Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow อย่าละเลย 'ปวดท้องประจำเดือน' เตือนภัยโรคร้ายแฝงเร้น
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
อย่าละเลย 'ปวดท้องประจำเดือน' เตือนภัยโรคร้ายแฝงเร้น PDF พิมพ์

วันอาทิตย์ ที่ 04 กรกฎาคม

อย่าละเลย 'ปวดท้องประจำเดือน' เตือนภัยโรคร้ายแฝงเร้น

อาการปวดท้องประจำเดือน เป็นภาวะที่เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องเคยทนทรมานมาแล้ว ที่แตกต่างกันก็คือปวดมาก หรือน้อยเท่านั้น หากเป็นอาการปวดท้องประจำเดือนแบบธรรมชาติทั่วไปไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่หากปวดมาก และปวดนานเป็นประจำ ทราบหรือไม่ว่า อาจเป็นอาการปวดเตือนของโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ข้างในโดยที่เราไม่รู้ตัว และหากละเลยทนปวดอยู่อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
   
รศ.นพ.สุวิทย์ บุญยะเวชชีวิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาสูติ-นรีเวชวิทยา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องเมนส์ว่า ภาวะปวดท้องประจำเดือน หรือปวดระดู (Dysmenorrhea) เป็นอาการปวดท้องน้อยที่สัมพันธ์กับการมีระดู เป็นปัญหาที่พบบ่อยของสตรีวัยเจริญพันธุ์ โดยแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ ปวดระดูชนิดปฐมภูมิ (Primary Dysmenorrhea) หรือเรียกว่า แบบธรรมชาติ เป็นภาวะปวดท้องน้อยจากมดลูกหดเกร็งระหว่างมีระดู โดยไม่มีโรคร้ายใด ๆ ซ่อนอยู่  
   
ทุกครั้งที่มีประจำเดือนมดลูกจะสร้างสารตัวหนึ่งชื่อ พรอสตาแกลนดินส์ มีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัวเป็นพัก ๆ เพื่อไล่เลือดออกมา แต่มีผลต่อระบบเส้นเลือดบีบตัว กล้าม   เนื้อบีบตัว และลำไส้บีบตัวผิดปกติ ซึ่งการบีบตัวของอวัยวะในช่องท้องก็ทำให้มีอาการ เช่น มดลูกบีบตัวไล่เลือดออกมา ทำให้มีการปวดบีบเหมือนโดนอะไรบีบจะมีอาการมากหรือน้อยแตกต่างกันไป และมีอาการเส้นเลือดบีบตัวที่สมอง ทำให้ปวดหัวเหมือนเป็นไมเกรน หรือบางคนมีอาการคลื่นไส้    อาเจียนร่วมด้วย เนื่องจาก   ลำไส้ทำงานผิดปกติ ทำให้มีกลุ่มอาการของการมีประจำเดือนเกิดขึ้น และเป็นธรรม ชาติที่ผู้หญิงทุกคนต้องทรมานกับอาการดังกล่าว และกลุ่มอาการพวกนี้มักจะมีในช่วงวัยรุ่นและมีแค่ 1 ปีแรก หลังจากนั้นส่วนใหญ่จะปวดลดลง ซึ่ง    อาการจะปวดมากที่สุดในวันแรกของการมีระดูตรงท้องน้อยหรืออาจปวดร้าวกระจายไปบริเวณหลังหรือต้นขา และทุเลาลง หรือ 1-2 ชั่วโมงก่อนมีประจำเดือน
      
ส่วน ปวดระดูชนิดทุติยภูมิ (Secondary Dysmenorrhea) เป็นภาวะปวดท้องน้อยจากมดลูกหดเกร็งที่เกิดจากพยาธิสภาพภายในอุ้งเชิงกราน สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจทางคลินิก คืออาการจะตรงข้าม    กับแบบธรรมชาติ เช่น ตอนสาว ๆ ไม่ปวดแต่กลับเพิ่งมาปวดตอนอายุมากขึ้น เป็นทีละหลาย ๆ วัน และปวดมากขึ้นทุกเดือน ๆ จนทำงานไม่ได้ต้องลางาน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาจจะมีประจำเดือนไหลมากขึ้นผิดปกติ มี  ไข้สูง มีหนองไหลออกมาทางช่องคลอด ซึ่งแสดงว่าเป็นสัญญาณอันตรายอาจจะมีโรคอื่นซ่อนอยู่ข้างใน ได้แก่ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในบางกรณีที่เป็นมากอาจพบ มีถุงน้ำที่รังไข่ (โรคช็อกโกแลตซีสต์) โรคเนื้องอกของกล้าม   เนื้อมดลูก โรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
   
ส่วนใหญ่โรคที่พบบ่อย คือ “โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่” (Endometriosis) เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูก  ไปอยู่ที่ตำแหน่งอื่นของร่างกาย โดยปกติจะไปอยู่ที่อุ้งเชิงกราน นอกตัวมดลูก คือ ในแต่ละเดือนผู้หญิงเมื่อมีประจำเดือนมดลูกจะบีบตัวเพื่อไล่เลือดประจำเดือนออกมา แต่จะมีบางส่วนที่ไหลย้อนกลับเข้าไปข้างในมดลูก ถ้าฝังอยู่นิดหน่อยจะกลายเป็นพังผืด แต่ถ้าฝังอยู่มากตรงรังไข่เลือดรวมกันเป็นก้อนกลายเป็นถุงน้ำและมีเลือดคลั่งอยู่ข้างในมีสีน้ำตาล เรียกว่า โรคช็อกโก แลตซีสต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น   เนื้อดีแต่มีสิทธิเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นถ้าโตมาก ๆ เกิน 4 ซม. ต้องผ่าออก เพราะมี โอกาสเป็นมะเร็งสูงและวันดีคืนดีอาจแตกและเกิดการอักเสบในช่องท้องถึงขั้นเสียชีวิตได้
   
