Home
  
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
เตารีดไฟฟ้า PDF พิมพ์

 

ขั้นตอนการซ่อมเตารีดไฟฟ้า

ในรูปนี้เป็น เตารีดไฟฟ้า SHARP สีชมพูสวยเชียว มีขั้นตอนการซ่อมดังนี้
 

เปิดฝาด้านท้าย ด้านบนออก


 คลิกครับ
 บรรยายความคิดเห็นผ่านทาง Facebook

 


 

1. เช็คสายปลั๊ก ว่าสายไฟขาดหรือเปล่า ใช้มิเตอร์วัดหัวท้ายของสายปลั๊ก โดยไม่ต้องถอดขั้วปลั๊กก็ได้
 

2. ถ้าหลอดไฟไม่ติดแต่เตารีดร้อน อาจจะเป็นไปได้คือ
- หลอดไฟขาด
- ตัวต้านทาน/ความต้านทาน (ที่หุ้มฉนวนสีขาวในรูปสุดท้าย) ขาด
 

3. ถ้าเตารีดไม่ร้อน ตรวจเช็คสายปลั๊กแล้วไม่ขาด
- อาจจะเป็นฮีตเตอร์ขาด เช็คโดยใช้มิเตอร์วัดคร่อมขั้วฮีทเตอร์ 1-2
- หรือเทอร์โมสตาร์ทเสีย (เช็คขั้นต่อไป)
 

ถอดน๊อต และถอดฝาครอบออก
 

4. ตรวจเช็คเทอร์โมสตาร์ท ใช้มิเตอร์วัดหน้าสัมผัส ขั้ว 1-2 แล้วลองหมุนปรับอุณหภูมิ (แกนทองเหลือง) ถ้าปกติ คือจะมีการตัดต่อ
 

อาการเสียก็มีเท่านี้ละพอเป็นแนวทางในการซ่อมนะคับ
 

 

ความคิดเห็นแรก | Views: 853

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า PDF พิมพ์

ส่วนประกอบที่สำคัญทางไฟฟ้าของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า

1. อุปกรณ์ให้ความร้อน

อุปกรณ์ให้ความร้อน หรือแผ่นฮีตเตอร์ที่ใช้ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า จะเป็นลวดนิโครม (Nichrome Wire) หรือเรียกว่านิเกิล- โครเมียมแอนลอยย์ (Nikel-Chromium Alloy) ซึ่งมีส่วนผสมของนิเกิล (Nikel) 60% โครเมียม (Chromium) 16% และเหล็ก (Iron) 24% ซึ่งลวดนิโครมดังกล่าวนี้สามารถทนความร้อนได้ถึง 1,700 องศาฟาเรนไฮด์ หรือประมาณ 926 องศาเซลเซียส

แผ่นความร้อนที่ใช้กับหม้อหุงข้าวไฟฟ้า มีอยู่ 2 แบบ คือ

ก. แผ่นความร้อนแบบกึ่งปิด (Semi closing Heating element) แผ่นความร้อนแบบนี้จะใช้กับหม้อหุงข้าวแบบเก่า ซึ่งมี ลักษณะเป็นภาชนะ 2 ชั้นซ้อนกับภาชนะใบนอก ซึ่งภาชนะใบนอกจะมีไว้สำหรับใส่น้ำและภาชนะใบในจะมีไว้สำหรับบรรจุน้ำและข้าว ที่จะหุง แผ่นความร้อนชนิดนี้ จะมีลักษณะเป็นวงแหวนโดยจะนำลวดนิโครมชนิดแบน พันรอบฉนวนทนความร้อน หรือเรียกว่าแผ่นไมก้า (Mica) และก็จะใช้แผ่นไมก้าอีก เช่นกันปิดทับหน้าหลังอีกทีหนึ่ง (ดังรูป) ซึ่งโครงสร้างส่วนประกอบของแผ่นความร้อนชนิดนี้จะคล้าย กับแผ่นความร้อนของเตารีพแบบกึ่งปิด ในปัจจุบันแผ่นความร้อนลักษณะนี้จะมาทำเป็นแผ่นอุ่นข้าวในหม้อหุงข้าวรุ่นใหม่

