RmutPhysics.com
มิถุนายน 23, 2017, 01:13:38 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติของผู้ให้กำเนิดไดนาโม  (อ่าน 2524 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:30:53 am »

 ประวัติของผู้ให้กำเนิดไดนาโม
ที่มา http://www.are101.org/forum/index.php?topic=17.0 ขอบคุณครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ไมเคิล ฟาราเดย์( Michael Faraday)
        ไมเคิล ฟาราเดย์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการศึกษาน้อยและยากจน มีชีวิตอยู่ในสลัม แต่รักในการอ่านหนังสือ และชอบไปฟังการบรรยายของนักวิทยาศาสตร์สำคัญๆเสมอ จนได้เป็นลูกศิษย์ของ เซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี

        ไมเคิล ฟาราเดย์ เกิดเมื่อวันที่ 22 กันยายน ปี ค.ศ.1791 เป็นบุตรของช่างเหล็กชาวอังกฤษเนื่องจากฐานะไม่สู้ดี เขาจึงได้รับการศึกษาน้อย ยังไม่ทันเรียนสำเร็จก็ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน และใช้ชีวิตอยู่ในสลัมแห่งหนึ่งไม่มีวี่แววว่าจะเติบโตขึ้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงไปได้
         เมื่อมีอายุได้ 13 ปี ไมเคิลก็ไปทำงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ และทำงานเย็บปกหนังสือในร้านขายหนังสืด้วย จากการงานนี้ทำให้เขามีใจรักหนังสือและหาโอกาสอ่านอยู่เสมอ โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาไฟฟ้าที่เขาสนใจที่สุด และก็ลองทำการทดลองดูด้วยตนเอง และหาโอกาสไปฟังการบรรยายของเซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี ซึ่งเขาจะไปฟังทุครั้ง และส่งจดหมายแสดงความประสงค์ที่จะขอไปเป็นเด็กรับใช้ของเซอร์ฮัมฟรีย์

         เซอร์ฮัมฟรีย์ เดวีย์ เห็นชายหนุ่มมีความสนใจอย่างแรงกล้า จึงรับเข้าทำงานเป็นคนล้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ในห้องเครื่องมือ ทำให้เขามีโอกาสศึกษาวิชาทางวิทยาศาสตร์จาก เซอร์ฮัมฟรีย์ จนเกิดความชำนาญ จนได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยและติดตามท่านเซอร์ไปในการเดินทางไปบรรยายทุกครั้ง

          ในปี1821 ขณะที่ฟาราเดย์ได้ทำการทดลองเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า เขาก็พบปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่ไฟฟ้าเดินตามเส้นลวดแล้วทำให้เกิดอำนาจแม่เหล็กรอบๆเส้นลวด กระแสนี้เมื่อนำเอาเข็มแม่เหล็กไปวางไว้ใกล้ กระแสนี้ก็จะหมุนไปเรื่อยๆ ด้วยหลักอันนี้ ฟาราเดย์จึงทดลองประดิษฐ์ไดนาโมเล็กๆขึ้น อันเป็นต้นกำเนิดของไดนาโมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

          ไมเคิล ฟาราเดย์ ล้มป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมในบั้นปลายของชีวิต และถึงแก่กรรมเมื่อ ปี ค.ศ. 1867 ที่แฮมป์ตันคอร์ท เมื่ออายุได้ 76 ปี

          ไมเคิล  ฟาราเดย์   พบว่า  "เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสนามแม่เหล็กจะมีผลให้เกิดการเคลื่อนที่ การเคลื่อนที่ของตัวนำในสนาม แม่เหล็กจะก็ให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าในตัวนำนั้น เรียกว่าการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งจะเกิดขึ้นเสมอในตัวนำที่วางอยู่ในสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลง"


* Faraday.jpg (2.26 KB, 100x100 - ดู 674 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:31:13 am »

หลังจากที่มีฟาราเดย์ค้นพบหลักการกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าแล้วนั้นก็ได้เกิดทฤษฎีต่างๆขึ้นมาอีกหลายตัว แต่จะขอนำเอาเฉพาะทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการทำเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาให้อ่านกันก่อนนะครับ

