Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow เวชกรรมอวกาศ
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
เวชกรรมอวกาศ PDF พิมพ์

               การท่องอวกาศเป็นเรื่องต้องเสี่ยงอันตรายนานัปการต่อสิ่งที่ไม่เคยเผชิญบนโลก.."Everything that I ever knew - my life, my loved ones, the Navy - everything, the whole world was behind my thumb." -James Lovell

สูงขึ้นไปจากผิวโลก 12 ไมล์ก็ต้องพบกับอากาศที่มีความกดต่ำ    ของเหลวภายในกายจะเดือดพล่านพาลหาทางออก ผ่านตาและปากให้ได้..

                  สมัยก่อนแทบไม่มีใครเสียเวลาคิดถึงเรื่องสุขภาพในอวกาศให้รกสมองเลย   แต่ปัจจุบันเราต้องหันมาสนใจกันแล้ว  เพราะการมีชีวิตอยู่ในอวกาศอย่างสุขสบายไม่ป่วยไม่ไข้นั้น  เป็นสิ่งที่เราต้องการ ผู้มองอวกาศในแง่ร้ายเคยคาดหมายว่า หัวใจของนักบินอวกาศคงไม่สามารถแทนได้ต่อการถูกบีบอัดจากแรงกระแทกกระทุ้งที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเร่งสูงๆเป็นแน่   ในนาทีวิกฤติขณะยานพุ่งทะยานจะออกนอกโลก และเจออีกครั้งตอนขากลับสู่โลก   สภาพไร้น้ำหนักในอวกาศเป็นสาเหตุแห่งความเจ็บป่วย  และไหนจะโดนรังสีจากนอกโลกชนเข้าให้

                    แม้เราจะเห็นกันมาบ้างแล้วว่า  นักบินอวกาศเคยทดสอบในอวกาศในช่วงเวลาสั้นๆปลอดภัยมาแล้วนับพันๆชั่วโมง   แต่ปัญหาอันตรายและความคิดหาทางป้องกันมันก็จำเป็นต้องทำกันอยู่   วิธีการที่ดีคงไม่พ้นต้องหาทางสร้างสภาพแวดล้อมเทียมในยานให้คล้ายของโลกมากๆ  เพื่อรักษาสุขภาพให้ดีเมื่ออยู่ในอวกาศ   ในทางปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  แต่ถ้ามีความพยายามซะอย่างก็ย่อมเห็นทางที่จะไปอยู่ในอวกาศได้อย่างสุขสบายเป็นเวลานานๆUnflown command module CM-007 at the Museum of Flight in Seattle

ปัญหาเริ่มจากความเร่งสูงๆ

             เมื่อจรวดหรือยานเริ่มหลุดพ้นจากผิวโลกก็ต้องเผชิญปัญหาแล้ว  เพียงเสี้ยววินาทีที่ยานทะยานฟ้าพ้นจากฐานตั้ง  นักบินอวกาศจะได้รับแรงผลักอัดให้ไปข้างหลังอย่างรุนแรง   คล้ายกับคนนั่งในรถยนต์ที่เร่งสุดขีดจะถูกผลักดันไปข้างหลัง   แต่แรงถีบตัวในยานอวกาศนั้นมีความรุนแรงกว่าหลายเท่านัก

