Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow Hans Christian Orsted
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
Hans Christian Orsted PDF พิมพ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2553

ภาพวาดเหมือนของ Hans Christian Oersted ในศตวรรษที่ 19


    เมื่อศาสตราจารย์ฟิสิกส์ชาวเดนมาร์กวัย 43 ชื่อ Hans Christian Orsted ส่งรายงานผลการทดลองที่มีความยาว 4 หน้ากระดาษถึงบรรดานักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย และสวิสเซอร์แลนด์ ว่าได้พบปรากฏการณ์ประหลาด คือ เวลามีกระแสไฟฟ้าไหลในเส้นลวด เข็มทิศที่วางอยู่ใกล้ลวดเส้นนั้น จะกระดิกเสมือนถูกแม่เหล็กส่งแรงกระทำ แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นไม่มีใครรู้จัก Orsted เลย ว่าเป็นนักเคมี นักฟิสิกส์ นักปรัชญา หรือนักต้มตุ๋น จึงไม่มีใครสนใจในรายงานนั้น เพราะทุกคนในยุคนั้นรู้ว่า กระแสไฟฟ้า และสนามแม่เหล็กไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันเลย
       
        Orsted ถือกำเนิดเมื่อ ค.ศ. 1777 ที่เมือง Rudkjobing บนเกาะ Langeland ในประเทศเดนมาร์ก บิดาเป็นเจ้าของร้านขายยาที่ยากจน Hans และ Anders ผู้น้องชายได้รับการศึกษาเบื้องต้น โดยมีชาวบ้านใกล้เคียงเป็นครูสอนหนังสือให้ เช่นได้ช่างตัดผมสอนภาษาเยอรมัน ได้ภรรยาช่างตัดผมสอนภาษาเดนมาร์ก ได้นักเทศน์ประจำเมืองสอนไวยากรณ์ ประวัติศาสตร์ และวรรณคดี และได้ช่างก่อสร้างสอนวิชาคำนวณให้ เป็นต้น
       
        Orsted เริ่มสนใจวิทยาศาสตร์เมื่ออายุ 12 ปี จึงได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย Copenhagen แต่ก็ไม่มั่นใจว่า ตนจะชอบวิทยาศาสตร์จริง จึงเรียนวิชาอื่น เช่น ปรัชญา และศิลปะควบคู่ไปด้วยอย่างมีความสุข Orsted เรียนดีจนได้รับรางวัลเหรียญทองจากการเรียงความเรื่อง “The Boundaries of Prose and Poetry” ซึ่งเป็นบทความด้านมนุษย์ศาสตร์ และในเวลาต่อมาก็ได้รับรางวัลอีก จากบทความเรื่อง “Chemical Properties of Alkali Metals” ซึ่งเป็นบทความด้านวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อจะสำเร็จการศึกษา Orsted ได้ทำวิทยานิพนธ์ด้านแพทย์ศาสตร์
       
        ถึงจะประสบความสำเร็จในการเรียน แต่ Orsted ก็มีปัญหาในการหางานทำ เพราะผู้ใหญ่หลายคนมีความเห็นว่า Orsted สนใจหลายวิชาเกินไป ทำให้ไม่มีความรู้ลึกในเรื่องใดแม้แต่เรื่องเดียว
       
        ช่วงเวลานั้น ได้เกิดการปฏิวัติใหญ่ทั้งในอเมริกาและฝรั่งเศส หลังความวุ่นวายโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม และสังคมยุโรปเริ่มมีอุดมการณ์การเมืองใหม่ ปรัชญาใหม่ ศิลปะใหม่ และวรรณกรรมใหม่ ที่แตกต่างจากเดิมมาก Orsted รู้สึกตื่นเต้นในความแปลกใหม่เหล่านี้มาก จึงตัดสินใจจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะเดนมาร์กมิได้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของยุโรป ดังนั้นเมื่อสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตมหาวิทยาลัยจึงส่ง Orsted ไปเรียนฟิสิกส์ต่อที่ฝรั่งเศส เยอรมนี และเนเทอร์แลนด์
       
        ขณะเรียนที่ประเทศเยอรมนี Orsted ได้รับอิทธิพลทางความคิดของนักปรัชญาชื่อ Georg Hegel และ Friedrich Schelling โดยเฉพาะ Schelling นั้นเชื่อว่าปรากฏการณ์ทุกรูปแบบในธรรมชาติมีความเกี่ยวข้องกัน
       