 

ข. แผ่นความร้อนแบบปิด (Closing Heating element) แผ่นความร้อนแบบปิดนี้จะใช้กับหม้อหุงข้าวรุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้น ในปัจจุบัน แผ่นความร้อนชนิดนี้จะทำด้วยลวดนิโครม ที่มีลักษณะคล้ายสปริงหุ้มด้วยผงฉนวน (Insulator powder) ก็จะหล่อทับด้วย อลูมิเนียมอีกชั้นหนึ่งโดยมีขั้วต่อยื่นออกมา 2 ขั้ว (ดังรูป)

2. อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control)

อุปกรณ์ควบคุมหรือเทอร์โมสตัทจะตัดกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเมนฮีตเตอร์หลังจากข้าวสุกแล้ว โดยเทอร์โมสตัทที่ใช้ในหม้อหุงข้าวมี 2 ชนิด คือ

ก. แบบ ไบ-เมทอลิค (Bi - metallic type)

หม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่ใช้เทอร์โมสตัทประเภทนี้จะมีข้อดีตรงที่ว่าสามารถปรับแต่งการทำงานของหม้อหุงข้าวได้ ซึ่งจะสะดวกและเป็น ประโยชน์ต่อการซ่อมมาก ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าไบ-เมทอลิคเป็นโลหะ 2 ชนิด ยึดติดกัน

อย่างแน่น และแนบสนิท ดังรูปและเมื่อได้รับ ความร้อน ก็จะทำให้เกิดการงอตัวของโลหะดังกล่าว ดังนั้นเราจึงใช้การงอตัวของ ไบ-เมทอลิค มาบังคับหรือควบคุมให้คอนแทค ทำงานตามที่เราต้องการได้

 

ลักษณะของเทอร์โมสตัสแบบไบ-เมทอล

ข. แบบแม่เหล็ก (Magnetizing type)

หม้อหุงข้าวไฟฟ้าชนิดที่ใช้เทอร์โมสตัท ประเภทนี้ถ้ามีจุดบกพร่องเสื่อมหรือเสียที่เทอร์โมสตัทจะต้องเปลี่ยนชุดแม่เหล็กของ เทอร์โมสตัทชนิดนี้ทั้งชุด โดยไม่สามารถปรับแต่งได้ แต่แนวโน้มในการผลิตหม้อหุงข้าวไฟฟ้าในปัจจุบัน นับวันจะใช้แม่เหล็ก เป็นเทอร์โมสตัทหรือเป็นตัวกำหนดการทำงานของหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามากขึ้นทุกขณะ

3. หลอดบอกการทำงาน (Indicator Lamp)

หม้อหุงข้าวไฟฟ้าจะมีหลอดไฟ ที่จะทำหน้าที่บอกสภาวะการทำงานของหม้อหุงข้าวว่า ขณะนี้หม้อหุงข้าวอยู่ในสภาวะหุง (Cook) หรืออุ่น (Warm) ดังรูป

 

การแก้ไขข้อขัดข้องของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า

1. หม้อหุงข้าวไม่ทำงาน

ก. ปลั๊กไม่มีไฟ

ข. สายภายในหม้อหุงข้าวขาด

ค. จุดต่อทางไฟฟ้าไม่แน่นหรือสกปรก

ง. อุปกรณ์บังคับคอนแทคเสีย

จ. หน้าคอนแทคไม่สนิทหรือสกปรก

ฉ. ลวดความร้อนขาด

ช. สวิทช์เสีย

ซ. สายปลั๊กหลุดหรือหลวม

2. หม้อหุงข้าวตัดช้าเกินไปหรือไม่ตัดเลย

ก. ปรับเทอร์โมสตัทไม่ถูกต้อง

ข. เทอร์โมสตัทไม่สัมผัสกับก้นหม้อใบใน

ค. หน้าคอนแทคละลายติดกัน

ง. ตัวบังคับคอนแทคหรือสวิทช์ควบคุมการทำงานเสีย

3. หม้อหุงข้าวตัดเร็วเกินไป (ข้าวไม่สุก)