                 การบอกความเร่งให้เห็นภาพพจน์ง่ายๆก็ต้องคำนวณเป็นจำนวนเท่าของค่า g    ถ้า 1g เป็นความเร่งอันเกิดจากความโน้มถ่วงของโลก 5 นาทีแรกที่จรวดเริ่มขึ้น 1 g  กลายเป็น 7g   (ความหน่วงตอนขากลับขากลับลงสู่โลกมีค่า 14 g ในเวลาสั้นๆ ) ถ้าความเร่งมีค่ามาก  น้ำหนักร่างกายก็มากตาม แค่ 2g-3g ก็ยังไม่เท่าไรแต่ถ้ามากกว่านี้มีปัญหาตามมาแน่    ถ้านักบินอวกาศเลือกทิศทางดีๆ ก็จะทนอยู่สู้ความเร่งสูงๆนั้นได้   เพราะความเร่งมีผลต่อคนที่ยืนและคนที่นอนในขณะยานพุ่งทะยานฟ้าต่างกัน  เมื่อเจอความเร่งสูงๆ  การเคลื่อนไหวต่างๆของร่างกายจะเริ่มมีปัญหา ยกมือยกไม้ก็ลำบาก  หน้าตาก็ดูชอบกลเมื่อเนื้อหนังถูกดึงลง   ที่ความเร่ง 3 g  หายใจเริ่มติดขัด   มองอะไรใช่ว่าจะเห็นได้อย่างสบายเพราะออกซิเยนมายังตาและสมองไม่เท่าเดิThe Saturn V rocket launched Apollo 11 and her crew on its journey to the Moon, 16 July 1969.มเสียแล้ว   ความคมและความไวของการมองจึงเลวลง

                 ถ้ายืนขึ้นที่ความเร่งค่า 4g เลือดจะมาออกันระหว่างอกและศีรษะมาก  ปัญหาหัวใจเริ่มเกิดทันที   เมื่อหัวใจเริ่มทำงานหนักเพื่อปั้มเลือดไปสู่สมอง   ถ้าความเร่งเพิ่มขึ้นอีก   สมองก็จะขาดออกซิเจนทันที   จึงเกิดอาการหน้ามืดในบัดนั้น   ค่อยยังชั่วที่ความเร่งสูงๆเกิดขึ้นได้ไม่นาน

สติสตังพลันกลับคืนมาเมื่อความเร่งลดต่ำลง    หากความเร่งมีทิศทางตรงข้าม   จะเกิดอาการหน้าแดงแทนหน้ามืด

                ถ้าเจอความเร่งสูงๆ    การนอนลงจะสบายกว่ายืน   เพราะหัวใจไม่ต้องทำงานมากในการสูบฉีดเลือดไหลต้านแรงโน้มถ่วง แม้ความเร่งจะสูงถึง 10g-25g ก็พอจะทนอยู่สู้ได้สบายมาก   เพื่อให้เลือดมารวมตัวอยู่ที่ลำตัวและขา  เสื้อผ้าพิเศษที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะอาจช่วยได้

              เคยมีการทดลองให้นักบินอวกาศลอยในถังน้ำบนพื้นโลก เพื่อหวังเป็นวิธีช่วยรักษาเนื้อเยื่อของร่างกายให้คงสภาพเดิม   แล้วก็เป็นผลสำเร็จเมื่อพบว่าร่างกายสบายดีแท้ แม้อยู่ในที่ๆผลิตความเร่งสูงขนาด 30g ก็ตาม     ในที่สุดเราได้พบวิธีที่ดี สู้ความโน้มถ่วงค่าสูงๆได้  

 

