RmutPhysics.com
พฤศจิกายน 29, 2020, 12:00:49 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การทดลองเสมือนเรื่อง Photoelectric effect  (อ่าน 18796 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 30, 2011, 11:41:09 pm »

ผมนาย ณชย ประสพเนตร์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
sec 4 เลขที่  49
เข้ามาตอบกระทู้วันที่   30   มกราคม  2554 เวลา  23.42  น. ที่ บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
มีความคิดเห็นว่า

   วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody) 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Penprapa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 12:52:28 pm »

นางสาวเพ็ญประภา  สุเพียร  เลขที่  40  รหัส 115210904029-3  กลุ่ม 2  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตอบกระทู้เมื่อวันที่ 31 มค 54  เวลา 12.52 น.  ณ วิทยะบริการ
   วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody) 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jutamat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #32 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 02:01:31 pm »

น.ส. จุฑามาศ เชื้ออภัย  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  sec.02  เลขที่ 44  รหัสนักศึกษา 115210904056-6    ผู้สอน อาจารย์จรัส  บุญยธรรมา  เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 31/01/54  ณ หอพักสวัสดิการนักศึกษา มทร.ธัญบุรี    เวลา 14.01 น. 
สรุปว่า

ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
werayut rmutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 03:23:44 pm »

นายวีรยุทธ บุญใหญ่ รหัส115330411052-7 เลขที่ 45 sec.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา
เข้าตอบกระทู้เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 เวลา 15.20 น. ณ ตึกวิทยะบริการ

วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sathian757
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #34 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 03:37:19 pm »

นายเสถียร ปานามะเส คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441203-9
ตอบกระทู้วันที่ 31/01/54  เวลา 15:37 น. สถานที่ หอพัก นวนคร
สรุปว่า
เมื่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตกกระทบโลหะ จะทำให้อะตอมมีการสั่นสะเทือนแบบซิมเปิลฮาร์มอนิก ถ้าความเข็มของคลื่นมีค่ามากขึ้น นั้นคือขนาดของสนามแม่เหล็กมากขึ้น ทำให้แรงที่ทำให้เกิดการสั่นมีค่ามาก อิเล็กตรอนจหลุดจากผิดโลหะด้วยพลังงานที่มีค่ามาก ถ้าเพิ่มความถี่แสงพลังงานโฟดตอิเล็กตรอนจะมีค่าลดลง เพราะผลของความเฉื่อยของมวลอิเล้กตรอน
  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
alongkorn hunbuathong
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #35 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 03:54:03 pm »

นายอลงกรณ์ หุ่นบัวทอง รหัส 115330411026-1 เลขที่ 20 กลุ่ม 53341 cve  Sec 04 สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา  วันที่ 31/1/54  เวลา 15.54 น.  ณ  บ้านบางชันวิลล่า
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ronachai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #36 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 04:15:22 pm »

นาย  รณชัย  รุกขวัฒน์   วิศวกรรมโยธา   115330411002-2  sce 4 
กะทู้เมื่อ  วันที่ 31 มกราคม 2554  เวลา  16.15 น. ณ  ห้องสมุดมหาลัย
สรุปได้ว่า           
วัตถุทุกชนิดจะแผ่รังสีความร้อนที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของผิววัตถุnรังสีความร้อนที่เปล่งออกมาจากวัตถุจะมีทุกความยาวคลื่น โดยจะเป็นรังสีใต้แดง (infrared) เมื่อมีอุณหภูมิต่ำ nเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะกลายเป็นรังสีสีแดงและสีขาวในที่สุด nปัญหาของกลศาสตร์แบบฉบับคือไม่สามารถอธิบายถึงการกระจายของรังสีที่แผ่จากวัตถุได้ nวัตถุที่สามารถแผ่หรือดูดกลืนรังสีความร้อนได้ทุกความยาวคลื่นจะมีชื่อเรียกว่า วัตถุดำ (blackbody)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chatchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 05:19:09 pm »

กระผม นาย ฉัตรชัย กล่อมเกลี้ยง  นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาตร์ สาขา อุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) SEC.17 รหัสประจำตัว 115340441232-8 เลขที่ 28      เรียนกับอาจารย์ จรัส บุณยธรรมา เข้ามาตอบกระทู้วันที่
31 เดือน มกราคม พศ.2554 เวลา 17.20  น.  สถานที่ หอพัก 4B

สรุปว่า

 ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์ นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับ ชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #38 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 06:52:35 pm »

นางสาว สุนิสา หมอยาดี นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec.02  เลขที่ 74  รหัสนักศึกษา 115310903055-7 วันที่ 31/01/54  สถานที่ บ้าน    เวลา 18.52 น.

