RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 29, 2020, 06:55:50 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องรับวิทยุ  (อ่าน 17367 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kamphon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 04:31:34 pm »

นายกัมพล  มิ่งฉาย วิศวกรรมอุตสาหการ
เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา ตอบวันที่ 17-1-2011 เวลา 16.31 น. ที่วิทยบริการ
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก 
แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็ก
รอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก 
กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nuubuoe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 06:01:21 pm »

นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส 115310903040-9 sec.02 เลขที่ 63 ตอบกระทู้เมื่อ17/01/54 เวลา18.01 น.ที่บ้าน
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Phatcharee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 08:07:44 pm »

นางสาวพัชรี  มากพริ้ม  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา สถิติประยุกต์ sec. 02  เลขที่  18 รหัส  115110903048-6 เข้ามาตอบกระทู้วันที่  17  ม.ค.  2554 สถานที่  บ้าน  เวลา  20.07น
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 

   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 08:35:21 pm »

นางสาวจุฑารัตน์  นาวายนต์ รหัส 115210417058-2 เลขที่ 28 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 17 มกราคม 2554 เวลา 20.30 ณ หอ RS
      แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 10:15:34 pm »

นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 17/01/54  เวลา 22:15 น. สถานที่ หอพัก นวนคร

สรุปได้ว่า           พื้นฐานของวิทยุ
* หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
* หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
* นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
* คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ 
                 ด้วยการแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้  แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น   และการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส  โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป   คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้
   หรือคุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน    แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น
                           เข้าใจหลักการพื้นฐาน
   หลักการพื้นฐานของวิทยุได้ระดับหนึ่ง  แม้จะเป็นสัญญาณที่ฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล)  ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าคุณมีตาพิเศษ  สามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้  คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด  เช่น  วิทยุ  AM  และ  FM    ทีวีผ่านดาวเทียม   วิทยุมือถือ    และระบบ GPS  เป็นต้น  สัญญาณวิทยุ แต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  แต่ไม่ว่าอย่างไร  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ดังนี้
* เครื่องส่ง
* เครื่องรับ

    ถ้าท่านมีความรู้เรื่องไฟฟ้า สามารถต่อกับสายไฟในตัวปลั๊กเสียบเป็นสายอากาศได้ ง่ายๆเพียงแต่ใช้ไขควง ตรวจไฟ ทดลองเสียบในช่องปลั๊กสอง ช่องดูหากช่องไหนไม่มีไฟสว่างแสดงว่าช่องนั้นคือสายดิน ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเราก็สามารถทำเป็นสายอาศได้โดยใช้ปากคีบ ไปคีบตรงสายดินได้เลย คนที่ไม่เข้าใจเรื่องไฟฟ้าอย่าทดลองเด็ดขาด .

           รายการอุปกรณ์โครงงานเครื่องรับวิทยุแร่แบบจูนคลื่นความถี่ได้

1. จุดตาไก่หรือจุดเชื่อมบัดกรีจำนวน 8 ตัว
2. พันลวด 70 รอบ ด้วยลวดเบอร์ #30
3. ไม้กระดานหรือแผ่นยึดวงจร 1 แผ่น
4. ท่อ PVC.หรือกรวยกระดาษขนาดแกนกว้าง 1.5" ยาว 4" สำหรับพันลวด จำนวน 1 แกน
5. คาปาซิเตอร์ (C1) 470 PFD แบบ DISC CAPACITOR จำนวน 1 ตัว
6. คาปาซิเตอร์ (C2) 0.01 MFD DISC CAPACITOR จำนวน 1 ตัว
7. GERMANIUM DIODE เบอร์ 1N60 ถ้าคลื่นสั้นใช้ 1N34 จำนวน 1 ตัว
8. หูฟังแบบแร่ CRYSTAL EARPHONE จำนวน 1 ตัว
9. วงจร DIAGRAMS สำหรับประกอบ
10. กาวสำหรับติดหรือเทปใสปิดแกนลวด



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungsan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 09:31:49 am »

นาย รังสรรค์ พัธกาล 115340441243-5 sec 17 เลขที่32 วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ วันที่ 18/1/54 เวลา 9.30 น. สถานที่หอพักโอนิน
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่าน ตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
amnuay cve2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 10:18:26 am »

  Smileyกระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/1/2554 ที่บ้าน เวลา 10.18 น. Cheesy 
            ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
soawanee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #37 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 01:01:53 pm »