ไฟฟ้าที่เกิดจากอำนาจแม่เหล็ก
           จากการทดลองของไมเคิล ฟาราเดย์นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษพบว่าเมื่อนำแท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่ผ่าน ขดลวดหรือนำขดลวดเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นในขดลวดนั้นและยังสรุปต่อไปได้อีกว่ากระแสไฟฟ้าจะเกิดได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
     1.จำนวนขดลวด ถ้าขดลวดมีจำนวนมากก็จะเกิดแรงดัน ไฟฟ้าเหนี่ยวนำมากด้วย
     2.จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก ถ้าเส้นแรงแม่มีจำนวนมากก็จะ เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำมากด้วย
     3.ความเร็วในการเคลื่อนที่ของแม่เหล็ก ถ้าเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กเร็วขึ้นก็จะเกิดแรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
ซึ่งต่อมาได้นำหลักการนี้มาคิดประดิษฐ์เป็นเครื่องกำเนิด ไฟฟ้าหรือเจนเนอเรเตอร์ โดยใช้กฏต่างเหล่านี้เป็นตัวสร้างขึ้น

Faraday?s law of induction: กฎการเหนี่ยวนำของฟาราเดย์
         กล่าวว่าขนาดของแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำในตัวนำเป็นสัดส่วน กับอัตราการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก
 
Fleming s right-hand rule or dynamo rule: กฎมือขวาของเฟลมมิ่งหรือกฎไดนาโม 
         กล่าวว่าทิศของกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำหาได้จากทิศของสนามแม่เหล็ก และทิศการเคลื่อนที่โดยใช้มือขวา

Generator or dynamo เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือไดนาโม
          เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานกล ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างง่าย  จะมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำแบบสลับเกิดขึ้นในขดลวด เมื่อหมุนในสนามแม่เหล็ก  เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงมีคอมมิวเตเตอร์  เช่น เดียวกับมอเตอร์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าจะไหลในทิศทางเดียว

แม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก     
           แม่เหล็ก เป็นสารประกอบของเหล็กและออกซิเจน เป็นวัตถุที่ สามารถดูดสารแม่เหล็กบางชนิดได้
           สนามแม่เหล็ก คือบริเวณหรือขอบเขตที่แม่เหล็กส่งเส้นแรงแม่ เหล็กที่มีอำนาจการดึงดูดออกไปได้ถึง

คุณสมบัติของเส้นแรงแม่เหล็ก
          1. มีทิศออกจากขั้วเหนือเข้าสู่ขั้วใต้
          2. ถ้ามีเส้นแรงแม่เหล็กปริมาณมาก เส้นแรงแม่ เหล็กจะรวมกัน หรือต้านกันออกไปทำให้เกิดจุดสะเทิน ซึ่งเป็นจุดที่มีค่าความเข้มสนาม แม่เหล็กเป็นศูนย์

ฟลักซ์แม่เหล็ก คือ ปริมาณเส้นแรงแม่เหล็ก หรือจำนวนของเส้น แรงแม่เหล็ก ใช้สัญลักษณ์ ความเข้มสนามแม่เหล็ก (B) หมายถึง จำนวนเส้นแรงแม่เหล็กต่อ หน่วยพื้นที่ที่เส้นแรงแม่เหล็กตกตั้งฉาก


* wirefld.gif (2.44 KB, 291x96 - ดู 682 ครั้ง.)

* RHlaw1.gif (13.5 KB, 1008x920 - ดู 915 ครั้ง.)

* magnetic11.gif (9.22 KB, 245x203 - ดู 676 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:33:20 am »

จากที่เราทราบกันแล้วว่าเมื่อขดลวดวิ่งผ่านสนามแม่เหล็ก หรือสนามแม่เหล็กวิ่งผ่านขดลวดจะทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าทิศทางการเคลื่อนที่หรือทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กเปลี่ยนแปลง แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถรู้ว่าทิศทางของแรงเคลื่อนและกระแสจะไหลไปในทางใดได้โดยการ ใช้กฏมือขวาของเฟรมมิ่ง

โดยการกางนิ้วมือมือขวาสามนิ้วให้ตั้งฉากซึ่งกันและกันคือ
        1.นิ้วหัวแม่มือ แทนทิศทางการเคลื่อนที่ของตัวนำหรือสนามแม่เหล็ก
        2.นิ้วชี้          แทนทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็ก(จะชี้จาก N-S เสมอ)       
        3.นิ้วกลาง     แทนทิศทางการไหลของแรงเคลื่อนและกระแส
จะเห็นว่าเมื่อขดลวดวิ่งผ่านสนามแม่เหล็กที่ขั้วต่างกันจะทำให้ได้ทิศทางของแรงเคลื่อนและกระแสต่างกันด้วย ตรงนี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบและการต่อวงจรของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาก



* magnetic11.gif (9.22 KB, 245x203 - ดู 663 ครั้ง.)