อย่างไรก็ตามทุกคนมีภาวะเลือดประจำเดือนไหลย้อนได้ แต่ว่ามีบางคนร่างกายสามารถกำจัดเยื่อบุโพรงมดลูกที่ไปฝังตัวผิดที่เหล่านี้ได้ แต่บางคนไม่สามารถกำจัดได้ ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้น ซึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ส่วนหนึ่ง ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงคือ คนที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยและหมดประจำเดือนช้า คนที่อายุมากเพราะสะสมเลือดที่คั่งค้างไว้นานกว่า ในบางรายอาจมีปัญหามีบุตรยากร่วมด้วย
   
สำหรับการรักษาถ้าหากมีอาการปวดท้องประจำเดือนไม่มากนักอาจรักษาเริ่มแรกโดยการรับประทานยาระงับปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล หรือยา  ที่ต้านฤทธิ์พรอสตาแกลนดินส์ ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดและ ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดอาการปวดได้ แต่ถ้าหากสงสัยว่าตัวเองมีอาการปวดแบบมีโรคซ่อนอยู่อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นให้ มาพบแพทย์อย่ากลัวการตรวจภายใน เพราะโรคที่ซ่อนมากับอาการปวดท้องระดูนั้นสามารถรักษาให้หายได้ โดยการรับประทานยาหรือถ้าจำเป็นก็ต้องผ่าตัด สำหรับในผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และอาจกลัวการตรวจภายในนั้นสามารถใช้วิธีอัลตราซาวด์ตรวจทางหน้าท้องได้ไม่ต้องตรวจภายใน หากแต่งงานมีลูกแล้วก็สามารถตรวจโดยการตรวจภายในและอัลตราซาวด์ได้ซึ่งในสตรีที่แต่งงานแล้วจะแนะนำให้ทำเป็นประจำทุกปี และสามารถตรวจมะเร็งปากมดลูกในคราวเดียวกัน
   
อย่ามัวทนปวดอยู่เพราะอาการปวดนั้นเราไม่สามารถทราบได้ว่ามีโรคร้ายซ่อนอยู่หรือไม่ ถ้าสงสัยให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เพราะโรคที่ซ่อนอยู่ทำให้เราทนทุกข์ทรมานจนต้องขาดเรียนหรือหยุดงานส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงและอาจมีอาการรุนแรงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้.

-------------

เคล็ดลับสุขภาพดี : ภูมิแพ้ในเด็ก รู้เท่าทันป้องกันได้

ขึ้นชื่อว่าความเจ็บป่วยไม่ว่าจะด้วยโรคใดแล้วย่อมไม่มีใครปรารถนาอยากให้เกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องสิ่งนี้ล้วนมีความหมายความสำคัญ
   
เช่นเดียวกับ โรคภูมิแพ้ในเด็ก ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ของโรคมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยปัญหาดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้จัดเสวนาในหัวข้อ สืบให้รู้ดูให้แน่ โรคภูมิแพ้ป้องกันได้ โดยมี รศ.พญ.จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ให้ความรู้
   
จากอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ที่ศึกษาวิจัยพบว่ามีเพิ่มขึ้นในทุกโรคโดยเฉพาะภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ แพ้อากาศหรือเป็นหวัดเรื้อรัง อีกทั้งพบการแพ้อาหาร รองลงมาจะเป็นหอบหืด ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ ส่วนในเรื่องของการแพ้นมวัวพบในเด็กขวบปีแรกโดยอายุเฉลี่ยที่วินิจฉัย 14.8 เดือนและที่อายุน้อยสุดประมาณ 7 วันโดยระยะของอาการมีได้นับแต่ 2 นาทีหลังจากการทานนมโดยใบหน้าบวม หายใจไม่ออกและอาจช็อกหมดสติได้
   
การได้รับโภชนาการที่เหมาะสมนับแต่เริ่มต้น สิ่งนี้จะช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ อีกทั้ง ประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวสิ่งนี้นั้นก็มีส่วนสำคัญซึ่งการค้นหาประวัติครอบครัวเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยป้องกันการเกิดภูมิแพ้ของทารกได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และถูกต้องทันท่วงที
   
“ในครอบครัวหากพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้ 20-40 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นภูมิแพ้โอกาสที่ลูกจะเป็นภูมิแพ้ก็จะมีมากราว 50-80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสาเหตุของโรคภูมิแพ้ นอกจากปัจจัยจากพันธุกรรม ประวัติภูมิแพ้ของคนในครอบครัวแล้วยังมีปัจจัยจาก  สิ่งแวดล้อมด้วย”
   
สิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร นอกจากนี้อาจมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้านซึ่งการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กได้
   
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับ ลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล
   
ขณะเดียวกัน คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารที่มีความสมดุล การรับประทานนมก็มีความสำคัญหลีกเลี่ยงการดื่มนมวัวในปริมาณที่มากกว่าปกติในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร อีกทั้งหลังคลอดควรให้ลูกได้ทานนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนซึ่งก็จะช่วยลดการสัมผัสกับโปรตีนแปลกปลอมช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลดการเกิดภูมิแพ้ในเด็กซึ่งถือว่าเป็นการป้องกัน แต่หากไม่สามารถให้นมแม่ได้เลือกให้นมสูตรเอชเอ (H.A.) ที่มีโปรตีนเวย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้ได้.


Views: 98454

ความคิดเห็นแรก

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 29 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 10039755  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!