RmutPhysics.com
กรกฎาคม 31, 2014, 05:15:26 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติความเป็นมาของโทรทัศน์และวิทยุ  (อ่าน 9997 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 19, 2008, 07:21:11 pm »

ประวัติความเป็นมาของโทรทัศน์และวิทยุ

กำเนิดโทรทัศน์
กว่าจะมาเป็นโทรทัศน์สีจอกว้างจอแบน  ที่มีระบบอันทันสมัยนานาประการหลายสิบหลายร้อยยี่ห้อดังเช่นทุกวันนี้นั้น  หากย้อนหลังไปในปี ค.ศ. 1925  โทรทัศน์ขาว-ดำ  เครื่องแรกของโลกที่ถูกสร้างขึ้นได้นั้น  เป็นผลงานการประดิษฐ์ของ  จอห์น  ลอกกี้ เบรียด  ชาวสก๊อตแลนด์ จอห์น  ได้มุมานะทดลองการรับส่งสัญญาณภาพอยู่นานหลายปีจนสำเร็จ โดยสามารถส่งภาพวัตถุไปยังเครื่องรับอีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ห่างกันได้อย่างชัดเจน 
และนับจากวันนั้น  โทรทัศน์ก็ครองใจคนเรื่อยมา 

ประวัติวิทยุกระจายเสียง
กล่าวกันว่าต้องใช้เวลาถึง 1 ศตวรรษกว่าที่การถ่ายรูปจะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย  โทรศัพท์ใช้เวลานาน 50 ปี   เทคโนโลยีวิทยุสื่อสารใช้เวลา 35 ปี  แต่วิทยุรูปแบบพิเศษไร้สายที่เรียกกันว่า การกระจายเสียงหรือ broadcasting นั้น  ใช้เวลาเพียง  8 ปีเท่านั้น
มนุษย์เริ่มบริโภคสื่อในช่วงแรกจากสื่อสิ่งพิมพ์แบบประชานิยม   เครื่องเล่นแผ่นเสียง และภาพยนตร์  เป็นเวลานาน  ก่อนที่จะมีการกระจายเสียงเกิดขึ้น สื่อสมัยเก่าเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับการประดิษฐ์คิดค้นทางช่างของศตวรรษที่ 19 และจากการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานทางสังคมที่เกิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม (ประมาณ ค.ศ. 1750-1850)  ซึ่งผันชีวิตผู้คนในโลกตะวันตกจากสังคมเกษตรกรรม  ให้เดินทางเข้ามาทำมาหากินกันในเมืองใหญ่มากขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20  การกระจุกตัวของประชาชนในเมืองใหญ่กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของสิ่งที่เราเรียกกันว่า “สื่อมวลชน” หรือ “mass media”  ซึ่งหมายถึงตัวกลางของการติดต่อสื่อสารที่ใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อเข้าถึงประชาชนจำนวนมากในคราวเดียวกัน  ด้วยข่าวสารและความบันเทิงที่ดึงดูดความสนใจของประชาชนเหล่านั้น 