ก. ปรับเทอร์โมสตัทไม่ถูกต้อง

ข. ส่วนหนึ่งส่วนใดของเทอร์โมสตัทสัมผัสกับแผ่นฮีตเตอร์

4. หม้อหุงข้าวรั่วหรือลงกราวด์

ก. แผ่นฮีตเตอร์ชำรุด

ข. จุดต่อ หลักต่อ หรือสายไฟแตะกับเปลือกหรือตัวหม้อ

ค. หลักเสียบของปลั๊กแตะกับโครงของหม้อ

 


 คลิกครับ
 บรรยายความคิดเห็นผ่านทาง Facebook

ความคิดเห็นแรก | Views: 3534

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด "World Wide Web" PDF พิมพ์

      "World Wide Web" หรือ www เครือข่ายเว็บไซต์ใยแมงมุมที่เป็นประตูสู่อินเทอร์เน็ตของคนทั่วโลกมีอายุครบ 25 ปีพอดีในวันที่ 13 มี.ค. ปีนี้ โดยวันนี้เมื่อปี 1989 นักพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติอังกฤษของเซิร์น องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ หรือ European Center for Nuclear Research (CERN) นามว่าทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) ลงมือเสนอแนวคิดผ่านเอกสารโครงงานชื่อว่า "การจัดการข้อมูล (Information Management: a proposal)" ซึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นสามารถสะท้อนพัฒนาการครั้งสำคัญของโลกผ่าน  ภาพต่อไปนี้
 

     บันทึกระบุว่า 13 มีนาคม 1989 เป็นวันที่ท่านเซอร์ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี ยื่นเสนอเอกสารโครงงานแรกที่ถูกพัฒนามาเป็นเครือข่ายเว็บไซต์ใยแมงมุมทั่วโลกหรือ World Wide Web ครั้งแรกที่เซิร์น โดยเซิร์นเป็นองค์กรวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของกลุ่มประเทศแถบยุโรปที่ตั้งในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โครงการนี้ตั้งเป้าขจัดปัญหาข้อมูลความรู้ระหว่างนักวิจัยในเซิร์นสูญหาย โดยเซอร์ทิมใช้แนวคิด "ข้อความหลายมิติ" หรือ hypertext จุดนี้โรเบิร์ต ไคลิยู (Robert Cailliau) วิศวกรระบบสัญชาติเบลเยี่ยมคือผู้ร่วมพัฒนาคนสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์สามารถเรียกดูผ่านโปรแกรมเบราว์เซอร์สำเร็จ
 

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     ทิม เบอร์เนอร์ ลี ถ่ายภาพที่เซิร์นในปี 1994 คู่กับคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ"Next" ที่ใช้ในการพัฒนา World Wide Web

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

      ภาพประกอบในโครงการ Information Management ที่ทิม เบอร์เนอร์ ลีตั้งใจบรรยายแนวคิดเครื่องแม่ข่ายและลูกข่าย (client/server) สำหรับใช้งานในระบบ hypertext

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     โรเบิร์ต ไคลิยู (Robert Cailliau) วิศวกรระบบสัญชาติเบลเยี่ยม ถ่ายภาพคู่กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์เว็บไซต์เครื่องแรกของโลกซึ่งให้บริการเว็บไซต์แรกของโลกเช่นกัน เว็บไซต์นี้คือ Info.cern.ch ให้บริการครั้งแรกที่เซิร์นตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 1990 สำหรับภาพนี้ ไคลิยูถ่ายไว้เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2014

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     อีกมุมของเครื่องเซิร์ฟเวอร์เครื่องแรกของโลก

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     ภาพ screenshot จากคอมพิวเตอร์ Next ที่กำลังเปิดใช้งานเบราว์เซอร์ WorldWideWeb เวอร์ชันดั้งเดิมของทิม เบอร์เนอร์ส-ลี นอกจากแสดงผล เบราว์เซอร์นี้สามารถใช้ปรับแต่งเว็บไซต์ได้ด้วย น่าเสียดายที่สามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ NextStep เท่านั้น

