Home
  
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
Michael Faraday นักฟิสิกส์อัจฉริยะ PDF พิมพ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2553

Michael Faraday


     การศึกษาประวัตินักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ทำให้เรารู้ว่าคนที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญได้ต้องพึ่งพาปัจจัยที่เกื้อหนุนหลายประการ และปัจจัยหนึ่งที่ทุกคนต้องมี คือ เวลา ที่จะต้องมีมากพอให้เขาได้ทุ่มเทวิจัยเรื่องที่ถนัด Michael Faraday ผู้พบวิธีผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยกระบวนการเหนี่ยวนำเมื่อ 217 ปีก่อน ได้ตระหนักในความสำคัญของประเด็นนี้จนถึงกับกล่าวว่า “ถึงข้าพเจ้าจะไม่มีเงินทอง แต่ข้าพเจ้าก็มีเวลาเป็นทรัพย์ที่มากกว่าคนอื่น” การคิดเช่นนี้ได้ทำให้ Faraday เปลี่ยนสภาพจากเด็กยากจนที่แทบไม่ได้รับการศึกษาเป็นนักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก
       
       Faraday เกิดเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2334 (ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ที่หมู่บ้าน Newington Butts ใกล้ London Bridge ใน London บิดาชื่อ James มีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก มารดาชื่อ Margaret เป็นลูกชาวนาที่ยากจน ครอบครัวนี้มีลูกชาย 4 คน Faraday เป็นบุตรคนที่สาม เมื่ออายุ 9 ขวบ บิดาได้เสียชีวิต มารดาจึงต้องเลี้ยงลูกตามลำพังและเมื่อเธอต้องการหารายได้เสริม จึงได้เปิดห้องในบ้านให้คนเช่า และให้ Faraday วัย 13 ปี ไปฝึกงานเป็นช่างเย็บปกหนังสือ Faraday จึงแทบไม่ได้รับการศึกษาใดๆ แต่ก็พออ่านเขียน และทำเลขได้บ้าง
       
       การมีอาชีพเป็นคนเย็บปกและเข้าเล่มหนังสือทำให้ Faraday ได้มีโอกาสอ่านหนังสือหลายประเภทและเมื่อได้อ่าน On the Improvement of the Mind ที่เรียบเรียงโดย Isaac Watts จบ Faraday รู้สึกอยากพัฒนาตนเองบ้าง จึงจับกลุ่มสนทนากับเพื่อนๆ เพื่อถกปัญหา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในขณะทำงานเป็นลูกจ้าง Faraday ได้สังเกตเห็นว่านายจ้างชื่อ Riebau เป็นคนไม่มีความสุข เพราะมัวแต่หาเงิน Faraday จึงตัดสินใจไม่เป็นนักธุรกิจ แต่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์แทน เพราะได้อ่านบทความเรื่องไฟฟ้าที่ James Tyler เขียนในหนังสือ Encyclopedia Britanica ที่ตนเย็บปก และต้องการทดสอบความรู้ต่างๆ ที่มีในหนังสือนั้นให้หมดทุกประเด็น ในขณะเดียวกันก็ได้เข้าฟังการบรรยายวิทยาศาสตร์ที่จัดโดย City Philosophical Society แห่ง London ในทุกคืนวันพุธด้วย การเปิดหูเปิดตาเช่นนี้ทำให้ Faraday รู้เรื่องไฟฟ้า ธรณีวิทยา กลศาสตร์ เคมี และดาราศาสตร์ แต่รู้สึกชอบเคมีมากที่สุด

Sir Humphey Devy


       
       วันหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งของ Riebau ไม่สามารถไปฟังคำบรรยายของ Sir Humphrey Davy ที่ Royal Institution ได้ จึงมอบตั๋วการเข้าฟังให้แก่ Faraday ไปแทน Faraday ได้รู้กิตติศัพท์ที่โด่งดังของ Davy มานาน จึงรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นตัวจริง และก็ได้นั่งฟังคำบรรยายอย่างใจจดจ่อ และจดคำบรรยายอย่างละเอียด
       