* right-hand-rule.jpg (17.08 KB, 213x264 - ดู 685 ครั้ง.)

* image001.jpg (33.48 KB, 440x443 - ดู 717 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:33:39 am »

 ทีนี้เราก็มาดูว่าเมื่อขดลวดวิ่งผ่านขั้วแม่เหล็กหรือแม่เหล็กวิ่งผ่านขดลวดแล้ว แรงเคลื่อนและกระแสที่ได้จะเป็นเช่นไร?

รูปที่ 1. เริ่มที่เมื่อมีตัวนำเพียงหนึ่งแท่งหรือหนึ่งเส้นตั้งขึ้นก่อนนะครับ จะเห็นได้ว่าเราหันขั้วแม่เหล็กเหนือ(N) เข้าหาลวดตัวนำแสดงว่าสนามแม่เหล็กจะพุ่งออก เราก็ชี้นี้วชีออกไป ส่วนการเคลื่อนที่ไปทางด้านซ้าย ก็ให้หัวแม่มือหันไปทางซ้าย เราก็จะได้ทิศทางของแรงเคลื่อนไหลลงทางด้านล่าง(ลองทำมือดูจะมีลักษณะคล้ายๆ กับการชี้มือข้างขวาออกไปแล้วหันหัวแม่มือนอนไปทางซ้าย ...แล้วกล่าวว่า...โย้..) เราก็จะรู้ว่าทิศทางแรงดันและกระแสจะไหลลงทางด้านล่างของลวดตัวนำ

รูปที่ 2. เราก็ให้จำนวนตัวนำเพิ่มขึ้น แล้วทำลักษณะเดิมครับ ที่นี้แรงดันที่ได้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิมครับ

รูปที่ 3. ทีนี้เรานำตัวนำที่เป็นวงกลมขดหลายๆ รอบ เรียกว่า"ขดลวด" (เริ่มจะคุ้นหูแล้วใช้ไหมครับ เนื่องจากว่าเรานำลวดตัวนำมาขดเป็นวงกลมหลายๆ ขด จึงมีชื่อเล่นว่า "ขดลวด"นะครับ ) โดยจะมีต้นขดลวด(ต้น) และปลายขดลวด(ปลาย) จะเห็นว่าเมื่อเราเคลื่อนที่ขั้วแม่เหล็กในลักษณะเช่นเดิม ก็จะมีแรงเคลื่อนไหลลงเช่นเดิม แต่ว่าลวดตัวนำนี้เราต่อเป็นวงกลม(ที่จริงแล้วเป็นเส้นเดียวกัน ไม่ได้ต่อนะครับ) มันก็จะไหลต่อเนื่องกันไปออกที่ต้นขด(ต้นจะอยู่ด้านใน เนื่องจากเริ่มพันก่อนจากในออกนอกครับ)
          เราก็ทราบแล้วว่าเมื่อเราเคลื่อนที่แม่เหล็กไปเช่นนี้มันก็จะเกิดแรงเคลื่อนขึ้นโดยไหลออกมาทางต้นขดลวด และในทางกลับกันเมื่อขั้วแม่เหล็กที่วิ่งผ่านเปลี่ยนไปเป็นขั้วใต้(S) แรงเคลื่อนก็จะเปลี่ยนทิศอีกครับ(ในกรณีนี้ให้การเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันนะครับ One Way ห้ามย้อนศรนะครับ) แรงดันที่ได้มันก็จะได้เป็นบวกแล้วลบสลับกันไป ทุกครั้งที่ขั้วแม่เหล็กที่วิ่งผ่านเปลี่ยนแปลง(N-S-N-S........จนครบรอบอย่างนี้ไปเรื่อยๆ)จึงทำให้ได้แรงดันไฟฟ้าเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ(สาเหตุนี้จึงทำให้เราต้องวางขั้วแม่เหล็กสลับกันไปจนครบบนจานแม่เหล็กครับ(Magnet Disk)