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     ป้าย "เครื่องนี้คือเซิร์ฟเวอร์ ห้ามปิด" ถูกติดไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของทิม เบอร์เนอร์ ลี โดยคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นของบริษัท NEXT ของสตีฟ จ็อบส์ และป้ายนี้เป็นลายมือของทิม เบอร์เนอร์ ลี

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     โรเบิร์ต ไคลิยู พันธมิตรคนแรกของทิม เบอร์เนอร์ ลี กับผลงานในโครงการ World Wide Web ช่วงปี 1995

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

      เอกสารที่เผยแพร่ในวันที่ 30 เมษายน 1993 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เซิร์นเปิดตัว www ในฐานะโดเมนสาธารณะ

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

     ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (ที่ 2 จากขวา แถวหน้า) พร้อมด้วยเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมให้กำเนิด "เวิลด์ ไวด์ เว็บ" เมื่อ 25 ปีก่อน ที่เซิร์น ร่วมถ่ายภาพกันในงานฉลองครบรอบ 20 ปีเวิลด์ ไวด์ เว็บ ซึ่งจัดขึ้นที่เซิร์น ใกล้กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2009

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

  เว็บไซต์แรกของโลกที่เซิร์นอนุรักษ์ "แอดเดรส" หรือที่อยู่เว็บไซต์ดั้งเดิมไว้ที่ http://info.cern.ch/hypertext/WWW/TheProject.html

  ***4 สถิติน่ารู้จากโลกออนไลน์***
       
       25 ปีผ่านไป วันนี้ประชากรอินเทอร์เน็ตโลกทะลุหลัก2.9 พันล้านคนแล้ว โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตก

12 ภาพรำลึกและ 4 สถิติน่ารู้กรณี 25 ปีกำเนิด World Wide Web

   เฉพาะในสหรัฐอเมริกา การสำรวจปี 1995 พบว่าชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่า 18 ปีในสหรัฐฯราว 14% คือผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ล่าสุดสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 87% แล้วในปัจจุบัน
       
       จำนวนเว็บไซต์นั้นเพิ่มขึ้นจาก 130 เว็บไซต์ในปี 1993 มาอยู่ที่ระดับมากกว่า 600 ล้านเว็บไซต์ในขณะนี้
       
       เสิร์ชเอนจิ้นระดับโลกอย่างกูเกิล (Google) ที่ก่อตั้งในปี 1998 นั้นมีสัดส่วนถูกใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 10,000 ครั้งต่อวันในปี 1998 มาเป็นมากกว่า 3 พันล้านครั้งในปี 2012.

ความคิดเห็นแรก | Views: 415

การเรียนการสอนฟิสิกส์ผ่านเน็ตเรื่อง การหักเหของแสง PDF พิมพ์

 

ปรากฎการณ์แหวนเพชร ของสุริยุปราคา

คลิกชมครับ  

 

การทดลองเรื่องการสะท้อนและการหักเหของแสง

     ท่านจะได้ทดลองส่องแสงไฟผ่านตัวกลาง  ชนิด เพื่อตรวจสอบการหักเหของแสง  และท่านยังสามารถเปลี่ยนค่าดัชนีหักเห  มุมตกกระทบได้อีกด้วย คลิกค่ะ

ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

คลิกค่ะ 

แสดงการเดินทางของแสงสะท้อนกลับหมดภายในแกน  ทำให้แสงเดินทางแบบซิกแซ็ก

คลิกครับ

ความรู้พื้นฐานของแสงเช่นการสะท้อน และการหักเห นำไปสู่ความก้าวหน้าอันมากมายในงานวิศวกรรม รวมทั้งการประดิษฐ์เส้นใยนำแสงด้วย ภาพของผึ้งถูกส่งผ่านมาทางเส้นใยนำแสง ปัจจุบันเส้นใยนำแสง ถูกใช้ในการสื่อสารแทบทุกประเภท อ่านความรู้เรื่อง เส้นใยนำแสง

 
 

 คลิกครับ
 บรรยายความคิดเห็นผ่านทาง Facebook

 