       หลังจากนั้นไม่นาน ชะตาชีวิตของ Faraday ก็เริ่มเปลี่ยน เมื่อตาของ Davy เริ่มมัว เพราะได้รับแสงจ้าจากการทดลองเคมีตลอดเวลา เขาจึงต้องการผู้ช่วยมาทดแทนผู้ช่วยคนเดิมที่ถูกไล่ออก เพราะได้ขโมยวัสดุในห้องปฏิบัติการ เมื่อ Faraday ได้อ่านประกาศโฆษณารับสมัครเขาจึงไปสมัคร และเมื่อไปสัมภาษณ์นั้น Faraday ได้นำสมุดบันทึกที่ตนได้จดคำบรรยายของ Davy อย่างละเอียดไปให้ Davy ดูด้วย Davy รู้สึกประทับใจในความศรัทธาที่ Faraday มีต่อเขา และรู้สึกทึ่งในความสามารถของ Faraday มาก จึงตัดสินใจรับ Faraday วัย 22 ปี เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยห้องปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2355 ด้วยค่าจ้าง 25 ชิลลิง/สัปดาห์
       
       เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง พ.ศ. 2356 Davy ได้รับจดหมายเชิญจากจักรพรรดิ Napoleon ให้เดินทางไปเยือนฝรั่งเศสในฐานะนักเคมี เพื่อสนทนาวิชาการกับบรรดานักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศส จดหมายฉบับนั้นได้ระบุให้ Davy มีผู้ติดตาม 3 คน คือ ภรรยา ผู้ช่วยและคนใช้เท่านั้น Davy ได้ตัดสินใจนำ Faraday ไปด้วยในฐานะผู้ช่วย และเลขานุการส่วนตัว Davy กับคณะได้ออกเดินทางจาก Plymouth เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2356

บันทึกของ Faraday วันที่ 3/4 กันยายน 1821 แสดงการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า


       
       ในการพบกับ A.M. Ampere, G.L. Cuvier และ A. Humboldt ที่ Paris นั้น Ampere ได้ให้ Davy ดูสารที่สกัดได้จากสาหร่าย ซึ่งเมื่อนำไปเผาจะให้ควันสีม่วงและ Ampere ก็บอกด้วยว่า Gay – Lussac กำลังวิเคราะห์ควันลึกลับนี้อยู่ ทันทีที่ได้สาหร่ายตัวอย่าง Davy กับ Faraday ได้ทดลองจนพบว่ามันให้ธาตุใหม่ชื่อ iodine จึงได้ส่งผลการค้นพบนี้ไปรายงานที่ Royal Society ในอังกฤษทันที เหตุการณ์นี้ทำให้ Ampere ขมขื่นมาก
       
       การเดินทางไปเยือนยุโรปครั้งนั้นเป็นการเดินทางครั้งแรกของ Faraday เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้พบปราชญ์ เช่น Gay–Lussac, Volta อีกทั้งยังได้ไปเยือนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในยุโรปหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัย Florence ที่ได้มีการทดลองเผาเพชรจนรู้ว่าเพชรคือคาร์บอนบริสุทธิ์ แต่การเดินทางครั้งนั้นก็มีข้อเสียที่ทำให้ Faraday รู้สึกอึดอัดมาก คือ ภรรยาของ Davy เป็นคนถือตัว และเรียกใช้ Faraday ตลอดเวลา เสมือน Faraday เป็นคนรับใช้ นอกจากนี้ ขณะคณะพำนักอยู่ที่กรุง Geneva นักเคมีชื่อ G. de la Rive ได้ตระหนักว่า Faraday เป็นคนเก่งที่ตนสามารถสนทนาวิทยาศาสตร์ด้วยได้หลายเรื่อง จึงเสนอ Davy ให้นำ Faraday มาร่วมรับประทานที่บ้าน แต่ Davy ซึ่งเป็นคนถือตัว แสดงอาการไม่พอใจ Rive จึงหาทางออกโดยจัดอาหารให้ Faraday รับประทานที่ห้องพักคนเดียว
       