    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
jackmaco
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 07:25:10 pm »

นายธีรพงษ์ ม้วนทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17   รหัสประจำตัว115340441211-2
ตอบกระทู้วันที่ 31/01/54  เวลา 19:25 น. สถานที่ หอ เอื้อมเดือน
สรุป : ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
 
 
 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nuubuoe
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 07:55:56 pm »

นางสาวจรีรัตน์  ชะโปรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส115310903040-9 sec.02 เลขที่63 ตอบกระทู้เมื่อ 31/01/54 เวลา 19.55 น.ที่บ้าน
สรุปว่า
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chinnapot
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #41 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 10:44:25 pm »

นายชินพจน์ เดชเกษรินทร์ คณะ วิศวกรรมอุตสาหการ-การจักการ รหัส 115340441238-5 sec17 วันที่31/01/54 เวลา22.44  ณ ทรัพย์ถาวรอพาร์ทเม้นท์

    ค.ศ.1887 เฮิร์ต (Hertz) ได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ตเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม (threshold frequency) เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
somphoch
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #42 เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 11:18:23 pm »

นายสมโภชน์  จิกกรีนัย sec.17 เลขที่34 รหัสนักศึกษา 115340441247-6 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอุตสาหการ-การจัดการ ตอบวันที่ 31/01/54 เวลา23.20น. ที่บ้าน
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน
ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
 

 
 
 

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
thanathammarat
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #43 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 12:45:07 pm »

นายปรัชญาพล ธนาธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่ 14 รหัสประจำตัว115340441204-7 ตอบกระทู้วันที่ 01-02-2554 เวลา 12:45 น. สถานที่ บริษัท Siam lemmerz
เนื้อหาสรุปได้ว่า...
     ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน คือ ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์ นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิด ปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับ ชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
soawanee
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #44 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 01:59:30 pm »

นางสาวเสาวรีย์  อนันต์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ รหัส1153109030532 sec.02 เลขที่ 72 ตอบกระทู้เมื่อ 01/02/54 เวลา 13.59 น.ที่บ้าน
สรุปว่า
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nueng
อภิมหาเทพ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #45 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 02:12:37 pm »

นางสาวสมฤดี  สอนชอุ่ม เลขที่ 19 รหัส 115110903066-8  sec 02 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 1 ก.พ. 2554 เวลา  14.20 น.
ณ  คณะวิทย์ ฯ  สรุปได้ว่า .....
    ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
namwhan
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #46 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 02:22:27 pm »

นางสาวพรรณฐิณี  โสภาวนัส  sec2  เลขที่ 56 01/02/2554  เวลา 14.25  ณ  ร้าshooter  isyl 115310903033-4  คณะวิทยาศาสตร์
จากรูปเมื่อให้เเสงตกกระทบกับโลหะจะเกิดโฟโต้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่จากขั้ว ลบ มายังขั้วบวก ถ้าความต่างศักย์ที่ขั้ว AC มากเท่าใดจะยิ่งช่วยเสริมร่วมกับพลังงานจลน์ของอิเล็กตรอน  ทำให้วิ่งเข้ามาถึงแผ่นบวกได้เร็วเเละมากขึ้น
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
IIKWANGSTSTII
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #47 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 02:47:40 pm »

นางสาวกิ่งกาญจน์ แสนคำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec 02 เลขที่ 54 รหัส 115310903031-8 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 01/02/2554 เวลา 14.46 สถานที่ Shooter cafe'
ค.ศ.1887 เฮิร์ต (Hertz) ได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ตเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนดลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม (threshold frequency) เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chantana
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 125


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #48 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 02:50:24 pm »

นางสาวฉันทนา  ไกรสินธุ์  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สาขาวิชาสถิติประยุกต์  sec02 เลขที่ 47 รหัส 115310903002-9 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 1/02/2554 เวลา 14:50 สถานที่ Shooter Internet
    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mildfunta
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #49 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 03:01:43 pm »

นางสาวธัญลักษณ์ มิชัยยา เลขที่ 76 รหัส 1153109030607 sec 02 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 14.55 น. ณ shooter internet cafe'
เฮิร์ตได้ทดลองฉายรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะพบว่าเกดรังสีอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่าโฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงจะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
siripornmuay
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #50 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 03:09:05 pm »

นางสาว ศิริพร สนเผือก  นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาสถิติประยุกต์ sec.02  เลขที่ 70  รหัสนักศึกษา 115310903051-6 วันที่ 01/02/54  สถานที่ shooter internet     เวลา 03.06 น.