Geometric Optics

    How does a lens form an image? See how light rays are refracted by a lens. Watch how the image changes when you adjust the focal length of the lens, move the object, move the lens, or move the screen.  ขนาดของไฟล์  189 KB คลิกค่ะ     คลิกดูวีดีโอการทดลองได้ที่

ทดลองไม่ได้ให้ download     ไป setup ก่อนครับ

กำหนดค่าด้วยตนเอง

รัศมีความโค้ง (R)  (Curvature radius) ______เมตร

ดัชนีหักเห (n)  (refractive index)  ________

เส้นผ่าศูนย์กลาง ________ เมตร

u (m)

v (m)

f วัดจากการทดลอง

f คำนวณ(m)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเกิดรุ้งกินน้ำ

คลิกเข้าสู่การทดลองครับ

ตอบคำถามต่อไปนี้ลงในช่องว่าง

  • เลือกแสงสีเดียว  Single ray   เปลี่ยนความยาวคลื่น  (wavelenth)  ไปที่  415  นาโนเมตร  เป็นแสงสี  ________    และลากไปที่  660 นาโนเมตรเป็นแสงสี   _______

  •  

ใส่แก้วลงไปในน้ำมัน ปรากฎว่าแก้วหายไปในน้ำมัน เหตุผลเป็นเพราะอะไร คลิกค่ะ  หรือดูที่  

1. การกระเจิงของแสง

2. การรวมแสง

3. การกระจายของแสง

4. การสะท้อนของแสง

5. การหักเหของแสง

ตัวอย่างการทดสอบ

คลิกครับ

ทดสอบหลังเรียน

คลิกครับ

ท่านสอบได้คะแนน ________

ใบบันทึกผลการทดลอง  คลิกรับใบงาน  PDF

 

ฟิสิกส์ราชมงคลจะใช้เทคโนโลยีของ Face book

ติดต่อและส่งข้อมูลข่าวสารใหม่ๆให้กับท่าน

โดย คลิกร่วมกลุ่มได้ที่นี คลิกครับ  

หรือคลิกเป็นแฟนเพจได้ที่นี่

ฟิสิกส์ราชมงคล

ตลิกครับผม

หรือ ติดต่อที่

Line ฟิสิกส์ราชมงคล


 

วิธีการเพิ่มเพื่อน ฟิสิกส์ราชมงคล

ความคิดเห็นแรก | Views: 476

‘ลูกคิด’ เครื่องคิดคำนวณเลขมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก PDF พิมพ์
 

 

 

“ลูกคิดมีรูปแบบโดดเด่นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่คือ ด้านบนและล่าง ด้านบนจะมีลูกคิด 2 เม็ดขณะที่ด้านล่างในรางไม้จะมี 5 ลูกแบ่งเป็นแถวเรียงกันไป การคิดด้วยลูกคิดสามารถได้ผลลัพธ์ทันที โดยไม่ต้องเขียนลงในกระดาษเพียงแต่เลื่อนลูกคิดขยับขึ้นลง”

หนึ่งในเครื่องคำนวณเลขที่ได้รับการกล่าวขานมายาวนาน “ลูกคิด” สิ่งประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์มากประโยชน์กว่าการช่วยคิดเลขชิ้นนี้ ล่าสุดมีรายงานข่าว มติการประชุมว่าด้วยมรดกโลกครั้งที่ 8 ประจำปี 2556 ของคณะกรรมการองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศ เป็นทางการให้อุปกรณ์ “ลูกคิดจีน” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลกชิ้นใหม่ล่าสุด

 

การคิดเลขด้วยลูกคิดซึ่งให้ผลแม่นยำเช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต หัวหน้าหลักสูตรจีนศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความรู้เล่าถึงลูกคิดจีน วิธีการคิดเลขด้วยลูกคิดที่ได้รับการประกาศเป็น

มรดกทางวัฒนธรรมว่า ลูกคิดได้รับการยกย่องเป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ตามที่มีการรายงานของจีนก็มีการเสนอไว้นับแต่ปี ค.ศ. 2009   