       เมื่อเกิดสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส Davy กับคณะจึงต้องเดินทางกลับ London หลังจากที่ใช้เวลาในยุโรปนาน 15 เดือน เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2358 จากนั้น Faraday ก็เริ่มทำงานค้นคว้าวิทยาศาสตร์ที่ Royal Institution ด้วยอัตราค่าจ้าง 30 ชิลลิงต่อสัปดาห์ Faraday มีตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นแรกในวารสาร Quarterly Journal of Science โดยได้ศึกษาและวิเคราะห์ปูนขาวจากแคว้น Tuscany เมื่ออายุ 29 ปี Faraday ได้เผยแพร่งานวิจัยในวารสาร Philosophical Transactions ของ Royal Society ซึ่งเป็นวารสารที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยนั้นด้วย
       
       ในด้านอุปนิสัย Faraday เป็นคนมีน้ำใจ ที่ชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย และมีทัศนคติที่ดีต่อทุกคน เวลาสนทนาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง หัวเราะเสียงดัง ผมFaradayเป็นสีน้ำตาล และหยักศกเป็นลอนตามธรรมชาติ เขาชอบหวีผมแสกกลาง และเป็นคนไม่สูง ตามปกติ Faraday จะสนิทสนมกับมารดามาก จึงสนทนากันบ่อย จนกระทั่งมารดาเสียชีวิตเมื่อ Faraday อายุได้ 47 ปี และมารดาได้รู้เห็นมาโดยตลอดว่าบุตรชายของนางคือนักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก
       
       เมื่ออายุ 29 ปี Faraday ได้สมรสกับ Sarah Barnard วัยเดียวกันและมีนิสัยคล้ายกัน คือ เคร่งศาสนา และทุกวันอาทิตย์คนทั้งสองจะไปโบสถ์ สองสามีภรรยามีห้องพักอยู่ที่ Royal Institution เป็นเวลานานถึง 46 ปี จนกระทั่ง Faraday เสียชีวิต
       
       หลังแต่งงาน Faraday รู้สึกต้องการทำงานเป็นอิสระจาก Davy เพราะ Davy ไม่เคยยอมรับในความสามารถของFaraday จะเห็นได้ในเวลาเข้าสังคม Davy ไม่ยกย่อง Faraday เลย ในขณะที่ John Herschel ผู้เป็นบุตรของ William Herschel ผู้พบดาวเคราะห์ Uranus ซึ่งนับ Faraday เป็นเพื่อนสนิททั้งๆ ที่ขณะนั้น John Herschel มีอายุมากกว่า Faraday เพียง 6 เดือน เป็น Fellow of the Royal Society (F.R.S.) และสำเร็จจากมหาวิทยาลัย Cambridge อีกทั้งเป็น Senior Wrangler ผู้พิชิตรางวัล Smith ส่วน Faraday เป็นเพียงพนักงานทดลองที่ Royal Institution เท่านั้นเอง และในเวลาต่อมา John Herschel ผู้นี้คือคนที่เสนอชื่อและสนับสนุนให้ Faraday วัย 32 ปี ได้เป็น Fellow of the Royal Society (F.R.S.)
       
       เมื่อสถานภาพการเงินของสถาบัน Royal Institution ไม่ดี บรรดาสมาชิกจึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องหาเงิน ดังนั้น Royal Institution จึงจัดให้มีการบรรยายเชิงวิชาการให้คนชั้นสูงที่มีฐานะดีมานั่งฟัง เพื่อจะได้มีความรู้วิทยาศาสตร์มากขึ้นและดีขึ้น โดยให้ Faraday เป็นวิทยากรบรรยายในตอนเย็น ในการบรรยายนั้น Faraday ซึ่งได้เรียนวิชาการละครมาบ้างและรู้วิธีออกเสียงจากประสบการณ์ที่เคยเทศน์ในโบสถ์ จึงสามารถเตรียมคำบรรยายได้เป็นอย่างดีและบรรยายอย่างมีจังหวะและขั้นตอน จนเนื้อหาที่ยากสามารถเป็นที่เข้าใจได้ง่าย จนคนฟังจึงรู้สึก “เสมือน” รู้เรื่อง ทั้งนี้เพราะ Faraday มีความตั้งใจและใช้ภาษาที่มีจินตนาการ Faraday’s Lecture จึงเป็นเรื่องที่สังคมยุคนั้นโจษจันกันอย่างกว้างขวาง จนทำให้ข้าราชการ ประชาชน และอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างก็ต้องการเข้าฟังเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของตน จากปากของนักฟิสิกส์ผู้มีความสามารถ และเมื่อ Faraday มีห้องพักอยู่ที่ชั้นบนของ Royal Institution และมีห้องปฏิบัติการอยู่ชั้นใต้ดิน ดังนั้น เวลาที่เขาต้องการสาธิตการทดลองให้คนฟังดู จึงไม่มีปัญหาแต่ประการใด
       