นางสาวเสาวณีย์  อนันต์  sec02  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 72 รหัสนักศึกษา 1153109030532 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/01/2554 เวลา 13.00 น. สถานที่ บ้านตัวเอง
    ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์  ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น  แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดนุพร อ่อนศรี
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #38 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 02:06:43 pm »


นายดนุพร  อ่อนศรี   รหัส 115040472024-7 sec.02 เลขที่ 8 ภาควิชาวิศวกรรมพลาสติก ตอบกระทู้ที่บ้านซอยอิสเทิล วันที่ 18/01/2554 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา

ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sonthaya Suwaros
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 02:38:45 pm »

นายสนธยา สุวรส นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรม รหัสประจำตัว 115040441089-8 วันที่ 18 ม.ค. 54  เวลา 14.40 น.ครับผม
สรุปได้ว่า
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
ครับ....
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chinnapot
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 04:05:00 pm »

นายชินพจน์ เดชเกษรินทร์ คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจักการ รหัส 115340441238-5 sec17 วันที่18/01/54 เวลา16.05  ณ ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

ในการใช้ วิทยุสมัยใหม่  เพื่อใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ ส่งข้อมูลข่าวสาร เสียง ภาพ และข้อมูล ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pitak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #41 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 06:12:40 pm »

นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 18/01/2554 เวลา 18.12 น. สรุปได้ว่า
คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ratthasart
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #42 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 06:15:30 pm »

ผมนายรัฐศาสตร์  ไชยโส นักสึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ sec.4
รหัส 115330441218-8 เลขที่ 61 เรียนกับผศ.จรัส  บุณยธรรมา
เข้ามาตอบวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 18.15 น. ที่ ห้องพัก
มีความเห็นว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนักแต่ถ้าคุณเรียนรู้
การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและ
ส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็กกลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศ
ด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Pathomphong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 07:08:52 pm »

นายปฐมพงศ์ พูนปก รหัส115330411043-6 sec 04 เลขที่ 36 วิศวกรรมโยธา
เรียนกับอาจารย์จรัส บุญยธรรมา วันที่ 18/01/54 เวลา 19.07 น. ที่หอลากูล
สรุปได้ว่า
แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้สียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้น และทำการส่งได้ไกล แต่ถ้าเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป คุณก็ใช้วิธีนี้ส่งสัญญาณได้ หรือจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสองและแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM ก็จะได้ยินเสียงเหมือนกัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Bifern
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 08:43:48 pm »

นางสาวชลทิพย์  เปาทอง  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  เลขที่ 48 รหัสนักศึกษา 115310903007-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 18/01/2554 เวลา 20.41  สถานที่ บ้านตัวเอง
สรุปได้ว่า  แบตเตอรี่ กับเหรียญบาท ทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ทำการส่งได้ไม่ไกลนัก โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและสลับกันไป  หากเรียนรู้วิธีการส่งที่ดีก็จะสามารถส่งได้ขึ้น หรือจะต่อสายไฟจากขั้วแบตเตอรี่ทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสองใกล้เครื่องรับวิทยุ AM และถ้าทดลองในห้องมืด ก็จะเกิดประกายไฟขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
TanGMe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #45 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 11:25:01 pm »

ดิฉันนางสาวภัทรพร  ผลอำไพ  คณะวิสวกรรมศาสตร์  sec 02 เลขที่ 6 รหัส 115110417062-6 ตอบกระทู้วันที่ 18/01/2554
เวลา 23.30  สรุปได้ว่า
     แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก 
แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศ
และส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก 
กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Narumol
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 103


ดูรายละเอียด
« ตอบ #46 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 11:48:16 pm »

น.ส.นฤมล กำลังฟู เลขที่26 Sec.2 รหัสนักศึกษา115210417031-9
 แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและ ส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะ เหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitti_CVE2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


ดูรายละเอียด
« ตอบ #47 เมื่อ: มกราคม 18, 2011, 11:52:19 pm »

กระผม นาย กิตติ จิตนันทกุล นักศึกษาคณะ วิศวกรรมโยธา
 sec 17 เลขที่ 8 รหัสประจำตัว 115340411113-6
 เรียนกับอาจารย์  จรัส  บุญยธรรมา
 ตอบเมื่อวันที่ 18/01/54 เวลา 23.50 น. ณ.ที่บ้าน


หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarayut
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #48 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:07:26 am »

นาย ศรายุทธ เที่ยงแท้  วิศวกรรมโยธา  115330411001-4 sec  04  เลขที่ 1 วันที่ 19/1/54  เวลา  10.07 น. หอพัก
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
 

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
titikron
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #49 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:15:41 am »