 

“ลูกคิดเป็นเครื่องมือหนึ่งในการคิดคำนวณ คิดเลขซึ่งสมัยโบราณเครื่องคิดเลขอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่แพร่หลาย ลูกคิดมีแพร่หลายใช้กันอยู่ทั่วไปในร้านค้าต่าง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ช่วยการคำนวณทำให้มีเครื่องมือในการคำนวณง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการบวก ลบ คูณ หาร โดยเฉพาะเรื่องของการบวก ลบ สามารถคิดคำนวณด้วยลูกคิดได้โดยง่าย นอกจากนี้ลูกคิดยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ชาวจีนคิดค้น ภาคภูมิใจและยังเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอันดับที่ 30 ที่ได้รับการประกาศจากยูเนสโก โดยก่อนหน้านี้ก็มีหลายอย่างที่เป็นประดิษฐกรรมของชาวจีนไม่ว่าจะเป็น เข็มทิศ กระดาษ และเมื่อมีกระดาษก็มีในเรื่องของการพิมพ์โดยการพิมพ์แบบโบราณอาจไม่ทันสมัย แต่อย่างไรแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการเรียนการสอนเผยแพร่ไปด้วยจากการที่ประดิษฐ์กระดาษสำหรับการเขียนขึ้น จากนั้นเมื่อมีกระดาษก็มีในเรื่องของหมึกพิมพ์ การใช้พู่กันตามมาเป็นต้น”                                                         

 

ประวัติการสร้างลูกคิดมีข้อมูลกล่าวถึงนักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวจีนเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นและจากภาพวาดเก่าแก่ ชิงหมิงซั่งเหอถู่ ที่มีลูกคิดปรากฏอยู่ ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้ลูกคิดอย่างชัดเจน หากเทียบ พ.ศ. กับประเทศไทยก็น่าจะอยู่ในช่วงก่อนยุคสุโขทัยเป็นภาพที่ยืนยันอย่างหนึ่งให้เห็นถึงเรื่องราวของลูกคิดที่มีใช้ทั้งในกลุ่มพ่อค้า นักธุรกิจหรือแม้แต่ผู้เรียนคณิตศาสตร์ก็นำมาใช้เช่นเดียวกับเครื่องคิดเลขที่มีใช้กันในทุกสาขาอาชีพซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแพร่หลาย สิ่งที่เกี่ยวเนื่องชัดเจนแสดงให้เห็นถึงเรื่องของการค้าขายที่เกิดขึ้น โดยในช่วง 40-50 ปีก่อนที่เครื่องคิดเลขจะแพร่หลาย ภาพการคิดคำนวณด้วยลูกคิดปรากฏให้เห็นโดดเด่นและนอกจากลูกคิดซึ่งไม่เพียงเป็นอุปกรณ์เครื่องมือช่วยคำนวณ แต่ยังมีส่วนแสดงให้เห็นทางด้านการศึกษา การคำนวณในด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเลข                                                                           

 

“ลูกคิดมีรูปแบบเอกลักษณ์โดดเด่นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่คือ ด้านบนและล่าง ด้านบนจะมีลูกคิด 2 เม็ด ขณะที่ด้านล่างในรางไม้จะมี 5 ลูก แบ่งเป็นแถวเรียงกันไป รูปแบบดังกล่าวสามารถช่วยคิดคำนวณได้อย่างละเอียด การคิดด้วยลูกคิดสามารถได้ผลลัพธ์ทันที โดยไม่ต้องเขียนทดลงไปในกระดาษเพียงแต่เลื่อนลูกคิดขยับขึ้นลง ในภาษาจีนเรียกว่า จูซ่วน จู แปลว่ามุก หรือลูกกลม ๆ ซ่วน มีความหมาย ว่านับหรือคิด

 