ปล.หากเราวางขั้วแม่เหล็กเป็นขั้วเดียวกันทั้งหมด มันก็น่าจะทำให้ได้แรงดัน DC เลยโดยไม่ต้องใช้บริดจ์เรกติไฟเออร์อีกให้เปลือง หลายคนอาจจะคิดอย่างนี้ แต่การเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้านั้นเกิดจาก ค่าความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็ก เมื่อเราวางขั้วแม่เหล็กสลับกัน ก็เท่ากับว่าเราทำให้สนามแม่เหล็กแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ เหนือ และใต้ จะทำให้สนามแม่เหล็กมีการเปลี่ยนแปลงสูงมากจะทำให้ได้แรงเคลื่อนที่ดี และอีกอย่างคือเมื่อขั้วแม่เหล็กเหมือนกันจะทำให้เส้นแรงแม่เหล็กผลักกัน จึงทำให้ลักษณะเส้นแรงแม่เหล็กไม่เป็นระเบียบ แรงดันที่ได้อาจจะไม่เต็มที่นัก(จากการคาดเดาและสิ่งที่ผมเข้าใจนะครับ) หากมีใครอยากลองดูผมก็คิดว่าน่าจะทำได้นะครับว่าแรงดันที่ได้จะเป็นเช่นไร ส่วนตัวผมถ้ามีกังหันส่วนตัวอาจจะลองทำดูบ้าง และถ้ามีเครื่อง Oscilloscope ผมก็คิดว่าน่าลองจับดูรูปคลื่นว่าจะเป็นเช่นไร เพราะผมก็อยากลองดูน่ะ


* currentflowRH.JPG (9.27 KB, 367x350 - ดู 703 ครั้ง.)

* currentflowRH1.JPG (14.22 KB, 407x393 - ดู 669 ครั้ง.)

* currentflowRH2.JPG (25.86 KB, 580x369 - ดู 727 ครั้ง.)

* mtfig7.gif (8.06 KB, 476x359 - ดู 673 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:34:10 am »

เมื่อเราทราบว่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมก็จะขออธิบายถึงหลักการทางทฤษฎีที่เป็นสมการให้รู้กันบ้าง โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าจากแม่เหล็กถาวร(อย่างงนะครับ ที่บางครั้งผมใช้แรงเคลื่อน บางครั้งผมใช้แรงดัน เพราะมันคืออันเดียวกันครับ) มีอยู่ทั้งหมด 3 ปัจจัยใหญ่ (ไม่คิดความห่างของช่องว่างระหว่างขั้วแม่เหล็กทั้งสองด้าน (gap)ในที่นี้ให้เท่ากันนะครับ
     
      1.ความเข้มเส้นแรงสนามแม่เหล็ก(B)-----------เวเบอร์/ตารางเมตร (Weber/m^2)
      2.ความยาวของขดลวดตัวนำหรือจำนวนรอบ(เพราะว่าขดลวด 1รอบจะมีความยาวเฉลี่ยเท่าๆกัน เมื่อนำมาคลี่ออกจะได้ความยาวของขดลวดทั้งหมดขึ้นมา)(l)---------เมตร (m)
      3.ความเร็วในการเคลื่อนที่ดสนามแม่เหล็ก(v)---------เมตร/วินาที (m/s)

โดยให้เป็นสมการดังนี้
            แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ      e =B x l x v   ..................โวลท์ (Volt)

            และเมื่อเราต้องการทราบค่าแรงเคลื่อนต่างๆ ณ จุดต่างๆในรูปคลื่นซายน์ เราก็สามารถหาค่าแรงดันตรงจุดนั้นได้โดยการเอาค่า sin ของมุม ณ ตำแหน่งนั้นมาคูณด้วยก็จะทราบค่าแรงเคลื่อน ณ จุดนั้นนได้
                                                e = B x l x v x sin(seta)........Volt

            มุม seta คือมุม ณ จุดใดของรูปคลื่นที่ได้เช่น 0,30,45,60,90,120,150,180 องศา เป็นต้น

