RmutPhysics.com
กรกฎาคม 26, 2014, 11:10:01 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียง  (อ่าน 18616 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฟิสิกส์ราชมงคล
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 625


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2007, 08:20:35 am »

สำหรับเครื่องขยายเสียงทั่วๆไป   มักจะมีภาคขยายสัญญาณ  ก่อนจะเข้าเครื่องขยายเสียง   เราเรียกภาคนี้ว่า  ภาคปรีแอมป์พลิฟลายเออร์  (Pre- amplifier)  ซึ่งจะทำงานเหมือนกับภาคแอมพลิฟลายเออร์ทุกประการเพียงแต่สัญญาณขยายอ่อนกว่า  เพื่อไม่ให้ขยายสัญญาณผิดเพี้ยน   ดังนันเครื่องขยายเสียงราคาแพง จะมีภาคปรีแอมป์  หลายช่วงก่อนที่จะขยายเสียงออกทางลำโพง  ทำให้ได้สัญญาณออกมาแรง และเหมือนกับสัญญาณขาเข้าทุกประการ หรือถ้าปรับแต่ง อาจจะไพเราะกว่าเสียงจริงก็ได้   พวกนักร้องคาราโอเกะนิยมมากทั้งๆที่เสียงขาเข้าไม่ค่อยจะไพเราะนัก แต่พอผ่านการปรับแต่ง กลายเป็นเสียงนักร้องก็เป็นได้   คลิกครับ


* amplifier-concept.gif (23.25 KB, 402x302 - ดู 7358 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2008, 10:37:21 pm »

ผมนายสุวัฒน์  หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็กต่อเนื่องsec 19 รหัส 115130461120-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  6 พฤศจิกายน 2551 เวลา 22.38  น. ณ บ้านช้างขุนเทียน

ผมเป็นอีกท่านหนึ่ง ที่รักและชื่นชอบเครื่องขยายเสียงเป็นชีวิตจิตใจ และเซียนในการซ่อม และประกอบครับ หลักการแบบพื้นๆของเครื่องขยายเสียงมีไม่มากนัก แต่รายละเอียดปลีกย่อยจะแตกต่างกันไปในส่วนของการนำไปใช้งาน เช่น เครื่องขยายเสียงใช้ประกาศ เครื่องขยายเสียงใช้ในหอประชุม เครื่องขยายเสียงใช้ในโรงภาพยนตร์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีส่วนประกอบที่คล้ายกัน แต่การใช้งานต่างกัน

เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
 
ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
ทนทาน
ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย

    หนุ่มลูกทุ่ง หมอลำ ไอ้หนุ่มเครื่องไฟ  คือ สุวัฒน์  หนูคีรี เจ้าเดียวเท่านั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2008, 06:49:28 pm โดย สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sunti
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 10:19:59 pm »

Sunti Civil  นายสันติ  บัวงาม  นศ.วิศวกรรมโยธา   รหัส 115330411021-2  Sec 4 เลขที่ 16  ตอบกระทู้วันที่  8/01/54  เวลา 22:18 น. ณ. หอป้าอ้วน
    หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nutthaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 11:13:14 pm »

นางสาว กิติมา  รัตโนทัย เลขที่ 16 รหัส 115110903001-5 วันที่ 8 ม.ค. 54 เวลา 23.13 น. สถานที่ หอ zoom
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nutthaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 01:50:16 am »

นางสาวณัฐพร  พิศนุ sec 02 เลขที่ 17 รหัส 115110903030-4 วันที่ 09/01/2554 เวลา 01.50 สถานที่ หอ ZOOM

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siwapat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 10:31:27 am »

ผมนายศิวภัทร์ รัตนสมบูรณ์ รหัส 115330411024-6 เลขที่ 18 วิศวกรรมโยธา sec. 4 เวลา10.29 am. วันที่ 9/1/54 มี่หอลากูลแมนชั่น
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kitima
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 10:59:06 am »

นางสาว กิติมา  รัตโนทัย เลขที่ 16 รหัส 115110903001-5 วันที่ 9 ม.ค. 54 เวลา10.59 น. สถานที่ หอ zoom
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kambio
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 01:56:44 pm »

นางสาว นันทวัน  มีชำนาญ  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขา ชีววิทยา  sec. 02  เลขที่  43  รหัส  115210904052-5  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  9  ม.ค.  2554   สถานที่  บ้าน  เวลา  13.55  น.