นาย ฐิติกร  แก้วประชา รหัส 1153304111022-0 เลขที่ 17 วิศวกรรมโยธาต่อเนื่อง sec 4 วันที่ 19/01/54 เวลา 10.15 น. หอโฟร์บี
หลักการพื้นฐานของเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุ คือ ครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุส่งออกไปในอากาศ เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ การรับส่งสัญญาณจะมี เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้ ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ ในกรณีของตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์ หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา การจูนก็คือการปรับค่าตัวเก็บประจุ และตัวเหนี่ยวนำ  ให้เกิดการกำทอนที่ความถี่ตรงสถานีที่ต้องการฟัง ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rungniran
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #50 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 11:42:27 am »

ผมนายรุ่งนิรันดร์ สอนจันทร์ นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411005-5  Sec 04 เลขที่ 5  ตอบกระทู้วันที่  19/01/54  เวลา 11:41 น. ที่สวนสุทธิพันธ์
    วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
somkid-3212
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 79


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #51 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 12:24:45 pm »

นาย สมคิด  กุลสุวรรณ รหัส 115330411033-7 กลุ่ม CVE 53341
 แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิท

 Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Piyarat Mounpao
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #52 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 12:41:03 pm »

นางสาวปิยะรัตน์ เหมือนเผ่า เลขที่ 42 รหัส115210904050-9 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาชีววิทยา กลุ่ม 02 สถานที่ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์  วันที่ 19/01/54 เวลา 12.41 น
วิทยุสมัยใหม่  ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์ เพื่อส่งข้อมูลข่าวสาร (เสียง ภาพ และข้อมูล) ปัจจุบันมีการใช้สัญญาณจากเครื่องส่งมากมายหลายร้อยเครื่อง  ถ้าุคุณมีตาพิเศษสามารถเห็นสัญญาณวิทยุได้คุณจะได้เห็นสัญญาณพวกนี้วิ่งผ่านตัวคุณวุ่นวายไปหมด เช่น AM และ FM ทีวีผ่านดาวเทียม วิทยุมือถือ และระบบ GPS เป็นต้น สัญญาณวิทยุแต่ละอันใช้ความถี่แตกต่างกัน  สามารถแบ่งออกเป็นสวนใหญ่ดังนี้  เครื่องส่ง  และเครื่องรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
surachet
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #53 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 01:09:47 pm »

กระผมนาย สุรเชฐ กัญจนชุมาบุรพ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec 4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ บ้าน  เวลา 13.10 น.
 คุณจะต่อสายไฟจากขั้วของแบตทั้งสอง และแตะสายไฟทั้งสอง ใกล้เครื่องรับวิทยุ AM  คุณก็ได้ยินเสียงแคร็กๆอีกเหมือนกัน 
  แต่ถ้าทดลองในห้องที่มืด ขณะที่แตะสายไฟ  คุณจะเห็นประกายไฟวาบขึ้น 
      ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์  (spark coil ) แปลเป็นไทยได้ว่า คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า
 มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์
 ปัจจุบันการส่งสัญญาณโดยการสปาร์คแบบนี้ เลิกใช้แล้ว  และถือว่าผิดกฎหมายด้วย เพราะว่ามันไปรบกวนการส่งสัญญาณวิทยุอื่น
 แต่ในยุคเริ่มต้น มันเป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงการส่งวิทยุได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kittisap
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #54 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 01:16:10 pm »

กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  19 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 13.16 น.
ความคิดเห็นว่า
    แบตเตอรี่ กับเหรียญบาททำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณวิทยุได้ แต่ให้เสียงสัญญาณเป็นเสียงแคร็กๆเท่านั้นและการส่งทำได้ไม่ไกลนัก  แต่ถ้าคุณเรียนรู้การส่งรหัสมอร์ส โดยการส่งเป็นสัญญาณสั้นและยาวสลับกันไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปในเสาอากาศมันจะสร้างสนามแม่เหล็กรอบเสาอากาศและส่งออกไปในอากาศสนามแม่เหล็กจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามไฟฟ้าและสนามไฟฟ้าจะเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก  กลับไปกลับมาและวิ่งออกไปในอากาศด้วยความเร็วเท่าแสงเรียกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทีเราเรียกว่า คลื่นวิทยุ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siripornmuay
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #55 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 02:56:02 pm »

น.ส. ศิริพร สนเผือก sec.2 เลขที่70 รหัสนักศึกษา 115310903051-6 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสถิติ ตอบกระทู้วันที่19ม.ค.54 เวลา02.51น. ที่คณะวิทยาศสตร์
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์ มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด 20,000 โวลต์ ทำหน้าที่เหมือนกับหัวเทียนในรถยนต์ การแตะขั้วของแบต 9 โวลต์ด้วยเหรียญ สามารถสร้างสัญญาณวิทยุ โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sasithorn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #56 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 03:05:27 pm »

