเตาเริ่มปะทุและน้ำที่อยู่ในระบบทำความเย็นก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หลังคาอาคารที่คลุมเตาปฏิกรณ์หลอมเปลี่ยนรูปเพราะความร้อน และปลิวหลุดออกไป ตามด้วยสิ่งที่อยู่ในเตาก็พวยพุ่งออกมาราวกับภูเขาไฟปะทุ
       
       สภาพอากาศบริเวณนั้นเต็มไปด้วยสะเก็ดจากเตา ซึ่งมีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เต็มไปหมด ทำให้เกิดติดไฟและระเบิดในที่สุด
       
       หลังหายนะที่แสนอันตราย แต่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง
       
       นักผจญเพลิงปีนขึ้นไปบนหลังคาของโรงงานเพื่อจะสยบเพลิงที่ลุกโชติช่วง ขณะเดียวกันเฮลิคอปเตอร์หลายต่อหลายลำก็ทยอยขนทรายมาใส่ในเตาเพื่อลดแรงไฟและกัมมันตรังสีที่แผ่ออกมา
       
       เหล่านักผจญเพลิงและพลทหารที่มาช่วยกันในครั้งนี้ ต่างก็ไม่รู้ว่าการเข้ามาเกี่ยวข้องกับกัมมันตภาพรังสีนั้นมีความเสี่ยงมาน้อยแค่ไหน อีกทั้งในภายหลังก็มีรายงานว่าคนกลุ่มนี้หลังจากช่วยดับเพลิงจนสำเร็จแล้วก็เสียชีวิตเพราะพิษกัมมันตภาพรังสี
       
       หายนะภัยครั้งนี้ถูกประเมินว่ารุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่ถล่มนางาซากิและฮิโรชิมาในญี่ปุ่นถึง 100 เท่า สารกัมมันตภาพรังสียังคงปนเปื้อนอยู่ต่อเนื่องแม้ว่าเชอร์โนบิลจะปิดตัวลงแล้ว แต่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งครอบคลุมเบลารุส ยูเครน และรัสเซียมีเพียง 350,000 คนที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น แต่อีก 5.5 ล้านคนยังคงอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น
       
       สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการปนเปื้อนของซีเซียมและสตรอนเทียม ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังฝังแน่นอยู่ตามผืนดิน และหลังจากเกิดอุบัติเหตุระเบิด ก็พบกัมมันตรังสีปนเปื้อนอยู่ในทุกๆ ประเทศที่เหนือขึ้นไปตามทิศทางลมที่พัดพา
       
       ที่แย่กว่านั้นคือบางประเทศที่ได้รับกระแสลมพัดตรงมาจากเชอร์โนบิล พร้อมกับฝนที่นานๆ ครั้ง จึงทำให้การปนเปื้อนมีมากกว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุด้วยซ้ำ อย่างเช่นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่ได้รับผลกระทบรุนแรงไม่แพ้กันเพราะอยู่ในทิศทางลมพอดี อีกทั้งฟาร์มบางแห่งบนเกาะอังกฤษก็ยังปรากฏการปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสีอีกด้วย
       
       สุขภาพผู้เคราะห์ร้าย...รับกัมมันตภาพรังสีสะสม
       
       จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดที่เชอร์โนบิลมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีถึง 9,000 รายด้วยมะเร็งอันเนื่องมาจากการรับสารรังสีเข้าไป แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ประสบปัญหาทั้งทางด้านภาวะเศรษฐกิจและสุขภาพจิตอีกด้วย
       
       ขณะเดียวกันกรีนพีซก็เชื่อว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพน่าจะมากกว่าที่ยูเอ็นคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะเสียชีวิตด้วยมะเร็งน่าจะสูงถึง 93,000 คน และโรคอื่นๆ อีกถึง 200,000 คน
       
       โรคที่เห็นเด่นชัดว่าเป็นผลพวงมาจากการรั่วไหลของกัมมัตภาพรังสีคือมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ โดยพบมากถึง 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่กำลังเป็นเด็กและวัยรุ่นในช่วงที่เกิดเหตุระเบิด และกรีนพีซยังเชื่อว่าน่าจะมีอีก 60,000 รายที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ จากจำนวนผู้ป่วย 270,000 รายที่เป็นมะเร็งชนิดต่างๆ อันเป็นผลมาจากกัมมันตภาพรังสี
       
       อย่างไรก็ดี การระเบิดครั้งนี้ กลายเป็นบทเรียนสำคัญของมนุษย์ในการนำวิทยาการใหม่ๆ มาใช้ โดยต้องมีความละเอียดรอบคอบ และเตรียมรับมือกับผลกระทบเป็นอย่างดี ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ได้ตั้งหน่วยรับมือฉุกเฉินที่กรุงเวียนนาของออสเตรียเมื่อปี 2529 มีอุปกรณ์การสื่อสารและคอมพิวเตอร์ ตลอดจนเอกสารและฐานข้อมูลที่จำเป็นในกรณีเกิดอุบัติเหตุสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล มีเจ้าหน้าที่ประจำการ 30 คน ตลอด 24 ชั่วโมง และมีผู้ X วชาญด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์พร้อมเดินทางไปยังที่เกิดเหตุในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือและประเมินสถานการณ์ โดยหวังว่าจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

การสร้างสิ่งปกคลุมเครื่องปฏิกรณ์เชอร์โนบิลที่ถูกทำลาย

The sarcophagus around the Chernobyl reactor.


Views: 26020

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 38 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9933643  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!