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Piyarat Mounpao
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 02:46:07 pm »

นางสาว ปิยะรัตน์ เหมือนเผ่า เลขที่ 42 รหัส 115210904050-9 กลุ่ม02 คณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สาขาวิชาชีววิทยา สถานที่ บ้าน เวลา 14.45 น. วันที่ 09/01/54
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
TanGMe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 04:16:55 pm »

นางสาวภัทรพร ผลอำไพ รหัสนักศึกษา 115110417062-6 เลขที่ 9 sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 9 มกราคม 2554 เวลา16.17 น. ที่หออยู่บ้านแมนชั่น
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 
เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น


เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
 
ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
ทนทาน
ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kodchaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 04:51:21 pm »

น.ส กชพร  เพ็งคำเส็ง นศ.วิศวกรรมเกษตร-สาขาอาหาร sec02 เลขที่29
รหัส 115210417059-0
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ตอบกระทู้วันที่วันที่ 9 มกราคม 2554 เวลา  16.51 น.   สถานที่ บ้าน

      หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       วงจรส่วนที่สองคือ  วงจรอินพุท  ซึ่งจะรับสัญญาณไฟฟ้าจากเทปหรือเครื่องเล่นซีดี   ดีวีดี  แผ่นเสียง  และไมโครโฟน  สัญญาณที่เข้ามายังเป็นลูกคลื่นลูกเล็กๆ  ไม่สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้  อย่างไรก็ตามถ้านำหูฟัง  ไปต่อไว้ สามารถได้ยินเสียงเบาๆ  แต่เมื่อนำสัญญาณนี้ผ่านเข้าเครื่องขยายเสียงจะถูกขยายให้มีขนาดมากขึ้น  สามารถนำไปขับออกทางลำโพงได้


     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sirilak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 09:26:05 pm »

นางสาวสิริลักษณ์ ศัพสุข เลขที่ใหม่30 sec02 รหัส115210417064-0
เรียนกับ อ.จรัส บุณยธรรมา วันที่9 มกราคม 2554 เวลา 21.24น.

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jantira
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 10:14:50 pm »

นางสาวจันทิรา รัตนพันธุ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส115310903042-5 เลขที่64 sec02 วันที่9/01/2554 สถานที่Banoffee เวลา22.14น.
สรุป
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น     
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Narumol
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 103


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 10:50:39 pm »

น.ส.นฤมล กำลังฟู เลขที่26 รหัสนักศึกษา 115210417031-9 sec.2
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่อง ขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ ไฮ-ไฟ  เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ นั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutharat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 09, 2011, 11:17:13 pm »

น.ส จุฑารัคน์ นาวายนต์ รหัส 115210417058-2 sec02 เลขที่28เข้ามาตอบกระทู้วันที่วันที่ 9  มกราคม 2554 เวลา 23.15 น.   สถานที่ หอ RS
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น     
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
amnuay cve2
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:03:36 am »

     Smileyกระผมนาย อำนวย เกิดโภคา นักศึกษาคณะวิศวกรรมโยธา SEC 17 เลขที่ 10 รหัส 115340411116-9 อาจารย์ผู้สอน ผศ. จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 10/1/2554 ที่บ้าน เวลา 11.03 น. Cheesy
     หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sumintra
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 12:28:11 pm »

นางสาวสุมินตรา  งามสมบัติ เลขที่ 36 รหัส 115210452022-4 sec 2
ตอบกระทู้วันที่  10 มกราคม 2554  เวลา 12.28  ที่หอพัก

มีความเห็นว่า...

