Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow ยีราฟ
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
ยีราฟ PDF พิมพ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2553

ยีราฟแม่กับลูก

 

      นักสัตววิทยามีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ยีราฟตัวแรกของโลกถือกำเนิดในแอฟริกาเมื่อประมาณ 15 ล้านปีมาแล้ว และจากที่นั่น ยีราฟก็ได้แพร่พันธุ์สู่เอเชียตะวันตกและยุโรปตอนใต้ แต่เมื่อถึงวันนี้ เราจะพบยีราฟเฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น
       
        ในอดีตเมื่อ 4,500 ปีก่อน ฟาโรห์แห่งอียิปต์ทรงโปรดให้นำยีราฟมาเลี้ยงในสวนหลวง Julius Caesar ก็ได้โดยนำยีราฟออกพาเหรดใน Coloseum ที่โรมเมื่อ 46 ปีก่อนคริสตกาล โดยได้คาดหวังว่า สัตว์ขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างประหลาดนี้ คงมุทะลุดุร้ายเหมือนเสือหรือสิงโต ซึ่งจะทำให้มันเป็นสัตว์เลือกอีกตัวหนึ่งในการใช้ต่อสู้กับกลาเดียเตอร์ แต่ชาวโรมันก็ต้องผิดหวัง เพราะยีราฟมิได้เป็นสัตว์ป่าเถื่อนที่ดุร้ายเลย ความจริงนี้ได้ทำให้ผู้เฒ่า Pliny ปรารภว่า ยีราฟเป็นสัตว์ที่มีชื่อเสียงด้านความประหลาดของรูปร่าง ยิ่งกว่าความดุร้าย

ยีราฟขณะเลียดินโป่ง


       
        ยีราฟเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุดในโลก เพราะสูงตั้งแต่ 4.7-5.8 เมตร คอยาวทำให้มันสามารถกินใบไม้ที่อยู่สูงได้สบาย และทำให้มันสามารถใช้สายตาเห็นสิงโต และคนที่เป็นศัตรูกับมันได้ตั้งแต่ศัตรูยังอยู่ไกล ถึงคอยีราฟจะยาวกว่าคอคนมาก แต่กระดูกคอของมันทั้งคนและยีราฟก็มี 7 ชิ้นเหมือนกัน
       
        ในส่วนที่เกี่ยวกับลำตัวนั้น ยีราฟตัวผู้หนักกว่าตัวเมียคือมีน้ำหนักประมาณ 1.4 ตันกับ 1.1 ตัน ลำตัวมีลวดลายเต็ม ถึงลวดลายเหล่านี้จะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต แต่สีของลวดลายอาจเข้มขึ้น เมื่อยีราฟมีอายุมากขึ้น ลวดลายเหล่านี้ทำให้มันดูเผิน ๆ เหมือนเสือดาว เมื่อประกอบกับรูปร่างที่มีขนาดใหญ่เหมือนอูฐ ทำให้คนในสมัยก่อนคิดว่ามันเป็นสัตว์ผสมระหว่างเสือดาวกับอูฐ และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของยีราฟว่า Giraffa camelopardis

 ยีราฟกินใบที่เป็นหนามของต้น acacia


       
        ตามปรกติ ยีราฟชอบกินใบของต้น acacia ซึ่งมีน้ำในใบมากถึง 74% โดยมันจะใช้ลิ้นที่ยาว 40 เซนติเมตร ริดใบจากกิ่งไปกินอาจจะถึงวันละ 30 กิโลกรัม ร่างกายมันสามารถแปรพืชเป็นโปรตีนได้ดี โดยการเคี้ยวเอื้อง และขับความร้อนออกทางผิวหนัง ผิวของยีราฟจึงทำหน้าที่เสมือนเครื่องปรับอากาศ ที่ทำหน้าที่ได้ดีจนแม้อากาศภายนอกจะร้อนเพียงใด ยีราฟก็ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ แช่น้ำ หรือแช่โคลนเหมือนฮิปโปและช้าง ที่ใช้วิธีแช่น้ำเพื่อทำให้ตัวเย็น
       
        ตาของยีราฟคม และหูไว ความพิเศษของอวัยวะทั้งสองนี้ ทำให้ยีราฟปลอดภัยจากการถูกศัตรูโจมตี ในภาวะปรกติยีราฟมักไม่เปล่งเสียงใด ๆ จนทำให้ใคร ๆ คิดว่า มันเป็นใบ้
       