บางครั้งอาจเรียกว่า ซ่วนผัน หมายถึง กระดานคิดหรือกระดานคำนวณ ช่วยทำให้การคำนวณเลขสะดวกขึ้นเห็นถึงผลลัพธ์ชัดเจน โดยไม่ทำให้สิ้นเปลืองกระดาษและนอกเหนือจากช่วยอำนวยความสะดวกในการคิดเลขแล้ว ในความโดดเด่นของลูกคิดยังแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการคิดเลข อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้แม้แต่คนที่คิดเลขไม่เก่งก็สามารถทำให้ปรากฏผลลัพธ์ได้ชัดเจนโดยไม่หลงลืม”   

 

การที่ลูกคิดมีใช้กันทั่วไปยังแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่เพียงเฉพาะในประเทศจีน ถึงวันนี้ลูกคิดก็ยังคงมีใช้กันอยู่แต่อาจจะไม่เหมือนวันวาน ทั้งนี้มีเครื่องคิดเลขซึ่งมีความกะทัดรัดและเห็นถึงผลลัพธ์การคำนวณที่ชัดเจนและง่ายขึ้นแสดงให้เห็นความเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่อย่างไรแล้วสิ่งที่ปรากฏมีคุณค่าควรแก่การรักษาไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือไม่เปลืองกระดาษ ไม่ต้องอาศัยไฟก็สามารถคิดคำนวณผลลัพธ์ได้

 

ประเทศจีนมีมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับจากยูเนสโกอยู่หลายรายการ ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมรวมถึงการแสดง เครื่องดนตรี ฯลฯ มรดกทางวัฒนธรรมในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่รวมไปถึงเทคโนโลยีการประดิษฐ์ สิ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจึงไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ แต่หมายถึงแนวคิดในการประดิษฐ์ลูกคิดไม่ใช่ลูกคิดที่เป็นอุปกรณ์ แต่เป็นการยอมรับในแนวความคิดการประดิษฐ์                                                        

 

ขณะที่ลูกคิดมีความรุ่งเรืองมานับพันปี สิ่งประดิษฐ์และการคิดคำนวณด้วยลูกคิดยังคงถ่ายทอดให้เห็นเด่นชัดในด้านการค้าขาย ผศ.จรัส บุณยธรรมา อาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความรู้เพิ่มอีกว่า การคิดคำนวณเลขด้วยลูกคิดส่วนหนึ่งได้นำมาใช้ในการเรียนการสอนฟิสิกส์ทางอินเทอร์เน็ตโดยจะมีบทที่ว่าด้วยเรื่องการวัดซึ่งเป็นฐานสำคัญของวิชาฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ต้องอาศัยการวัดที่แน่นอน การวัดจะอธิบายถึงเรื่องเครื่องมือวัดซึ่งก็ได้นำเรื่องของลูกคิดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอน                                                                               

 

“การท่องสูตรลูกคิดจึงไม่ใช่เรื่องยากหากท่องได้ก็ดีดลูกคิดได้ อีกทั้งกระดานลูกคิดก็สามารถพกพาได้สะดวก การใช้ลูกคิดจึงแพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศจีน ร้านค้าในสมัยก่อนทุกร้านจะมีลูกคิดไว้คิดราคาสินค้า เหมือนกับที่คนสมัยนี้มีเครื่องคิดเลข อีกทั้งการคิดคำนวณด้วยลูกคิดในปัจจุบัน มีหลายช่องทางให้ศึกษาทั้งเว็บไซต์ หนังสือ ฯลฯ รวมถึงยังมีการพัฒนาโปรแกมสร้างลูกคิดเสมือนจริงขึ้นโดยสามารถคิดคำนวณเลขได้ให้นักเรียน นักศึกษาที่สนใจเข้าไปศึกษาได้ด้วยตนเอง”

 

ผศ.จรัส กล่าวเพิ่มทิ้งท้ายอีกว่า ลูกคิดที่นำมาสอนในวิชาฟิสิกส์ที่เป็นบทแรกเรื่องการวัด สร้างความน่าสนใจให้กับผู้เรียนได้โดยเสียงดีด เสียงเขย่าลูกคิดที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นสื่อการเรียนการคำนวณสำคัญต่างจากใช้เครื่องคิดเลข นอกจากนี้ลูกคิดยังเป็นพื้นฐานหนึ่งของคอมพิวเตอร์ อีกทั้งหลักการคิดลูกคิดยังเป็นฐานให้กับนักประดิษฐ์ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเป็นการผสมผสานอารยธรรมโบราณของจีนเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ไว้ได้อย่างลงตัว.