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutamat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 12:45:59 pm »

นางสาว จุฑามาศ  เชื้ออภัย เลขที่ 38 รหัส 115210904056-6 วันที่ 10 ม.ค. 54 เวลา 12.45 น. สถานที่ หอใน
เครื่องขยายเสียงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทของคุณภาพเสียงคือ
1. เครื่องขยายเสียงไฮ-ไฟ
2. เครื่องขยายเสียงแบบที่ไม่ใช่ไฮไฟ
 เครื่องขยายเสียงแบบไฮ-ไฟจะเป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่ตลอดความถี่เสียง นั่นคือเครื่องขยายประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟ เครื่องขยายประเภทนี้เช่น เครื่องขยายเสียงในโรงภาพยนตร์ มินิคอมโป ลำโพงที่มีซับวูฟเฟอร์อยู่ด้วย เป็นต้น
ส่วยเครื่องขยายแบบไม่ใช่ไฮ-ไฟนั้นจะไม่เน้นที่คุณภาพของเสียง แต่จะเน้นที่ความดังของเสียงเท่านั้น เครื่องขยายเสียงประเภทนี้จะให้คุณภาพเสียงเฉพาะที่ความถี่ใดๆ ความถี่หนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เครื่องขยายเสียงแบบประกาศ รถโฆษณา เป็นต้น
เครื่องขยายเสียงที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
*ขยายสัญญาณเสียงได้สม่ำเสมอ และไม่ผิดเพี้ยน
*ไม่มีสัญญาณรบกวน เช่นเสียงฮัม เสียงซิกๆๆ แซกๆๆ
*ทนทาน
*ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไป
*ซ่อมง่าย หาอะไหล่ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดนุพร อ่อนศรี
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 01:10:37 pm »



นายดนุพร  อ่อนศรี   รหัส 115040472024-7 sec.02 เลขที่ 8 ภาควิชาวิศวกรรมพลาสติก ตอบกระทู้ที่บ้านซอยอิสเทิล วันที่ 10/01/2554 เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมาหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nitikanss
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 04:53:09 pm »

นางสาวนิติการณ์ รัตนบุรี  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส115310903052-4 เลขที่ 71 sec02 วันที่ 10/01/2554 สถานที่Banoffee เวลา16.53น.
สรุป
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alongkorn hunbuathong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 06:07:36 pm »

นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง รหัส 115330411026-1 เลขที่ 20 กลุ่ม 53341 cve สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 เวลา 18.07 น. วันที่ 10/1/54  ณ บ้านบางชันวิลล่า
สรุปได้ว่าจากหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงนั้นแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sutin
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 11:11:54 pm »

นาย สุทิน ศรีวิลัย เลขที่ 25 sec17 รหัส 115340441222-9 สถานที่ หอพักปานรุ้ง ตอบกระทู้วันที่ 10/1/2554 เวลา 23.10 น.
เราจะแบ่งการทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอน
1 วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2 เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
3 เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nontapun
มือโปรขยันโพสขั้นเทพ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 09:47:07 am »

นาย นนทพันธ์ เสนาฤทธิ์  sec 4
ตอบกระทู้วันที่  11 มกราคม 2554  เวลา09.50  ที่บ้าน
มีความเห็นว่า...

หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kittisap
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 11:25:38 am »