        เวลาเดิน มันมีท่าเดินที่ดูเก้งก้าง ไม่สง่างาม เพราะมันใช้ขา 2 ขาที่อยู่ข้าง (ขวา/ซ้าย) เดียวกัน เดินก้าวไปพร้อมกัน แล้วก้าวอีก 2 ขาตาม เวลายืนตรง สมองของยีราฟจะอยู่เหนือหัวใจ ราว 2-3 เมตร (หัวใจคนอยู่ต่ำกว่าศีรษะ ประมาณ 30 เซนติเมตร สัตว์อื่น ๆ ก็เช่นเดียวกับคน) นั่นหมายความว่า หัวใจยีราฟต้องสามารถสูบฉีดโลหิตให้ขึ้นสูง 2-3 เมตรได้ ข้อสังเกตนี้ August Krogh นักสรีรวิทยาชาวเดนมาร์ก ผู้พิชิตรางวัลโนเบลประจำปี 1920 ได้เคยกล่าวไว้ว่า หัวใจยีราฟต้องมีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากพอที่จะสูบฉีดโลหิตขึ้นเลี้ยงสมองที่อยู่สูงได้ นั่นคือความดันโลหิตของยีราฟ อาจสูงถึง 3 เท่าของคนทั่วไป
       
        หรือในทำนองตรงกันข้าม เวลายีราฟก้มลงดื่มน้ำ หรือเลียเกลือจากดินโป่ง มันจะกางขาหน้าทั้งสองขาออกแล้วก้มหัวลง ณ เวลานั้นแรงดันโลหิตจากหัวใจก็จะสูงจนเส้นเลือดในสมองของยีราฟอาจแตก แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการศึกษาในเวลาต่อมาได้แสดงให้เห็นว่า ธรรมชาติได้สร้างระบบเส้นเลือด (rete mirabile caroticum) เป็นการคุ้มกันภัยให้ยีราฟจนทำให้ความดันเลือดในสมองของมันมีค่าคงตัวตลอดเวลา ไม่ว่าสมองยีราฟจะอยู่สูง/ต่ำ จะอย่างไรก็ตาม ยีราฟเองก็รู้ว่า เวลามันก้มลงดื่มน้ำตามบริเวณหนองน้ำ ซึ่งมักจะมีสิงโต เสืออยู่ด้วย ดังนั้นเวลามันก้มศีรษะลง มันจะตกอยู่ในสภาพไร้หนทางป้องกันตัว เป็นการเปิดโอกาสให้สิงโตที่หนักถึง 150 กิโลกรัม กระโจนทำร้ายโดยการกระโดดงับที่คอ จนยีราฟขาดใจตาย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน มันจึงต้องหาเพื่อนมายืนข้างหลังเป็นยามคุ้มกันภัยให้ เผื่อสิงโตย่างเท้าเข้ามาใกล้เกิน เพื่อนยีราฟก็จะใช้เท้าเตะไล่
       
        ยีราฟชอบอยู่แยกเพศ คือ แบ่งเป็นฝูงเพศผู้ กับฝูงเพศเมีย เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้ที่พร้อมจะเดินแยกจากฝูงไปหาฝูงตัวเมีย และเมื่อเห็นฝูงดังกล่าวมันก็จะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูให้ชัดว่า ตัวเมียใดพร้อมจะผสมพันธุ์ ถ้าตัวเมียตัวใดส่งสายตาตอบรับ ตัวผู้ก็จะเดินเข้าไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวนั้นเป็นเวลาหลายวัน
       
        หลังจากตั้งครรภ์ได้นาน 15 เดือน ยีราฟตัวเมียจะคลอดลูกคราวละตัว (กรณีลูกแฝดมีน้อย) เวลาคลอดลูกแม่ยีราฟจะยืนตรง การคลอดจะทำให้ลูกอ่อนตกจากที่สูง 1.5 เมตร ลูกที่หนัก 70 กิโลกรัมนี้อาจสูงเพิ่ม 1.2 เมตร ใน 1 ปี และเริ่มกินใบไม้ได้ภายใน 1 เดือน จากนั้นมันก็จะเริ่มแยกตัวเป็นอิสระ แต่ในช่วงปีแรก 75% ของลูกยีราฟจะตายเพราะถูกศัตรูของลูกยีราฟซึ่งได้แก่ สิงโต เสือชีตาร์ จระเข้ และไฮยินา ทำร้ายแต่บางครั้งลูกยีราฟก็ล้มป่วยตายเอง หรือถูกคนล่าเนื้อไปบริโภค เอาหนังไปทำแซ่หรือหุ้มโล่ของชาวป่า และนำพุ่มหางไปทำเครื่องประดับ เป็นต้น
       
        เมื่ออายุ 3 ปี ยีราฟหนุ่มอาจต่อสู้กัน แต่ก็ไม่ทำร้ายกัน
        สำหรับประเด็นนี้ คนไทยเราอาจเรียนรู้อะไรบางอย่างได้จากยีราฟ ครับ
       
       สุทัศน์ ยกส้าน เมธีวิจัยอาวุโส สกว.


Views: 38852

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 105 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 6133272  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!