ปัญหาจากสภาพไร้ g
               เมื่อมีชีวิตรอดจากค่า g มากๆมาได้  ต่อไปก็เข้าสู่สภาวะไร้ g บ้าง  เมื่อร่างกายปราศจากน้ำหนักย่อมเกิดปัญหาแน่   ตราบใดที่ศีรษะเกิดการเคลื่อนไหว ตราบนั้นอวัยวะรับรู้การทรงตัวในหูและการสนองอย่างผิดปกติจะต้องเกิดขึ้น    การรักษาสมดุลจะเสียไปทันที  เข้าสู่สภาวะที่ไม่สามารถทรงตัว และการเคลื่อนไหวที่ยากเย็นและยังต้องเจอสภาพเจ็บป่วยในอวกาศอีก  แม้แต่นักบินอวกาศรุ่นเก่าก่อนซึ่งมีที่อยู่อันคับแคบ  โอกาสเจ็บป่วยมีไม่มาก   แต่ในยานอะพอลโลมีที่ว่างให้เคลื่อนไหวมากขึ้น  โอกาสเจ็บป่วยมีมากขึ้น  ยิ่งขนาดใหญ่โตกว้างขวางอย่างในยานสกายแลป ความเจ็บป่วยยิ่งเห็นชัด    เมื่อนักบินอวกาศ 5 ใน 9 คนถึงกับอาเจียน   อาการผิดธรรมดานี้คล้ายอาการเมาเรือ เมาเครื่องบินที่เริ่มด้วยท้องไม่ปกติ วิงเวียนศีรษะ ถ้าอยู่นิ่งๆหลับตาเสียก็คงจะหาย   หากต้องเคลื่อนไหวต่อไป อาการคลื่นเหียนเหงื่อผุด ง่วงเหงาและอาเจียนจะตามมา   การพักผ่อนดูเหมือนแก้อาการดีที่สุด  แต่นักบินอวกาศมีงานต้องทำ  เมื่อไม่อยากเสียงานเสียการ  ก็คงต้องรับยาเม็ดที่บรรเทาอาการได้ชั่วคราว  แต่การปรับตัวให้ชินสภาพไร้น้ำหนักจะเนิ่นนานออกไปอีกApollo CSM in lunar orbit.

                    การปรับตัวคงจะทำได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวศีรษะเสียใหม่เพื่อค้นหา

สภาวะสมดุล    การเรียนรู้และประสบการณ์จะช่วยได้มาก     การเดินทางครั้งต่อไปคงไม่เจ็บป่วยไม่อาเจียนอีกแล้ว    ดังมีตัวอย่างในยานทดลองอวกาศ (Spacelab) ซึ่งหลังสิ้นสุดการเดินทางแล้วนักบินอวกาศมีภูมิต้านความเจ็บป่วยกัน  สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงๆได้โดยไม่อาเจียนดังแต่ก่อน

                 จะเห็นได้ว่า ตั้งครึ่งหนึ่งของจำนวนนักบินอวกาศในยานสกายแลบสำแดงอาการเจ็บป่วย   คุณหมอไม่มองข้าม เคยลองค้นหาวิธีวิธีการรักษาให้หายขาดแล้ว   แต่ไม่สำเร็จกลับพบปัญหามากขึ้นอีก   เช่นเคยลองให้นักบินอวกาศนั่งในเก้าอี้หมุนบนพื้นโลกที่ให้ศีรษะโยกไหวได้คล้ายอยู่ในอวกาศ    ใครที่เคยเจ็บป่วยในอวกาศนานที่สุด   กลับแสดงอาการป่วยได้น้อยหรือไม่เจ็บป่วยเลย   ส่วนคนที่ไม่เคยเจ็บป่วยในอวกาศคราวนี้กลับแสดงอาการเจ็บป่วยมากๆ  ก็มีเรื่องชอบกลออกอย่างนี้เลยเพิ่มปัญหาให้ใหญ่ขึ้นไปอีก

               สภาพไร้น้ำหนักไม่ได้สร้างปัญหาปวดหัวแค่นั้น  เรายังพบว่า เมื่อขาด g เสียแล้ว

จะไม่มีแรงแรงดึงอะไรช่วยดึงส่วนอ่อนๆของหน้าตาอย่างเคย จึงเกิดความกลมและบวมป่องของศีรษะ   หน้าตาจะแดงสุกปลั่ง ซึ่งก็คงชมว่าสวยไม่ได้   ปัญหาไม่แย่แค่นี้ เมื่อขาด g เสียอย่างก็มีปัญหาที่หัวใจอีกแล้ว   แม้หัวใจทำงานเบาๆ  ก็มีเลือดไปออที่ศีรษะมากเกินไป  นี่อธิบายได้ว่าทำไมนักบินอวกาศในยานเจมินถึงบ่นกันว่า  คล้ายๆมีอาการห้อยหัวลงเมื่อหาค่า g ไม่ได้