            จากสมการที่เห็นจะทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะผลิดหรือสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟากระแสสลับชนิดแม่เหล็กถาวรขึ้นมานั้น เราต้องมีปัจจัยอยู่สามประการนี้คือ

           ข้อที่ 1. ความเข้มเส้นแรงสนามแม่เหล็ก เราต้องทำให้ช่องว่างของแผ่นจานแม่เหล็กใกล้ชิดกันเพื่อเพิ่มความเข้มสนามแม่เหล็ก

           ข้อที่ 2. ความยาวหรือจำนวนรอบของขดลวด อันนี้เราต้องหาค่าที่เหมาะสมในการพันโยขึ้นกับค่าแรงดันที่เราต้องการใช้งาน ณ ที่ความเร็วลมที่เราสำรวจมาได้ ส่วนนี้เราสามารถออกแบบให้เหมาะสมได้
 
          ข้อที่ 3. ความเร็วในการหมุนตัดผ่านสนามแม่เหล็ก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการสำรวจวัดความเร็วลม ณ ที่ที่ต้องการตั้งกังหัน หรือระดับความเร็วลมเฉลี่ยที่วัดได้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการออกแบบ เพื่อให้กังหันหมุนที่ความเร็วนั้นๆแล้วสามารถจ่ายแรงดันไฟฟ้าออกมาใช้งานได้ ส่วนนี้เราอาจจะควบคุมความเร็วของลมไม่ได้ แต่เราสามารถคำนวนความเร็วที่จะทำให้กังหันเราหมุนและจ่ายไฟออกมาได้ ณ ที่ ตำแหน่งใดๆ ได้

            ทีนี้ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้คงเข้าใจการกำเนิดไฟฟ้าขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้สนกกับการทดลองนะครับ


* generatorphases.jpg (24.71 KB, 450x250 - ดู 683 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:34:27 am »

จากหลักการที่ฟาราเดย์เป็นผู้ค้นพบเกี่ยวกับการกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้านั้น จึงได้มีการค้นพบกรรมวิธีการกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าขึ้นหลายๆรูปแบบ เช่น การเพิ่ม-ลดความเข้มสนามแม่เหล็ก, การนำเอาแม่เหล็กลอดเข้า-ออกวงแหวนขดลวด และการเคลื่อนที่ของแม่เหล็ก(สนามแม่เหล็ก)ผ่านขดลวด หรือการเคลื่อนที่ขดลวดผ่านสนามแม่เหล็ก,ทั้งในรูปแบบการเคลื่อนที่สนามแม่เหล็กแบบรัศมี(Radial field)และสนามแม่เหล็กแบบแกน(Axial field) โดยทั้งหมดได้ใช้หลักการของฟาราเดย์เป็นตัวทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าทั้งสิ้น


* 00318.jpg (17.11 KB, 482x385 - ดู 650 ครั้ง.)

* emf.JPG (20.86 KB, 1239x786 - ดู 695 ครั้ง.)

* farlaw.gif (26.2 KB, 485x416 - ดู 664 ครั้ง.)

* volgen2.gif (23.23 KB, 512x337 - ดู 664 ครั้ง.)

* volgen2.gif (23.23 KB, 512x337 - ดู 649 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:42:15 am »

เพิ่มครับ


* 10236.jpg (13.09 KB, 482x192 - ดู 646 ครั้ง.)

* motemf2.gif (12.24 KB, 501x206 - ดู 638 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สุวัฒน์ หนูคีรี นักศึกษาวิศวอิเล็ก ผู้ดูแลระบบเว็บบอร์ด
ผู้ดูแลระบบ
Administrator
สุดยอดสมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545

นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ELECTRONIC ราชมงคลธัญบุรี

suwat_elec@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 11:42:42 am »

อันนี้เป็นตารางค่าที่เกี่ยวข้องและหน่วยมาตรฐาน CGS,SI,English


* 10233.jpg (39.13 KB, 525x382 - ดู 638 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nachaya
อภิมหาเทพโพสเก่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 02:19:23 pm »

ไมเคิล ฟาราเดย์ ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่ถือว่ามีชื่อเสียงเป็นอบ่างมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.394 วินาที กับ 21 คำสั่ง