        ในปี 1813 Orsted ได้ตีพิมพ์ผลงานเรื่อง A Study of the Identity of Chemical and Electrical Forces ผลงานนี้ได้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแรงเคมี กับแรงไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ตามความเชื่อของ Orsted ที่ว่าปรากฏการณ์ต่างๆ สัมพันธ์กัน
       
        ในความเป็นจริง Franz Aepinus ปราชญ์รัสเซียที่ St. Petersburg คือบุคคลแรกที่ได้เอ่ยถึงความคิดทำนองนี้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1747 สำหรับ สำหรับในฝรั่งเศสนั้น Francois Arago ก็ได้พยายามสาธิตความสัมพันธ์ทำนองนี้เช่นกัน และก็ได้พบว่าเมื่อเรือรบฝรั่งเศสชื่อ La Raleign เดินทางถึง Palma ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญบนเกาะ Majorca ในสเปน เรืออยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก เมื่อเรือเทียบท่า Arago ได้พบว่าเสากระโดงเรือถูกฟ้าผ่า จึงได้หยิบเข็มทิศของกัปตันเรือขึ้นมาดู และก็ได้พบว่าเข็มทิศได้กลับทิศ จากเดิมที่เคยชี้ทิศเหนือกลับไปชี้ทิศใต้แทน การกลับทิศทำให้กัปตันเดินเรือผิดพลาดจนเรือเกือบเกยหินโสโครก Arago จึงคิดว่าปรากฏการณ์ฟ้าคะนองเกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็ก ครั้นได้หลักฐาน Arago จึงตั้งใจจะสรุปว่าสนามแม่เหล็กเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เพราะไม่มีใครรู้มาก่อน ดังนั้นเมื่อ Orsted เสนอรายงานการค้นพบความจริงนี้ก่อน Arago จึงรู้สึกเสียดาย และเสียใจมาก
       
        ในรายงานของ Orsted ฉบับนั้นเขาได้ระบุว่า ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1820 ขณะ กำลังบรรยายวิชาไฟฟ้าให้นิสิตฟังโดยมีการทดลองประกอบคำบรรยาย ดังนั้นบนโต๊ะในห้องบรรยายจึงมีสารเคมี เซลล์ไฟฟ้า ลวดกับเข็มทิศ วางเต็มบนโต๊ะ และ Orsted ก็ได้พบว่า เมื่อเขาปิดวงจรไฟฟ้า เข็มทิศจะกระดิก และหมุนไปวางตัวในแนวหนึ่ง แต่เวลาเขาเปิดวงจรไฟฟ้า เข็มทิศนั้นจะหมุนมาวางตัวในแนวเดิม
       
        นี่คือการทดลองครั้งแรกของโลกที่แสดงให้เห็นว่า ไฟฟ้าและแม่เหล็กมีความสัมพันธ์กัน แต่วงการวิชาการซึ่งล่วงรู้เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ตั้งข้อสังเกตว่า บรรดานิสิตที่อยู่ในห้องบรรยายวันนั้น คิดว่า Orsted จะสาธิตอิทธิพลเชิงความร้อนของกระแสไฟฟ้า (หาได้จะสาธิตอิทธิพลเชิงแม่เหล็กไม่) แต่ Orsted โชคดีที่มีเข็มทิศวางอยู่ใกล้กับเส้นลวดที่ใช้ต่อระหว่างขั้วของเซลล์ไฟฟ้า และเมื่อ Orsted ปิดวงจรไฟฟ้า นิสิตคนหนึ่งเห็นเข็มทิศกระดิก (Orsted เองหาได้เห็นไม่) นิสิตจึงบอกให้ Orsted ดู และ Orsted ก็รู้สึกประหลาดใจ และดีใจในการค้นพบ (อย่างไม่เจตนา) ครั้งนั้น เหตุการณ์นิสิตบอกอาจารย์ และอาจารย์เป็นคนได้เครดิตในการค้นพบแต่เพียงคนเดียวนั้น เกิดขึ้นบ้างในวงการวิทยาศาสตร์ เช่น เมื่อ Jocelyn Bell เห็นสัญญาณคลื่นวิทยุที่ได้รับจากดาวบนฟ้าเป็นห้วงๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอได้บอกอาจารย์ Anthony Hewish และ Hewish ก็วิเคราะห์พบว่า ดาว pulsar เป็นดาวที่ส่งสัญญาณวิทยุนั้น ความสำคัญของเรื่องนี้คือ Hewish ได้รับรางวัลโนเบล ปี 1974 แต่ Bell ไม่ได้ และในกรณีกะลาสีเรือผู้ตะโกนบอก Christopher Columbus ว่า “เห็นแผ่นดินแล้ว” แต่เครดิตการพบทวีปอเมริกาตกเป็นของ Columbus เพียงผู้เดียว
       