               คล้ายกับว่าระบบการหมุนเวียนของเลือดที่ผ่านหัวใจปรับตัวเองให้ชินกับสภาวะใหม่ทันที   ดุจดังการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  แต่ปัญหาอื่นยังไม่หมด เพราะเลือดที่ไปคั่งในศีรษะและอกมากเกินไปให้ผลร้ายอื่นๆตามมา   เมื่อร่างกายต้องปรับตัวมันจะปล่อยฮอร์โมนออกมาโดยหวังลดปริมาณเลือดทันทีทันใด   เลยเอาน้ำออกมาจากปัสสาวะและปรับสมดุลของเหลวภายในเนื้อเยื่อเสียใหม่   แม้การปรับตัวเกิดในเวลาแสนสั้นแต่ก็รบกวนขบวนการชีวเคมีมากมายก่ออันตรายต่อชีวิตนานขึ้น   มีความไม่เป็นไปอย่างปกติธรรมดาหลายอย่างในร่างกายของนักบินอวกาศ  ซึ่งเมื่อตรวจสอบครั้งแรกไม่ทันรู้ว่าไปเกี่ยวดองกับเรื่องไร้น้ำหนัก  แต่ก็คงเป็นไปตามขบวนการรบกวนทางชีวเคมีดังกล่าวมาแล้ว   การศึกษาขบวนการปรับตัวของระบบหมุนเวียนของเลือดและของเหลวย่อมช่วยให้เข้าใจในการตอบสนองของร่างกายมนุษย์ต่อสภาพไร้น้ำหนัก

                   เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มคิดว่า  ควรรีบหาทางป้องกันรักษาเสียเถิด   เกิดครั้งกระโน้นสมัยครั้งยานอะพอลโล 15 เดินทาง  เมื่อตรวจพบหัวใจ 2 ดวงที่เต้นไม่เป็นจังหวะเดิมเสียแล้ว  มีหัวใจที่เต้นผิดจังหวะหลายครั้งหลายคราระหว่างเดินทาง    ตอนเดินไปมาบนดวงจันทร์  ตอนขึ้นยานและตอนขากลับสู่โลก เกือบทุกตอนก็ว่าได้    นักบินอวกาศเสียเวลานานกว่าจะเข้าสู่สภาพเดิมที่มีหัวใจเต้นจังหวะเดิมเป็นปกติ   คุณหมอพากันคาดว่านี่คงเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวเคมีจากขบวนการปรับตัวของเลือดผ่านหัวใจขณะมีสภาพไร้น้ำหนัก   สาเหตุสำคัญอยู่ที่นี่  ยังมีการขาดโปตัสเซียมที่เป็นสาเหตุอีกหนึ่ง  จึงเติมโปตัสเซียมมากขึ้นในอาหารและออกกำลังกายเพื่อหวังให้เลือดไหลเวียนผ่านหัวใจดีขึ้น

                  สภาวะไร้น้ำหนักยังทำปัญหาต่อไปได้อีกเรื่อยๆ  ไม่มีหมดกันง่ายๆ   เมื่อเกิดการลดเซ็ลเม็ดเลือดแดงลง 15 %   ลดความหนาแน่นของกระดูกไปมาก   และมีการหดของกล้ามเนื้อและอื่นๆ   เมื่อสูญเสียของเหลวไปเสียแล้ว     ตามที่ได้ค้นพบนี้คล้ายกับการแปรเปลี่ยนบางอย่างในกระดูกและกล้ามเนื้อมีสาเหตุมาจากการออกกำลัง    ความอยากอาหารมากขึ้น   และไม่เท่าเดิมแน่ๆ  แต่ลดลงเหลือไว้แค่ 2/3 ของสภาวะเดิมในยามอยู่เย็นเป็นสุขบนโลก