    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
suchart
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #51 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 03:09:23 pm »

กระผม นายสุชาติ  สุวรรณวัฒน์ นศ.วิศวกรรมอุตสาหการ  sec.2 เลขที่ 31 รหัส 115210441230-7
เรียนกับ ผศ.จรัส บุณยธรรมา
เข้ามาตอบกระทู้วันที่  1 กุมภาพันธุ์ 2554 ที่ หอ  เวลา 15.09 น.
ความคิดเห็นว่า
    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน
ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sarisa
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #52 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 07:08:03 pm »

นางสาวสาริศา พรายระหาญ  รหัส 115110901018-1 sec 02 เลขที่ 13 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคณิตศาสตรื
วันที่ 1/2/54 เวลา 19.07  น. ณ.ร้านเน็ต

          ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.   ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bear
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 126


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #53 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 07:30:41 pm »

นาย อุดม แก้วชู  เลขที่ 28 รหัส 115330411034-5 วิศวกรรมโยธา sec 4  01/02/54 เวลา 19.30   หอพักมณีโชติ
ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saowapha
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #54 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 07:54:02 pm »

นางสาวเสาวภา ล่วงพ้น คณะวิทยาศาสตร์  สาขาคณิตศาสตร์ sec 02 รหัสประจำตัว 115110901082-7 เลขทรา 14
เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 1/2/54 เวลา 19.53 ณ.ร้านเน็ต

สรุปได้ว่า.....
    ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน
ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nutthaporn
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 130


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #55 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 08:05:56 pm »

นางสาวณัฐพร  พิศนุ sec 02 เลขที่ 17 รหัส 115110903030-4 วันที่ 01/02/2554 เวลา 20.05 สถานที่ หอ ZOOM
สรุปได้ว่า
ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮร์ซเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่ เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
hatorikung_nutt
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 08:37:31 pm »

นายพงษ์ศักดิ์  เลิศศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ-การจัดการ sec.17 เลขที่19   รหัสประจำตัว115340441209-6
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จรัส บุณยธรรมา   ตอบกระทู้วันที่  1/02/54 เวลา 20.37 ณ หอพักวงษ์จินดา
 
  เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kitima
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 119


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #57 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 09:15:00 pm »

นางสาวกิติมา  รัตโนทัย sec 02 เลขที่ 16 รหัส 115110903001-5 เข้ามาตอบกระทู้วันที่ 01/02/2554 เวลา 21.14 น. สถานที่ zoom

  ปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตรอน ค.ศ.1887 เฮิร์ซได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเลตไปกระทบบนผิวโลหะ
พบว่าเกิดอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้น เรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮีร์ซเปลี่ยนความถี่ของ
แสงที่ฉายตกกระทบบนโลหะพบว่าเมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าๆหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอน
ในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tongchai
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« ตอบ #58 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2011, 11:19:18 pm »

ผมนาย ธงชัย ฉิมสุด นักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ-การจัดการ (สมทบ) sec 17 รหัส 115340441240-1  เข้ามาตอบกระทู้วันที่  1 กุมภาพันธ์  2554 ณ หอพักโพธิ์ทอง  เวลา23.19 น

ค.ศ.1887 เฮิร์ต (Hertz) ได้ทดลองฉายรังสีอุลตราไวโอเล็ตไปกระทบบนผิวโลหะ พบว่าอิเล็กตรอนอิสระที่โลหะนั้นเรียกอิเล็กตรอนนี้ว่า โฟโตอิเล็กตรอน เมื่อเฮิร์ตเปลี่ยนความถี่ของแสงที่ฉายตกกระทบบนดลหะพบว่า เมื่อลดความถี่ของรังสีให้น้อยลงถึงค่าหนึ่งซึ่งพอดีที่จะทำให้อิเล็กตรอนในอะตอมหลุดเป็นอิสระได้ ถ้าความถี่น้อยกว่าค่าค่านี้จะไม่เกิดโฟโตอิเล็กตรอนขึ้น ความถี่นี้เรียกว่า ความถี่ขีดเริ่ม (threshold frequency) เมื่อเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นพบว่าโฟโตอิเล็กตรอนจะมีพลังงานมากขึ้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pitak
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #59 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 01:25:54 am »

นายพิทักษ์ นงนวล  รหัส 115330411018-8 sec 04 เลขที่ 15 ตอบกระทู้ที่ สวนสุทธิพันธ์ วันที่ 02/02/2554 เวลา 01.25 น. สรุปได้ว่า
ปรากฏการณ์ที่แสงความถี่สูงๆเมื่อฉายไปยังโลหะ ทำให้โลหะสูญเสียประจุเรียกว่า photoelectric effect.
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับโลหะหลายชนิดถ้าความยาวคลื่นของแสงไม่มากเกินไป สำหรับโลหะแต่ละชนิดจะมีขีดจำกัดของความยาวคลื่นของแสงที่จะไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้เลยไม่ว่าแสงจะมีความเข้มสูงสักเท่าไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์อยู่ระยะหนึ่ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นผู้อธิบายได้เมื่อปี 1905 โดยอธิบายว่า : แสงประกอบด้วยอนุภาคที่เรียกว่าโฟตอน (photons) พลังงานของโฟตอนมีค่าเป็นสัดส่วนโดยตรงความถี่ของแสง ในการทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งซึ่งขึ้นกับชนิดของโลหะ เรียกว่าฟังก์ชันงาน (work function) ถ้าพลังงานของโฟตอนมากกว่านี้ก็จะสามารถทำให้อีเล็กตรอนหลุดจากผิวโลหะได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.665 วินาที กับ 22 คำสั่ง