RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 29, 2020, 12:19:48 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องรับวิทยุ  (อ่าน 17364 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kunlaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #60 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:43:32 pm »

นางสาวกัลยา  เปรมเปรย นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัสนักศึกษา 115210441262-0 เลขที่ 33 Sec.02
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19/01/2554 สถานที่ วิทยะบริการ เวลา 16.41 น.
ความว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kranjana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #61 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:46:12 pm »

นางสาวกายจนา แสงวงศ์  เลขที่ 45 รหัส 115210904068-1 sec 2  วันที่ 19 ม.ค. 54 เวลา 16.45 น. สถานที่ หอใน

      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ronachai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #62 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 05:12:42 pm »

นาย รณชัย  รุกขวัฒน์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา SEC 4 รหัส 115330411002-2 เลขที่ 2 อาจารย์ผู้สอน อ.จรัส บุณยธรรมา เข้าตอบกระทู้เมื่อ 19/1/2554
เวลา 17.13 ณ หอ FB 5
มีความเห็น   เครื่องรับวิทยุ
  แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
werayut rmutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #63 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 05:49:44 pm »

นายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้าตอบกระทู้เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 17.49 น. ณ ตึกวิทยะบริการ

                     วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 
 
 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sirilak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #64 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 06:11:41 pm »

นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข เลขที่30 sec02 รหัส115210417064-0
เรียนกับ อ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 18.09น.


ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ittiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #65 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 06:12:12 pm »

นายอิทธิวัตร จิตต์มั่นคงกุล  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903037-5 เลขที่ 60 sec 2 วันที่19/01/54 เวลา 18.18 น. สถานที่ บ้าน
  ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pichat Soysamrong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #66 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 06:51:34 pm »

กระผม นาย พิเชษฐ์  สร้อยสำโรง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 รหัสประจำตัว 115330411003-0 เลขที่ 3
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่ เศรษฐบุตร พาวิลเลี่ยน 32/19 ม. 1 ต. คลองหก อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี เวลา 18.51 น.
สรุปได้ว่า
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutamat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #67 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 07:18:06 pm »

นางสาวจุฑามาศ  เชื้ออภัย เลขที่ 44  รหัส 115210904056-6 กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  มค  54  เวลา 19.17   น. ณ หอใน
เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pool
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #68 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 07:37:47 pm »

นางสาวดาวประกาย  แก้วเรือง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีสิ่งทอ รหัส 115210452059-6 SEC 2  เลขที่ 37
เรียนกับ อาจารย์จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้ วันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 19.37 น. ที่บ้าน
มีความเห็นในกระทู้ว่า
     ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
 หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chaiwat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #69 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 07:59:35 pm »

กระผมนายชัยวัฒน์ คำพันเกิด คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์เครื่องกล รหัส 115011113029-2 sec.02 เลขที่ 3 ได้เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19/01/2554 เวลา 19.57 น. ที่หอพักโอนิน5
สรุปได้ว่า
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
iinuyashaa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #70 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 08:25:21 pm »

นางสาววิภวานี  แสงทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาเคมี  sec  02  รหัส 115210902118-6  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  19/1/2554  ที่บ้าน  เวลา 20:25 น.

สรุปได้ว่า

หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Thatree Srisawat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #71 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 08:30:48 pm »

นายธาตรี ศรีสวัสดิ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขา สถิติประยุกต์ sec 02 รหัส 115310903061-5 เลขที่ 77 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554เวลา20.29น. ที่บ้าน สรุปว่ายุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watcharich
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #72 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 08:32:30 pm »

ผมนายวัชริศ สุจินตกาวงศ์   เลขที่ 4  sec 2 รหัส 115040411037-3 นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา  เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  ม.ค.  54  เวลา 20.31   น. ที่บ้าน


เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ

1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
watcharich
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #73 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 08:32:51 pm »

ผมนายวัชริศ สุจินตกาวงศ์   เลขที่ 4  sec 2 รหัส 115040411037-3 นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา  เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  ม.ค.  54  เวลา 20.31   น. ที่บ้าน


เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ

1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kodchaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #74 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 09:23:42 pm »

น.ส กชพร  เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่29
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่ 19  มกราคม 2554 เวลา 21.23 น.   สถานที่ บ้าน

สรุปได้ว่า....
     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Khuarwansiriruk
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104


ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 09:34:05 pm »