 

............................................................................

 

เครื่องคำนวณในยุคแรก

 

การนับจำนวนของมนุษย์เริ่มขึ้นจากการใช้นิ้ว  ต่อมามีความพยายามที่จะสร้างเทคโนโลยีด้านการคำนวณมาช่วยในการทำงานของตนเอง  ประดิษฐ์อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการคำนวณ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาช่วย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า ชาวจีนในสมัยโบราณพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยในการคำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด

 

นอกเหนือจาก ลูกคิด องค์ความรู้ในเรื่องเครื่องคำนวณในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ฟิสิกส์ราชมงคล www.rmuthphysics.com ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวถึงเครื่องคำนวณอีกหลายรูปแบบ ได้แก่  แท่งเนเปียร์ (Napier’s rod) นักคณิตศาสตร์ชาวสกอตแลนด์  จอห์น เนเปียร์ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยการคำนวณดังกล่าวขึ้นโดยเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้ช่วยให้สามารถ ทำการคูณและหารได้ง่ายเหมือนกับทำการบวก หรือลบโดยตรง

 

ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rule) วิลเลียม ออตเทรต นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณขึ้นซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการสร้างคอมพิวเตอร์แบบอนาลอกในยุคต่อมา

 

เครื่องบวกลบ (Pascal’s Calculato) เบลส์ ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องบวกลบขึ้น โดยใช้หลักการหมุนของเฟือง และการทดเลขเมื่อเฟืองหมุนไปครบรอบ แสดงตัวเลขที่หน้าปัด

 

เครื่องคำนวณ ของ กอดฟรีด ไลปนิซ  พ.ศ. 2216 กอดฟรีด ไลปนิซ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันได้ทำการปรับปรุงเครื่องคำนวณของปาสกาลให้สามารถคูณ และหารได้ ในปี ค.ศ. 1673 โดยการปรับฟันเฟืองให้ดีขึ้น ใช้การบวกซ้ำ ๆ แทนการคูณเลข จึงทำให้สามารถทำการคูณและหารได้โดยตรง ซึ่งอาศัยการหมุนวงล้อของเครื่องและยังค้นพบเลขฐานสอง คือ เลข 0 และเลข 1 ซึ่งเป็นระบบเลขที่เหมาะในการคำนวณ แต่ตัวเครื่องคำนวณยังอาศัยการหมุนวงล้อของเครื่องนับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ดูจะยุ่งยากให้กลับเป็นเรื่องง่าย

 

เครื่องทอผ้าใช้บัตรเจาะรู โจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด ( Joseph Marie Jacquard) ชาวฝรั่งเศสพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่ง ควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ และแบบดังกล่าวสามารถนำมาสร้างซ้ำ ๆ ได้อีกหลายครั้ง เครื่องทอผ้าเครื่องนี้ถือเป็นเครื่องที่ทำงานตามโปรแกรมคำสั่งเป็นเครื่องแรก ๆ

 

เครื่องหาผลต่าง ชาร์ลส์ แบบเบจ ( Charles Babbage) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์เครื่องมือนี้ขึ้นเพื่อใช้คำนวณและพิมพ์ ค่าทางตรีโกณมิติและฟังก์ชั่นทางคณิตศาสตร์ และได้พยายามสร้างเครื่องคำนวณอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Analytical Engine โดยมีแนวคิดให้แบ่งการทำงานของเครื่องออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล, ส่วนควบคุม และส่วนคำนวณ แนวคิดนี้ได้รับการนำมาใช้เป็นต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันจึงยกย่องว่า ชาร์ลส์ แบบเบจ เป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์    

 

ทีมวาไรตี้ 

ความคิดเห็นแรก | Views: 966

<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 19 - 27 จาก 2605
ขณะนี้มี 96 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 8020515  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!