       เมื่ออายุ 31 ปี Faraday ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ฟูลเลอเรียน (Fullerian) แห่ง Royal Institution และได้ดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งอายุ 61 ปี และตลอดเวลามีประชาชนได้มาขอรับปรึกษาจาก Faraday บ่อย เช่น ขอให้ช่วยวิเคราะห์สารเคมี ขอความเห็นด้านกฎหมาย วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ จนสุขภาพของ Faraday ทรุดโทรม สมองมึนงง และจำอะไรไม่ค่อยได้ อีกทั้งเป็นลมบ่อย อาการเช่นนี้ทำให้แพทย์คิดว่าร่างกายของ Faraday คงได้รับสารปรอทเข้าไปมากเกินควร ดังนั้น แพทย์จึงแนะนำให้ Faraday กับภรรยาซึ่งมีสุขภาพไม่ดีเช่นกัน เดินทางไปพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์ หลังจากได้พักฟื้น สุขภาพของ Faraday ก็กลับสู่สภาพปกติ ทำให้สามารถทำการทดลองในห้องปฏิบัติการได้อีก
       
       เมื่ออายุ 44 ปี Sir Robert Peel นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีความประสงค์จะมอบเงินบำนาญให้ Faraday แต่รัฐบาลของ Peel หมดวาระเสียก่อน และเมื่อ Lord Melbourne นายกรัฐมนตรีคนต่อมาได้ปรับระบบเงินบำนาญใหม่โดยจ่ายให้ Faraday ในอัตราที่ต่ำมาก Faraday จึงปฏิเสธที่จะรับเงินที่รัฐบาลจัดให้มาอย่างเสียไม่ได้ มีผลให้ประชาชนจำนวนมากเดินประท้วงรัฐบาล นายกรัฐมนตรี Melbourne จึงต้องออกมาขอโทษ Faraday และได้ติดสินมอบเงินบำนาญให้ปีละ 300 ปอนด์
       
       นอกจากจะได้รับเกียรติระดับชาติแล้ว Faraday ยังได้รับสายสะพาย Legion of Honour จากฝรั่งเศส ได้ดำรงตำแหน่งอัศวินในกษัตริย์แห่ง Prussia และเป็นสมาชิกของ Paris Academy อันทรงเกียรติด้วย แต่เขาปฏิเสธการครองตำแหน่งเซอร์ ของอังกฤษ เพราะ Faraday ชอบชื่อธรรมดาๆ ว่า Michael Faraday มากกว่าชื่อ Sir Michael Faraday เมื่อมีอายุมากขึ้นๆ Faraday ได้หันมาสนใจศิลปะ เช่น ภาพวาด รวมถึงภาพถ่ายของนักวิทยาศาสตร์ ที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ก็ยังเป็นที่ปรึกษาการอนุรักษ์ภาพศิลป์ของ British Museum, National Gallery และ Westminster Abbey ด้วย
       
       ในวัยชรา เนื่องจาก Faraday กับ Sarah ไม่มีทายาทสืบสกุล ดังนั้นคนทั้งสองจึงมอบเงินรายได้ให้ให้แก่มูลนิธิ การกุศลบ่อย การเป็นคนใจดี และมีเมตตาเช่นนี้ทำให้มีคนมากมายมารบกวนยืมเงิน และไม่คืนเงิน Faraday จึงรู้สึกทุกข์ และสมองมีอาการมึนบ่อยจนต้องตัดสินใจถอนตัวจากวงการวิทยาศาสตร์ เช่น ปฏิเสธไม่รับตำแหน่งนายกทั้งของ Royal Society และ Royal Institution หลายครั้งอย่างแน่วแน่ แต่สำหรับรายการ Faraday Lecture นั้น Faraday ก็ยังจัดให้มีการบรรยายพิเศษสำหรับเด็กในวันคริสต์มาสต่อไป เพื่อเป็นของขวัญให้เด็กที่ด้อยโอกาสได้มีวันแห่งความสุขบ้าง และเมื่อสังขารร่วงโรยลงอีกทั้งความจำก็ได้เสื่อมลงมากจนทำให้ Faraday ปฏิบัติงานในฐานะรองนายกของ Royal Institution ไม่ได้ จึงได้ขอร้องให้ J. Tyndall เข้ารับตำแหน่งแทน จากนั้นเขากับภรรยาก็ได้อพยพครอบครัวไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ Hampton Court นอกกรุง London
       