                  การออกกำลังไม่เป็นปัญหาในอวกาศ เพราะสามารถทำได้ด้วยจักรยานอวกาศ  แม้จะดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังสูญเสียน้ำหนักที่เกี่ยวกับน้ำหนักกล้ามเนื้ออยู่ร่ำไป    แม้การแปรเปลี่ยนนี้จะเล็กๆน้อยๆ   แต่ถ้าเดินทางไกลย่อมเป็นปัญหาไม่เล็กน้อยแน่ๆ

                  ยานสกายแลบสรรหาเทคนิคที่เรียกว่า ชุดต้านความดันร่างกายท่อนล่างเพื่อแก้ปัญหาจากสภาพไร้ g นานๆ   ด้วยการให้นักบินอวกาศไปยืนในภาชนะที่ลดความดันอากาศลงบ้าง   เลือดที่ขึ้นไปอยู่ท่อนบนจะถูกดึงลงไปถึงลำตัวท่อนล่างคล้ายกับที่แรงโน้มถ่วงทำได้   กรรมวิธีนี้ช่วยให้นักบินอวกาศปรับตัวเองให้อยู่สภาวะไร้น้ำหนักได้แล้วในเวลา 1 เดือน  การเปลี่ยนสภาพของร่างกายก็เข้ารอยได้   การกลับคืนมาอยู่บนโลกอีก ก็เป็นไปอย่างราบรื่น  คงหมดปัญหากันครานี้ 

                แต่ในกิจวัตรประจำวัน  นักบินอวกาศยังต้องทนต่อความน่ารำคาญและความลำบากลำบนอื่นๆที่สภาพไร้น้ำหนักก่อขึ้น  เช่นการอาบน้ำจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ในอวกาศเสียแล้ว   เมื่อน้ำทั้งหมดกลายเป็นหยดน้ำลอยล่องไปทั่วห้องเป็นต้น    ยังมีเรื่องมากมายที่เคยทำกันง่ายๆบนโลกกลับกลายเป็นเรื่องยากเย็นเป็นปัญหาใหญ่โตในอวกาศที่ต้องคอยคิดหาวิธีแก้   ซึ่งจาระไนกันไม่หมดง่ายๆ จึงไม่ขอจาระไนต่อ

ปัญหาจากรังสี

                รังสีในอวกาศเป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน   มันจึงร่วมอยู่เป็นปัญหาอันดับต่อไป  เกิดเป็นมนุษย์อยู่บนผิวโลกได้ก็นับว่าโขคดีแล้ว   เพราะโลกมีบรรยากาศคอยกั้นดูดกลืนรังสีพลังงาสูงไว้    แล้วปล่อยให้แสงธรรมดาผ่านลงมา  พวกเอ็กซ์ แกมมา เหนือม่วงที่เป็นรังสีอันตรายจึงลงมาทำร้ายมนุษย์ตาดำๆ แดงๆ ฟ้าๆเขียวๆ ไม่ได้   โชคดียังไม่หมดแค่นั้น  เมื่อมีสนามแม่เหล็กโลก คอยเบี่ยงคอยเบนอนุภาคพลังงานสูงๆไปให้พ้น  ไม่ให้ชนคนง่ายๆ   อนุภาคพลังงานสูงที่จัดพวกเป็นรังสีคอสมิค(Cosmic Ray) มักหลุดจากดาวระเบิดกระมัง   นักบินอวกาศในยานที่ผนังบางๆหรือสวมชุดอวกาศออกไปนอกยานอาจโชคร้ายเมื่อมีโอกาสถูกรังสีทั้งหลายชนเอาได้ง่ายๆ