นางสาวเครือวัล ศิริรักษ์ เลขที่ 62 sec 02 id:;115310903039-1 นศ.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ วันที่ 19-1-54 เวลา 21.33 น. กิติพงศ์แมนชั่น สรุปได้ว่า ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
shanonfe11
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #76 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 09:43:17 pm »

 นายชานนท์ ชุมพร  เลขที่ 16  รหัส 115210417028-5 sec 02 ตอบที่ หอฟ้าใส วันที่ 19 ม.ค.54 เวลา21.42 น.
        หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
boatvivi
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 95


ดูรายละเอียด
« ตอบ #77 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:03:54 pm »

นางสาวณัฎฐพร ชื่นสมบัติ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ sec 02 115010451027-8 เลขที่ 1 เวลา 22.03น. วันที่ 19 ม.ค. 2554 ที่บ้าน

ได้เข้าอ่านเรื่องนี้แล้วค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Eakachai_ie
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 146


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #78 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:08:49 pm »

นาย เอกชัย สงวนศักดิ์ นศ.คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รหัสนักศึกษา 115040441086-4 เลขที่ 16 Sec.2
เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19/01/2554 สถานที่ หอมาลีแมนชั่น  เวลา 22.06 น.
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pollavat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด
« ตอบ #79 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:20:20 pm »

กระผม นาย พลวัฒน์ คำกุณา  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่หอพัก zoom  เวลา 22.16 น.
                     หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sutin
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #80 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:26:35 pm »

นาย สุทิน ศรีวิลัย รหัส 115340441222-9 sec 17 เลขที่ 25 สถานที่ หอพัก ปานรุ้ง วันที่ 19/1/2554 เวลา 22.25 น.
  ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thabthong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #81 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:31:52 pm »

กระผม นาย รัตชานนท์ ทับทอง  นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4
เรียนกับอาจารย์ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ที่บ้าน เวลา 22.35 น.
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pongpat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #82 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:36:26 pm »

กระผมนายพงษ์พัฒน์  น้อยโพธิ์  นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec 4 เลขที่ 51 รหัส 115330441207-1
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมาเข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 22.36 น

               ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dararat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:46:52 pm »

นางสาวดารารัตน์ นิรันต์เรือง รหัส 115210904035-0 sec 02 เลขที่ 41 คณะวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี สาขาชีววิทยา อาจารย์ผู้สอนจรัส บุญธรรมา เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวัน 19 มกราคม 2554 เวลา 22:46 ณ ห้องพักส่วนตัว ซ.zoom
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Benjawan Onnual
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #84 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:49:00 pm »

นางสาวเบญจวรรณ  อ่อนนวล เลขที่ 55 sec 02 รหัส 1153109030326 สาขาสถิติประยุกต์  ตอบกระทู้เมื่อ 19/1/2554 เวลา 22.48 น. ณ หอพักนำรงค์แมนชัน

     ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Tarintip
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #85 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:50:50 pm »

นางสาวธารินทิพย์ วรรณกลาง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec02 เลขที่ 66 ตอบกระทู้วันที่ 19/01/54 เวลา 22.43 สถานที่ หอใน
สรุปว่า ในยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า มันจะสร้างประกายขึ้นมาอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนรถยนต์ ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้เลิกใช้แล้ว และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น แต่ในยุคเริ่มต้นเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
shanon_ie
เรียนรู้ เพื่อชัยชนะ
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #86 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:56:57 pm »

ชานนท์ วรรณพงษ์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหาการ  sec.2 เลขที่ 5 รหัสประจำตัว 115040441083-1 เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา วันที่ 19 มกราคม พศ.2554  ที่หอพักลากูล เวลา 22.58 น.ครับผม



วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

watchaiza
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #87 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:00:34 pm »

นายธวัชชัย  พลรักษ์ รหัส 115330411041-0 สาขาวิศวกรรมโยธา กลุ่ม 53341 cve  Sec 04 
  วันที่ 19/1/54  เวลา 23.00 น ณ บ้านพฤกษา
ความว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
toonpccphet
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #88 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:06:12 pm »

นายสุรเชษฐ  ทองโฉม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02  เลขที่ 65  รหัส 115310903044-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19/01/2554 เวลา 23:06  ณ บ้าน
สรุปได้ว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
potchapon031
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #89 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:07:16 pm »

นายภชพน เกตุวงศ์ คณะ วิศวกรรมโยธา sec4 เลขที่ 25 รหัส 115330411031-1 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณญธรรมา
สถานที่ กิตติพงศ์ แมนชั่น

แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.742 วินาที กับ 21 คำสั่ง