       Faraday เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2400 ขณะอายุ 75 ปี ศพถูกนำไปฝังที่สุสาน Highgate พิธีศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย และไม่มีพิธีรีตองมาก ต่อมาอีก 2 ปี Sarah ก็ถึงแก่กรรมตามสามีของเธอไป
       
       ตัวอย่างผลงานที่สำคัญของ Faraday คือ การพบเบนซีน โดย Faraday ได้เรียกของเหลวที่เดือดที่อุณหภูมิ 85.5 องศาเซลเซียส และตกผลึกสีขาวที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ในเบื้องต้นว่า bicarburet ของ hydrogen แต่การค้นพบนี้ก็ไม่โด่งดังเท่าผลงานด้าน electrochemistry ที่ Faraday พบกฎของการแยกสลายด้วยไฟฟ้า (electrolysis) ซึ่งแถลงว่า “เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสารละลาย ปริมาณสารที่แยกตัวออกจะเป็นปฏิภาคโดยตรงกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านไป” แต่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Faraday คือ การพบวิธีผลิตกระแสไฟฟ้าโดยวิธีเหนี่ยวนำ เมื่อวันคริสต์มาสปี 2363 เมื่อได้พบว่าเวลากระแสไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงในวงจร กระแสนี้สามารถเหนี่ยวนำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในอีกวงจรหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ได้ หรือเวลาเคลื่อนแท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่เข้าออกในบริเวณส่วนกลางของขดลวด จะมีกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดนั้น ทั้งๆ ที่ขดลวดกับแม่เหล็กไม่มีวัสดุติดต่อถึงกันเลย Joseph Henry แห่ง Smithsonion Institution ของสหรัฐอเมริกาก็ได้พบปรากฏการณ์นี้ในเวลาไล่เลี่ยกับ Faraday แต่ Faraday ตีพิมพ์ผลงานก่อน ดังนั้น เครดิตการค้นพบจึงตกเป็นของ Faraday นั่นคือ Faraday ได้พบหลักการที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าใช้ในการทำงาน ในระยะแรกที่พบความจริงนี้ Faraday รู้สึกดีใจมาก แต่แทบไม่มีใครตระหนักในความยิ่งใหญ่ของการค้นพบนี้ ตำนานเล่าว่า สุภาพสตรีท่านหนึ่งเมื่อได้เห็น Faraday สาธิตการค้นพบของเขา จึงได้เข้ามาถามว่า การค้นพบนี้มีประโยชน์อันใด และ Faraday ก็ได้ย้อนถาม Can you tell me what is the use of a newborn baby? การค้นพบนี้นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านการประยุกต์แล้ว ยังมีความสำคัญต่อด้านทฤษฎีด้วย เพราะ James Clerk Maxwell ได้ประสบความสำเร็จในการสร้างทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าเพราะได้ใช้กฎการเหนี่ยวนำของ Faraday นั่นเอง
       
       นอกจากนี้ผลงานอื่นๆ ของ Faraday ที่สำคัญก็คือการคิดคำใหม่ๆ ในภาษาอังกฤษ เช่น ขั้วไฟฟ้า (electrode), อิเล็กโทรไลต์ (electrolyte), แอนไอออน (anion), แคตไอออน (cation), แคโทด (cathode) และเส้นสนามแม่เหล็ก (magnetic field line) คำเหล่านี้ปัจจุบันยังใช้กันอยู่ Faraday ก็ยังได้แต่งตำราชื่อ Experimental Researches in Electricity 3 เล่ม แต่ตำราไฟฟ้าเหล่านี้ไม่มีสูตรมากเท่าตำราไฟฟ้าปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะ Faraday ไม่มีความรู้คณิตศาสตร์มากนั่นเอง
       