        เมื่อถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1820 Orsted ได้ทำการทดลองเรื่องนี้ซ้ำโดยใช้กระแสไฟฟ้าที่แรงขึ้น เพื่อให้เห็นชัดขึ้น และก็ได้ผลว่าเข็มทิศถูกสนามแม่เหล็กในบริเวณรอบเส้นลวด กระทำจริงๆ และทิศของแรงที่กระทำนี้ไม่ได้ชี้เข้า หรือออกจากเส้นลวด แต่ชี้ในแนวเส้นสัมผัสกับสนามซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลมรอบเส้นลวดนั้น
       
        อนึ่ง การที่ Orsted พบว่าแรง มิได้กระทำในแนวเส้นตรงที่ลากระหว่างลวดกับเข็มทิศ ทำให้ขัดกับความรู้ด้านกลศาสตร์ของ Newton และนี่ก็คือ เหตุผลหนึ่งที่ปราชญ์ยุคนั้น เมื่อได้อ่านรายงานของ Orsted ต่างก็พากันไม่เชื่อในผลงานทดลองของเขา จึงได้เยาะเย้ย และถากถางว่า Orsted โง่ จน Orsted ต้องบันทึกชื่อของคนที่ได้เห็นเหตุการณ์วันนั้นพร้อมปริญญา และความเชี่ยวชาญของพยานทุกคน
       
        ถึงกระนั้นการยอมรับก็ต้องใช้เวลานาน กว่าวงการวิชาการจะยอมรับว่าแรงมิจำเป็นต้องเป็นแรงดึงดูด หรือแรงผลัก แบบ Newton หรือ Coulomb แต่เป็นแรงที่ต้องอธิบายด้วยทฤษฎีใหม่
       
        รายงานของ Orsted ฉบับต่อมาได้รับการตีพิมพ์ในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1820 และเมื่อ Arago ได้อ่านรายงานนี้ที่ Geneva เขาก็รู้ทันทีว่า Orsted ได้แก้ปริศนาที่เขาสงสัยมานานแล้ว เขาจึงเดินทางกลับ Paris และรายงานการค้นพบนี้ให้ French Academy ฟังเมื่อวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 1820 อีกทั้งได้สาธิตการทดลองประกอบให้ทุกคนประจักษ์ด้วยตาในอีก 18 วันต่อมา
       
        สำหรับ Andre – Marie Ampere เมื่อได้ฟังรายงานของ Arago ก็รู้ว่า ตนต้องศึกษาเรื่องนี้ต่อ และอีกสองสัปดาห์ต่อมา เขาก็ได้ข้อสรุปว่าปรากฏการณ์แม่เหล็กสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางไฟฟ้า
       
        40 ปีจากนั้น James Clerk Maxwell ก็ได้สังเคราะห์ทฤษฎีไฟฟ้า และทฤษฎีแม่เหล็ก เป็นทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรายังใช้กันจนทุกวันนี้
       
        หลังจากการค้นพบที่ยิ่งใหญ่แล้ว Orsted ก็ได้รับเกียรติยศมากมาย และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เช่น ได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกของ Royal Society แห่งอังกฤษ เป็นสมาชิกของ French Academy ได้เหรียญ Copley Medal ของ Royal Society ได้รับเงิน 3,000 ฟรังก์จาก Napolean และได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญแห่งชาติเดนมาร์ก
       
        Orsted ได้จัดตั้งสมาคมวิชาการในเดนมาร์ก และได้อุทิศตัวส่งเสริมวิทยาศาสตร์ โดยการให้ความรู้วิทยาศาสตร์แก่คนเดนมาร์กให้รู้เท่าเทียมกับคนชาติอื่นในยุโรป
       
        Orsted เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1851 สิริอายุ 74 ปี พิธีศพถูกจัดขึ้นในเวลากลางคืน โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีอาลัยร่วม 200,000 คน ในงานที่มีนักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง ราชวงศ์ ทูต นักศึกษา คนทั่วไป และ Hans Christian Anderson นักเขียนเทพนิยายผู้มีชื่อเสียงก็ได้มาร่วมพิธีศพด้วย เพราะทุกคนรู้สึกเสียดายที่ต้องสูญเสียคนใกล้ชิดผู้เป็นที่รัก และที่ศรัทธาคนนี้
       
       สุทัศน์ ยกส้าน เมธีวิจัยอาวุโส สกว.


Views: 1518

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 20 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9963777  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!