|
การแทรกสอดของคลื่นตามขวาง (Transverse Wave) ดังเช่นคลื่นบนผิวน้ำ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ระรอกคลื่นเคลื่อนที่มาพบ-สวนทางกัน การแทรกสอดนี้จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของขนาดการเคลื่อนตัวของอนุภาคตัวกลาง (Medium) ทั้งในทางเสริมและหักล้างกัน โดยจะเป็นผลลัพธ์รวมจากอิทธิพลของคลื่นทั้ง 2 ระรอก
การแทรกสอดแบบเสริม (Constructive Interference): เกิดขึ้นในขณะที่ 2 ระรอกคลื่นซึ่งมี “เฟสด้านเดียวกัน” กำลังอยู่ในตำแหน่งซ้อนทับซึ่งกันและกัน โดยอาจจะเป็นเฟสด้านบวกฝั่งยอดคลื่น – Crest หรือเฟสด้านลบฝั่งท้องคลื่น – Trough ก็ได้ ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็นคลื่นที่มี Amplitude (แอมปริจูด – ช่วงกว้างของคลื่น) เท่ากับผลรวมของ Amplitude จากทั้ง 2 ระรอกคลื่น
การแทรกสอดแบบหักล้าง (Destructive Interference): เกิดขึ้นในขณะที่ 2 ระรอกคลื่นซึ่งมี “เฟสด้านตรงข้ามกัน” กำลังอยู่ในตำแหน่งซ้อนทับซึ่งกันและกัน โดยในขณะนั้นคลื่นจากระรอกหนึ่งอาจจะมีเฟสเป็นด้านบวกฝั่งยอดคลื่น – Crest ในขณะที่คลื่นจากอีกระรอกจะต้องมีเฟสตรงกันข้ามเป็นด้านลบฝั่งท้องคลื่น – Trough ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็นคลื่นที่มีระดับ Amplitude เท่ากับผลต่างของ Amplitude จากทั้ง 2 ระรอกคลื่น และหากคลื่นทั้งสองมีความยาวคลื่นและ Amplitude เท่ากันแล้วผลรวมก็จะเท่ากับศูนย์ หรือไม่มีคลื่นปรากฏในชั่วครู่ขณะนั้น
ตำแหน่งที่มีการแทรกสอดแบบเสริมอย่างต่อเนื่องจะเรียกเป็นภาษาไทยว่า “ปฏิบัพ” ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Anti-node ส่วนตำแหน่งที่มีการแทรกสอดแบบหักล้างอย่างต่อเนื่องเรียกว่า “บัพ” หรือ Node
แล้วปรากฏการณ์แทรกสอดของคลื่นเสียงซึ่งเป็นคลื่นตามยาว (Longitudinal Wave) มีลักษณะอย่างไร?
เนื่องจากคลื่นเสียงมีลักษณะแตกต่างจากคลื่นบนผิวน้ำ เพราะจะมีลักษณะการเคลื่อนที่เหมือนกับระรอกการยืดหดของขดลวดสปริง ในขณะที่ผิวน้ำจะแกว่งตัวขึ้นลงเวลาที่คลื่นผิวน้ำเคลื่อนตัวผ่านไป ซึ่งการเคลื่อนที่ของคลื่นเสียงจะอาศัยการเปลี่ยนแปลงทางความกดดันระหว่างอนุภาคในตัวกลางนั่นเอง โดยจะมีทั้งส่วนอัด (Compression) และส่วนขยาย (Rarefaction) ซึ่งสามารถเทียบได้กับส่วนยอดคลื่น (Crest) และท้องคลื่น (Trough) ของคลื่นบนผิวน้ำนั่นเอง โดยการแทรกสอดแบบเสริมของ 2 คลื่นเสียง (Constructive Interference) จะทำให้ระดับเสียงที่ตำแหน่งและเวลาขณะนั้นดังขึ้น ส่วนตำแหน่งที่เกิดการแทรกสอดแบบหักล้าง (Destructive Interference) จะทำให้ระดับเสียงเบาลง
การแทรกสอดของเสียงแบบหักล้างเป็นเรื่องสำคัญในการออกแบบคอนเสริทฮอลล์และสถานที่แสดงต่างๆ โดยจะต้องออกแบบเพื่อลดการแทรกสอดแบบหักล้างตลอดพื้นที่ภายในเนื่องจากจะทำให้ระดับเสียงที่ผู้ชมได้ยินถูกลดทอนลงไป ซึ่งการแทรกสอดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากเสียงที่ดังออกมาจากลำโพงหลายๆ ตัวและเสียงที่สะท้อนภายในพื้นที่ ทางเลือกหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากก็คือการออกแบบผนัง เพดาน ฯลฯ ให้มีลักษณะดูดซับเสียง (Absorb) มากกว่าสะท้อนเสียง (Reflect) ดังจะพบเห็นได้ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำซึ่งมักจะใช้ผ้าม่านกำมะหยี่ตีลอนติดไว้รอบๆ พื้นที่ภายในพร้อมทั้งปูพื้นด้วยพรมเนื้อหนาและแน่นเต็มพื้นที่
Views: 7629
Only registered users can write comments. Please login or register. Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6 AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com All right reserved |