    แต่เดิมนั้น  หนังสือพิมพ์ถูกนับว่าเป็นสิ่งพิเศษสำหรับชนชั้นสูง  ปัจจัยหลายๆด้าน เช่น การกระจุกตัวของชุมชนเมือง  การพัฒนาการศึกษา  อัตราเพิ่มของการรู้หนังสือของประชาชนและความต้องการพักผ่อนหย่อนใจ  ต่างก็ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของสื่อสิ่งพิมพ์  มาเป็นสิ่งธรรมดาที่คนทั่วไปในระดับล่างสามารถเข้าถึงได้    สื่อสิ่งพิมพ์ที่เรียกกันว่า “The Penny Press” เป็นตัวชี้วัดในกรณีนี้ได้เป็นอย่างดี  หลังจาก ค.ศ. 1833  หนังสือพิมพ์ Sun ในรัฐ New York เป็นผู้นำแนวทางใหม่ไปสู่การผลิตหนังสือพิมพ์เพื่อมวลชนด้วยการตั้งราคาขายเพียงฉบับละ 1 เพนนี   โดยระยะแรกขายเพียงจำนวนหลักพันฉบับ  และในที่สุดก็มียอดขายเพิ่มถึงนับแสนฉบับเลยทีเดียว  หนังสือพิมพ์ในสมัยนั้นเน้นการเสนอข่าวธุรกิจการค้า  พรรคการเมือง  และประเด็นหนักๆ  ต่อมาหนังสือพิมพ์ประชานิยมได้ขยายขอบข่ายของการเสนอเรื่องราวต่างๆ   
มีการหากินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน  คดีอาชญากรรม  ข่าวซุบซิบ  เรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คน  และกีฬา  ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการนำเสนอในรูปแบบภาษาที่หวือหวา  ซึ่งขัดแย้งกับการใช้ภาษาสวยงามในรูปแบบเรียงความอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต  หนังสือพิมพ์ประชานิยมนี้สามารถดึงดูดผู้อ่านจำนวนมากด้วยการเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยโดยไม่จำกัดชนชั้นและสถานภาพทางสังคม  ภายในทศวรรศที่ 1890s   หนังสือพิมพ์บางฉบับมียอดจำหน่ายถึงกว่าล้านฉบับทีเดียว  ความนิยมของผู้คนในการอ่านหนังสือพิมพ์นั้นนับได้ว่าช่วยบ่มเพาะพฤติกรรมการบริโภคสื่อสารมวลชน  ซึ่งขยายไปสู่การบริโภคสื่อมวลชนอื่นๆในเวลาต่อมา 
การกระจายเสียงในยุคแรกๆสืบทอดมาจากคณะนักร้องละครเพลงเร่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง ค.ศ. 1880-1920 เรียกว่า “vaudeville”  การแสดงของพวกเขาสามารถทำเงินได้เป็นจำนวนมากจากการออกเร่ไปพบผู้ชมนับร้อยรอบ  สาเหตุแห่งความสำเร็จของ vaudeville ก็คือพวกเขานำความบันเทิงไปถึงตัวผู้ชมโดยที่ผู้ชมไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง   วิธีการนี้เป็นแนวทางเดียวกับการใช้สื่อชนิดใหม่ๆที่ตามมา  เช่น ภาพยนตร์  และวิทยุกระจายเสียง  ที่สามารถทำเงินได้จากการนำเสนอความบันเทิงไปให้กับผู้ชมได้ถึงบ้านนั่นเอง
               ในศตวรรษที่ 19 ประชาชนในประเทศตะวันตกจึงเริ่มคุ้นเคยและลงทุนซื้อหาเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านชิ้นใหม่ คือเครื่องเล่นแผ่นเสียง  ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง  ผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียง 200 รายในประเทศสหรัฐอเมริกา  มีการผลิตกันมากถึงปีละกว่า 200 เครื่องทีเดียว  อย่างไรก็ตามการอัดแผ่นเสียงยังคงใช้เทคนิคที่ล้าสมัยซึ่งไม่แตกต่างจากวิธีการที่ Thomas Edison ใช้ในปี ค.ศ. 1878    วิทยุกระจายเสียงได้ก่อกำเนิดขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่ 1920s  และกลับกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญของเครื่องเล่นแผ่นเสียงในเวลาต่อมา   เมื่อประกอบกับช่วงเศรษฐกิจตกต่ำที่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมแผ่นเสียง ธุรกิจแผ่นเสียงจึงล้มหายตายจากไปใน ค.ศ. 1933
ที่น่าแปลกก็คือ  แม้ว่าวิทยุกระจายเสียงจะเป็นตัวทำให้ธุรกิจแผ่นเสียงมีอันเป็นไป  แต่วิทยุกระจาย เสียงก็ช่วยชุบชีวิตใหม่ของธุรกิจแผ่นเสียงให้กลับคืนมาได้เช่นกัน   เนื่องจากประชาชนมีความต้องการฟังรายการเพลงทางสื่อวิทยุกระจายเสียงกันมาก   ประกอบกับเทคนิคการบันทึกเสียงได้มีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิม
ส่วนภาพยนตร์นั้นมีวิวัฒนาการควบคู่มากับแผ่นเสียง  ซึ่งบุคคลสำคัญเบิ้องหลังเทคโนโลยีทั้งสองประเภทก็คือ Thomas Edision  นั่นเอง   ภาพยนตร์ได้รับความนิยมในฐานะสื่อที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิง  แต่ก็ยังถูกแซงโดยวิทยุกระจายเสียงซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  มีการแข่งขันในระบบต่างๆเพื่อให้ประชาชนยอมรับ  จนในที่สุดสถานีวิทยุกระจายเสียงระดับชาติแห่งแรกก็ถูกตั้งขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยบริษัท RCA  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีตราบจนทุกวันนี้

สร้างโดย:
กมลชนก ศรีดอนจันทร์ ม.6/4 เลขที่33 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กทม.

แหล่งอ้างอิง:
http://www.nonburee.com/page10.htm

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่มาและขอบคุณอาจารย์จรัส  บุณยธรรมา ที่ได้ให้ผมได้ตั้งกระทู้ได้ครับ


* Radio.jpg (49.01 KB, 380x285 - ดู 8017 ครั้ง.)

* TV.jpg (62.42 KB, 796x624 - ดู 8081 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.215 วินาที กับ 21 คำสั่ง