                    ในขณะเกิดการระเบิดบนผิวดวงอาทิตย์  จะเพิ่มปริมาณรังสีพลังงานสูงในอวกาศนับว่าเพิ่มอันตรายรุนแรงหลายเท่า    ยานอวกาศเคยพยายามหลีกเลี่ยง           ไม่เดินทางขณะมีการระเบิดบนผิวดวงอาทิตย์ซึ่งในอนาคตคงหลีกไม่พ้น   ฉะนั้นปัจจุบันจึงมีงานวิจัยเพื่อค้นหาตัวยาที่จะไปลดอันตรายจากรังสีรุนแรง

                  ปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งรู้จักดีว่าเกิดจากรังสีชนเอาคือฟอสเฟนส์ (Phosephenes) ที่เป็นแสงแฟลชหรือแสงกระพริบที่นักบินอวกาศในยานอะพอลโลเคยพบเคยเห็นมาแล้วแม้ในยามหลับตา   แสงที่เกิดชั่วครู่นี้มีสีเขียวขนาดเล็กๆที่เห็นได้บางครั้งบางคราวโดยเฉพาะเวลาที่พยายามจะนอน   นี่คงเป็นเพราะรังสีคอสมิคผ่านตาหรือบริเวณสมองส่วนรับภาพซึ่งต้องเกิดฟอสเฟนส์ขึ้นได้

                นักบินอวกาศที่ต้องมีชีวิตภายในห้องแคบๆ ปิดสนิทเป็นเวลานาน   ไม่เพียงแต่มีภยันตราย  แต่บ้านก็ยังอยู่ห่างไกลออกไป   และการช่วยเหลือใดๆจากโลกแทบเป็นไปไม่ได้    นักบินอวกาศแต่ละคนต้องเข้ากันได้  ไม่โกรธไม่เกลียดไม่รังเกียจกันด้วย      ความสดวกสบายการพักผ่อนและความเป็นอยู่ส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ ซึ่งทางรัสเซียเองก็ยังสนใจหาทางปรับปรุงเลือกสรรสิ่งที่ดีกว่าเก่า

              การคัดเลือกและฝึกนักบินอวกาศเคยเป็นไปอย่างเข้มงวดจริงจังไม่ทำเป็นเล่นไป  นักบินอวกาศต้องมีความพร้อม มีไหวพริบดี เรียนรู้ได้เร็ว  มีบุคลิกและความสามารถเกินหน้าเกินตาคนธรรมดาสามัญ อย่างกะคัดพวกซุปเปอร์แมนหรือพวกเหนือมนุษย์ทีเดียว   วิธีการหาทางรักษาโรคภัยไข้เจ็บในอวกาศตลอดเวลาที่เนิ่นนานถึง 25 ปีจนเห็นหนทางให้นักบินอวกาศไปอยู่ในอวกาศนานๆได้แล้ว  การค้นคว้าให้พวกเหนือคนธรรมดาไปอยู่ในอวกาศจำเป็นน้อยลงจนแทบไม่ต้องค้นคว้าต่อไป  ตอนนี้เห็นอวกาศเป็นที่อยู่ของธรรมดาสามัญได้แล้ว  กระสวยอวกาศยอมให้หญิงชายต่างระดับจากหลายสาขางานขึ้นไปใช้ชีวิตห่างไกลโลกได้แล้ว    ผู้เก่งกาจสามารถเกินพวกพ้องอาจไม่ได้รับการเหลียวแล ไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศก็เป็นได้เมื่อพบวิธีให้มนุษย์ธรรมดาสามัญขึ้นไปอยู่และทำงานในอวกาศได้ นี่สิเป็นเรื่องน่าท้าทายมากกว่ากัน คนธรรมดาสามัญที่ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากความเป็นมหาเศรษฐีมีโอกาสขึ้นสู่อวกาศมาแล้ว  นานอีกเท่าไรที่คนธรรมดาไม่ใช่เศรษฐีอย่างเราๆจะมีโอกาสกันมั่ง

…………………….

จากมิติ 4 ฉบับที่ 31 เขียนโดย ยุพา วานิชชัย เดือนกุมภาพันธ์ พ..2526



Views: 2499

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 41 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 9798820  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!