กระผม นายกิตติศัพท์ ถนัดงาน นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ  sec.4
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  11 มกราคม 2554 ที่ บ้าน ซอยพรธิสาร3  เวลา 11.25 น.
ความคิดเห็นว่า
     หน้าที่ของเครื่องขยายเสียง  ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับปั๊มน้ำ คือมีหน้าที่ปั๊มให้น้ำทางด้านอินพุทที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว    เช่นเดียวกัน สำหรับเครื่องขยายเสียง   มันมีหน้าที่ปั๊มให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามา  ออกไปทางด้านเอาท์พุท  ด้วยความแรงและเร็ว   
       เครื่องขยายเสียงจะขับดันสัญญาณด้านเอาท์พุท   ตามสัญญาณด้านอินพุท   เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจะแบ่งวงจรเครื่องขยายเสียงออกเป็น  2  ส่วน  วงจรส่วนที่หนึ่งคือ วงจรทางเอาท์พุท  ได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่  หรือจากแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง  ถ้าเราใช้วิธีเสียบปลั๊กไฟที่บ้าน  ไฟที่ได้เป็นไฟกระแสสลับ จะต้องแปลงไฟเป็นไฟตรงก่อนจึงจะป้อนให้กับวงจรเครื่องขยายเสียงได้
       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mildfunta
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 12:17:01 pm »

นางสาวธัญลักษณ์  มิชัยยา เลขที่ 76 รหัส 1153109030607 sec 02 วันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 12.14 น. ณ shooter internet cafe'   
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
werayut rmutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:23:20 pm »

นายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้ามาตอบกระทู้เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 14.22 น. ณ ตึกวิทยะบริการ

     หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chantana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:30:29 pm »

นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 47 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11/01/2554 เวลา 14:29 สถานที่ Shooter Internet อ่านแล้วสรุปได้ว่า

หัวใจสำคัญสุดของเครื่องขยายเสียง คือ  ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ทำจากสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนแปลงการนำไฟฟ้าได้โดยการเติมสารเจือปนบางอย่างลงไป   สารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ทำจากซิลิคอนที่หาได้ง่าย   ส่วนกระบวนการเติมสารเจือปนเรียกว่า การโfปปิ้ง (doping)

การทำงานของเครื่องขยายออกเป็น 4  ขั้นตอนดังนี้

1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์  ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์กับเบส
2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท หรือขาเบส   อิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบส จนเต็ม
3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุท  ทำให้กำแพงศักย์ลดขนาดลง แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Mickey2010
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:38:54 pm »

นางสาวปัทมา วงษ์แก้วฟ้า  รหัส115310903038-3  เลขที่61  sec02  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์   เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 14.37 น.  สถานที่บ้านของตนเอง
สรุปได้ว่าจากหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงนั้นแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Biwtiz
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:51:29 pm »

น.ส กชพรรณ นาสวาสดิ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติ รหัสนักศึกษา 115310903036-7 เลขที่ 53 sec 02 ตอบกระทู้วันที่ 11 ม.ค 54 เวลา 14.51 น. สถานที่ บ้านคลอง 6
สรุปได้ว่า
หลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาด ลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่าย ขึ้น 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
heetoon
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 02:56:26 pm »

นายราชันย์ บุตรชน รหัส 115330411047-7 กลุ่ม 53341 cve สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา sec 4 เวลา 14.56 น. วันที่ 11/01/54  ณ  Four B4
สรุปได้ว่าจากหลักการทำงานของเครื่องขยายเสียงนั้นแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน
       1. วงจรทางด้านเอาท์พุทต่อเข้ากับอีมิตเตอร์และคอลเลกเตอร์ส่วนวงจรด้านอินพุทต่อเข้ากับิีมิตเตอร์กับเบส
       2. เมื่อยังไม่มีกระแสไหลเข้าไปทางด้านอินพุท  หรือขาเบสอิเล็กตรอนอิสระจากสารชนิด N จะเข้าไปลงหลุมของชนิด P ในขาเบสจนเต็ม
       3. เกิดกำแพงศักย์ขึ้น หรือดีพลีชั่นโซนหนาขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ยาก
       4. เมื่อมีกระแสหรือสัญญาณทางไฟฟ้าไหลเข้ามาทางอินพุททำให้กำแพงศักดิ์ลดขนาดลง  แรงต้านทานลดลง  อิเล็กตรอนสามารถกระโดดข้ามกำแพงศักย์จากอีมิตเตอร์ไปคอลเลกเตอร์ได้ง่ายขึ้น
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.425 วินาที กับ 21 คำสั่ง