นางสาว ศศิธร ลิ่มสกุล sec 02 รหัส 1153109030102 เลขที่ 49 วันที่ 19/1/54 เวลา 15.01 ณ ห้องสมุด วิทยาศาสตร์
ยุคแรกๆที่มีการส่งวิทยุ  ตัวส่งเรียกว่า สปาร์คคอยส์   หรือ  คอยส์สร้างประกายไฟฟ้า  มันจะสร้างประกายไฟฟ้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันไฟฟ้าขนาด  20,000  โวลต์  วิทยุสมัยใหม่ ใช้สัญญาณคลื่นรูปไซน์  ส่งข้อมูลข่าวสาร  (เสียง  ภาพ และข้อมูล ) เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarisa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #57 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:10:05 pm »

นางสาวสาริศา พรายระหาญ  เลขที่ 13  รหัส 115110901018-1  กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา คณิตศาสตร์
ตอบกระทู้เมื่อวันที่  19  ม.ค.  54  เวลา 16.10   น. สถานที่ ร้านเน็ต

เครื่องรับวิทยุ  AM  มีขั้นตอนการรับสัญญาณ คือ
1. เสาอากาศของเครื่องรับ  จะรับสัญญาณจากเครื่องส่งวิทยุ สายอากาศของเครื่องรับแบบ AM  เป็นสายไฟธรรมดา  หรือแท่งโลหะก็ได้
2. ตัวจูนเนอร์ มีหน้าที่เลือกสัญญาณความถี่เดียวจากเสาอากาศ กรณีตัวอย่างบน  ตัวจูนเนอร์ จะรับสัญญาณความถี่  680,000  เฮิรตซ์
3. หลักพื้นฐานของจูนเนอร์  คือ  การเรโซแนนท์  หรือการกำทอน   ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ค่าที่เราจูนไปหา  ในที่นี้คือ  680  กิโลเฮิรตซ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saowapha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #58 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:10:33 pm »

นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์  sec.2 เลขที่ 14  รหัส 115110901082-7
 วันที่ 19/1/54  เวลา 16.10 น. ณ. ร้านเน็ต  

การแตะขั้วของแบต  9  โวลต์ด้วยเหรียญ  คุณสามารถสร้างสัญญาณวิทยุ  โดยที่เครื่องรับวิทยุ AM  สามารถรับได้โดย
- หาแบตเตอรี่  9  โวลต์ และเหรียญบาทหนึ่งเหรียญ
- หาวิทยุ  AM  สักเครื่อง  และเปิดเครื่องไว้
- นำแบตเตอรี่ไปไว้ใกล้กับเสาอากาศวิทยุ   และใช้เหรียญบาทแตะเข้ากับขั้วทั้งสองของแบต โดยใช้วิธีแตะเข้าออก
- คุณจะได้ยินเสียงแคร็ก ในวิทยุ
 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alongkorn hunbuathong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #59 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 04:26:16 pm »

นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง สาขาวิศวกรรมโยธา รหัส 115330411026-1  เลขที่ 20  กลุ่ม 53341cve  sec 04  วันที่ 19/1/54 เวลา 16.26 น.  ณ บ้านบางชันวิลล่า
ในสมัยก่อนนั้นสิ่งที่ให้ความบันเทิงหรือข่าวสารแก่ผู้คนมีไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือ วิทยุ เพราะสมัยก่อนค่อนข้างมีราคาแพง ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่คอยมีฐาน่ะมากนักก็จะมีวิทยุให้ความบันเทิงหรือรับข่าวสาร แต่ปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยนิยมมากเท่าไร เพระจะมีที่พัฒนามาจากวิทยุก็คือ ซีดี และดีวีดี เพราะฉะนั้นเราจะมาดูว่าส่วนประกอบหรือความสำคัญของวิทยุ คือ  วิทยุแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆๆคือ เครื่องรับ เเละเครื่องส่ง  เครื่องส่งแปลงข้อมูล ที่เป็นเสียง ภาพ  ให้เป็นคลื่นรูปไซน์ และแปลงออกเป็นสัญญาณวิทยุ  ส่งออกไปในอากาศ  เครื่องรับจะรับสัญญาณวิทยุ  และแปลงสัญญาณกลับไปเป็นเสียง และภาพ    ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับใช้เสาอากาศในการแผ่และรับสัญญาณวิทยุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.706 วินาที กับ 21 คำสั่ง