       ในปี พ.ศ. 2549 Alan Huschfeld ได้เรียบเรียงหนังสือชื่อ The Electric Life of Michael Faraday หนังสือถูกจัดพิมพ์โดยบริษัท Walker ที่ New York ราคา 24 ดอลลาร์ เนื้อหาหนังสือกล่าวถึงชีวิตของ Faraday ตั้งแต่เป็นเด็กล้างขวดในห้องปฏิบัติการของ Davy จนกระทั่งเป็นนักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีผลงานมากมาย และโลกวิทยาศาสตร์ยกย่องให้เป็นนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลก จนนักเรียนวิทยาศาสตร์รู้จัก farad ว่าเป็นหน่วยความจุไฟฟ้าที่ตั้งตามชื่อของ Faraday
       
       หนังสือเล่มนี้ยังได้วิเคราะห์สไตล์การทำงานของ Faraday ว่าการไม่มีความรู้คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ในระดับลึกทำให้ Faraday ต้องใช้จินตนาการมาก และนี่คือที่มาของความคิดเรื่องเส้นสนามแม่เหล็ก นอกจากนี้ Huschfeld ก็คิดว่าการที่ Faraday ชอบบรรยายวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ ฟัง เนื่องจากเขาระลึกได้ว่า ในสมัยที่ตนเป็นเด็กก็เคยชอบฟัง Davy บรรยาย ดังนั้นจึงได้พยายามถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นในลักษณะเดียวกับที่ตนได้มา สำหรับเกร็ดชีวิตอื่นๆ นั้น หนังสือเล่มนี้ก็ได้บันทึกว่า Faraday พบ iodine เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2374 และในปี พ.ศ. 2366 เมื่อ Faraday พบวิธีทำ chlorine ให้เป็นของเหลวแล้ว Davy ได้เข้ามาอ้างสิทธิ์ขอเป็นผู้ค้นพบด้วย แต่ Faraday ไม่ยินยอม Davy จึงถือการปฏิเสธนี้เป็นความแค้นที่ต้องชำระ ดังนั้น เมื่อ Faraday ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น Fellow of the Royal Society โดยที่ Davy ไม่รู้ตัวล่วงหน้า Davy จึงต่อต้าน เพราะใจรับความยิ่งใหญ่ของ “ศิษย์” ไม่ได้ แต่เมื่อ Faraday ได้รับเลือกเป็น F.R.S. Davy ก็ได้ขอให้ Faraday เป็นเลขานุการของสมาคม Athenaeum โดยมอบหมายให้มีหน้าที่ตอบจดหมายและทำงานบริหารทั่วไปจน Faraday ไม่มีเวลาทำงานวิจัย และไม่ได้รับเงินตอบแทนด้วย
       
       ในปี พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นเวลาครบ 200 ปี ที่ Faraday เกิด ประเทศอังกฤษได้มีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ โดยกรมไปรษณีย์ของอังกฤษได้ออกแสตมป์รูปของ Faraday และกรมกษาปณ์ได้ออกธนบัตร 20 ปอนด์ ที่มีรูปของ Faraday บนธนบัตร เพื่อเป็นการระลึกถึงบุรุษผู้ได้ทำวิชาไฟฟ้าให้เป็นวิชาหนึ่งของฟิสิกส์ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนั้น Volta ได้สร้างไฟฟ้าจากเคมี ดังนั้น ในภาพรวมการค้นพบของ Faraday จึงสำคัญมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในเอกภพขาดไฟฟ้าไม่ได้ ดังจะเห็นได้จากการที่อะตอมยึดโยงกันก็ด้วยแรงไฟฟ้า หรือแม้แต่เซลล์สมองก็สื่อสารถึงกันด้วยไฟฟ้า ทั้งโทรศัพท์ วิทยุ เรดาร์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติมาก ก็ล้วนมีให้เราใช้เนื่องจากการค้นพบของ Faraday ครับ
       
       สุทัศน์ ยกส้าน เมธีวิจัยอาวุโส สกว.


Views: 2507

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9963776  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!